หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ถ้อยคำดีดี.... ของขวัญที่ลูกอยากได้จากพ่อแม่




การแสดงความรัก ความเข้าใจ ความห่วงใยที่คนในครอบครัวมีต่อกัน นอกจากจะแสดงออกมาในรูปแบบของการกระทำหรือการปฏิบัติ เช่น หอมกัน กอดกัน ลูบหัวกัน จับมือกันแล้ว การ

แสดงออกทางคำพูดก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกดีๆระหว่างพ่อแม่ลูกได้ไม่แพ้กัน เพราะคำพูดหรือถ้อยคำดีๆที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ ความห่วงใยและการให้โอกาสที่พ่อแม่ใช้พูดกับลูกนั้น จะเข้าไปฝังอยู่ในสมองและความรู้สึก ซึ่งช่วยให้ลูกมีความสุข รู้สึกอบอุ่น เกิดพลังกายและพลังใจในการที่จะกระทำในสิ่งที่ดีงามต่างๆ ทั้งจะช่วยเสริมสร้างให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีความประพฤติที่ดีและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ถ้อยคำดี ๆที่ลูก ๆ อยากได้ยินจากพ่อแม่ มีดังนี้

1. ถ้อยคำเชิงบวกที่ให้กำลังใจ เช่น “แม่ภูมิใจในตัวหนูจริง ๆ หนูทำได้ดีมากจ้ะ” “หนูทำได้ดีขึ้นนะ ลูกพ่อเก่งจริงๆเลย” “ลูกทำได้แล้ว ยอดเยี่ยมมาก” “ลองพยายามอีกนิดนึงมั๊ยลูก? หนูต้องทำได้แน่ๆ พ่อเชื่อมั่นในตัวหนู” “หนูเป็นเด็กดีมีน้ำใจที่ช่วยแม่ทำงานบ้าน” ตัวอย่างของถ้อยคำเหล่านี้ ช่วยทำให้เด็กมีกำลังใจที่ดีในการต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาต่างๆที่เขาต้องเผชิญและมีความกระตือรือร้นที่อยากจะทำในสิ่งที่ดีๆอยู่เสมอ เพราะเด็กจะรู้สึกว่าหากทำดีแล้วก็จะเกิดผลดีตามมา อย่างน้อยคือพ่อแม่ภูมิใจในตัวเขา เชื่อมั่นว่าเขาเก่งและยอมรับในตัวเขา

2.ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความรัก เช่น “พ่อแม่รักลูกที่สุดเลยนะจ๊ะ” “ลูกคือคนพิเศษสำหรับพ่อแม่นะ” “พ่อแม่รู้สึกมีความสุขที่สุดเลยที่มีหนูเป็นลูก” ถ้อยคำที่แสดงความรักของพ่อแม่จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น มีความสุข และก่อเกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้จะส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมของลูก คือจะทำให้ลูกเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีต่อการดำเนินชีวิต เขาจะเป็นคนที่มีจิตใจที่ดีงาม เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ไม่เห็นแก่ตัว และพร้อมที่จะแบ่งปันความรักไปให้แก่คนอื่นๆอีกมากมายเหมือนที่เขาได้รับมาจากพ่อแม่นั่นเอง

3.ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เช่น “เล่นดีๆระวังตัวนะลูก” “ค่อยๆทำนะลูก พ่อแม่จะอยู่เป็นเพื่อนลูกตรงนี้ไม่ไปไหนหรอก” “พ่อกับแม่เป็นห่วงหนูนะจ๊ะ” ถ้อยคำที่แสดงออกถึงความห่วงใยที่มีต่อลูกนั้น จะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงในอารมณ์ให้กับลูก โดยให้ลูกมีความมั่นใจว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหน พ่อแม่จะคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ และสิ่งนี้จะเป็นการฝึกให้ลูกเป็นคนที่รู้จักห่วงใยผู้อื่นด้วยเช่นเดียวกัน

ในทางตรงกันข้ามถ้อยคำไม่ดีที่ลูกไม่อยากได้ยินจากพ่อแม่ มีดังนี้

1.ถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจลูก เช่น “แกไม่น่าเกิดมาเลย” “ทำไมถึงเซ่ออย่างนี้นะ” “เพราะแกนี่แหละ ฉันถึงต้องลำบากขนาด
นี้” เด็กวัยตั้งแต่3ขวบเป็นต้นไป จะเริ่มเชื่อมโยงภาษาเข้ากับความรู้สึกได้มากขึ้น ดังนั้น คำพูดของพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด จึงสามารถที่จะส่งผลกระทบต่อจิตใจของลูกได้อย่างมากเลยทีเดียว โดยถ้อยคำเชิงลบต่างๆที่พ่อแม่กล่าวกับลูกนั้น จะทำให้เด็กขลาดกลัว ลังเล รู้สึกมีปมด้อย รู้สึกอับอาย ขาดความนับถือในตนเอง ซึ่งจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจของเด็กเป็นอย่างมาก เป็นต้นว่าเด็กอาจมีพฤติกรรมเก็บกด รุนแรง ดุร้ายและอาจทำตัวเป็นภัยแก่สังคมต่อไป

2.ถ้อยคำดูถูกดูแคลน เช่น “ทำไมแกถึงไม่เก่งเหมือนคนอื่นเขานะ” “จะแต่งยังไงก็ไม่สวยขึ้นมาหรอก อ้วนเหมือนกับหมูตอน” “ไม่ได้เรื่องจริงๆลูกคนนี้ อย่างนี้จะไปทำมาหากินอะไรได้” ถ้อยคำต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นถ้อยคำที่เสียดแทงจิตใจลูกและส่งผลให้ลูกขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ทั้งยังสร้างให้เด็กเกิดพฤติกรรมถดถอย เช่น มีท่าทีที่ก้าวร้าว ปากคอเราะร้าย และนำคำพูดเหล่านี้ไปใช้กับคนอื่นเพื่อกลบปมด้อยที่ตนเองถูกกระทำมา

3.ถ้อยคำที่ข่มขู่ให้กลัว เช่น “หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้นะไม่งั้นจะให้ผีมาบีบคอ” “ซนมากเดี๋ยวเรียกตุ๊กแกมากินตับซะเลย” “ดื้อมากนัก เดี๋ยวก็โดนจับขังไว้ในห้องมืดคนดียวหรอก” เด็กในวัย2-5ขวบเป็นวัยที่มักจะรู้สึกกลัวในสิ่งที่ตนเองไม่รู้ไม่เข้าใจ เช่น กลัวความมืด กลัวสัตว์บางชนิด กลัวผี การนำสิ่งต่างๆเหล่านี้มาขู่เด็ก จะส่งผลให้เด็กเป็นคนที่มีความกลัวอย่างไม่มีเหตุผล เด็กบางคนโดนผู้ใหญ่หลอกมากๆอาจส่งผลร้ายแรงถึงขนาดกลายเป็นโรคประสาทหลอน ผู้เขียนเคยรู้จักกับคนที่กลัวความมืดมาก ถึงขนาดที่ไม่สามารถอยู่ในที่ๆไม่มีแสงได้เลยไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ตาม ซึ่งทำให้การดำเนินชีวิตยากลำบากมาก โดยเขาเล่าว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะตอนเด็กๆมักถูกพ่อแม่ขู่โดยตลอดว่ามีผีและสิ่งที่น่ากลัวอยู่ในความมืด ทำให้เขาฝังใจกลัวความมืดมาจนถึงทุกวันนี้
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่แล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงกำลังหาของขวัญต่างๆนานาที่คิดว่าน่าจะถูกใจให้กับลูกๆอยู่ แต่นอกเหนือจากสิ่งของต่างๆที่จะมอบให้ลูกในโอกาสแห่งความสุขนี้แล้ว อย่าลืมว่าการแสดงออกซึ่งความรักด้วยคำพูดหรือถ้อยคำดีๆจากใจ ก็ถือเป็นของขวัญที่แสนพิเศษไม่แพ้ของขวัญชิ้นไหนในโลกที่พ่อแม่สามารถให้กับลูกได้ และเชื่อได้ว่าของขวัญชิ้นนี้จะเป็นหนึ่งในบรรดาของขวัญที่ลูกทุกๆคนอยากได้มากที่สุดจากพ่อแม่ ไม่ใช่แค่วันปีใหม่แต่เป็นทุก ๆ เวลา ทุก ๆ วัน ทุก ๆ เดือน และทุก ๆ ปีตลอดไป


ข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์

Views: 188

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by JT007 on January 9, 2010 at 2:24pm
ด้วยความยินดีคะ ทุกคน หญิงมีความสุขที่ได้แบ่งปันสิ่งดีๆ คะ
คุณแม่น้องเรอิ เลอา ขาน้องกลัว Robot หรือคะ แบบนี้ต้องเลิกแล้วนะคะ ลองใช้วิธีการอื่น เช่น อ่านหนังสือให้ฟัง เล่านินทานให้ฟัง เปิดเพลงให้ฟังก่อนนอนคะ เดียวน้องก็หลับปุ่ยคะ

คุณธีรนุชคะ หญิงก็เคยเป็นตรูมาก่อนคะ หญิงสอนอยู่เกือบ 10 ปีคะ ก่อนย้ายมาเมกา หญิงเข้าใจคะว่าคนเป็นครู รักศิษย์ กันทุกคน และอยากให้ศิษย์เป็นเด็กดีมีระเบีบบวินัย แต่การที่เราดุ และทำให้เด็กกลัวนี้ไม่เกิดผลดีกับเด็กเลยคะ เพราะยิ่งดุ ยิ่งว่า เด็กจะต่อต้าน ถามว่า แต่ไม่ใช่วาไม่ดูเลย มีดุบ้างได้บ้างเล้กน้อย แต่ที่สำคัญการพูดจาดีดี ใช้ถ้อยคำดีดี และเราใช้เทคนืคในการพูดกับเขา เด็กทุกนชอบที่คุณครูชมเชย ชอบให้ครูพูดดีๆ ดังนั้นเทคนิคคือ หากเด็กทำดี ตั้งใจเรียนหนังสือ หรือเรื่องเล็กๆ น้อย เราก็ชมเขาไปเลยคะ และเด็กเขาก็จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับเขา เห็นคุณค่าของเรา และเขาก็เคารพและเชื่อฟังเราคะ
Comment by ธีรนุช ภูกำเนิด on January 8, 2010 at 2:21pm
เราเป็นคุณแม่คนหนึ่งที่ดุลูกมากเลยค่ะก็อยากพูดดีๆกับลูกนะคะแต่พอเขาดื้อเราก็จะว่าจะห้ามเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองค่ะดิฉันเป็นครูค่ะอยากให้นกัเรียนทุกคนเป็นเด็กดีมีระเบียบวินัยเลยมาตกที่ลูกคนดตค่ะใครช่วยแนะนำทีสิคะว่าควรจะแก้อย่างไร
Comment by แม่น้องเรอิ-เลอา-ลูค on January 5, 2010 at 6:34pm
พี่เองก็มีขู่ลูกเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนไม่ยอมนอน บอกว่าถ้าไม่นอนเดี๋ยว Robot จะมาหา (เค้ากลัว Robot นะค่ะ) คงต้องเลิกทำซะแล้ว
Comment by อรดา พงศ์สุธนะ on January 5, 2010 at 4:42pm
พี่หญิงคะ อ่านแล้วมีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ตอนนี้จะได้ไม่ติลูก ต้องแนวโพสิทีพลูกจะได้เป็นเด็กดีค่ะ ขอบคุณนะคะ ดาได้คำชมไปชมลูกเยอะเลย
Comment by สุธีรา สารียัง on January 4, 2010 at 2:32pm
ขอบคุณมากๆคะที่แบ่งปันสิ่งดีๆที่จะมอบให้ลูก
Comment by JT007 on January 4, 2010 at 2:22pm
ด้วยความยินดีคะทุกๆ ท่าน ดีใจที่ได้แบ่งปันสิ่งดีดีคะ
Comment by Monrudee Loha on January 4, 2010 at 2:19pm
ขอบคุณค่ะ คุณหญิง
Comment by สุภาพร(แม่ปั้น฿แป้ง) on December 31, 2009 at 3:54pm
thank you พี่หญิงมีอะไรดีเยะฃอะ จริงๆๆ JT ถึงได้อัจฉริยะแบบนี้
Comment by พัชรินทร์ นพณัฐธนากุล on December 31, 2009 at 5:48am
เป็นคติในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนที่เรารักที่สุดได้ดีมากเลยค่ะขอบคุณค่ะ
Comment by Danui on December 30, 2009 at 11:10pm
ใช่ค่ะพี่หญิง บ้านนุ้ยนี่ ขาดไม่ได้เลยนะกับการจูบ การบอกรัก....
จูบลูกวันหนึ่งนี่...นับไม่ถ้วนเลย คงเหมือนหลายๆบ้าน
และบอกรักกันวันหนึ่งก็นับไม่ถ้วนด้วย แองเจิ้ลก็บอกรักพ่อกับแม่ ทั้งกอดทั้งจูบ ^^

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service