เว็บทั้งหมดจะย้ายไปที่ www.2pasa.com แล้วนะครับ ตามไปที่นั่นได้เลย

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ช่วงนี้เริ่มเครียดคะ เพื่อนๆ ช่วยแนะนำทีคะ อาจจะยาวหน่อยนะคะ ขอระบายนึดนึงคะ มันอึดอัดจังเลยคะ

 

แม่ใช้ภาษาอังกฤษกับน้องเกรซตั้งแต่ราวๆ 3 เดือน แรกๆ ไม่ได้พูด 100% พอราวๆ 5 เดือนก็เต็มที่คะคุยกับเค้า 100% ส่วนพ่อพูดไทย น้องเกรซพูดเร็วตั้งแต่ยังไม่ขวบเต็มดี คลังศัพท์ภาษาอังกฤษเค้าเยอะมาก เพราะแม่เป็น full time mom น้องชอบอ่านหนังสือ ก็จะให้เค้าดูหนังสือภาษาอังกฤษหมดคะ

 

ตอนนี้มีปัญหาคือ ช่วงขวบกว่าๆ เค้าเริ่มดื้อ แม่ก็เลยหลุดบ่นเป็นไทย จากนั้นก็ติดคะ เพราะพูดไทยภาษาเราเองมันง่ายกว่า เร็วกว่า เลยกลายเป็นว่าจากที่เคยใช้ OPOL กับเค้า กลายมาเป็น OTOL ซะ (แต่ก่อนพูดอังกฤษกับเค้าจนชิน พอกลับมาพูดไทยบ้าง เลยกลายเป็นว่าใช้อังกฤษไม่คล่องเท่าเดิม) ยิ่งพอบางทีเห็นพ่อเค้าเล่นกับลูก เราก็อยากจะคุยเล่นกับลูกเป็นภาษาไทยบ้าง แต่ก่อนไปไหนมาไหนออกไปข้างนอกก็ใช้อังกฤษกับเค้าตลอด เดี๋ยวนี้กลายเป็นเริ่มเขินเวลาเจอคนอื่นก็เลยพูดไทยกับเค้าแทน อยากจะกลับไปใช้ OPOL เหมือนเดิมแต่รู้สึกว่ามันยากจังคะ ยากกว่าแต่ก่อนอีก รู้นะคะว่าอยู่ที่ความถี่และต่อเนื่องที่เราต้องให้เค้าแต่มันยังทำไม่ได้คะ ใครมีเทคนิคดีๆ แนะนำบ้างมั๊ยคะ ขอกำลังใจด้วยคะ อาจจะเป็นเพราะเค้าโตขึ้นด้วยรึเปล่า ทำให้ประโยคและคำศัพท์ต่างๆ ที่จะใช้กับเค้ามันมากและเยอะขึ้น

 

บางทีนึกไม่ออกว่าจะใช้ศัพท์ว่าอะไร จำๆ ไว้กะว่าจะมาค้นใน English club พอถึงเวลาก็ลืมไปเยอะเหมือนกัน จะจดตอนนั้นเลยบางทีก็ไม่ได้พกกระดาษปากกาไว้ใกล้ๆ ไม่ทราบว่าคุณพ่อคุณแม่มีเทคนิคการจดการจำคำที่เราไม่รู้ศัพท์แล้วมาหาคำตอบทีหลังกันยังไงบ้างคะ

 

วกกลับมาเรื่องที่เครียด คือ เวลาคุยกับเกรซเป็นภาษาอังกฤษเค้าจะสามารถทำตามที่เราบอกให้ทำได้ ตอบกลับได้ แต่จะตอบเป็นภาษาไทยซะเป็นส่วนมาก เรียกได้ว่าประมาณ 90% เลย บางทีรู้สึกว่าลูกไม่เข้าใจภาษาอังกฤษที่เราพูดรึเปล่าก็จะเปลี่ยนมาคุยไทยกับเค้า แต่บางครั้งเราก็พยายามพูดนำเป็นอังกฤษให้เค้าพูดตาม เค้าก็พูดตามแต่น้อยคะ ไม่เหมือนเวลาเค้าคุยกับพ่อหรือพี่เลี้ยง (ที่บ้านอยู่กันแค่ พ่อแม่ลูกและพี่เลี้ยง) พ่อก็ทำงานที่บ้านมีออกไปข้างนอกบ้างแต่ก็ช่วยเลี้ยงเค้าเยอะเหมือนกัน ส่วนพี่เลี้ยงก็คุยเก่ง มีเราพูดอังกฤษอยู่คนเดียว รู้สึกว่าต้านไม่ค่อยไหว ตอนนี้ภาษาไทยเกรซนำหน้ามากๆ น้องขวบครึ่งคุยรู้เรื่องหมดแล้ว พูดเป็นประโยคได้แล้วด้วย เวลาได้ยินใครพูดอะไรก็ชอบฟังและพูดตาม เวลาพ่อแม่คุยกันเป็นภาษาไทยเค้าก็ชอบฟังและพูดตามหรือทำตาม พฤติกรรมเลียนแบบมากๆ เลยทำให้เครียดที่ว่า ถ้าเราฝึกเค้าดีๆ ภาษาอังกฤษเค้าก็น่าจะฉลุยเหมือนกัน เวลาเค้าได้ยินพ่อพูดก็พูดตาม แต่เวลาได้ยินแม่พูดอังกฤษ กลับไม่ค่อยพูดตามเลยคะ เราต้องพูดซ้ำบอกให้เค้าพูดตาม กลายเป็นว่าตอนนี้น้องพูดไทยตลอดเลยคะ ที่พูดเป็นประโยคก็ไทยคะ อังกฤษเนี่ยมีแค่เป็นคำๆ เช่น แม่ๆ ไม่มี ant, เอา flower, up, bubble, turn around เป็นต้น เคยชวนพ่อให้มาพูดอังกฤษกัน เค้าก็ไม่ทำคะ พูดแค่เล่นๆ บางครั้งแล้วก็เลิกไป ไม่ได้จริงจังอะไร คือ เรารู้สึกว่าถ้าพ่อมาคุยอังกฤษด้วยก็น่าจะสนุกดี เราก็มีเพื่อนคุยด้วย ลูกก็จะได้เลียนแบบพูดตาม แต่พ่อเค้าบอกว่าแล้วใครจะสอนภาษาไทยลูก เราบอกว่าพี่เลี้ยงก็พูดไทย ไปเจอปู่ย่า ลุง ป้า ลูกพี่ลูกน้องของน้องเกรซ ที่บ้านย่า ทุกคนก็พูดไทย (พาน้องไปบ้านย่าบ่อยเหมือนกันคะ) ออกไปข้างนอกก็พูดไทยกันเยอะแยะ ไม่ต้องกลัวลูกพูดไทยไม่ได้หรอก สิ่งแวดล้อมไทยทั้งนั้น แต่เค้าก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือคะ เลยคิดว่าคงพึ่งพ่อไม่ได้

 

เวลายายมาหาก็มาบ่นเราอีกว่า ไหนลูกเธอไม่เห็นพูดภาษาอังกฤษเลย คือแต่ก่อนยายเห็นน้องพูดอังกฤษเป็นคำๆ พอๆ กับที่พูดภาษาไทย ตอนที่น้องยังพูดไม่เก่งเท่านี้ คะ ยายว่าเธออุตส่าห์สอนลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษาไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เห็นคุยกับลูกเป็นภาษาอังกฤษเท่าไหร่เลย

 

เครียดๆๆๆ จังคะ ทำไงดีคะ อยากกลับไปใช้ OPOL เหมือนเดิมแต่ยังทำไม่ได้เลยคะ

Views: 559

Replies to This Discussion

อย่าเพิ่งเครียดนะคะ อยากให้พยายามต่อไป มีทางเลือก 2 อย่างค่ะ

1. พยายามกลับไปเป็น OPOL เหมือนเดิม ไม่ยากเกินความสามารถค่ะ เชื่อว่าคุณแม่ทำได้

2. ให้คุณพ่อมาช่วยเติมภาษาอังกฤษบ้าง เวลาที่เราเหนื่อยๆ

น้องยังเล็กค่ะ ยังไงก็ยังไม่สาย เราอุตส่าห์ได้เริ่มมาแล้วอย่างดี ถ้าเดินต่อ รับรองว่าได้ผลดีค่ะ ขอแค่อย่าหยุด

ที่บ้านใช้ OTOL ค่ะ เริ่มตอน 3 ขวบ ซึ่งแน่นอนค่ะ ลูกพูดไทยชัดแจ๋ว แต่เราก็ใช้ความพยายามเพื่อให้ลูกเป็นเด็ก 2 ภาษาให้ได้

แรกๆ ใช้ภาษาอังกฤษแค่บางกิจกรรม เพราะแม่เองก็ไม่รู้คำศัพท์ แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณ มากขึ้นๆ จนเกือบๆ จะเป็น OPOL

จนวันนี้ผ่านมาปีกว่าๆ ลูกจะพูดกับแม่เป็นภาษาอังกฤษ แล้วคุยกับพ่อเป็นภาษาไทย หรือบางทีถ้าพ่อพูดภาษาอังกฤษกับเค้า เค้าก็คุยด้วยเป็นภาษาอังกฤษ หรือแม้แต่คนอื่นๆ นอกบ้านที่อยากคุยภาษาอังกฤษกับเค้า เค้าก็คุยด้วยได้ไม่มีเคอะเขินค่ะ ทั้งคนไทยและต่างชาติ

 

เรื่องภาษาต้องใช้เวลาค่ะ ลองพูดกับลูกไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ลองดูตอนเค้า 2 ขวบ ถ้าคุณแม่ไม่หลุดพูดภาษาไทยมากเกินไป รับรองว่าลูกได้เป็นเด็ก 2 ภาษาแน่นอน

สวัสดีค่ะ มาแชร์นะค่ะ เป็นคนนึงที่พูดกับลูกตั้งแต่เด็กๆ เริ่ม 4เดือนครึ่งค่ะ พูดอังกฤษกับน้องประมาณ80% แต่ลูกป้อพูดช้าค่ะ เริ่มพูดเป็นคำๆก็ขวบเกือบเก้าเดือน

แรกๆที่เริ่มพูดก็เป็นเหมือนกันเลยค่ะ คือจะได้แต่คำศัพท์อังกฤษเพราะแม่อยู่ใกล้ชิดที่สุด...แม่ก็ย่ามใจอะค่ะ เวลาอยู่กับคนอื่นก็พูดไทยกับลูก  แต่พอลูกเริ่มพูดได้มากขึ้นภาษาไทยมันเริ่มมามากขึ้น พอถามอะไรก็ออกมาเป็นไทยซะเยอะ...ป้อก็เครียดเหมือนกันเลยค่ะ  ยิ่งพอพูดได้สองสามพยางค์ก็จะเป็นไทยซะเยอะ(ที่บ้านเป็นร้านขายของ คนพูดไทยด้วยเพียบเลยค่ะ)  อังกฤษเหมือนโดนกลืนเลยค่ะ แต่พูดอะไรกับเค้า เค้าก็เข้าใจทุกอย่าง ตอบได้yes/no กับเป็นคำๆที่เค้าไม่รู้ศัพท์ไทย

หลังจากเริ่มรู้สึกว่าไทยนำเกินไปแล้วแฮะ ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ดีแน่ๆ...ป้อก็พยายามพูดอังกฤษกับเค้าให้มากขึ้น ไม่สนว่าคุยกับใครอยู่ที่ไหนแล้วค่ะ เพิ่มความถี่ให้ได้มากที่สุด(ตอนนี้ยิ่งเริ่มไปเนอสฯแล้วด้วย เวลาที่เค้าเคยอยู่กับเราเต็มร้อยก็เริ่มลดลง) นอกจากนี้ก็พยายามพยุงการพูดของเค้าในเวอร์ชั่นอังกฤษให้ได้มากที่สุด เข้าใจว่าความถี่คงสู้คนที่พูดไทยกับเค้าไม่ได้ แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้เค้าก็จะไม่รู้ว่าต้องตอบเราัยังไง(จากประสบการณ์เคยเจอเด็กที่พ่อพูดอังกฤษด้วยตั้งแต่เกิด จนลูกสามขวบกว่าลูกฟังเข้าใจค่ะแต่ก็ตอบแค่yes/no คาดว่าคงไม่ได้พยุงการพูดของลูก)  หลังๆลูกชายก็เริ่มตอบเป็นอังกฤษมากขึ้น แต่ก็ยังมีคำศัพท์บางคำที่เค้าติดไทย ป้อก็บอกเค้าให้พูดเป็นอังกฤษอะค่ะ ก็พยายามสร้างโหมดให้เค้า ถามว่าได้ผลไม๊..ยังไม่ทราบค่ะ ต้องรอดูอีกซักพักเพราะเพิ่งเริ่มเพิ่มความถี่อังกฤษได้แค่อาทิตยสองอาทิตย์ค่ะ

คุณแม่อย่าเพิ่งเครียดเลยนะค่ะ ยังไงน้องก็ยังมีทุนเิดิมอยู่เพราะคุณแม่เริ่มตั้งแต่ยังเล็กๆ ลองเพิ่มความถี่ดูอีกนิดนะค่ะ

 

ส่วนในเรื่องความร่วมมือจากคุณพ่อเนี่ย แรกๆแฟนป้อก็ไม่เคยคิดจะพูดกับลูกเป็นอังกฤษหรอกค่ะ  แต่หลังๆพอเปิดคลิปคนโน้นคนนี้ให้ดูเรื่อยๆ เค้าก็เห็นดีเห็นงามด้วย ก็เริ่มมาแจมถี่ขึ้น...มีการบอกว่าทำไมเราไม่พูดกับลูกให้เต็มร้อยไปเลย ไม่สอนโน่นสอนนี่แบบคนอื่นเค้า...ซะงั้นเลยค่ะ   ส่วนเรื่องคุณยายนี่ คงต้องทำใจไปก่อนอะค่ะ...เข้าใจอยู่เหมือนกันเวลาที่ผู้ใหญ่เค้าชอบออกความเห็นให้เราช้ำใจ...แต่ทำไงได้หล่ะค่ะ เค้าก็รักหลานเค้าเหมือนกัน ยังไงเราก็ทำดีที่สุดของเราแล้ว ไม่มีใครไม่อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกของตัวเองหรอกค่ะ

 

ส่วนเรื่องคำศํพท์ที่ชอบลืมว่าจะถามอะไรเนี่ย เป็นเหมือนกันค่ะ...ขี้ลืมมากๆๆๆๆเหมือนกัน  ขอยอมรับว่ายังหาวิธีไม่ให้ลืมไม่ได้ค่ะ แต่หลังๆก็จะพยายามหากระดาษที่ใกล้ที่สุดแล้วรีบจดไว้ นี่กำลังคิดว่าจะใช้วิธีอัดเสียงไว้ในโทรศัพท์แล้วหล่ะค่ะ..อุปกรณ์ใกล้ตัวอีกอย่างนึง

 

ลองดูนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

การที่น้องพูดภาษาแม่ได้ฉลุยเป็นเรื่องที่ดีนะคะ และน้องเพิ่งขวบกว่าเองค่ะ น้องบุหลันก็เคยมีช่วงนี้นะคะ ช่วงที่น้องบุหลันเริ่มพูดน้องจะพูดอังกฤษได้มากกว่า ชัดกว่าภาษาไทยเยอะเลยค่ะ แต่เมื่อเค้าเริ่มพูดภาษาไทยได้มากขึ้น เค้าก็เหมือนจะเห่อภาษาไทยค่ะ พูดแต่ภาษาไทย  แต่มาม๊าไม่เครียดเลยค่ะ คิดว่าเป็นเรื่องปกติ แล้วมาม๊าก็ใช้ภาษาอังกฤษกับน้องต่อไป โดยที่ไม่เคยลืมเลยว่าจะต้องมีความสุขในทุกกิจกรรมที่ทำร่วมกัน พยุงการพูดไปเรื่อยๆ หาแรงบันดาลใจไปเรื่อยๆ แล้วภาษาอังกฤษของน้องบุหลันก็ค่อยๆกลับมาและพัฒนาไปเรื่อยๆ ค่ะ

ใจเย็นๆนะคะ อย่ากดดันตัวเองค่ะ  

จริงๆ อย่างน้อยก็น่าดีใจนะคะ ที่น้องพูดภาษาไทยได้ดี อย่างน้อยก็แปลว่าเค้าไม่ได้พูดช้าอย่างที่แม่สองภาษาหลายๆคนแอบกังวลกัน บอมบ์เองมีลูกสาวขวบกับห้าเดือน เค้ายังพูดไม่ค่อยชัดเลยค่ะ ทั้งภาษาไทย (จากพ่อและสิ่งแวดล้อม) อังกฤษ (จากแม่) และจีน (จากอาม่า) บางครั้งพูดเป็นประโยคแต่ฟังไม่รู้เรื่องเลย ฮ่าๆๆ แต่ไม่ได้เครียดอะไร ก็สอนไปเรื่อยๆ เพราะเค้าเข้าใจ ทำตามที่เราบอกได้ เพียงแต่เราต้องพูดช้าๆชัดๆให้เค้าพูดตามได้  น้องยังเล็กนะคะ ขวบครึ่งเอง แม่ๆหลายคนในเวปนี้เริ่มสอนลูกตอนสามขวบสี่ขวบก็มีหลายคนค่ะ สู้ๆนะคะ

ถ้าเครียดเรื่องอยากกลับไปใช้ OPAL เหมือนเดิม แต่ทำไม่ได้ ก็ต้องมาดูว่าสาเหตุจริงๆ คืออะไรอ่ะค่ะ

- ถ้าเป็นเพราะคุณแม่เอง เริ่มรู้สึกว่าคำศัพท์ที่จะพูดกับลูกมันเริ่มยากขึ้น อันนี้คุณแม่ตงต้องขยันมากขึ้น จะได้พูดกับลูกเป็นอังกฤษได้มากขึ้น

- ถ้าเป็นเพราะคุณแม่เอง อยากเล่นกะลูกกุ๊กกิ๊กเป็นภาษาไทย จริงๆก็เล่นเป็นไทยบ้าง ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรอ่ะค่ะ

 

ตัวบอมบ์เอง ทำงานนอกบ้าน มีเวลาให้ลูกในวันธรรมดา วันละประมาณสามชั่วโมง บางวันกลับมาเหนื่อยๆ ก็พูดไม่เยอะ ความถี่สู้คุณพ่อซึ่งอยู่กะลูกตลอดไม่ได้เลย (สามีมีกิจการส่วนตัว มีเวลาอยู่กะลูกเยอะกว่า โดยมีอาม่าช่วยเลี้ยงอีกคน)  อาม่าพูดจีนอีกต่างหาก ความถี่ของบอมบ์สู้สามี และอาม่าไม่ได้เลย  แต่ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

เรื่องลูกเริ่มดื้อ แล้วต้องมีการสั่งสอน  อันนี้เป็นเหมือนกันค่ะ บางครั้งลูกมีพฤติกรรมไม่น่ารัก บอมบ์พยายามสอนโดยเลือกใช้คำง่ายๆให้เค้าเข้าใจ ถ้าตอนนั้นนึกศัพท์ไม่ออก เราดึงคำศัพท์ง่ายๆมาใช่ก่อนเลยค่ะ แล้วค่อยไปทำการบ้านเพิ่มเติม

อันที่จริง การเป็นคุณแม่เต็มเวลา ได้สอนลูกเต็มที่นี่ดีมากๆเลยนะคะ บอมบ์เองทำงานกลับเย็นๆดึกๆทุกวัน ทำงานเหนือย บางทีสอนลูกได้ไม่มากเลย สู้ๆต่อไปนะคะ อย่าเครียดมากเลยค่ะ เดี๋ยวจะสอนลูกไม่สนุกอ่ะค่ะ

สู้สู้คะ คุณแม่เคยทำได้แล้วครั้งนึง ครั้งนี้ก็น่าจะไม่เกินความสามารถ
และที่สำคัญ อย่าเครียด อย่ากดดันค่ะ

ขอบคุณทุกๆ กำลังใจและประสบการณ์ที่แชร์นะคะ จะพยายามต่อไปคะ คงต้องกลับไปอ่านหนังสือคุณบิ๊กทบทวนใหม่อีกรอบด้วยว่าเราหลุดตรงจุดไหนไปบ้างนอกจากเรื่องความถี่

 

แต่...เป็นกันบ้างมั๊ยคะ เวลาที่น้องไม่สบายงอแงเนี่ย เราอยากจะพูดไทยกับลูกมากๆ ตัวเองเนี่ยพูดไทยกับลูกทุกครั้งที่ลูกป่วยร้องแงงอเลยคะ

ไม่มีข้อห้ามนะคะ เรายังใช้ภาษาไทยกับลูกได้บ้างค่ะ ขึ้นอยู่กับความพอใจและความเข้าใจของลูกด้วย

ยิ่งถ้าเกี่ยวกับความปลอดภัย สมมุติว่าลูกกำลังจะตกบันได แล้วเราจะเตือนเป็นภาษาอังกฤษแต่ลูกไม่เข้าใจ อย่างนี้ก็อันตรายค่ะ

น้องอายุ 1.6 ปีเอง โชคดีนะคะที่ได้มีเวลาดูแลลูกอย่างเต็มที่ หากคุณแม่คิดว่า OPOL ยากไปก็ลองมาใช้ OTOL ก่อนก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องพูดตลอดเวลาก็ได้ จะได้ไม่เครียด เด็กโตขึ้นก็มีเรื่องต้องพูดมากขึ้น เป็นธรรมดาค่ะ คุณแม่ก็เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กับน้องได้ เพียงแต่ทำอย่างต่อเนื่อง ฝึกฝนทุกวัน พอเวลาผ่านไปทุกอย่างที่เคยคิดว่ายากก็จะผ่านไปได้เองคะ

การที่น้องพูดไทยได้เยอะนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน เพราะเด็กบางคนวัยนี้ยังไม่พูดซักภาษาเลยนะคะ อย่างน้อยภาษาไทยก็เป็นภาษาแม่ เป็นภาษาที่สังคมเราใช้กันค่ะ หากคุณแม่ต้องการให้น้องพูดภาษาอังกฤษได้เท่าๆ กับภาษาไทยหรือมากกว่า คุณแม่คงต้องเพิ่มความถี่ให้มากขึ้น พยุงการพูดของน้อง หากเค้าได้ยินบ่อยๆ ซ้ำๆ เค้าก็จะพูดออกมาเอง

ส่วนการที่เด็กพูดภาษาอังกฤษได้มากกว่า(แซงหน้า)ภาษาไทยก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับแม่ๆ หลายคนเหมือนกัน เพราะบางทีไม่สามารถสื่อสารให้คนอื่น(ในสังคมไทย)เข้าใจได้ อย่างลูกชายคนเล็ก อายุ 1.8 ปี พูดไทยได้น้อยมากค่ะ (คุณยายเลี้ยงช่วงกลางวัน พ่อและแม่ใช้ระบบ OTOL) เวลาต้องการอะไรจะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ+sign ทำให้คนอื่น(ที่ไม่ใช่คนในครอบครัว)ไม่เข้าใจว่าเค้าต้องการอะไร ต้องมาถามเราว่า เค้าจะเอาอะไร พูดว่าอะไร พอถึงวัยที่จะต้องไปโรงเรียนก็กังวลเหมือนกันค่ะ เคยคิดอยากพูดไทยให้มากขึ้น ลดภาษาอังกฤษลง แต่ก็กลัวเสียโอกาสช่วงวัยเด็กที่เค้ากำลังจดจำไปเหมือนกัน เคยพาน้องไปซื้อของแล้วคนขายส่งของให้ เค้ายกมือไหว้แล้วพูดว่า 'Thank you' คนขายกลับบอกว่า 'พูด สาธุ ด้วยหรอลูก' (อ้าว...คนละเรื่องเลย)

สำหรับคนอื่นที่ยังไม่เข้าใจหลักการสอนแนวคิดเด็กสองภาษาฯ เค้าคงยังไม่เข้าใจว่าการสอนแบบแนวคิดนี้ต้องใช้เวลาบวกกับความสม่ำเสมอและทำอย่างต่อเนื่องของคุณแม่ด้วย เด็กจะไม่สามารถตอบกลับมาได้ภายในระยะเวลาอันสั้น กว่าจะพูดออกมาได้ต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ หรือเป็นปีเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย หากเรานั่งนับวันเวลาว่าเมื่อไหร่ลูกจะพูดได้ซีกที เราก็จะเครียดค่ะ ปล่อยไปตามธรรมชาติ ทำให้ต่อเนื่องเข้าไว้

ส่วนคุณพ่อ หากเค้าไม่อยากพูดก็อย่าไปเคี่ยวเข็ญเลยค่ะ เถ้าค้าไม่พูด เราก็พูดเองก็ได้ ยังไงเราก็อยู่กับลูกมากกว่าอยู่แล้ว เอาไว้น้องพูดกับคุณแม่ได้มากขึ้น ทีนี้แหละคุณพ่อต้องหันมาพูดภาษาอังกฤษกับน้องอย่างแน่นอน เพราะคุณพ่ออยากมีส่วนร่วมด้วย

เป็นกำลังใจให้นะคะ อย่าเครียด ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ทำอย่างมีความสุขและสนุก หากเหนื่อยก็พักค่ะ อย่ากังวลกับเสียงรอบข้างจนทำให้เราหวั่นไหว หากเรามั่นใจในแนวคิดนี้ เดินต่อไปเลยค่ะ ลูกก็เป็นลูกเรา จะได้อย่างไรอยู่ที่เราสอนค่ะ น้องยังแค่ 1.6 ปี ยังสอนได้อีกนาน ง่ายกว่าเด็กที่เริ่มตอนโตเยอะค่ะ ^__^

แวะมาอัพเดทคะว่า ตอนนี้ดีขึ้นมากๆ แล้ว คุณแม่กำลังใจเต็มเปี่ยม ขอขอบคุณทุกๆ คนอีกครั้งนะคะ เกือบเป็น OPOL 100% แล้วคะ มีหลุดๆ บ้างนิ๊ดดดหน่อยแค่นั้นเอง พยายามพูดนำหลายๆ รอบ เวลาที่เค้าอยากให้เราทำอะไรให้ ช่วงนี้น้องเกรซเริ่มพูด Eng ตามแม่แล้วคะ เช่น เวลาแปรงฟันแต่ก่อนน้องจะชอบพูดว่า "บ้วนน้ำ" เดี๋ยวนี้เริ่มพูดตามเป็น "out out" คำว่า spit ยังพูดไม่ได้ เป็นต้นคะ Eng เริ่มกลับมาแล้ว ดีใจมากๆ เลยคะ ขอบคุณทุกๆ กำลังใจอีกครั้งนะคะ ^ ^

เห็นมั้ยคะว่าไม่ยากเลย

สถานะการณ์เหมือนกันเปรี๊ยบเลยค่ะ แม่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน พ่อทำงานที่บ้าน ลูกอายุใกล้กัน (ต่างกัน 3 เดือน) ต่างกันนิดคือที่บ้านยังไม่มีแม่บ้าน (กำลังจะมีเดือนนี้ค่ะ เพราะท้องลูกคนที่สอง ทำงานบ้านคนเดียวไม่ไหวแล้ว) เข้ามาอ่านช้าไปหน่อย เห็นว่าตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ก็ขอมาให้กำลังใจแล้วกันนะคะ

และอยากมาเล่าประสบการณ์นิดหนึ่งว่า ที่คุณแม่เล่ามาที่บ้านก็เป็นเหมือนกัน ลูกพูดไทยเก่งมาก (หนึ่งปี 9 เดือนค่ะ) และไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษเท่าไร ยิ่งตอนอายุ 1.6 เดือนนี่ภาษาไทยนำลิ่วเลยค่าาา แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีโอกาสออกไปวิ่งเล่นกับลูกสองคน อยู่ด้วยกันสองคน ดูโน้นดูนี่ ปรากฏว่าเค้าไม่มีภาษาไทยหลุดมาสักคำเดียว เลยรู้ว่าลูกแยกโหมดได้แล้ว บางคำยังแปลกใจเลยว่าทำไมลูกเลือกโหมดภาษาอังกฤษ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี่เลือกที่จะพูดไทย แต่พอกลับเข้าบ้านเจอหน้าพ่อ เค้าก็พูดภาษาไทยออกมาอีก เพราะเรากับพ่อเค้าคุยไทยกัน แต่ถ้าสังเกตุดีๆ เวลาเค้าจะพูดกับเราเค้าจะสลับโหมดทันทีเลย

คิดว่าอีกไม่นานน้องคงจะสลับโหมดได้คล่อง ตอนนี้ 1.6 ปี ยังเด็กค่ะ เลยเลือกที่จะพูดโหมดที่เค้าถนัดก่อน

แต่คุณแม่เก่งนะคะที่พูด 100 กับลูกได้ ของตัวเองยังบ่นเป็นภาษาไทยอยู่เลย ส่วนภาษาอังกฤษก็เรียนไปพร้อมๆ ลูก

ตอนนี้ลูกโตแล้ว ต้องพกสมุดเล่มเล็กตลอดเวลา เอาไว้จดคำที่นึกไม่ออก เอามาถามในห้องภาษาอังกฤษ เพราะไม่อย่างนั้นลืมค่ะ ว่าจะถามอะไร

สู้ๆ ไปด้วยกันนะคะ แล้วจะมาติดตามข่าว เพราะสภาพแวดล้อมของเราช่างเหมือนกันเหลือเกินค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักคะ ดีจังคะสถานการณ์คล้ายๆ กัน ไว้มีไรจะได้ขอคำแนะนำด้วยนะค๊า

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service