หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

พ่อแม่ท่านใด เริ่มสอนภาษาลูกหลัง 7 ขวบ ร่วมแชร์ประสบการณ์กันหน่อยค่ะ

ในช่วงแรกรู้สึกว่ามันยากลำบากมาก ลูกต่อต้าน ไม่อยากเรียนภาษาอังกฤษเลย เราก็เลยทำเฉยๆ ให้ลูกลืมเรื่องภาษาอังกฤษไปซักระยะหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มแทรกซึมภาษาเข้าไปแบบไม่ให้ลูกรู้ตัว พยายามเล่นกับลูกทุกอย่างที่ทำได้ เพราะการเล่นเท่านั้นที่จะทำให้เราสอนภาษาให้กับลูกได้ เล่นไป พูดไป ถูกบ้าง ผิดบ้าง (เราอ่อนภาษาอังกฤษมาก) ประมาณ 2 อาทิตย์ จากที่ลูกต่อต้านภาษา มาวันนี้ ลูกบอกว่า

      Mammy  "I want to play games."

ไชโย!!!

ดีใจ...ปลื้มใจ...ไฟในตัวลุกพรึบขึ้นทันที....

ขอบอกว่า คุณพ่อแม่ทุกคนอย่าหมดกำลังใจ และเลิกไปกลางทางนะคะ เพราะเมื่อคุณเริ่มมันแล้ว นั่นแสดงว่าคุณได้จุดไฟในหัวใจเขาแล้ว หากเมื่อคุณหยุด ไฟเขาก็จะมอดและดับลงไปในที่สุด แต่หากคุณมุ่งมั่นใส่เชื้อไฟต่อไปเรื่อยๆ แน่นอนไฟนั้นย่อมติด และลุกโชติช่วงสว่างไสวอย่างแน่นอน  และนั่นหมายถึง

"ศักยภาพของลูกเราที่พ่อแม่อย่างเราเราก็สร้างได้"

พ่อน้องเจเจ

Views: 924

Reply to This

Replies to This Discussion

เป็นปลื้มด้วยคนค่ะ
ดีใจด้วยคะ ของอ่องเริ่มตอน6ปีกว่าแล้ว ดีหน่อยตรงลูกไม่ต่อต้าน อาจจะเพราะเด็กๆของอ่องชอบอ่านหนังสือและดูการ์ตูน ก็เลยใช้วิธีชวนดูรูปในหนังสือหรือเก็บDVDไทยเข้าตู้ให้หมดให้ดูแต่DVDอังกฤษแทน ได้ผลคะ เด็กชอบมาก สู้ไปพร้อมกันคะ จะรอฟังข่าวความคืบหน้าของน้องเจเจ
ยินดีด้วยค่ะ สูต่อไป
เพิ่มเรื่องการฟังเพลง Eng และการ์ตูน นั่งดูไปพร้อมกับลูกช่วยได้มากขึ้นค่ะ
แม่น้องน้ำฝนอายุ7ขวบช่วงแรกๆๆให้ลูกเรียนพิเศษกับครูฝรั่งโดยตรงประมาณ2ปีมาแล้วลูกมีทัศนคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษแล้วแต่เวลาที่แม่อยากพูดกับลูกบ้างแต่สำเนียงไม่ได้ลูกยังเคยบอกว่าไม่ใช่พูดแบบนี้ต้องพูดอย่างนี้แม่เลยไม่มั่นใจแต่เราอยากทบทวนให้น้องบ้าง แม่อยากมั่นใจสอนเขาได้บ้าง
ดีเลย เพราะเด็กได้สำเนียงง่าย หรือแม้แต่คุณไม่ได้มีครูต่างชาติมาสอน แต่เด็กเล็กพวกนี้ เขามีสำเนียงไปได้โดยธรรมชาติ และถ้าสำเนียงคุณไม่ออกไทยจะช่วยได้โดยง่าย
ส่วนโตขึ้นมาหน่อย เด็กได้จากการดูการ์ตูน ภาพยนตร์ เขาจะได้พูดได้สำเนียงในภาษานั้นๆ
คุณแม่ไม่เห็นต้องไม่มั่นใจเลย เพราะคุณรู้ศัพท์ คุณก็ฝึกสำเนียงกับลูกไปด้วย พอลูกเรียนศัพท์ใหม่ๆหรือคำเหมือนจากคุณ เขานำไปใช้กับคนสอน หากสำเนียงเพี้ยนไป เขาก็ทราบเองแหละ
ฃอให้ขยันพูดเป็นประโยคกับเด็กๆทุกวัน ดิฉันไม่ได้สำเนียงอังกฤษ แต่ไม่ใช่สำเนียงไทย อาจค่อยไปทางฟิลิปปินส์ อินโด เพราะเพื่อนเดาไม่ออกว่าฝรั่งเอเชียชาติไหน แต่ไม่ใช่ไทย แต่ก่อนมีสำเนียงฝรั่งเศสร้อยเปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวนี้พยายามหัดใหม่ เพราะใช้กับงานล่ามอังกฤษระดับกลางๆ แต่การเขียนได้ถึงระดับสูงกลางๆ
ยิ่งเด็กยิ่งทำได้เร็วและดีเยี่ยม
ตัวเองเริ่มเรียนที่เอ ยู เอ ตอนอายุสิบแปด เริ่มฝรั่งเศสจริงจังตอนยี่สิบแปด
กำลังเริ่มหัดท่องประโยคภาษาจีนง่ายๆ ไว้หลอกลูกควมให้แปลกใจเล่น แต่ความจริงฟังไม่รู้เรื่องเลย
ลืมไปค่ะ เคยเขียนขอความเห็นจากเพื่อน ๆ ที่เริ่มตอนลูกโตแล้วไว้ ว่าง ๆ เข้าไปดูนะคะ

http://go2pasa.ning.com/profiles/blogs/2456660:BlogPost:202988
ดีจังเลยค่ะตอนนี้ลูกเราก็ 7 ขวบเหมือนกันแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเลยเพราะจะไม่มีเวลาพอได้อ่านข้อความนี้แล้วรู้สึกดีจะรองพยามอีกทีขอบคุณนะค่ะ
น้องนาเดียก็เริ่มหลัง 7 ขวบเหมือนกันค่ะ ตอนแรกก็เหมือนยากเพราะน้องเขาพูดภาษาไทยได้แล้วและเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียน แต่เราสอนไม่เหมือนที่โรงเรียน บางครั้งเรามองในแง่ดีว่าลูกเรารู้เรื่องแล้วพูดเหตุผลแล้วเขาเข้าใจนะคะ เวลาทำอะไรจะพยายามให้เขามีส่วนร่วม อย่างเวลาอ่านหนังสือของพี่บิ๊ก ก็จะให้เขาดูว่า ถ้าพูดภาษาอังกฤษแล้วลูกแปล (เพราะเวลาพูดกับเขาจะพยายามแปลคำศัพท์ค่ะ) หนูจะเป็นเด็กภาษา2ชั้นนะ ไม่ใช่เด็ก 2 ภาษา เขาก็จะเชื่อพยายามไม่แปลและฟังตามแม่ และสร้างแรงบันดาลใจให้เขา เพราะเมื่อปิดเทอมที่ผ่านมา ได้พาเขาไปเที่ยวภูเก็ต และเที่ยวกับบริษัททัวร์ จะมีชาวต่างชาติเยอะมาก ก็จะคุยกันแต่ภาษาอังกฤษ เขาจะไม่รู้เรื่อง พอกลับมา ก็ถามว่าชอบไปไหม เขาจะบอกชอบและจะไปอีก ก็บอกเขาว่า ถ้าจะไปอีก ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ก่อน เพราะที่ไปหนูฟังเขาไม่รู้ใช่ไหมคะ เขาก็เข้าใจและจะสนใจเวลาที่สอนมากขึ้นค่ะ ถ้ามีโอกาสพยายามพาเขาเข้าไปในบรรยากาศต่าง ๆ เช่น การจัดเวิร์คชอปของคุณบิ๊ก น่าสนใจมากค่ะ เราจะรู้วิธีและแนวทางในการสอนนะคะ มีครั้งหนึ่งคุณบิ๊กได้ไปพูดเกี่ยวกับเด็ก 2 ภาษา และได้เข้าไปฟัง ดีมากค่ะ ยิ่งช่วยให้มีกำลังใจ และได้คุยกับคุณบิ๊ก บอกว่า 7 ขวบยังสอนได้ค่ะ ได้ถึง 12 ขวบ ยิ่งรู้สึกดี เพราะตอนแรกก็ลังเลว่าน้องอายุมากไปมั๊ย ตัดสินใจแล้วทำเลยนะคะ เพราะเขาเป็นลูกที่รักของเราค่ะ ไม่ใช่ของคนอื่น เริ่มเร็วยิ่งดีไม่ต้องลังเล มีกำลังใจอยู่ในเวปนี้เสมอค่ะ
โดยหลักทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ อาจารย์เคยให้ข้อมูลและดิฉันจะให้ข้อมูลในส่วนของงานค้นคว้าเกี่ยวกับสมองของตัวเองเพิ่มเติม จึงไม่เป็นข้อมูลที่ถ่ายทอดจากคำพูดล้วนๆดังนี้

สมองของเด็กจะเริ่มจำได้ คือความจำของสมองเด็กจะเริ่มทำงานเมื่ออายุได้หกขวบไปจนถึงสิบแปดปี ภาษาที่เขาเรียนรู้และใช้ได้ในช่วงอายุนี้จะไม่ลืม ถือเป็น ภาษาแม่ของผู้นั้น
เซลล์สมองเรา จะทำงานได้ดี ต่อเมื่อสภาพแวดล้อมอำนวย แต่พื้นฐานของการบำรุงสมองอยู่ที่การบำรุงร่างกายหรือเซลล์ประสาท เมื่อเซลล์ประสาททำงานเบื้องต้น เซลล์สมองจะรับความจำจะเป็นภาพหรือเสี่ยง เซลล์จะส่งข้อมูลต่อกันที่ปลายเซลล์ประสาท เพื่อจะไปเก็บไว้ที่ความจำระยะแรกหรือระยะสั้นนั่นเอง เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์สมอง จะส่งต่อช้อมูลทั้งหมดไปยังหน่วยเก็บความจำระยะยาว เพื่อจำไปตลอดชีวิต
การส่งผ่านข้อมูล เซลล์สมองมีการจับคู่ความจำหรือทำงานกันเป็นคู่ ไม่มีการสลับคู่โดยอาศัยสารสือประสาทซึ่งมีแปดตัวหรือประเภท คุณจะพบชื่อหลักๆได้ในนิตยสาร ยา หรืออื่นๆทั่วไป
เมื่อเซลล์สมองเหนื่อยต้องการอาหาร เราต้องให้น้ำตาล เขาจะสังเคราะห์จากอาหาร แต่ถ้าน้ำตาลแลคโตส ฟลุกโตส หรือที่เขาไม่ต้องผ่านกระบวนการเผาผลาญก่อน ที่เขาดูดซึมได้เลย เราจะหายจากอาการสมองเหนื่อย คือ รู้สึกดีขึ้นเร็วขึ้น ภาษาชาวบ้านละกัน

ต่อไป เมื่อเราเรียนภาษาช่วง หกถึงสิบแปดปี เราได้สำเนียงแท้แน่นอน หรือตามสภาพแวดล้อมที่เราอยู่เช่นพวกอัฟริกันพูดฝรั่งเศส ชาวใต้ อะไรแบบนี้
หากจะเรียนภาษาอื่น เรียนควบคู่ไป การเรียนเกิดจากการใช้บ่อยๆซึ่งไม่ผ่านกระบวนการแปล แต่เป็นกระบวนความเข้าใจโดยตรง ผู้เขียนเข้าใจว่าอย่างนั้น จึงสามารถใช้ภาษาของแต่ละชนชาติได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่ว่า เราจะให้เด็กเรียนกี่ภาษา จะมากน้อยภาษา ในอายุตั้งแต่เด็ก เขาจะรับได้หมด พูดได้หมดทุกภาษาโดยไม่สับสน แต่ถ้าเรียนตอนโดแล้วมากๆ ไม่ต้องพูดว่าสามสิบนะ เพียงอายุยี่สิบปี หลายคนก็บ่นว่าจำยากจริงๆ
เราต้องไปฝึกเรียน หากระบวนการเรียน แบบที่เหมาะกับเรา หัวเร็ว หัวดี ก็ทำได้เร็ว ห้วช้าและไม่เอาใจใส่อีก จะไม่ได้เท่าไหร่ เรียนสิบปีก็ไม่ได้ ต่อให้อยู่ในประเทศนั่นๆ ก็จะไม่ได้สำเนียงเขียนก็ไม่ได้ดีก็มี
จึงไม่ต้องกลัวที่จะให้ลูกฝึกภาษาเยอะๆ ที่สำคัญ หาคนสอน หาสื่อการสอนการเรียนที่เหมาะสม ที่น่าสนใจ แต่ของดีย่อมเป็นของแพง แต่แพงมากแพงน้อย บางทีขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ดังนั้น เรียนภาษาอย่างไรให้ลงทุนคุ้มค่า
๑ ลงทุนเรื่องเวลาและความเอาใจใส่ สนใจอย่างเดียวไม่พอ
๒ ลงทุนเรื่องทุนทรัพย์มีสองแบบ
แบบแรก แบบลงทุนน้อย ค่อยเป็นค่อยไป ตามคุณภาพ อาจจะหนี่ง สอง สาม ปีขึ้นไป
สอง ลงทุนด้วยการเรียนรู้หัวใจของภาษา การใช้ แต่ลงทุนมาก ยิ่งหาคนสอนไม่ได้ในท้องถิ่น ยิ่งลงทุนมากขึ้น

ยอ้นกลับมาเรื่องสมอง
เซลล์สมองจะต้องได้รับอาหารอย่างเพียงพอและเหมาะสม
หากคุณดื่มแอลกอฮอลล์ เซลล์สมอง ไม่สามารถจัดระเบียบการทำงานได้ในตอนกลางคืน เพราะเซลล์มึนค่ะ อันไหน สำคัญหว่า เรื่องนี้มันอ่านมาก่อนจริง แต่ไอ้เรื่องที่สองที่มันอ่านมากครั้งกว่า อันไหนสำคัญหว่า มึนน นนนน จัดมันใส่ ไปรวมกันกันละกัน ดังนั้น พอตอนเช้าไปเข้าห้องสอบ ไปประชุม เฮ้ย ย จะพูดอันนี้ มันใช่เปล่า ถูกต้องไหม เอามาสลับปนกัน เป็นต้น ดังนั้น ห้ามดืมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์หลังจากการทำรายงาน ทำประชุม ทบทวนเรื่องสำคัญต่างๆ

เซลล์สมองจะไม่เก็บเรื่องไร้สาระไว้นานเกินกว่าสามเดือน ต่อให้เรื่องนั้นคุณอยากจะจำ แต่เกินสามเดือนก็ลบทิ้งไป ดังนั้น เซลล์สมองจะเตรียมพื้นที่เซลล์เวลาเราต้องคิดทำเรื่องข้อมูลใหม่ คุณอะไรที่สอนเรื่องครอบครัวแล้วพูดเกี่ยวกับการทำงานของเซลล์ประสาท อธิบายว่า เขาจะเริ่มงอกออกมาเพิ่มเตรียมเรียนรู้เรื่องภาษาเป็นต้น หากต่อไป เกินสิ่สิบห้าวัน เซลล์ประสาทจะหดหายหรือฝ่อไป เมื่อเราไม่เรียนเรื่องนั้นต่อ
ในกรณีที่ผู้เขียนอ่านงานวิจัยต่างประเทศ แม้แต่สัตว์หลายๆประเภท แม้แต่ลิงกังที่เขาเอาไปทดลองเรื่องความจำเช่นกัน ก็พิสูจน์ได้ว่า เซลล์ประสาทงอกขึ้นมาทุกวัน วันละนิด ปีหนึ่ง เซลล์สมองจะงอกได้ประมาณสองมิลลิเมตร แต่อย่างว่า เราไม่รุ้เรื่องการทำงานของเซลล์ประสาท จึงไม่ให้ความสนใจ

มีนกแก้วที่นักวิจัยทดลอง เมื่อมันยังไม่โตเขาเลี้ยงจนได้อายุ การร้องเพลงหรือฝึกร้องครั้งแรกในชีวิต
โดยเฉพาะเพื่อหาคู่ในฤดูกาล มันก็ฝึกตามเสียงที่เขาให้ต้นแบบมา ต่อมา เขาเอาเทปบันทึกมาเปิดให้มันฝึก แต่เขาไปตัดต่อเอาเสียงบางจังหวะออก มันจะฟังอยู่แรกๆ แล้วสงสัยว่าเสียงที่มันฝึกครั้งแรกคงผืด มันก็ฝึกตามใหม่ ปรากฏว่ามันหัดตามเสียงที่ผิด จนได้เวลา คราวนี้ สักสองเดือน เขาก็เอาเสียงจริงมาให้มันฝึก ให้มันได้ฝึกเสียงที่ถูกต้อง จากการตรวจเซลล์ประสาทพบว่า จากการที่นกน้อยฝึกหัดเสียงจีบสาวนี่ มันต้องใช้สมอง เซลล์ประสาทของมันมีการงอกเพิ่มขึ้นด้วย

ในสมองมนุษย์ เซลล์ประสาทงอกขึ้นได้ทุกวัน จนถึงอายุสูงสุดจากที่เขาทำการวิจัยผ่าศพคนตายนั้น เซลล์ประสาทยังงอกได้ถึงอายุ ๗๕ ปี
สำหรับผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมก่อนวัย เป็นเพราะสมองมีปัญหาจากการที่ต่อมต่างๆทำงานไม่สมดุลย์ จึงมีการหยุดผลิตหรือผลิตสารต่างๆมากเกินจำเป็น จึงเป็นได้ทั้งจากสภาวะร่างกายเอง ตลอดจนการเสื่อมตามธรรมชาติ ผู้คนจึงพยายามชะลอการทำงานของธรรมชาติให้อายุยืนขึ้น

อย่าให้สมองกระทบกระเทือนถึงรากหรือหน่อหรือที่เรียกว่า นิวเคลียสเซลล์ประสาท เพราะจะไม่มีวันงอกขึ้นมาทดแทนได้อีก แต่ในบางรายที่พิศดารสุด เซลล์สมองส่วนที่เหลือสามารถงอกขึ้นมาเพื่อทำงานทดแทนส่วนที่ขาดหายไปได้ หากตัวเซลล์ไม่ถูกทำลาย ก็จะงอกเส้นประสาทขึ้นมาทดแทนได้ แต่โดยปรกติ เซลล์ประสาทส่วนไหนจะทำหน้าที่ของตน ไม่มีการทำงานทดแทนกันได้ เช่น ความจำ การคำนวณ เป็นต้น

ศีรษะเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี อย่ามีแต่ศีรษะแต่ไม่มีสมอง มีสมองแต่ไม่มีเซลล์ประสาทก็ไร้ค่า
กรณีของนักร้องนั้น ตัวเซลล์ประสาทถูกทำลายจนหมด จนไม่อาจงอกขึ้นมาทดแทนได้แล้ว ขนาดนิดเดียวยังต้องให้เวลาสมองและเซลล์พักฟื้นก่อนจะเริ่มต้นทำงานกันใหม่ บำรุงมากๆทุกทาง จนเรียกว่าเซลล์หายช้ำถึงจะงอกได้
เด็กๆเวลาล้มหัวโนนั่นไม่เท่าไหร่ เพราะเซลล์ประสาทเขาปรับตัวได้เร็ว เรียกว่าแข็งแรงกว่าผู้ใหญ่

ขอบคุณที่ทนอ่านนะ
ดีใจด้วยค่ะ
สู้ๆๆๆๆๆ (เชียร์เผื่อตัวเองด้วย) เพราะภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงเอามากกๆๆ แถมขี้ลืมด้วย ทำการบ้านอย่างดี เจอหน้าลูก อ่ะ!!!ลืมหมด (เศร้า)สงสัยตอนเล็กตัวเราคงไม่ค่อยกินปลา ...อิอิอิ
แต่เชื่อว่าถึงจะใช้เวลามาก แต่สักวันเราต้องทำได้
ยินดีด้วยจริงๆค่ะ เพราะตัวเองคิดว่าส่วนที่ยากที่สุดคือการให้ลูกยอมรับการพูดภาษาอังกฤษนี่แหละค่ะที่คิดว่าเป็นด่านทดสอบจิตใจที่หินที่สุด

เข้าใจคำว่า ..ไฟในตัวลุกพรึ่บ เลยค่ะ เพราะมันปลื้มจริงๆอ่ะค่ะ
มีลูกสาว อายุ 7.6 ขวบ และ 2.3 ขวบเหมือนกันค่ะ อยากให้น้องพูดภาษาอังกฤษเก่ง ก็ให้ลูกเรียนพิเศษกับครูชาวต่างชาติแต่น้องก็ยังพูดไม่ได้เลยพูดผิดตลอด ตอนนี้เพิ่งเป็นสมาชิกบ้านสองภาษา ก็เห็นประสบการณ์ของหลายๆ ครอบครัวก็รู้สึกมีกำลังใจ ก็จะพยายามฝึกพูดไปกับลูกๆ หาสื่อดีๆ มาให้ลูกดู คิดว่าความสำเร็จคงจะอยู่ไม่ไกล สู้ๆ ค่ะ

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service