หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

เริ่มต้นสอนลูกจากศูนย์

  สวัสดีค่ะ ชาวหมู่บ้านสองภาษาทุกท่าน

        หน่อยเป็นสมาชิกมานานพอสมควร แต่ไม่เคยเล่าประสบการณ์การเลี้ยงลูกเลย เพราะปกติเป็นคนที่พูดไม่เก่งค่ะ พอดีผู้ใหญ่บิ๊กแนะนำให้ลองแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกลงบล็อกดู   เลยขอลองดูค่ะ   เริ่มตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลยค่ะ ต้องขอบอกก่อนนะคะว่า แรกเริ่มเดิมทีหน่อยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยค่ะ ภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ " ควรปรับปรุง "  คะแนนเต็มสิบได้สอง อะไรประมาณนี้ค่ะ  บ้านเราตั้งใจไว้เลยว่า เราจะเลี้ยงลูกเองตั้งแต่ลูกเกิด  หลังจากคลอดลูกแล้ว หน่อยจึงลาออกจากงานทันทีเพื่อเลี้ยงลูกอย่างเดียว   ทำให้น่อยมีเวลาศึกษาหาความรู้และทุ่มเททุกอย่างให้ลูกได้เต็มที่  หน่อยได้อ่านหนังสือเรื่อง( รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว) ก็เกิดความคิดเรื่องการพูดภาษาอังกฤษกับลูกค่ะ  แต่ เอ เราจะสอนลูกได้มั้ย จะเริ่มต้นยังไงดีล่ะ ตอนนั้นรู้แต่เพียงว่า อยากให้ลูกพูดภาษอังกฤษ และคิดว่าถ้าเรามุ่งมั่นทำอะไรซักอย่างเราต้องทำได้ (ขอลองทำจนสุดความสามารถก่อน)  แต่เราไม่มีหลักเกณฑ์ในการสอนลูกเลย พอดีมีเพื่อนแนะนำหนังสือ " เด็ก 2 ภาษา พ่อแม่สร้างได้ "  อืม อ่านแล้วชอบมากๆเลยค่ะ   แบบว่าตอบโจทย์ของเราได้ หลังจากนั้น หน่อยจึงวางแผน หมายถึงเขียนแผนเพื่อตั้งเป้าหหมายในการสอนลูกค่ะ   

     1   ปรึกษาคนในครอบครัว หาแนวร่วมก่อนเลย  เพื่อที่เค้าจะได้ไม่ต่อต้านเราค่ะ

     2   เราต้องเป็นครูที่ดีก่อน เตรียมความรู้ให้พร้อมน่ะค่ะ  หาสื่อทุกอย่างที่จะใช้สอนลูก จนมาเจอคำว่า phonic เอ งงค่ะ สมัยที่เราเรียนไม่เห็นครูเคยสอนเลย  เอาละเริ่มเรียนมันตอนนี้เลยละกัน  เราจะได้ออกเสียงได้ถูกต้องจริงๆ    เลยถึงบางอ้อว่าเค้าออกเสียงกันแบบนี้นี่เอง

     3   ติดจานดาวเทียมเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ   ( เพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยค่ะ)   คือบ้านเราจะดูรายการทีวีทุกรายการเป็นภาษาอังกฤษ   ดูไทยบ้างแต่เป็นส่วนน้อย  ภาษาบ้านเราพัฒนามากขึ้นได้มาจากส่วนนี้มากกว่า 50% ค่ะ  

     4  บอกตัวเองว่าไม่คาดหวังในตัวลูกมากเกินไป  เราทำไปเรื่อยตามความสามารถที่เรามี

        

          ช่วงระยะเวลาที่ทำตามแผนนี้ก็เริ่มพูดภาษาอังกฤษกับลูกไปด้วยตามแนวคิดเด็ก 2 ภาษา และพยายามออกเสียงให้ชัดและเคลียร์ที่สุด เป็นการฝึกตัวเองไปในตัว ( หลังจากที่ศึกษาเรื่องการ phonic  แล้ว )  เพราะนี่เป็นหลักสำคัญมากค่ะ ถ้าลูกพูดออกเสียงไม่ชัด เราจะได้สอนลูกได้ถูกต้อง อย่างเช่น คำว่า start  ต้องออกเสียงตัว r ด้วย อะไรประมาณนี้ค่ะ  แล้วก็ check การออกเสียงที่เวป  freedictionary.com  ทุกคำที่เราไม่รู้และไม่แน่ใจ  

         เคยท้อและรู้สึกกดดันมากค่ะ  เครียดมากช่วงที่ลูกพูดเก่งขึ้น ช่างซักช่างถามมากขึ้น  โอย อยากจะบ้า ตอบลูกไม่ได้อ่ะค่ะ  เลยหยุดไปช่วงนึง  เราหยุดไปพักสงบสติอารมณ์ตัวเองค่ะ หยุดไปประมาณ 3  เดือน กลับเข้ามาเอากำลังใจในเวปจากการดูคลิปค่ะ    แล้วก็คิดได้ว่า ถ้าเราหยุด ทุกอย่างที่เราทำมาจะสูญเปล่า จึงกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง  แบบไม่กดดันตัวเองอีกต่อไป คือพูดไทยเวลาที่ตอบไม่ได้ค่ะ แต่ก็ยังเน้นว่าภาษาของแม่ที่พูดกับลูกคือภาษาอังกฤษค่ะ  ทุกวันนี้ก็ยังต้องพัฒนาต่อไป    เราต้องพยายามและมุ่งมั่นเพื่อสิ่งที่เราตั้งเป้าเอาไว้ค่ะ

         ต้องขอบคุณผู้ใหญ่บิ๊กและบ้านหลังนี้มากๆ ที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้คนไทยค่ะ  

 

Views: 3639

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by คุณ นภาพร รัตนางกูร on January 26, 2012 at 11:11am

หายไปนานเหมือนกันค่ะ พอได้อ่านเนื้อหาบล็อกของคุณหน่อย ก็เริ่มฮึดสู้ขึ้นอีกครั้งแล้ว เนื่องจากภาษาอังกฤษคุณแม่แย่มาก แต่ก็ยังอยากจะสู่้ต่อเพื่อลูกค่ะ น้องชอบภาษา แต่เราไม่รู้จะเริ่มต้นสอนน้องอย่างไร กลัวพูดผิด สำเนียงไม่ได้บ้าง กังวลไปหมดเลยบางครั้งทำให้ท้อมาก แต่ยังไม่ล้มเลิกนะคะ จะสู้ต่อไม่รู้ว่าจะสายเกินไปหรือเปล่า ขอคำแนะนำด้วยนะ และอยากเป็นเพื่อนด้วยมากๆค่ะ

Comment by ruangrong wiphaka on January 19, 2012 at 1:48pm

สวัสดีค่ะ คุณนิหน่า หน่อยเริ่มต้นจากการให้ลูกได้ฟังเยอะๆ     ดูการ์ตูนตั้งแต่อายุยังไม่ครบขวบเลยค่ะ  แต่เรานั่งประกบ เล่นไปกับเค้าด้วย ลูกดูบ้างไม่ดูบ้าง หน่อยไม่ได้ซีเรียสตรงนั้น เพียงแต่ให้เสียงผ่านหูเค้าตลอดเวลาค่ะ   พออายุครบขวบ หน่อยก็ให้เค้าเริ่มดู English time ค่ะ  เริ่มดูวันละแผ่น  เรานั่งประกบด้วยตลอดเวลา  ดูไปเรื่อยๆและเริ่มสังเกตเค้าไปด้วยว่าเค้าเบื่อรึเปล่า   ถ้าเบื่อแผ่นนี้แล้ววันต่อไปก็เปลี่ยนเป็นแผ่นที่ 2   ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนถึงแผ่นสุดท้ายเลยค่ะ     แต่ก็มีบ้างบางวันที่เราให้เค้าดูการ์ตูนก่อน   หน่อยให้ลูกดูตอนเช้าหลังตื่นนอนเลยค่ะ  คือทำกิจวัตรปรจำวันให้เสร็จก่อนนะคะ  เพราะช่วงเช้าหลังตื่นนอนเป็นช่วงที่สมองสดชื่น  และสามารถรับอะไรใหม่ๆได้ดี   หลังจากที่เราดูกับเค้าแล้วก็เริ่มเอามาใช้ค่ะ  เอาประโยคที่ได้มาถามเค้าเรื่อยๆ ทุกวัน จนเราเริ่มคล่องขึ้นและลูกตอบได้ทันที   อ้อ หน่อยเปิดซีดีซ้ำๆอยู่อย่างนั้นวันละประมาณ 2 - 3 รอบค่ะ   คือบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้    ช่วงที่ลูกหลับถึงจะเป็นเวลาของเรา   น้องกานพลูเป็นเหมือนพี่พันช์เลยค่ะ เรื่องการกินข้าวช้ามากๆ  หากลยุทธอะไรมาหลอกล่อก็แล้ว   ช่วงเวลาที่ลูกกินข้าวหน่อยก็ชวนเค้าคุยภาษาอังกฤษไปด้วยค่ะ   ถามโน้น ถามนี่ไปเรื่อย   ดีกว่าปล่อยเวลาไปเปล่าๆน่ะค่ะ  เพราะเราแก้เค้าไม่ได้   แต่พอลูกเริ่มเข้าใจเหตูผลแล้วเรื่่องนี้ก็ง่ายขึ้นนะคะ   ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้วค่ะ     

       หน่อยทำอย่างที่บอกจนถึง 3 ขวบค่ะ  หลังจากนั้น เราก็เริ่มหา CD การ์ตูนอย่างอื่นๆ มาให้เค้าดู  อย่างเช่น   Noddy    Barney    Magic school bus   รวมไปถึงหนังที่เป็นการ์ตูนด้วยค่ะ     หนังบางเรื่องเค้าก็เคยขอดูภาคภาษาไทย เราก็ไม่ว่าอะไร ให้เค้ามีความสุขกับการดู แต่พอเค้าขอดูอีกรอบเราก็จะบอกเค้าว่าคราวนี้ต้องดูเป็นภาษาอังกฤษ  อะไรประมาณนี้ค่ะ     ค่อยๆเป็นค่อยๆไปค่ะ  อย่ากดดันตัวเอง  ทำให้ลูกมีความสุขกับการใช้ภาษาที่ 2   นะคะ    

      ตอนนี้น้องกานพลูอายุเท่าไหร่แล้วคะ    น่าจะ 3 ขวบรึป่าวคะ   อย่าท้อนะคะ   เพราะว่าหน่อยก็เริ่มต้นจากศูนย์เหมือนกัน   หน่อยว่าที่หน่อยพูดได้ทุกวันนี้   และรู้ว่าสถาณการณ์ไหนควรจะพูดแบบไหน  หน่อยได้มาจากการฟังค่ะ  ตอนที่ฟังตอนแรกมึนตึ็บเลยค่ะ  ไม่รู้เรื่ิองเลย หน่อยก็ฟังมันทั้งอย่างนั้นแหละค่ะ  ฟังไปเรื่อยๆ จนวันนึงมันก็เริ่ม get ขึ้นมาเองค่ะ   พอเราเริ่มฟังรู้เรื่ิองแล้ว ก็จับคำในประโยคนั้นมาพูดกับลูกบ้าง แรกๆ เอากระดาษมาจดไปด้วยค่ะ    พอลูกเริ่มอ่านออก เราก็หาหนังสือภาษาอังกฤษมานั่งอ่านด้วยกัน      ไม่รู้ว่าคำแนะนำนี้จะช่วยคุณนิหน่าได้รึเปล่า   ขอเป็นกำลังใจใหเอีกแรงนะคะ   ถ้ามีอะไรที่สามารถช่วยได้ก็ยินดีมากๆ   สู้ๆค่ะ

         

Comment by คุณแม่น้องกานพลู on January 18, 2012 at 10:24pm

คุณหน่อยค่ะสงสัยนิหน่าต้องขอแชร์ประสบการณ์จากคุณหน่อยบ้างแล้ว อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะ เพราะตอนนี้เพิ่งเข้าร่วมเป็นสมาชิก(รู้สึกว่าตัวเองเจอช้าไป) ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก สอนลูกแบบจับฉ่ายมาก หาสื่อการเรียนเสริมทักษะลูกทุกอย่างที่เพื่อน ๆแนะนำ แต่ลูกก้อจะจำได้แต่คำศัพท์  (เพราะแม่พูดภาษาไม่เก่ง)  เครียดทุกวันค่ะ อิ อิ อยากให้คุณแชร์ตอนเริ่มสอนน้องใหม่ ๆว่าแบ่งเวลาให้เค้าทำอะไรตอนใหน เพราะแค่กิจวัตรประจำวัน อาบน้ำแต่งตัว กินนม กินข้าว นอน โฮ..จะหมดวันแระ (เพราะน้องกานพลูเป็นเด็กใช้เวลาดื่มนม ทานข้าว นานมากๆๆ)  ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ 

Comment by ruangrong wiphaka on January 8, 2012 at 5:40pm

@  แม่น้องไทค์  ดีใจด้วยนะคะ    และขอให้ทำได้สำเร็จค่ะ :)

Comment by ruangrong wiphaka on January 8, 2012 at 3:59pm

@คุณ  หม่ะม๊าเฟิงกี้     ใช่เลยค่ะที่ว่าเราพัฒนาช้ากว่าลูก   สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ  อ้อ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ

@ คุณ Ju (Jui Jui's mommy)   ขอบคุณมากค่ะ หน่อยดีใจจังที่ได้เป็นส่วนช่วยสร้างกำลังใจให้กัน  แต่รู้สึกว่าน้องจุ้ย จุ้ย จะเก่งมากนะคะ แอบไปดูคลิปมาค่ะ คุณพ่อคุณแม่เก่งภาษาอังกฤษกันทั้งคู่เลยเลย  :)

Comment by แม่น้องไทค์ on January 8, 2012 at 9:59am

กระตุ้นต่อมแรงบันดาลใจมาก อิอิอิ ขอบคุณมากมาย มีำกำลังใจมากขึ้น มากมาย ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆๆ คะ

Comment by Ju (Jui Jui's mommy) on January 8, 2012 at 8:20am
เยี่ยมเลยค่ะ เป็นประโยชน์และให้กำลังใจได้ดีมาก จุ้ยจุ้ยลูกชายจะ 6 ขวบแล้วค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
Comment by หม่ะม๊าเฟิงกี้ on January 8, 2012 at 12:45am

ขอบคุณค่ะคุณหน่อย ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งค่ะ. จะเอาไว้เป็นตัวอย่างในการสอนเฟิงกี้ด้วยค่ะ อ่านเนื้อหาข้างบนเเล้วทำให้มีเเรงฮึดได้มาก เพราะลูกเริ่มพูดเก่งขึ้น รู้เยอะขึ้น เเต่เรากลับพัฒนาช้า มากๆๆ ขอบคุณนะค่ะ

Comment by แม่แอ๋ว - Brillkids Thailand on January 7, 2012 at 1:22pm

ขอบคุณค่ะคุณหน่อย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ...ได้ดูวิดีโอน้องพันซ์พูด นึกถึงลูกตัวเองเพราะรายนั้นก็เจื้อยเเจ้วซะ

แต่เจคอบยังพูดไทยไม่เก่งเท่านั้งพันซ์พูดภาษาอังกฤษเลยค่ะ...พอมาอ่านบล็อกนี้แล้วฮึดสุดๆ อิอิ

Comment by ruangrong wiphaka on January 7, 2012 at 1:16pm

ขอบคุณค่ะ คุณแอ๋ว ความจริงแล้วหน่อยเป็นแฟนคลับคุณแอ๋วอยู่นะคะ :)   ก็ใจดีแบบว่าเอานั่น เอานี่ มาแชร์กันบ่อยๆ   น่ารักมากๆ   ยินดีมากที่ได้รู้จักค่ะ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service