หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ทำไมตอนเราซื้อรถเข็นให้ลูก ไม่มีใครสอนอย่างงี้นะ

มิ้นกับแฟนเป็นพ่อแม่มือใหม่ที่ต้องเีลี้ยงลูกเอง โดยไม่มีคุณตาคุณยาย คุณย่าคุณปู่มาคอยเทรนให้ อีกทั้งเราไม่ได้จ้างแม่บ้านด้วย เพราะอยู่คอนโด ไม่มีห้องพักให้แม่บ้านพัก ดังนั้นเราสองคนจึงซื้อของอำนวยความสะดวก เครื่องทุ่นแรงในการเลี้ยงลูกเกือบทุกอย่าง ... มีทั้งที่รู้สึกคุ้ม ภูมิใจที่เลือกได้เจ๋ง และก็มีทั้งที่รู้สึกว่าโง่จัง ใจร้อนจังเลย อยากมาแชร์สิ่งที่ต้องคิด ก่อนซื้อของใช้ต่างๆ สำหรับพ่อแม่มือใหม่เหมือนกันค่ะ  (แต่ตอนนี้มิ้นมือเก๋าแล้วนะคะ ... ลูก 2 ขวบแล้วค่ะ)

 

1. รถเข็นเด็ก 

  - ถ้าคุณเป็นคนแข็งแรง อุ้ม(หรือแบก) เด็กนานๆไหว ไม่จำเป็นต้องใช้รถเข็นเลย ตอนลูกเล็กๆ ก็สามารถใช้ Babysling (ผ้าอุ้ม) อุ้มลูกได้ BabySling ทำให้เด็กใกล้ชิดแม่มากกว่ารถเข็น เด็กอบอุ่น และพกพาง่าย เบา ส่วนรถเข็นถ้าคุณไม่มีรถส่วนตัว จะไปไหนมาไหนต้องพับขึ้นท้ายแท๊กซี่ จะลำบาก

- รถเข็นเด็ก เหมาะกับวันที่คุณออกไปข้างนอกนานๆ และพอลูกหลับก็อยากหาที่วางเด็ก ให้เด็กนอนหลับสบายๆ (การใช้ babysling ให้เด็กนอนแนบตัวเรานานๆ แบบ3-4ชม.จะทำให้เด็กเป็นไข้ค่ะ) เช่น วันที่ไปเดินห้าง หรือตอนไปเที่ยวที่ต้องเดินไกลๆ (นึกถึงเวลาไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ เที่ยวแบบเดินเท้า จะสะดวกมาก -- แต่อย่าคิดจะใช้กับฟุตบาทกรุงเทพนะคะ ลำบากมากๆ)

- จะซื้อรถเข็นมือสองต้องเช็คราคาดูก่อนหลายๆที่ อย่าแบบ เดินไปที่ร้านแล้วซื้อเลย เพราะบางทีคนขายก็บอกราคาเท่ามือหนึ่ง จากประสบการณ์มิ้นเอง ซื้อ combi จากร้านมือสอง 16,000 บาท นึกว่าถูกแล้วเพราะเป็นของมือสอง (แถมยังขายในงานแฟร์แม่ลูกอีก) ก็เลยคิดว่าไม่ต้องเช็คราคา มารู้ที่หลังว่า มือหนึ่งซื้อนำเข้าก็ราวๆ 16,000 ค่ะ

- เอาแบบกลับหน้าหลังได้ไปทำไม? คนยังไม่เคยใช้นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะเอาไปทำไมแบบกลับหน้ากลับหลัง แพงมาก มันมีประโยชน์ตรงเวลาเข็น Outdoor เวลาแสงอาทิตย์แยงตาเด็ก เราสามารถกลับด้านให้ไม่แยงตาได้ เรื่องนี้สำคัญ เพราะว่าเด็กเล็กๆ ตายังสู้แสงไม่ได้ เดี๋ยวตาเสียค่ะ ถ้าไม่มี Budget ซื้อรถแบบปรับหน้าหลังได้ ก็ต้องเลือกเวลาออกจากบ้าน อย่าเอาลูกไปเข็นตอนเที่ยงๆ หรือถ้าจะไปไหนเที่ยงๆ ก็เอาลูกใส่ Baby Sling ไปดีกว่า หลบแดดได้ 

- รถเข็นต้อง Combi เพราะขายต่อได้ ตอนเลือกยี่ห้อ มีคนเชียร์คอมบิเยอะ เพราะว่าคนนิยมซื้อมาก มือสองเลยขายง่าย แต่มิ้นพบว่าถ้าเวลาเราใช้ เราไม่รู้วิธีถนอม กว่าเด็กจะถึงวัยเลิกใช้รถเข็น รถก็โทรมจนขายต่อไม่ไหวแล้วค่า ..... แต่มิ้ก็พบว่าคอมบิมีดีที่น้ำหนักเบา ผู้หญิงแบกได้ พับง่ายและเร็วมาก เวลาจะเอาขึ้นแท๊กซี่กระตุก 2-3 ที ก็พับเสร็จแล้ว อุ้มลูกมือนึงพับมือเดียวก็ทำได้ แล้วหลังพับเสร็จก็ขนาดเล็กดี ขนาดรถเข็นแฝดของมิ้นยังเอาขึ้นท้ายแท๊กซี่แบบ NGV ได้ทุกคัน

 

2. เก้าอี้เอียง 

   เก้าอี้เอียง 45 องศา ที่เอาไว้ให้เด็กนั่งพิงหลังกินนมเสร็จ เพื่อให้เด็กเรอ (บางทีก็ไม่เรอ) เพราะเด็กกินนมเสร็จวางนอนทันทีไม่ได้

   - เหมาะกับคนมีลูกแฝด ที่ไม่มีคนช่วยเลี้ยงมากๆ คนนึงจับนั่งเก้าอี้ อีกคนอุ้มพาดบ่า 

   - เลือกแบบที่เป็นเก้าอี้โยก หรือ มีสั่นในตัว จะเวิร์คมาก สามารถสั่นจนกล่อมเด็กหลับได้ (มันจะสั่นน้อยๆ เหมือนเวลาเราตบก้นลูก)      บางรุ่นก็จะมีที่ห้อยโมบาลย์ด้วย พอเด็ก 6-10 เดือนก็จะเริ่มเล่นโมบาลย์  ประมาณ 2000 บาท ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด - 3 ขวบค่ะ ( 3 ขวบนี่ใช้นั่งเล่นค่ะ)

 

3.  BabySling และที่อุ้มเด็กแบบห้อยเท้าข้างหน้า

ตัวมิ้นเองไม่รู้จัก Babysling จนกระทั่งลูก 2 ขวบ หนักจนอุ้มไม่ไหวแล้วจึงขวนขวายหาอะไรที่อุ้มลูกได้ จึงพบกับ Babysling และ meitai  มิ้นพบว่าถ้าใช้ BabySling อุ้มเด็ก เด็กจะได้คุดคู้อยู่กับตัวแม่ เก็บแข้งเก็บขา น่าจะดีกว่าที่อุ้มเด็กแบบที่เด็กอยู่ข้างหน้าถ่างขาค่ะ เพราะลูกมิ้นใช้แบบนี้แล้วปัจจุบันขาแบะค่ะ ยืนขาตรงไม่ได้ กำลังกลุ้มใจอยู่นี่ว่าจะดัดขายังไง.....มีคำเตือนจากหน่วยงานรัฐบาลอเมริกาว่า หากใช้ Babysling ที่ออกแบบไม่เหมาะสม อาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ (คงหมายถึงเด็กทารก) ...คนที่จะใช้งานต้องศึกษาดีๆก่อนนะคะ โดยเฉพาะเด็กที่คอยังตั้งไม่ได้ ต้องระวังมากๆ

 

4. โต๊ะกินข้าวเด็ก

เราอดทนไม่ซื้อโต๊ะกินข้าวเด็กอยู่ตั้งนาน เพราะคิดว่ามันแพง (ประมาณ 10000-15000บาท) แต่หลังจากมาเดินงานแฟร์แม่ลูก ก็ได้พบว่า ราคาแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละยี่้ห้อ เก้าอี้นั่งกินข้าวแบบ 2,000 นิดๆก็มีขายค่ะ

- เลือกซื้อแบบที่มันมีถาดเปลี่ยนเข้าออกได้ แล้วใช้ถาดนั้นแทนจานไปเลย เพราะเด็กเล็กชอบโยนจานทิ้ง ถาดที่ยึดติดอยู่กับที่วางถาดอย่างแน่นหนาจะช่วยแก้ปัญหาได้ค่ะ

- ต้องพยายามสอนลูกด้วยว่า ถ้าอิ่มแล้ว ไม่กินแล้ว ไม่ใช่โยนทิ้ง แต่...ให้แสดงให้แม่รู้ว่าอิ่ม บ้านมิ้นใช้วิธีให้ลูกคืนช้อนค่ะ(ลูกไม่พูด) ถ้าอิ่มแล้วให้ยื่นช้อนคืนแม่ แล้วแม่ก็จะมาเก็บถาดออกไปทันที

 

วิธีดูแลของให้ขายต่อมือสองได้

เก้าอี้กินข้าวเด็ก

1. ถ้าเบาะเป็นแบบถอดซักได้ หลังเด็กกินเสร็จ ถ้าเลอะ เอาเข้าเครื่องซักผ้าเลย (ใช้น้ำยาล้างจานแทนน้ำยาซักผ้า) ซักน้ำเปล่าก็ยังดี แล้วรีบตาก เพราะผ้าพวกนี้ถ้าทิ้งอาหารเลอะเทอะไว้นาน จะขึ้นราค่ะ

2. เศษอาหารที่ตกหล่นไปในซอกเก้าอี้ เก็บออกมาไม่ได้ อย่าแงะเก้าอี้ ถ้าแงะหรือไขน็อตแล้วมันจะหัก (โดยเฉพาะของถูก) ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูด เอาไม้เสียบลูกชิ้นมาแหย่ แคะ ให้เศาอาหารหลุดจากร่อง แล้วดูดออกค่ะ

3. ลูกฉี่ใส่เบาะ ฉี่ไหลลงไปในซอกที่เช็ดไม่ถึง ให้เอาสำลียัดลงไปซับน้ำค่ะ ถ้าซอกเล็กแคบมาก เอาไม้เสียบลูกชิ้นดันลงไปแล้วจิกขึ้นมาค่ะ แล้วเช็กรอบสองด้วยแอลกอฮอล์

 

รถเข็นเด็ก

1. ระวังคราบเลอะจากนม และ แหวะ -- เด็กวัยที่ถือขวดนมเองได้ มักถือไม่ระวังทำนมหกรดเบาะ วัยนี้เราควรหาผ้าขนหนูมารองเบาะไว้อีกชั้น Protect ไม่ให้เบาะเลอะค่ะ หากเด็กทำนมหก เอาผ้าขนหนุไปซักก็ง่ายกว่าถอดเบาะไปซักค่ะ

2. ระวังคราบรองเท้า หรือ ฉี่ราด -- ปูผ้าขนหนูไว้ช่วยได้

3. หากเบาะเลอะ ถอดไปซักเครื่องเลย ทิ้งไว้นานเกินวัน คราบจะทำให้เบาะหมองค่ะ

 

..... ว่างแล้วจะมาเขียนต่อเรื่อง การเลือกกล้องวีดีโอถ่ายเด็กค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ทุ่มเวลามาก อยากแชร์ค่ะ...



Views: 60136

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by มิ้น on January 11, 2011 at 10:21am

ดีค่ะ เข้ามาช่วยกันแชร์... 

ถามหน่อยค่ะ ผู้ใหญ่หลายคนเคยบอกมิ้นว่า เอาเด็กนอนเปลระวังเขาติดเปล นอนเตียงปกติจะนอนไม่หลับ แล้วเราต้องอุ้มหลับตลอด อันนี้จริงรึเปล่าคะ? 

Comment by แม่ฟลุ๊ค.เฟริดท์.เฟย์ on January 11, 2011 at 7:38am
สวัสดีค่ะมาร่วมแชร์ ด้วยคน รถเข็นเด็ก ที่บ้าน เราซื้อมาเมื่อ ลูกสาว คนโต อายุได้หกเดือน ตอนนี้ ผ่านมา 16ปี ลูกคนเล็ก ก็ใช้อยู่ รถ คันเดียว ผ่านมา คนที่3 แล้ว ยี่ห้อ C-MAX ซื้อที่ฮ่องกง เมื่อ สิบกว่าปีมาแล้ว เมื่อก่อนเห็นอะไรก็อยาก ซื้อให้ลูก เพราะเลี้ยง คนเดียวเหมือนกัน ไม่มีใครช่วย เปลี่ยนมือ แต่เวลาผ่านไปแป๊บๆ มันก็ไม่จำเป็นสำหรับ ลูก อีกแล้ว เด็กๆโตเร็วค่ะ เหมือนเสื้อผ้า ตัวนั้นก็สวยตัวนี้ ก็น่ารัก ยิ่งเป็นลูกผู้หญิงยิ่งแล้ว ..เวลาผ่านไปบางทีเราก็ลืม เอามาให้ลูกใส่อีกที ใส่ไม่ได้แล้ว เสียดาย..ลูกคนเล็กเลย รับมรดก ตกทอด จากพี่ๆ เพียบเลย ...
Comment by Lalita on January 10, 2011 at 11:51pm

คุณ มิ้น อันนี้เปลหนู ญาดา ลูกสาวคนเล็กค่ะ ไม่มีขาย ปลื้มใจมาก 

 

ทวดอายุ 88 ทำให้ค่ะ

 

Comment by MaMa n'JaY on January 10, 2011 at 10:55pm

@คุณมิ้น ขอกันแชร์บ้างนะค๊า ;)

สำหรับตัวเองแล้ว ก่อนท้อง คิดนู่นนี่นั่นอยากซื้อเยอะไปหมด ทั้งของเล่นพัฒนาการ ของใช้ และดูสถาบันเสริมพัฒนาการ ฯลฯ อีกมากมายตามสไตล์คุณแม่มือใหม่ แต่พอเอาเข้าจริง ดูเหมือนว่าสิ่งที่เราดูไว้ ... พอเจอสถานการณ์จริงไม่เข้าตากรรมการเลย ก็เลยไม่ค่อยได้เสียตังค์ซื้ออะไรพวกนี้ให้น้องเจมากมายนัก (รวมถึงสถาบันต่าง ๆ ด้วย ไม่ได้กินเงินกันแน่นอน 555+) แต่เคยสงสัยว่าทำไมใคร ๆ เค้าก็ซื้อกันนะ ก็เลยซื้อมั่ง เผื่อว่าจะช่วยผ่อนแรงเราลงหน่อย ...

 

แต่ก็มีแค่ 5 อย่างเท่านั้นอะค่ะที่กันซื้อมาใช้ ;) 

 

1) รถเข็นเด็ก >>> ซื้อตอนน้องเจ 2 เดือนกว่า เราเสีย self อย่างแรง เพราะว่าน้องเจไม่ยอมนั่งเลยซักครั้งเดียว เสียตังค์ฟรีเลย 555+

 

2) เก้าอี้เอียง >>> น่าจะคล้ายกะที่คุณมิ้นอธิบาย ซื้อตอนน้องเจประมาณซัก 3 เดือน (หลังจากแห้วรถเข็น ด้วยหวังว่าน้องเจจะยอมนั่ง) แต่ ... อันนี้ก็เหมือนกัน น้องเจไม่ยอมนั่งเลยแม้แต่ครั้งเดียว เสียตังค์ฟรีเช่นกัน 555+

 

3) เก้าอี้กินข้าว >>> กันซื้อแบบตัวสูงมา (คือจริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อหรอก พอดีที่โลตัสเป็นลายยีราฟน่ารักดี น้องเจแหละเดินไปเห็นเองตอนหัดเดินใหม่ ๆ ก็เลยให้น้องเจลองนั่ง กันว่าราคาไม่แพงมาก ก็เลยซื้อให้) ตัวนี้ใช้คุ้มมาก ทั้งนั่งกินข้าว นั่งเล่นของเล่นและใช้มาจนถึงวันนี้ นั่งทำการบ้านและทบทวนบทเรียนกะกัน ตรงที่นั่งน่าจะเป็นพีวีซีค่ะ เวลาเลอะก็เอาน้ำยาล้างจานผสมน้ำชุบหมาด ๆ เช็ดก็สะอาดแล้วค่ะ

 

4) รถหัดเดิน >>> จริง ๆ ก็รู้อยู่แก่ใจนะคะว่ารถนี้ไม่ได้ช่วยเรื่องหัดเดิน แต่ด้วยว่าพาน้องเจโลตัส (บ่อย) เห็นเค้าโชว์ไว้ ก็เลยลองให้น้องเจนั่งดู น้องเจติดใจมาก ๆ ก็เลยซื้อให้เพราะคิดว่าคงเล่นอยู่แค่ระยะเวลาประมาณนึง แต่เรียกว่าคุ้มมากมายค่ะ น้องเจวิ่งปรื๊ด ๆ ตอนซัก 6 เดือน เล่นจนพังไปข้างนึง (เพราะแรงเยอะมาก) ผ่านไปอีกซักเดือนสองเดือนเห็นจะได้ อาม่ากะอากู๋ก็ซื้อมาให้อีกคันแทนคันเก่า ก็เล่นจนพังไปข้างนึงอีกเหมือนกัน 555+ น้องเจดูมีความสุขดีที่ได้เล่น ทุกวันนี้ไปห้าง ไปโลตัส เจอรถหัดเดินก็ยังอยากเล่น แต่ก็มีสอนน้องเจเหมือนกันว่ามันเกินน้ำหนักแล้วนะครับน้องเจก็เลยได้แต่มองอะค่ะ 555+

 

5. เปลเด็ก >>> อันนี้มีที่มาค่ะ คืออ่านจากหนังสือเล่นอย่างไรให้ลูกฉลาด เค้าเอาผ้าห่มมามัดปลายแล้วโยก ก็เลยชวนอากู๋เล่นอย่างนี้กะน้องเจบ้าง น้องเจหัวเราะชอบใจใหญ่เลย ก็เลยตัดสินใจซื้อเปลให้น้องเจ ก็ซื้อที่โลตัสอีก 555+ ตัวแรกใช้เล่น ๆ ๆ จนพังไปข้างนึงตอนน้องเจยังเล็ก ๆ อยู่เลย พอโตอีกนิดประมาณซักขวบกว่า อาม่าก็ซื้อแบบตัวใหญ่ให้ สารพัดประโยชน์มาก ใช้ทั้งเป็นที่นอนตอนกลางวัน เล่นของเล่น และนั่งอ่านหนังสือด้วย ใช้จนพังไปข้างนึงอีกเหมือนกัน 555+

 

ก็คงมีแค่รถเข็นกะเก้าอี้เอียงที่คุณพ่อน้องเจอุตส่าห์ไปซื้อให้จากเซ็นทรัล (เพราะความอยากลองของเรา) 555+

 

ตั้งแต่น้องเจคลอดเนี่ย เรียกว่าเลี้ยงน้องเจอย่างใกล้ชิดเลยอะค่ะ (คิดแค่ว่าตอนเด็ก ๆ เราอยากรู้สึกยังงัย เราให้น้องเจอย่างงั้น) อย่างเช่น น้องเจจะนอนกะเราทุกวัน (ตอนนี้ฝึกน้องเจนอนเองแล้ว) /// ไปไหนมาไหนเราจะชอบอุ้มน้องเจ ตอนเด็กมาก ๆ อุ้มแล้วร้องเพลงให้ฟังบ่อยสุด จนน้องเจฮัมเพลงตาม พอโตหน่อยก็อุ้มชี้นู่นนี่นั่นให้ดูพร้อมบอกชื่อของสิ่งนั้น ยี่ห้อรถ ป้ายปั๊มน้ำมัน ฯลฯ พอนั่งได้เวลานั่งในรถ ก็จะจับมานั่งด้วย แล้วก็ยังคงทำเหมือนเดิมชี้โบ๊ชี้เบ๊แล้วก็สอนอะไรไปเรื่อย ๆ จนวันนี้น้องเจดูแลตัวเองได้แล้ว นั่งด้านหลังแล้วเปิด DVD ให้ดูแทน (มะม๊าก็ดูด้วยนะ) /// ของเล่นตอนเด็ก ๆ ก็จะมีบ้างนิดหน่อยไม่เยอะมาก แต่ที่ทำบ่อยเลยคือ พาอุ้มไปดูกระจก สอนแนะนำตัวเอง สอนแนะนำมะม๊า ชี้สอนอวัยวะบนใบหน้า และสอนยิ้มทุกวัน แล้วก็มีเล่นคล้ายกับในหนังสือเล่นอย่างไรให้ลูกฉลาดผ่านของเล่นที่มีในบ้าน เล่นกับกัน เล่นกับคุณพ่อ เล่นกับผู้ใหญ่ใจดี พอโตหน่อยจะมีของเล่นพวกต่อบล็อค มีหลายแบบมาก (น้องเจเริ่มรู้เรื่อง แต่ชอบเลือกของเล่นบล็อคมากกว่าอย่างอื่น) แล้วก็ค่อย ๆ พัฒนามาเป็นบอล โยนบาส ฯลฯ จนวันนี้เล่นบังคับเฮลิคอปเตอร์กะคุณพ่อไปแล้ว ทุกวันนี้เรียนอนุบาล บางครั้งมีการบ้านแนวแสดงความคิดเห็นมา เช่น เปรียบเทียบความแตกต่างของใบไม้สดกับใบไม้แห้ง กันก็จะพาไปดูไปหยิบไปจับของจริงและเอามาเป็นตัวแบบเพื่อช่วยน้องเจให้อธิบายแล้วกันเขียนตอบในสมุดให้ ;) /// ส่วนสถาบันพัฒนาการ ยังไม่มีอยู่ในหัวเลยค่ะ ตอนนี้เรียนที่เดียวคือภาษาอังกฤษที่บ้านครูตามที่น้องเจขอ และกะลังดูแนวโน้มว่าถ้าน้องเจนิ่งและมีสมาธิขึ้นก็จะส่งเรียนดนตรีตามที่ขอ (อีกเหมือนกันค่ะ)

 

จริง ๆ ถ้าพูดถึงเรื่องลูก เลี้ยงลูก ของใช้ลูก การเรียนของลูก ฯลฯ ที่เกี่ยวกับลูก เขียนได้ยาวมาก ๆ เลยเน๊อ ... แต่กันเชื่อมั่นว่าทุกคนจะรู้สึกเหมือนกันว่า "ภูมิใจจัง .. ที่ได้เป็นแม่อย่างเต็มภาคภูมิ ได้สร้างชีวิต ๆ นึงด้วยความรักและบ่มเพาะสิ่งดี ๆ ให้เค้าอย่างเต็มที่อะ" ;)

Comment by มิ้น on January 10, 2011 at 3:07pm
ของมิ้น combi แฝดค่ะ ตอนหาซื้อตามห้างเขาบอกไม่มีนำเข้า มีแต่ยี่ห้ออื่น (จำไม่ได้) ไปยกแล้วหนักมาก พอมาเจอมือสองในงานเลยรีบซื้อค่ะ.... พี่น้ำแล้วจะทำไงกับเก้าอี้คะ ถ้าขายต่อสงสัยจะได้ราคาดีน้า เพราะว่าแทบไม่ได้ใช้ คงจะสภาพเหมือนใหม่มาก ^_^
Comment by นภัสวรรณ ไกรฤกษ์ on January 10, 2011 at 12:12pm
ขอบคุณมากเลยค่ะ  ที่นำมาแนะนำ
Comment by ma ma on January 10, 2011 at 11:54am

ของคุณมิ้นรถเข็นเด็กเเฝด combi รึเปล่าค่ะ ตอนพี่ไปซื้อรถเข็นเด็กเเฝด combi เค้าบอกว่าไม่มีนำเข้าในเมืองไทยเเล้ว 

 

 พี่เลยไม่ได้เช็คต่อในเวปญี่ปุนว่ามีไหม พี่เดาเอาว่ามันเเพงเพราะมันเป็น คอมบิเเฝดเปล่าค่ะ 

 

ลูกพี่ป้อนที่พื้นก็คลาน เดินไปเล่นนั่นเล่นนี่เเหละ สกปรกทั้งพื้นเลย เเต่พี่ก็ปล่อยไป  เพราะนั่งเก้าอี้เเล้วปีนออกมาหัวฟาด เดี๋ยวต้องไปเย็บอีก เลยเอาเเบบบ้าน บ้านไปอ่ะจ๊ะ  เเต่ได้ไรดีดีเยอะค่ะ ขอบคุณค่ะ

Comment by มิ้น on January 10, 2011 at 11:53am
เข้าใจคุณทีเจค่ะ มิ้นล้อเลียนตัวเองน่ะ....ตอนนั้นเพื่อนมิ้นบอกว่าจะช่วยซื้อรถเข็นให้งบ 6000 บาทเป็นของขวัญให้หลาน แฟนเลยบอกว่า ซื้อไปเลย ส่วนที่เกินถือเป็นค่าเสียเวลา เอาเวลามาดูลูกแทน  .... แต่หลังจากกรณีรถเข็นแล้ว เวลาจะซื้ออะไรทีนี้หาข้อมูลเพียบเลย  เข็ดค่ะ ฮะ ฮะ
Comment by คุณทีเจ on January 10, 2011 at 11:14am

ไม่ได้ว่า คุณแม้น้องมิ้น จ้า... เพียงแต่ตกใจราคามั่กๆ เท่านั้นเองครับ

 

อย่าคิดมากนะครับ

Comment by มิ้น on January 10, 2011 at 10:39am
คุณทีเจ นี่แหละที่มิ้นรู้สึกตัวเองโง้โง่ .....รีบซื้อเพราะกลัวจะหาอีกไม่ได้..

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service