หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

# น้องเจ กะ ปล่อยมือ (มะม๊า) - - - เข้าห้อง (เรียน) ได้แล้วครับลูก #

# # # # เกี่ยวกับน้องเจ ..... อายุ 2 ขวบ 10 เดือน (ครับผม) # # # #

หลังจากที่กันพาน้องเจไปแคมป์ปรับตัวน้องเตรียมอนุบาล 3 วันแล้ว วันนี้เป็นวันที่มะม๊าต้องส่งแล้วกลับเลย และมารับน้องเจครึ่งวัน (ก่อนเอาจริง จันทร์หน้า ... ที่ต้องไปรับตอนบ่ายสามโมง) แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

# # # # ขอบคุณคุณครูทุกท่านที่โรงเรียนอนุบาลร่มไม้ ... ที่ให้เทคนิคดี-ดี ... # # # #

ครูบอกว่า "อย่าผลักไส หรือสะบัดมือโดยไม่บอกเหตุผล" แต่ว่าให้พูดกะลูกดี-ดีด้วยเหตุผล เพราะเด็กวัย (เตรียม) อนุบาลกลัวการจากพราก กลัวว่าจะต้องจากคนที่เค้ารักไป โดยเฉพาะ "คุณพ่อคุณแม่"

ครูแนะนำว่า ... ให้บอกลูก (ก่อนจะถึงโรงเรียน) ว่า "วันนี้หนูไปโรงเรียน ไปเรียนกะเล่นกะเพื่อน ๆ และคุณครู" (หรือจะมีคำพูดดี ๆ เกี่ยวกับโรงเรียนให้ฟัง) และบอกลูกด้วยว่า "เดี๋ยวตอนกลางวันคุณแม่จะมาป้อนข้าวนะ" ---- คือ การบอกลูกล่วงหน้า หมายถึงว่า ลูกต้องทำใจก่อนแล้ว แม้ว่าจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จะช่วยให้ลูกร้องไห้น้อยลง

วันนี้น้องเจก็ตื่นเช้าเหมือนเคย เหมือนตอนที่ไปแคมป์เมื่อ 3 วันที่แล้ว น้องเจบอกเองว่า "มะม๊า! น้องเจอยากไปโรงเรียน" พอทานข้าวเสร็จ น้องเจเก็บจานเอง (อัตโนมัติเหมือนที่โรงเรียนสอนเลย) อากู๋สิทธิ์ - - ไม่ลงมาซักที น้องเจขอโทรศัพท์ตามอากู๋ กันได้ยินน้องเจบอกกู๋ว่า "กู๋อยู่ไหน เร็ว ๆ หน่อย น้องเจจะไปโรงเรียนแล้ว" ซักพักอากู๋ก็ลงมาและพาขึ้นรถไปโรงเรียน

ระหว่างทาง ... กันชวนน้องเจคุยเรื่องโรงเรียน เรื่องแคมป์ 3 วันที่ผ่านมา ถามน้องเจว่าโรงเรียนมีอะไร น้องเจก็จะตอบตามที่เค้าได้เห็นมา แล้วก็ชวนร้องเพลง "โรงเรียนของเราน่าอยู่ -- ที่น้องเจก็ร้องได้อยู่แล้ว"

พอถึงโรงเรียน (คุณครู รปภ. โบกรถเข้าทางและรับน้องเจลงด้วยความรวดเร็วและชำนาญ -- กันยอมรับเลยนะ การจัดการดีมาก ๆ จนกันก็รู้สึก โอ้วววว ... ตั้งตัวไม่ติด 5555+) น้องเจเองเหมือนจะรู้ตัวว่า "โดนอยู่ที่โรงเรียนคนเดียวแน่นอน" แต่คุณครูแคลร์ (ครูประจำชั้นน้องเจ) บอกว่าเดี๋ยวมะม๊ามาด้วย น้องเจยอมให้ครูจับมือซ้าย กันจับมือขวา น้องเจเห็นสไลเดอร์ ทำท่าอยากจะเข้าไปเล่น แต่กัน (คิดเอง) ว่าถ้าครูให้น้องเจเล่นข้างนอก ต้องร้องแน่ เพราะยังเห็นกันอยู่ กันได้ยินครูชวนน้องเจไปห้องยิม น้องเจปล่อยมือกัน แล้วไปกะคุณครูทันทีเลย

พอได้เวลา 11 โมงตามเวลาที่คุณครูนัดให้มาป้อนข้าว กันเจอคุณครู ครูบอกว่าน้องเจร้องนิดเดียว พอเห็นห้องยิม เห็นของเล่น ก็ไม่ร้องแล้ว เล่นสนุกเลย แล้วกันก็กวาดตามองหาน้องเจ .. เอ๊! ลูกช๊านนน .. หายไปไหนเนี่ย ปรากฎว่าวิ่งเล่นสนุกอยู่แถวสไลเดอร์ พอน้องเจเจอกัน เค้าถามว่า "มะม๊า! หายไปไหนมา (แต่หน้าเปื้อนยิ้ม หน้าแดง ๆ ปนเหงื่อด้วย)" กันตอบสั้น ๆ แล้วกอดน้องเจว่า "มะม๊าไปทำงานมาครับ น้องเจสนุกมั๊ย" ... น้องเจหัวเราะ .. ตอบว่า "สนุก"

จากนั้นก็เลยพาน้องเจไปกินราดหน้าหมู-กุ้ง น้องเจนั่งกินเองอัตโนมัติอีกเช่นเคย กินเสร็จก็เอาจานไปเก็บตรงกะละมังสีแดง และแก้วน้ำไปเก็บที่กะละมังสีขาว ตามที่คุณครูสอน ...

กันได้คุยกะคุณครู ได้รับคำชมจากคุณครูด้วยว่า "น้องเจ ... ร่วมทุกกิจกรรมเลย สนุก หัวเราะ ชอบมาก ๆ แล้วก็ไม่ดื้อด้วย โยนบอลแม่นมาก .. และพูดง่ายมาก ๆ" - - แต่ก็ได้คำแนะนำจากคุณครูด้วยว่าน้องเจยังคงมีกรี๊ดบ้าง หรือเล่นโยนของบ้าง แต่ครูบอกว่าแก้ไม่ยาก เพราะว่าเค้าฟังที่ครูสอนและทำตาม ... กันก็คงจะต้องช่วยครูดูพฤติกรรมน้องเจตามที่ครูได้แจ้งมาอีกแรงด้วย

มะม๊า ... โล่งอกที่น้องเจทำได้นะคร๊าบบบ !!!
(และหวังว่าเปิดเทอมอาทิตย์หน้า ... จะทำได้เหมือนวันนี้ด้วยยยยยย)

ปล. เรียกว่ากันเป็นคุณแม่ที่ทำใจปล่อยลูกได้ไม่ยาก เพราะทำใจตั้งแต่จะเอาเข้าโรงเรียนแล้ว .. และเชื่อว่าวันนึงน้องเจต้องทำได้ และยืนได้ด้วยตัวเอง (แม้ว่ามะม๊าจะอยู่แค่ข้าง ๆ ... ไม่ต้องจูงตลอดเวลาค่ะ)

Views: 244

Replies to This Discussion

เก่งจังค่ะ ทั้งคุณแม่คุณลูก คุณแม่กันเลี้ยงน้องเจเองหรือเปล่าค่ะ คือเลี้ยงลูกที่บ้านมีพี่เลี้ยง วันทำงานจะอยู่กับลูกตอนกลางคืนกับตอนเช้าก่อนไปทำงาน และวันหยุดอยู่กับลูกทั้งวัน มีความรู้สึกกลัวว่าเมื่อถึงเวลาที่ลูกจะต้องไปโรงเรียน ลูกจะอยู่ได้ด้วยตัวเองกับเพื่อน ๆ คุณครู ที่โรงเรียนได้หรือไม่ และคุณแม่จะทำใจได้หรือไม่ เวลาเห็นลูกร้องไห้ ฮือ ฮือ
ดีจังเลยค่ะโรงเรียนนี้
เสียดายอยู่ไกลจังเลยค่ะ
ว่าจะหาโรงเรียนแนวนี้แต่ไม่รู้ว่าแถวนนทบุรี
พอจะมีบ้างไหมใครทราบช่วยแนะนำหน่อยน่ะค่ะ
กันเลี้ยงน้องเจเองค่ะ ตะก่อนเคยคิดว่าอยากเลี้ยงน้องเจแบบครอบครัวเดี่ยว ส่งเรียนพัฒนาการอย่างนู้นอย่างนี้ แต่พอท้องจริง (พอดีกะที่แฟนต้องเดินทางตลอด) กันกลับมาอยู่กะพ่อแม่ที่บ้าน ตรงนั้นครบเลย อากง อาม่า อากู๋ เหล่าอี๊ ... ทุกคนเห่อมาก เป็นของเล่นของหลาน น้องเจก็เป็นของเล่นของทุกคน ประกอบกับเปิดร้านอาหารด้วย น้องเจก็เจอคนเยอะ สอนตั้งแต่เล็ก เอาเมนู เก็บเงิน เอาออเดอร์ให้แม่ครัว น้องเจก็จะต้องปรับตัวตลอดเวลา ตอนนี้เลยคิดว่า โชคดีจังที่ท้องแล้วกลับมาอยู่ที่บ้าน ทุกอย่างดูเหมือนจะลงตัว น้องเจเองก็เลี้ยงง่าย (แม้ว่าจะมีกรี๊ด ๆ ๆ โยนของบ้างตามประสาเด็ก) แต่ว่าก็จัดว่ากันไม่เหนื่อยเลย

น้องเจถูกสอนแบบสมัยใหม่ (ปน ๆ กะโบราณสมัยกันตอนเด็ก ๆ ....) หุหุ .... ไม่มีใครตามใจเค้าเลยถ้าไม่มีเหตุผล พูดง่าย ๆ ว่า อาม่าเคยบอกว่าเลี้ยงกันกะน้องยังงัย เค้าก็สอนน้องเจอย่างงั้นด้วย

ส่วนตอนลูกจะไปโรงเรียน กันว่าอยู่ที่พ่อแม่ค่ะ พูดสิ่งดี ๆ ให้เค้าฟัง พาเค้าไปโรงเรียนดูบรรยากาศบ่อย ๆ (แต่ของกันพาไปแค่ 2 ครั้งนะ เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าทางโรงเรียนอนุญาต ถ้ารู้ก่อน ก็คงพาไปบ่อยกว่านั้นค่ะ) เล่นถามตอบว่าโรงเรียนมีอะไร คุณครูใจดียังงัย มีอะไรทำบ้าง ตอนจะไปโรงเรียนจริง ๆ เอาเทคนิคที่กันแชร์ไว้ ... ไปใช้ได้นะคะ เป็นคำแนะนำของครูเลย ที่กันพิมพ์ไว้ แกะมาเป๊ะ ๆ ... 555+ สุดท้ายอยู่ที่แม่ "ต้องทำใจและตัดใจ" ... ไม่งั้นลูกจะปรับตัวช้า บางคน 1 เดือน 2 เดือน ครึ่งปี บางคนเป็นปีค่ะ (ครูฝ่ายกิจกรรมอนุบาลบอกมานะคะ ... 555+ เอาคำพูดครูมาบอกอีกแล้วววว)

เอาไว้จะมาเล่าเกี่ยวกับโรงเรียนให้ฟังเพิ่ม เพราะกันก็ประทับใจอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ :)
จริงค่ะ ตอนเอาน้องซีเข้าโรงเรียน คุณครูก็บอกเหมือนกันว่าเวลาไปส่ง อย่าสะบัดมือออก อย่าแอบหนีเค้าไป อย่าให้เค้ารู้สึกว่าเราเอาเค้าไปทิ้งที่โรงเรียน เพราะจะทำให้เค้าเกลียดกลัวโรงเรียน และจะไม่อยากไปโรงเรียนค่ะ ของแพทพาไปก็ไปอยู่กะเค้าแป๊ปนึง แล้วก็ร่ำลาว่าม่ามี้ไปละนะ เดี๋ยวเลิกเรียนจะมารับ เค้าก็กล้าๆกลัวๆ แต่ครูก็พาไปเล่น แล้วก็โอเค เราก็ต้องรีบไปเลยทีนี้ เดี๋ยวลูกเปลี่ยนใจ 555
คุณกันเป็นแม่ที่น่ารักมากเลยค่ะ ขอชื่นชมๆ
การที่น้องเจเป็นเด็กที่น่ารัก ปรับตัวได้เก่ง เพราะคุณแม่สร้างความมั่นใจให้เค้าด้วยความรักขนาดนี้ไง

อ่านแล้วซึ้งง่ะ ฮือ..ฮือ..
จริง ๆ แล้วตอนอยู่ในแคมป์ ในห้องเลย ... น้องเจจะหนัก "กรี๊ด ๆ ๆ ๆ" เด็กบางคนเงียบ เด็กบางคนมีส่วนร่วม บางคนก็ไม่มีส่วนร่วม (อันนี้ก็อยู่กะเด็กและสังคมที่บ้านด้วย) ซึ่งบอกตามตรงว่าก็มีคุณแม่ท่านนึงก็มาพูดกะกันเหมือนกันว่า "ลูกสาวเค้าก็ไม่เห็นกรี๊ดเลย" (ประมาณเธอค่อนข้างไฮโซ) หลังจากวันนั้น น้องเจก็คงกรี๊ด เล่นสนุก ๆ ๆ สุดเหวี่ยงอะไรของเค้า และยังคงมีเสียงกรี๊ดอย่างต่อเนื่อง และมีคุณแม่อีกคนมาคุยให้ฟังว่าเค้าก็โดนบ่นเหมือนกันว่าลูกเค้ากรี๊ดและได้ยินคุณแม่คนเดิมนินทาเค้า (รวมทั้งนินทากันกะน้องเจอีก) 555+ ด้วยความหวังดีก็เลยมาเตือนกัน กันเลยบอกคุณแม่คนนี้ว่า .. "คือเราส่งลูกมา ก็ต้องการให้เค้าปรับตัว ปรับเวลา ปรับพัฒนาการของเค้า อย่าไปคิดมากเรื่องคำคนเลย มีอะไรคุยกะครูประจำชั้นดีที่สุดเลย คิดไปก็แค่นั้น เพราะเป้าหมายเราคือลูก ที่สำคัญหน้าที่เราก็คือดูลูก ไม่ใช่วิจารณ์ลูกชาวบ้าน ... 5555+" คุณแม่คนนั้นฟังแล้วก็อึ้งนะที่เห็นกันไม่โกรธ .. แต่กันว่าไม่มีประโยชน์ที่จะโกรธใครถ้าเรารู้หน้าที่เรา

อันนี้เป็นประสบการณ์นึงที่เจอที่โรงเรียนในวันที่ไปแคมป์ ... เล่าให้ฟังเพื่อว่าให้คุณแม่บางคนที่คิดมาก ก็อย่าเพิ่งไปคิดมากกะอะไรที่จะมาทำลายทำร้ายสมาธิและหน้าที่เราที่เราต้องทำให้ลูก ... ช่วงที่โรงเรียนให้โอกาสผู้ปกครองได้เข้าร่วมแคมป์ปรับตัวนี้ ใช้เวลาให้มีค่าที่สุด เพราะหลังจากที่ลูกเข้าเรียนจริง ๆ แล้ว เราจะไม่มีโอกาสเข้าไปนั่งหรือทำกิจกรรมใกล้ ๆ ลูกอย่างนี้แล้ว เราต้องปล่อยมือเราทั้งสองมือ ... ให้เป็นหน้าที่ของครูดูแลเราแทนแล้ววว ...
ซึ้งสุดๆ คุณกันเก่งจริงๆค่ะ แล้วขอเติมนิดนึงว่า เด็กก็คือเด็ก ไปตีกรอบเค้ามากไม่ให้เค้าได้เป็นเด็ก อีกไม่นานเค้าก็โตแล้ว ต้องเรียนรู้กฎระเบียบ หลักเกณฑ์มากมาย เค้าจะไม่ได้กลับมาเป็นเด็กแบบนี้แล้วนะ
ใช่ค่ะ .. คุณแพท ...
ตอนน้องเจอยู่บ้าน เวลาเค้าสนุก เราก็ให้เค้าหัวเราะและกรี๊ดได้เต็มที่ แล้วทำไมเราต้องห้ามในสิ่งที่เค้ามีความสุข แต่บางทีก็มีบ้างที่น้องเจกรี๊ด เพราะว่าไม่ได้ดั่งใจ โดนขัดใจ หรือว่าโดนคนแปลกหน้าจับ .. แต่ด้วยความที่น้องเจ "ด่าไม่เป็น" ไม่รู้ว่าด่าเป็นยังงัย เค้าก็คงอยากใช้เสียง "แสดงอารมณ์ความรู้สึกของเค้ามากกว่า" --- ซึ่งตรงนี้กันว่ากันก็มีเทคนิคทีทำให้เค้าหยุดกรี๊ดได้โดยใช้สิ่งที่น้องเจชอบมาหลอกล่อ เช่น ร้อง ABC, One-Two-Three (ซึ่งเทคนิคนี้คุณครูก็เอาไปใช้เวลาให้น้องเจกรี๊ดตอนอารมณ์ไม่ดี .. ก็ได้ผลเหมือนกัน เพราะครูมาเล่าให้ฟังว่าครูเริ่มแค่ A น้องเจต่อไปจนถึง Z ... อีกครั้งเริ่มด้วย One น้องเจต่อไปถึง Ten ทำให้ครูและน้องเจหัวเราะสนุกกันใหญ่

แต่ก็มีอีกเทคนิคนึงที่ครูให้กะกันมาคือ ... ครูใช้วิธี "กอด" แล้วบอกกะน้องเจว่า "ครูรักน้องเจนะครับ -- น้องเจไม่กรี๊ดนะ กรี๊ดแล้วเจ็บคอ ต้องไปหาหมอ อดเล่นบาสเลย" .... กันก็เอามาใช้เพิ่มกะวิธีของกัน ก็ได้ผล น้องเจก็ไม่ค่อยกรี๊ดแล้ว .. เหลือแต่กรี๊ดแบบสนุกสุดเหวี่ยง ซึ่งก็บอกไปแล้วว่า ... ไม่รู้จะห้ามทำไม เด็กมีความสุขอยู่ 5555+
มาเล่าให้ฟังต่อจ้า (พอดีนึกได้ว่าไปโพสต์ไว้ที่ Spaces แต่ไม่ได้มาเล่าไว้ที่นี่ .. เลยไม่ copy มาแปะให้อ่านด้วย.... หุหุ)

- - - วันที่ 2 ของการปล่อยให้น้องเจไปอยู่ในสังคมของเค้า - - -

น้องเจยังคงทำได้ดี วันนี้ปล่อยมือมะม๊าง่ายกว่าเดิมซะอีกนะเนี่ย ครูสุมารับ ... บอกว่าจะพาไปเล่นรถ ก็รีบปล่อยมือมะม๊ายอมไปกะครู (โดยดี) ตอนกลางวัน ... (กะว่าจะไป) ป้อนข้าวน้องเจ เห็นครูจูงออกมา น้องเจเรียบร้อยมาก (ไม่เคยเห็นมาก่อน) ครูหันมามองมะม๊าแล้วล่ะ มะม๊าทำท่า "จุ๊ ... จุ๊ ... อย่าเอ็ดไป" จะดูว่าน้องเจจะทำยังงัย ถ้ามะม๊าไม่มา ก็ไม่เห็นท่าทีที่น้องเจจะร้องงอแง ไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว ด้วยความว่านอนสอนง่าย .... วันนี้น้องเจกิน "ข้าวมันไก่ กะ ซุปฟัก" น้องเจนั่งกินไปซักพัก ก็หันมาเจอมะม๊ายืนดูอยู่ข้างหลัง เห็นทำหน้าตกใจ ... มะม๊า ปะป๊า แล้วก็พี่แน็ค ยิ้มให้น้องเจ น้องเจก็ยิ้มแฉ่ง แล้วก็กินข้าวต่อ

ครูเล่าว่า ... วันนี้น้องเจร้อง ABC, One-Two-Three แล้วก็ AEIOU ด้วยล่ะ แล้วก็ไปเล่นที่มุมเครื่องครัว ทำไข่ดาว ทอดไส้กรอก แล้วก็อบขนมปังไปป้อนครูทุกคนเลย ครูเล่าปนขำว่า ให้น้องเจระบายสีม้าน้ำ วันนี้ก็ระบายนะ เร็วกว่าเพื่อนเลย เพราะอยากเล่นบาส พอระบายสีเสร็จ ครูจับโยนบอล โยนบาส แต่บังเอิญว่าไปโยนโดนเพื่อน .. น้องเจได้บทเรียนใหม่ วันนี้น้องเจเรียนรู้และรู้จักคำว่า "ขอโทษ" พร้อม "ยกมือไหว้" (มากกว่าที่เคยทำที่บ้าน)

ขอบคุณบทเรียนและการอบรมสั่งสอนที่ดีของคุณครู รร. อนุบาลร่มไม้ ... ทุกคนค่ะ :)

เดี๋ยววันจันทร์ยังคงเป็นแคมป์ปรับตัว ... ต่อยาวไปอีก 1 อาทิตย์ .. (แต่ทีนี้อยู่เต็มวัน เหมือนเปิดเทอมจริงเลย) แล้วจะมาเล่าอีกนะคะ
ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำ trick ดี ๆ ต่างๆ มากมายที่คุณแม่น้องเจเอามาแนะนำ ตอนนี้ตุ๊กก็สนุกกับการเลี้ยงลูก ดูพัฒนาการเค้า ตอนนี้น้องเจแปนอายุได้ 1ขวบ7เดือน แล้วค่ะ เริ่มมองหาโรงเรียนแล้วค่ะ แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ซักที และก็กังวลกับช่วงเวลานั้น (ตอนที่ไปส่งลูกเข้าโรงเรียน) เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนน่าจะมีความกังวลบ้างเหมือนกัน พอได้มาอ่านเรื่องคุณแม่กับน้องเจ ก็ได้คำแนะนำดี ๆ เยอะเลยค่ะ
โรงเรียนของน้องเจดีจังเลยนะคะ อนุญาตให้คุณแม่กลับไปป้อนข้าวช่วงตอนกลางวันได้ด้วย ทำให้เราคลายความคิดถึงลูก และความห่วงลงไปได้เยอะเลย ตัวของน้องเจเองก็เก่งมากที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นอย่างดี น่าดีใจแทนคุณแม่ ถ้าถึงเวลาแล้วน้องเจแปนทำได้เหมือนน้องเจก็คงจะดีมาก ๆ เลย
ยินดีด้วยนะคะ

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service