หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

คิดเห็นอย่างไรบ้างกับกระทู้นี้ ช่วยอ่านหน่อยค่ะ

ไปอ่านเจอ เรื่อง แวะมาตั้งกระทู้ ประเด็นเรื่อง เด็ก 2 ภาษาค่ะ http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N8322651/N8322651.html
แค่สับสนว่าสำหรับพ่อแม่ ไทยแท้ ควรพูดภาษาอังกฤษที่บ้านกับลูกดีอะเปล่า แบบ OPOL
อ่านแล้วชักเมา 555 แต่ตอนนี้ก็ยังพูดภาษาอังกฤษกับลูกอยู่นะคะ

Views: 599

Replies to This Discussion

"....เคยคิดว่าถ้ามีลูก จะให้เรียน โรงเรียนไทยนี่แหละ แล้วสอนภาษาอังกฤษเองหรือให้เรียนพิเศษอะไรก็ว่าไป เคโกะบอกว่า วิธีก็คือ ให้เรียน รร.ไทย แล้ว ส อา หรือ หลังเลิกเรียน ให้พาไปเข้า playgroup กับเด็กฝรั่ง ให้เด็กเล่นกันเอง ก็จะได้ภาษา...."

ว่าไปก็ตรงกับที่อ๊อบทำอยู่เลยอ่ะคะ ก็คงทำต่อไปเพราะพัฒนาการของลูกเป็นสิ่งที่ทำเราตัดสินได้ว่าเรามาถูกทางคะ
คิดเหมือนกันว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กเป็นภาษาไทยหมดเลย คือญาติๆ คนรอบข้างพูดภาษาไทย โตขึ้นเค้าก็ต้องเรียนภาษาไทยที่โรงเรียน ฉะนั้นการเรียน/ใช้ภาษาอังกฤษที่บ้าน เพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้กับลูกในอนาคตแล้ว ภาษาแม่เค้าก็น่าจะแข็งแรงอยู่ เด็กๆไม่ได้ถูกตัดขาดไม่ให้เรียนรู้ภาษาไทยอย่างจริงจัง

ยอมรับว่าลูกๆแพทมีโอกาสที่ดี ที่ได้เกิดและเติบโตที่นิวซีแลนด์ เพราะสภาพแวดล้อมบังคับให้เค้าได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ ในขณะที่ที่บ้านเราก็ได้ใช้ภาษาไทย และแพทก็ไม่ได้ทิ้งสังคมคนไทยที่นี่ แต่งานหนักสำหรับแพทคือนอกเหนือจากการสอนให้ลูกพูดได้แล้ว คือจะสอนแบบไหนยังงัยให้ลูกอ่านออกเขียนภาษาไทยได้ด้วย แพทมีเพื่อนๆพี่ๆหลายคนที่เค้าแต่งงานกับฝรั่งที่นี่ แล้วลูกๆเค้าก็ไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยได้เลย ทั้งที่แม่เค้าก็พยายามพูดกับลูก แต่ลูกเกิดการต่อต้าน ใช้แต่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว

โรงเรียน(ธรรมดา)ที่เมื่องไทยก็เน้นสอนหลักแกรมม่า ในวิชาภาษาอังกฤษ แต่การที่ท่องจำอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้นำไปหัดใช้ก็จะไม่ช่วยให้เด็กๆจดจำหรือใช้ได้ถูกต้อง พื้นฐานที่พ่อแม่ฝึกให้ลูกๆตั่งแต่เล็ก บวกกับการใช้ภาษาอังกฤษอย่างเป็นประจำที่บ้าน ย่อมช่วยให้ทักษะด้านภาษาเค้าดีขึ้น ภาษาไทยที่กลัวจะไม่ได้ก็ได้จากโรงเรียนจากการเรียนวิชาอื่นๆรวมทั้งวิชาภาษาไทย และคนรอบข้าง

การเข้าโรงเรียนอินเตอร์สำคัญและจำเป็นแค่ไหน แพทออกความคิดเห็นตรงนี้มากไม่ได้เพราะไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับระบบการศึกษาที่เมืองไทย ที่ทราบมาคือแพงกว่ามาก ฉะนั้นจะจำเป็นไหมก็คงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพ่อแม่ แต่ถ้าพ่อแม่ส่งเสริมเรื่องภาษาอังกฤษให้กับลูกที่โรงเรียนแล้ว ก็ควรที่จะคำนึงถึงการป้อนภาษาไทยให้กับลูกเพื่อไม่ให้เค้าลืมหรือหมดโอกาสที่จะได้ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
ตอบได้ถูกใจมากค่ะ ชอบ ๆ ๆ ๆ
แพทไม่เห็นด้วยกับความคิดที่เห็นว่าการพูดภาษาอังกฤษนอกบ้านกับลูกหรือคนอื่น(ที่เค้าพอใจจะสนทนากับเราเป็นภาษาอังกฤษ)เป็นเรื่องกระแดะหรือน่าอาย ทั้งที่เราก็หัวดำ เป็นคนไทย ความเป็นไทยไม่ได้ดูกันแค่ภาษาพูดเท่านั้น เราไม่ได้ตัดภาษาไทยออกไปจากชีวิตลูก แต่เราแค่เสริมภาษาที่ 2 ให้กับเด็กก็เท่านั้นเอง คนที่ว่ากระแดะ คงกระดากปากเกินไปที่จะพูดภาษาอังกฤษกับคนไทยด้วยกัน และแสดงออกในทางที่รังเกียจคนอื่นที่กล้าพูด แพทมาอยู่ที่นี่ แรกๆก็พูดภาษาอังกฤษกับคนไทยด้วยกันไม่ถนัดปาก (เมาส์ภาษาไทยมันส์กว่าเยอะ) แต่ถ้าเราต้องการที่จะเรียนภาษาอังกฤษ แล้วไม่ยอมที่จะใช้ภาษาอังกฤษ แล้วเมื่อไหร่ภาษาเราจะดีขึ้น แพทนึกถึงสถาณะการณ์ถ้าแพทพาลูกไปเที่ยวเมืองไทย แล้วบางทีเราอาจจะต้องใช้ภาษาอังกฤษกับลูกในห้าง เราจะมามัวกังวลทำไมว่าคนอื่นเค้าจะมองเราว่าอะไร กระแดะรึเปล่า (ลูกก็ลูกฉัน ปากก็ปากฉัน การที่คุณมาฟังคำสนทนาของฉันสิ เสียมารยาทกว่าอีก)
เห็นด้วยกับคุณแพทครับ

ถ้าเรายังมีความรู้สึกว่า การพูดภาษาอังกฤษกับลูก เพื่อการฝึกลูกและตัวเราเองนั้น เป็นสิ่งที่กระแดะ เราก็คงมีโอกาสน้อยเต็มทีที่จะพัฒนาภาษาอังกฤษให้กับทั้งตัวเราเองและกับลูก

การสอนภาษาที่สอง บนแนวคิดเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้นั้น อยู่บนพื้นฐานของวิถีธรรมชาติ ความถี่ในการใช้ภาษาเป็นเรื่องสำคัญ ผมจึงผลักดันให้พ่อแม่เป็นคนสอนเอง ถ้าพ่อแม่ไม่ได้ ก็จำเป็นต้องพัฒนาตัวเอง ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เป็นประโยค แล้วก็ฝึกใช้ภาษากับลูก เลือกระบบที่เหมาะสม ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป มีความสนุกในการทำ มีความสุขในการสร้าง

ผมรู้สึกดีใจที่เห็นพ่อแม่หลายคนในเว็บนี้ ได้ทดลองทำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วทำให้ลูกของพวกเขาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างธรรมชาติ เพียงไม่กี่เดือนเด็กสามารถสร้างโหมดสองภาษาได้อย่างอัศจรรย์ พูดอังกฤษได้ 100% พูดไทยได้ 100% และผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือ เราก็ได้พ่อแม่สองภาษาอีกด้วย

บางคนนอกเว็บมองเราสูญเสียความเป็นไทย แต่ผมมองกลับว่าเรายิ่งเพิ่มความเป็นไทยมากกว่าเดิม เพราะเราสามารถที่จะสื่อสารให้กับคนต่างชาติได้เกี่ยวกับความเป็นไทย

โห แพทโดนใจสุดๆ
เราเองกังวลว่าถ้าพูดนอกบ้านแล้วมันไม่ถูกซะทีเดียว หรือพูดผิด ๆ ออกไป อาจจะทำให้คนรอบข้างหมั่นไส้เอานะสิ ภาษาอังกฤษคุณแพทดีอยู่แล้ว คงไม่มีใครกล้าว่าหรอกค่ะ
คุณกนกวรรณคะ อ๊อบคิดว่าอย่าไปสนใจคนรอบข้างเลยคะ เค้าเดินผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
การที่เราพูดผิดบ้างไม่ใช่เรื่องเสียหายหรอกคะ การพูดผิดจะทำให้เราแก้ไขได้ในครั้งต่อไป แต่การไม่พูดออกมาเลยเราไม่มีทางทราบว่าเราพูดผิดอ่ะคะ
ขอบคุณคุณอ๊อบที่ช่วยเตือนสติค่ะ ตอนนี้ก็พยายามพูดอยู่ค่ะ แต่ไม่กล้าพูดต่อหน้าคนอื่นอ่ะ
ใครว่าค่ะ แพทเองก็มีพูดถูกบ้างผิดบ้าง บางทียังพูดไม่ทันลูกเลย แต่อย่างที่บอกว่าถ้าเรามัวแต่กังวล ก็ไม่เป็นอันต้องพูดกันพอดี ทุกวันนี้แพทก็ยังต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา การที่เราได้ฝึกพูด ได้ฝึกฟังจากเจ้าของภาษา(ใช้สื่อช่วยนะค่ะ)อยู่บ่อยๆ เราก็จะชินกับรูปแบบประโยค การเรียงลำดับคำพูด แล้วก็จะสามารถพูดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าเรามัวแต่กังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร นอกจากจะขาดความมั่นใจแล้ว สมองก็จะไม่ทำงานเท่าที่ควรค่ะ คิดประโยคไม่ออก พูดไม่ถูกขึ้นมาเฉยๆ เวลาพูดกับเพื่อนคนไทยที่นี่เป็นภาษาอังกฤษ นักเรียนไทยบางกลุ่มก็หาว่าเรากระแดะเหมือนกัน เค้าหมั่นไส้เราว่า "ชิ กะคนไทยยังกระแดะพูดภาษาอังกฤษเลย" หรือบางคนว่าเรากลายเป็นกีวี้ ลืมภาษาไทยแล้วมั้ง แต่เราต้องคิดอย่างว่าถ้าเค้าความคิดคับแคบแบบนั้น ก็อย่างไปสนใจเค้าเลยดีกว่าค่ะ

ที่สำคัญคือเราต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเราเองอยู่เรื่อยๆค่ะ อย่าไปรู้สึกว่าใครจับผิดหรือคอยตำหนิถ้าเราพูดผิดไปบ้าง ถ้าเค้าเตือนก็ขอบคุณและก็ปรับปรุง แก้ไข คุณครู(อดีตหัวหน้าแผนกภาษาอังกฤษที่โรงเรียนเอกชนชื่อดัง) พูดกะลูกศิษย์ด้วยสำเนียงที่ฟังแล้วตลกมากๆ แต่ท่านก็ยังพูด 2 ปีหลังจากที่แพทมาที่นี่แล้วได้กลับไปเยี่ยมท่านที่โรงเรียน ท่านชวนแพทคุยเป็นภาษาอังกฤษในห้องพักครู แล้วแพทก็ได้สังเกตว่าทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมท่าน สำเนียงท่านดีขึ้น พัฒนาขึ้น เพราะท่านคอยปรับปรุงพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือไม่กลัวที่จะพูดออกมา แม้จะผิดเพี้ยนไปในช่วงแรก แต่ถ้าไม่พูดออกมาให้ใครฟังเลยแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราพูดผิด

ใครจะหมั่นไส้ก็ช่างเค้าสิค่ะ ปากเรา ลูกเรา เราสอนสิ่งที่ดีให้ลูก ไม่ได้เดือดร้อนใครที่ไหนซักหน่อย (หรืออาจจะเดือดร้อนเค้าที่เค้าแอบฟังเราไม่รู้เรื่อง) อนาคตของลูกเราก็อยู่ที่การสั่งสอน ฝึกสอนของคุณพ่อคุณแม่เอง ถ้ากลัวคนอื่นเค้าหมั้นไส้แล้วลูกเราจะอดได้ภาษา คุณกนกวรรณคิดว่ามันคุ้มกันไหมละค่ะระหว่างอนาคตของลูก กับความรู้สึกของคนอื่น
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ

ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ

ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ

ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน

ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ

เจริญพร ว. วชิรเมธี
ชอบคำกลอนนี้จังค่ะ เตือนตนดีเนาะ

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service