เว็บทั้งหมดจะย้ายไปที่ www.2pasa.com แล้วนะครับ ตามไปที่นั่นได้เลย

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

แม่:เย็นนี้แม่มีนัดตรวจสุขภาพฟันกับคุณหมอ

ลูก:หนูจะไปกับแม่ด้วยได้มั้ยคะ

แม่:ค่ะไปกัน3คน คุณพ่อด้วย

ลูก:ทำไมต้องไปหาหมอฟันด้วยคะ

แม่:เราควรตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยปีละ1ครั้ง ถ้าคุณหมอตรวจแล้ว ฟันของเรามีปัญหาอ

    อะไรจะได้รักษาได้ทันก่อนที่จะเป็นมากๆซื่งจะทำให้เราปวดมากนะคะ

ลูก:แล้วหนูต้องตรวจมั้ย

แม่:ใช่หนูก็ต้องให้คุณหมอตรวจด้วย เผื่อจะมีฟันผุ จะได้รักษาทันไง

ลูก:ฟันผุเป็นยังไงคะ

แม่:ฟันผุเกิดจากการไม่ยอมแปรงฟัน หรือแปรงฟันไม่สะอาด (คุณครูช่วยเสริมคำตอบอื่น

    ให้ด้วยได้นะคะ เพราะบางครั้งลูกไม่ยอมให้แม่ช่วยแปรงให้ตอนที่เค้าแปรงเสร็จแล้ว)

ลูก:งั้นหนูคงไม่มีฟันผุหรอกค่ะ เพราะหนูแปรงเองแล้วสะอาด(ยิ้มให้ดูอีกต่างหาก)

แม่:ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ไปยิ้มโชว์ฟันให้คุณหมอดูหน่อยนะคะ

   (หลังจากไปหาหมอแล้วคงมีคำถามอีกมากเลยค่ะ หลังจากที่ก้มหน้าก้มตาลอกอย่างเดียวมาพักใหญ่ รบกวนคุณครูใจดีด้วยนะคะ ถ้าใครมีทริคการหลอกล่อให้ลูกยอมให้หมอตรวจฟันรบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ)

 

Views: 395

Replies to This Discussion

We/You have an appointment with the dental.
with the dentist... ไหมคะคุณคิงส์
ใช่แล้วครับ ต้องใช้ dentist กำลังย้อนคิดอยู่ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ สงสัยจะนึกถึงคำว่า dental clinic อยู่อ่ะมั่งครับ ช่วงนี้งานเยอะเลยไม่ได้ทวนเลยครับ
Mom : I have an appointment with the dentist this evening.

Daughter : Can I go with you?

Mom : Yes,you can.Shall we three go together? ,daddy mommy and you (อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ มั่วไปค่ะ)

Daughter : Why do we have to go to the dentist? (ต้องมี see รึเปล่าไม่แน่ใจ รี แก้ที)

ไปต่อไม่ได้แล้ว อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง at least 1 time a year รึเปล่า
รบกวนคุณครูคนไหนว่าง ช่วบตอบที่เหลือให้อีกนะคะ
ขอบคุณค่ะ
MOM: I have an appointment for a dental check up with a dentist this evening.
KID: Can I go with you?
MOM: Yes. You sure can. You, daddy, and I will all go together.
KID: Mommy, Why do you have to go to the dentist?
MOM: It is a yearly check up. It is a prevention. If the dentist find anything wrong with my teeth, then I can get the problem fixed before it get worsen.
KID: Do I have to see the dentist as well?
MOM: Yes, you do. To check for a cavity so we can treat it right away.
KID: What is a cavity?
MOM: A cavity is a hole in your tooth/teeth. It happens because you eat a lot of candies and don't clean your teeth that well.
KID: I don't think I have any cavity because I brush my teeth really well.
MOM: That is alright. You can just smile at the doctor at least.
เทคนิคคือ ตั้งแต่ลูกเล็กๆ เด็กเหมือนผ้าขาว พยายามให้เค้ามีทัศนคติที่ดีกับหมอฟันค่ะ อย่าขู่ลูกว่า ถ้าไม่แปรงฟันเดี๋ยวก็ต้องไปถอนฟัน ถ้าดื้อ เดี๋ยวก็ให้หมอฉีดยาหรอก (อันนี้ได้ยินบ่อย สะเทือนใจ หุหุ) พยายามให้เค้ารู้สึกว่าคุณหมอใจดี น่ารัก เป็นนางฟ้าที่จะช่วยเค้าดูแลฟัน อย่าอ่านไปแล้วนึกหน้าภานะคะ อาจนึกภาพไม่ออก 555…
เล่านิทานที่เกี่ยวกับหมอฟันใจดี อาจเล่าให้เค้าฟังคร่าวๆว่า จะต้องเจอกับอะไรบ้าง เช่น เข้าไปเก้าอี้ทำฟันจะเป็นแบบนี้ หมอจะปรับเอนเหมือนยานอวกาศ มีท่อที่จะใช้จับเชื้อโรคเสียงดังนิดหน่อย เอาไว้ดูดเชื้อโรค หมอจะเอาเครื่องมือโน่นนี่มาตรวจฟัน มานับฟัน อะไรก็ว่าไปตามแต่คุณแม่จะแต่งนิทานให้ดูน่าสนุกตื่นเต้น เข้ากับลูกๆของเรา แต่เป้าหมายคือ ให้รู้ล่วงหน้าว่าจะมีอะไรบ้างเกิดขึ้นกับเค้า พอเห็นจริงจะได้ไม่ตกใจมาก

เพราะบางทีเห็นแล้วมันจินตนาการไปได้ไกล มีบางงานวิจัยบอกว่า ตอนช่วงที่คนกลัวที่สุดในการทำฟัน คือ ตอนที่นั่งรอตรวจ ไม่ใช่ตอนฉีดยา เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง
พยายามช่วยฝึกให้เค้าเคยชินกับช่องปากที่สะอาดตั้งแต่เล็ก คือ เช็ดทำความสะอาดช่องปากเค้าตั้งแต่ยังเล็ก และให้การแปรงฟันเป็นเรื่องสนุกสนาน นั่นเป็นการช่วยในเรื่องทัศนคติในการดูแลฟันด้วยค่ะ เพราะการไปหาหมอ หมอจะช่วยแค่ดูในระดับนึง ซึ่งอาจเป็นปลายเหตุแล้ว และการทำความคุ้นเคยในช่วงระยะเวลาอันสั้น ย่อมไม่ดีเท่าการดูแลของคุณแม่ที่บ้านแน่นอนค่ะ เพราะถ้าเค้าไม่มีปัญหาสุขภาพช่องปากมาก เค้าก็ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอะไรที่ต้องทรมานอ้าปากกับหมอนานๆ ทัศนคติในการไปหาหมอฟัน ก็จะดีไปด้วยค่ะ

การไปพบหมอฟันครั้งแรก คุณแม่อาจต้องทำความรู้จักกับหมอที่จะดูแลสุขภาพช่องปากของลูก ว่าเป็นหมอที่มีเทคนิคในการดูแลเล็กดีหรือไม่ เพราะหมอแต่ละคนก็มีความถนัดต่างกัน บางคนอาจไม่เชี่ยวชาญในการตะล่อมหรือหลอกล่อเด็ก(เทคนิคนี้บางทีเป็นพรสวรรค์ที่ติดกับตัว ไม่ได้หมายถึงเก่งหรือไม่เก่งนะคะ) อันนี้ก็มีส่วนกับทัศนคติของลูกค่ะ เมื่อเจอหมอฟัน
นอกจากเรื่องคุณหมอ คุณแม่อาจต้องพาเค้าไปพบหมอฟันตั้งแต่เนิ่นๆค่ะ ให้เค้าเคยชินกับการไปพบคุณหมอ อย่างแรกคือ ตั้งแต่ยังไม่มีอาการใดๆจะดีมาก นอกจากหมอจะช่วยดูให้คำแนะนำในการดูแลแล้ว แน่นอน พอไม่มีปัญหาใดๆ ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ฉะนั้น เค้าก็จะเห็นว่า การไปพบหมอฟันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไร
หรือแม้เมื่อปัญหาแล้ว การไปพบหมอครั้งแรก อาจยังไม่ต้องคาดหวังว่าให้คุณหมอรักษาอะไรให้ ส่งสัญญาณ ให้คุณหมอนิดหน่อยว่าขอให้เค้าคุ้นเคยก่อน ทำอะไรง่ายๆที่ไม่เจ็บมากก่อน และค่อยๆให้เค้าปรับตัวในครั้งต่อๆไป(จริงๆข้อนี้ คุณหมอก็รู้กันอยู่แล้วค่ะ ยกเว้นบางกรณีที่เร่งด่วนจริงๆ อาจต้องทำการรักษาทันที)
ภาตอบรวมๆนะคะ ตั้งแต่คุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกยังเล็กเลยค่ะ เพราะความกลัวมักเกิดจากสภาพแวดล้อม หรือประสบการณ์ในอดีต เด็กเหมือนผ้าขาวค่ะ แต่งแต้มแบบไหนก็ได้แบบนั้น น้อยคนที่จะเกิดมาแล้วกลัวมาเลย

แต่สิ่งสำคัญที่สุดขอให้คุณพ่อ คุณแม่อดทนในการดูแลสุขภาพช่องปากลูกในแต่ละวัน ทั้งในเรื่องการดื่มนมมื้อดึก(ที่มีผลมากมายทั้งเรื่องการนอนหลับพักผ่อน การสบฟัน การกลืน ฟันผุ) การดูดขวดนมของลูก(อ่านได้ในกระทู้ ฟ.ฟันนะคะ) บ๊าย บายขวดนมช้าไปโรคภัยตามมาค่ะ การเลือกรับประทานอาหารที่มีความเสี่ยง การสร้างทัศนคติที่ดีต่อการแปรงฟัน เพราะหากอดทนในเรื่องต่างๆเหล่านี้แล้ว จะไม่มีปัญหาที่ตามมาและไม่ต้องหนักใจในการพาลูกไปพบหมอฟันค่ะ เพราะเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ มันดูน่ากลัวและเสียงดังจริงๆ แม้แต่ผู้ใหญ่เองยังไม่ชอบ และการไปอ้าปากนานๆ เพื่อให้หมอทำฟันโดยเฉพาะปากเล็กๆของหนู หมอก็ทำยาก หนูก็เมื่อย ย่อมไม่เป็นผลดีแน่นอนค่ะ ต้องร่วมมือกันค่ะ ทั้งคุณหมอและคุณพ่อคุณแม่ ผลลัพธ์ก็ตกที่เจ้าหนูน้อยที่น่ารักของเรานั่นเอง

(เอ ครบยังเนี่ย ใครมีอะไรมาเพิ่มเติมนะคะ สำหรับเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยในการหลอกล่อ)หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ขี้เกียจอ่านมั้ยคะเนี่ย
คุณหมอมาแย้วววววววววววว...............หนีเร็ว!!.....555+ หม่าม๊าวิ่งก่อนค่ะ คือกลัวหมอฟันฝังใจน่ะค่ะ แก้ไม่หายสักที หุหุหุ

ต้องปรับทัศนคติและสอนลูกใหม่ ลูกจะได้ไม่กลัวหมอฟันเหมือนแม่ 555
พี่ภาแนะนำดีมากค่ะ แบบนี้จบเร็วแน่นอน เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ ค่ะ
ชอบคำแนะนำของคุณภามากเลยค่ะ จะได้เอาไปใช้ด้วยค่ะ
งั้นขอถามอีกนิดละกันนะคะ ตอนนี้ลูกเพิ่งจะมีฟันงอกได้ 2 ซี่ (ก็ยาวแล้วนะคะ) ตอนนี้ต้องทำความสะอาดฟันลูกอย่างไรบ้างคะ จะได้ดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ
ขอบคุณทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษเลยนะคะ มีประโยชน์มากๆ

อ้าว..อ๊อบ ยิ้มซะฟันหลุดเลย... อิอิ

ภา ขอบคุณที่แวะมาแนะำนำเทคนิคดีๆให้จ้า ขนาดไม่ค่อยมีเวลานะ
ตอนเห็นกระทู้พี่ยังคิดว่า อยากให้ภาช่วยตอบด้วยนะเนี่ย

รี เยี่ยมมาก

อ้าว...ลืม นึกว่ากระทู้ตัวเอง แป่วววววว

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2021   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service