เว็บทั้งหมดจะย้ายไปที่ www.2pasa.com แล้วนะครับ ตามไปที่นั่นได้เลย

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

มาแล้วคร่าภารกิจพิชิตอ้วน นั่งคิดอยู่ตั้งนานสองนานว่าเขียนเรื่องไรดีหว่า เพราะเชื่อแน่ว่าแม่ๆทุกคนก็คงรู้อยู่แล้วล่ะว่าทำไงให้ผอม หุ่นดี ก็ต้องควบคุมอาหาร ร่วมกับออกกำลังกาย  แต่เอาเข้าจริงมันทำไม่ได้อ่ะจิ  เลยคิดว่าเรามาแชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนัก+ควบคุมน้ำหนักของแต่ละคนกันดีกว่าค่ะ เผื่อเทคนิคบางอย่างเราอาจไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ เนอะ

วิชาการก่อนสักนิด
ภาวะอ้วนหรือไม่   คิดจาก ดัชนีมวลกาย (BMI)   =      น้ำหนัก (กก.)
                                                                              ----------------------------
                                                                             ส่วนสูง(ม.)*ส่วนสูง(ม.)

BMI  =  23   -   24.9     =    น้ำหนักเกิน
             25   -   34.9     =         อ้วน
         >  35                    =      อ้วนรุนแรง

ภาวะอ้วนลงพุง  คือรอบเอวเกิน 80ซม.ในผู้หญิง , เกิน 90ซม.ในผู้ชาย ร่วมกับมี 2ใน4 ข้อต่อไปนี้   1. ความดันโลหิตสูงตั้งแต่ 130/85 มม.ปรอทขึ้นไป
               2. น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารสูงตั้งแต่ 100 มก.ต่อเดซิลิตรขึ้นไป
               3. ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงตั้งแต่ 150 มก.ต่อเดซิลิตรขึ้นไป
               4. ไขมัน HDL (ไขมันตัวดี)ต่ำกว่า 40 มก.ต่อเดซิลิตรในผู้ชายหรือต่ำกว่า 50 มก.ต่อเดซิลิตรในผู้หญิง

คนที่อ้วนลงพุงจะมีไขมันสะสมในช่องท้องปริมาณมาก ยิ่งรอบพุงมากเท่าไหร่ ไขมันยิ่งสะสมในช่องท้องมากเท่านั้น ไขมันที่สะสมนี้จะแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระเข้าสู่ตับ มีผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี เกิดเป็น"โรคอ้วนลงพุง" ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โดยรอบพุงที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ซม. จะเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวาน 3-5 เท่า ดังนั้น "ยิ่งพุงใหญ่เท่าไหร่  ยิ่งตายเร็วเท่านั้น"

เช็คแล้ว ใครเข่าข่ายภาวะไหนกันบ้างคร๊า ใครที่ยังรอดตัวอย่าเพิ่งดีใจไปค่ะ เพราะอายุที่เพิ่มขึ้นทุกวันๆ ทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายลดน้อยลงไปเช่นกัน  ถ้าเราชะล่าใจในวันนี้ต่อไปนน.อาจค่อยๆเพิ่มขึ้นจนเป็นโรคอ้วนก็ได้นะคะ

เฮ้อ เครียดไปมั้ยเนี่ย ต่อไปมาแนะนำเทคนิคดีๆของแต่ละคนกันดีกว่าค่า เริ่มจากตัวเองก่อนเลยล่ะกัน
1. ต้องตั้งใจแ่น่วแน่ว่าจะลดนน. และสร้างแรงบันดาลใจ (แน้ ทีลูกเราเรายังสร้างแรงบันดาลใจให้เค๊าพูดภาษาอังกฤษเลยเนอะ อันนี้เหมือนกันคร่า จำเป็นมั่กๆ)  อย่างนุ้ยตะก่อนโชคดีหน่อยระบบเผาผลาญดี  ก่อนมีลูกกินยังไงก็ไม่อ้วน ชอบกินข้าว ข้าวเหนียวมาก  แต่หลังมีลูกแล้วเริ่มสังเกตว่ากินเท่าเดิมแต่นน.ค่อยๆเพิ่มขึ้น แถมมีพุงย้วยๆด้วย  ตายล่ะ เดี๋ยวอ้วนแล้วคุณสาจะมองแปลกๆ ที่สำคัญโรคตามมาอีกเพียบ แรงบันดาลใจคือ  ต้องคุมน้ำหนัก จะได้แข็งแรงอยู่เลี้ยงลูกกับคุณสาไปนานๆคร่า

2.คุมอาหาร  กำหนดแคลลอรี่ต่อวันไปเลย เช่น ถ้าเราต้องการลดน้ำหนักก็ต้องกินให้น้อยกว่าที่ต้องการต่อวัน  แต่ถ้าคุมน้ำหนักก็ต้องกินพอดีๆกับที่ต้องการต่อวัน   กินสามมื้อได้แต่บาลานซ์ให้ดี มื้อเย็นน้อยๆเน้นผักผลไม้แทน  ควรรู้คร่าวๆว่าอาหารแต่ละชนิดแคลลอรี่เท่าไร เช่นข้าวมันไก่ ประมาณ 600, ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ้วใส่ไข่ 700, ข้าวกระเพราไก่ 500, กล้วยบวดชี 250  วันนึงผู้หญิงปกติต้องการพลังงาน 1800 กิโลแคลลอรี่ (ถ้าใครกลัวว่า 1800 มากไปก็สัก 1500ก็ได้ค่ะ)  ถ้าผู้หญิงเคลื่อนไหวน้อยอย่างสาวออฟฟิตต้องการแค่ 1200   คำนวนแบบไม่ต้องเครียดมากค่าคร่าวๆ

3.ให้รางวัลตัวเองบ้าง บางทีเราก็อยากกินพิซซ่า ไก่ทอด กินได้อาทิตย์ละครั้ง มื้อเดียวน้า มื้ออื่นก็เน้นผักผลไม้

4.แปรงฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร เวลาปากสะอาดลมปากสดชื่นจะไม่ค่อยอยากกินอะไรจุกจิกเพราะขี้เกียจแปรงฟันใหม่  ข้อนี้เป็นกันมั้ยคะ

5.ชาเย็น กาแฟเย็น น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ทั้งหลายเหล่านี้  เป็นศัตรูตัวฉกาจของการลดน้ำหนัก ก็มันอร่อยนี่เนอะ   ควรกินให้น้อยที่สุดคร่า  ข้อนี้แนะนำไรมากไม่ได้เพราะนุ้ยกินชาเย็นทุกวันเลย 555+

6.พกน้ำเปล่าติดตัวไว้เสมอ จะใส่น้ำแข็งเย็นชื่นใจหรือใครชอบน้ำอุ่นก็ได้ H2O เหมือนกัน ไม่มีพลังงาน  ดื่มบ่อยๆทั้งวัน จะช่วยให้ลดความหิวมื้อจุกจิกไปได้ 

7.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  แนะนำวิ่งเล่นกับลูกๆค่ะ เหนื่อยจนหัวใจเต้นเร็วได้ที่ วิ่งเล่นนานอย่างน้อยสักครึ่งชม.  ลูกก็สนุกได้เล่นกับแม่ อย่าปล่อยให้ลูกวิ่งเล่นกับพี่เลี้ยงบ่อยนะคะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงผอมลงๆ แม่อ้วนขึ้นๆ คุณสาอาจสับสนได้ 555+

8.ส้มตำ อาหารลดน้ำหนักเยี่ยม ได้ครบ5หมู่เลย แถมพลังงานต่ำ คาร์โบได้จากน้ำตาลปี๊ป  โปรตีนจากถั่ว กุ้งแห้งแนะนำเติมปลาตัวเล็กๆทอดกรอบปรุงสามรส ได้ไขมันแถมด้วย แคลเซียม   ผักผลไม้ครบ   ช่วงไหนนุ้ยลดน้ำหนัก ส้มตำนี่แหละช่วยได้เสมอค่า

9.ขนมทั้งหลายโปรดอย่าซื้อติดตู้เย็นหรือวางไว้ในครัวที่บ้าน  ใช้หลักการว่า ถ้าอยากกินค่อยออกไปซื้อเซเว่น  พอถึงเวลาอยากกินจริงๆก็ขี้เกียจออกไปซื้อแล้ว ได้ผลๆอยู่

10.เวลากินขนม ให้แบ่งส่วนไว้เลย เช่นเลย์ถุงใหญ่ แบ่งออกมาครึ่งถุงแล้วมัดเก็บ  กินแค่นี้พอ ท่องไว้ๆถ้าให้ดีเอาไปแบ่งคุณสาด้วย ลดน้ำหนักเราเพิ่มน้ำหนักเค๊า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

11.สำคัญมากอย่าอดอาหาร เพราะมื้อต่อไปอาจหิวจนควบคุมตัวเองไม่ได้  อย่าเครียดกับการลดมากด้วยเพราะยิ่งเครียดยิ่งกินยิ่งอ้วนจ้า

ถ้าคิดออกเพิ่มจะมาเขียนต่อ  แม่ๆคนไหนมีเทคนิคดีๆแนะนำกันมาเลยนะคะ เผื่อจดไปใช้บ้างจ้า

Views: 769

Replies to This Discussion

กรี๊ดดดดดดด ทู้นี้ขอคุณพี่เจิมเลยคร่าคุณน้อง เอาฤกษ์เอาชัย คุณพี่จะได้ผอม ซ๊าาาาที อ้วนมาสามปีแระ อิอิ เดี๋ยวขอท่องจำก่อน เอ๊ย ขออ่านอย่างละเอียดก่อนคร่า (เมื่อกี้สแกนเอาจร้า)
เป็นประโยชน์มากเลยจ้า น้องนุ้ย

ข้อแรกเลย BMI 22.5 ค่ะ อึดอัดมากเลย ถ้าเทียบกับก่อนมีลูก BMI 18-19 เอง

ตอนนี้ตั้งใจลดความอ้วนมาเกินเดือนนึงแล้วค่ะ เริ่มที่น้ำหนัก 58.6 กิโล ตอนนี้ประมาณ 52.7 กิโล ลดไปเรื่อยๆ เห็นด้วยมากเลยค่ะว่าต้องมีความตั้งใจ พี่พยายามใช้แรงดึงดูดคือ พริ้นรูปตอนที่ผอม แปะไว้ทุกที่ค่ะ โดยเฉพาะหน้าตู้เย็น พอจะเปิดตู้เย็นหาของกินก็ดูรุปตัวเองตอนผอม ก็หายอยากค่ะ

อาทิตย์แรกเนี่ยยากมาก เพราะลดขนาดกระเพาะ พยายามทานพอร์ชั่นลดลง ทานผักเยอะๆ แทนที่จะกินมันผรั่งก็ไปกินแครอทแทน ตอนนี้รู้ตัวว่าต้องปรับตัวให้ออกกำลังกายมากขึ้น แต่ก่อนวิ่งทุกวัน วันละเกือบสองกิโล แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาวิ่งเลยค่ะ

อ้อ พี่ลดการกินโซดาไปเยอะเลยค่ะ ช่วยได้จริงๆ ถึงจะเป็น diet โซดาก็มีเกลือเยอะ ลดจากวันละหลายๆกระป๋องเป็นสองสามวันกระป๋องนึง ทานน้ำเปล่าเยอะๆ

ข้อสิบเอ็ดเนี่ยเมื่อคืนเพิ่งเป็นค่ะ เพราะไม่ได้กินตอนเย็นพอดึกหิว สรุปมาหาของกินตอนสี่ทุ่ม อ้วนกว่าเก่าอีก ตอนนี้พยายามไม่หาอะไรใส่ปากหลังหกโมงเย็น

อยากสวยเนี่ยยากเนอะคะ อิอิ
คุณพี่ตุ๊ก มีเทคนิคดีๆแนะนำบ้างน้า

พี่รีนุ้ยว่าผู้หญิงไทยน่าจะคิด BMI ที่ 18-19 ถึงจะดูผอม หุ่นดีเนอะ เทคนิคพี่เริ่ดค่ะ เอามั่งดีก่าแปะรูปตอนผอมไว้หน้าตู้เย็น แต่อาม่าพอดีจะงงมั้ยเนี่ย ลูกสะใภ้ฉันแปะรูปทำไมว้า 555+

เพิ่มอีกข้อ
- ผลไม้ใช่ว่ากินแล้วดีทุกอย่างน้า บางอย่างก็ตัวอ้วนเลย เช่นมะม่วงทั้งสุกและดิบ กล้วยกินมากก็ไม่ได้ ส้มกินมากก็ไม่ดี แต่ที่ดีก็ ฝรั่ง ชมพู่ แอ๊บเปิ้ล แก้วมังกร จ้า
ไม่รู้มีใครเป็นรึเปล่า หญิงทานฝรั่งเวลาท้องว่างทีไร ต้องอาเจียนทุกทีเลย
เรื่องกินฝรั่งต้องถาม รี กัน คุณนุ้ย ฯลฯ..............เค้ากินฝรั่งกันสามวันหลังอาหาร....ฮิ้วววววววววว!!!

เหอ เหอ เหอ อยากรู้จิงเหรอ
รี บอกหญิงหน่อยต้องกินยังไงไม่ให้อ้วก
พี่รี รีบบอกเลยนะ ไม่งั้น.....
ทุกอย่างมันอยู่ที่เวลาและประสบการณ์นะคะ หญิง

ถ้ากินแล้วอ๊วก แนะนำให้เลิกกินฝรั่งค่ะ กินอย่างอื่นแทน
55555+

แต่ฝรั่งในรูป น่า....จัง งั่ม งั่ม
งั้นขอกลับไปทานต้มยำกุ้งเหมือนเดิมแหละ อร่อยยยยที่สุด...........
อ่อ ตกหล่นจ้า น้องแพร อีกคน

ถ้าใครกิมจิแล้วมีปัญหาท้องไส้ปั่นป่วนต้องปรึกษา พี่แมวเลย

หรือกินซูชิแล้วสาหร่ายติดฟันก็ต้องถามอ้อม

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2021   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service