หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

เริ่มจากที่ได้อ่านหนังสือ "เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้" และได้เริ่มต้นพูดกับลูกในวันถัดไป
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2552 ขณะนั้นเนยอายุได้ 2.6 ปี มาถึงวันนี้ก็ประมาณ 5 เดือนนิดๆ
ก็เลยอยากจะเขียนแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นบ้างค่ะ

หวังว่าข้อความที่เขียนมาจะเป็นกำลังใจและแนวทางให้กับผู้ที่เริ่มต้นไม่มากก็น้อย
เพราะจากการที่เราเริ่มต้นที่นี่ ท้อ และมีกำลังใจขึ้นมาก็จากที่นี่ ก็เลยอยากแบ่งปัน
ความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นให้กับผู้ที่เกิดความรู้สึกท้อ หรือยังสับสน(ในชีวิต)อยู่ค่ะ อิอิ

ขอเตือน อาจปวดตาบ้าง ต้องขออภัย เพราะมันยาวจริงๆนะ (แค่ 5 เดือนยังขนาดนี้)

ประวัติ
1.จบปริญญาตรี ตอนเรียนชอบเรียนภาษาอังกฤษนะ
2.แต่ฟังฝรั่งพูดไม่ค่อยออก
3.พูดกับฝรั่งก็กระท่อนกระแท่น
4.ไม่มีฝรั่งให้พูดด้วยมาก
5.ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษอีกเลยหลังจากจบ.มหาวิทยาลัย
6.ไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ
7.ทำงานอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปพบปะผู้คนมากมาย

เริ่มต้น
1.เห็นหนังสือเล่มสีส้มๆเด่นๆนี้ จากเวปทางอินเตอร์เนทที่ซื้อประจำ สั่งเลย
เคยอ่านหนังสือแนวนี้มาก็เยอะ แต่เล่มอื่นไม่ละเอียด และก็อยู่ไกลเกินที่เราจะหวัง
แต่หนังสือเวทมนต์เล่มนี้ ขอบอกว่าเป็นอะไรที่มีขั้นตอน ดูง่ายๆ อ่านแล้วดูเหมือนว่า
เราก็น่าจะทำได้นะ....ฮึฮึ

2.อ่านเสร็จในวันเดียว และเคี่ยวเข็ญให้สามีอ่านในวันถัดมา ยังดีที่สามีไม่ได้ว่าอะไร
แต่ก็ต้องเป็นเราอยู่แล้วที่จะพูดอังกฤษกับลูก เพราะสามีไม่เอาอยู่แล้ว
(ตอนหลังแอบถาม เค้าบอกว่าไม่เชื่อหรอกว่าเราจะพูดกับลูกได้ตลอด เดี๋ยวก็เลิก)
ฮึ่ม..ฮึ่มม

3.คืนนั้นเข้าเวป www.2pasa.com เลย สมัครสมาชิก ตอนนั้นเวปเพิ่งเปิดได้ไม่เท่าไรมั๊ง
เข้าไปอ่านก่อนเลย ไล่อ่านทุกกระทู้ เออ..มีคนเริ่มเหมือนเราแฮะ
มีรูปคนสีฟ้าๆ ชื่อคุณอรนัย แกเข้ามาทุกวันเหมือนกันแฮะ เออ..ดี..มีเพื่อน
มีคุณแพท ที่ช่วยตอบคำถามให้ด้วยวุ๊ย น่าสนใจ คือมันมีการเคลื่อนไหว
น่าสนใจมีที่พึ่ง เพราะถ้าอ่านหนังสือ แล้วเริ่มพูดกับลูก
ติดขัด จะปรึกษาใครล่ะเนี่ย

4.เริ่มต้นพูดกับลูกในวันถัดมา เกือบทุกคำ ติดทุกคำ จดทุกคำ หงุดหวิดวุ๊ย

4.1 แม่..ทำไมต้องพูดภาษาอังกฤษด้วย ฟังไม่รู้เรื่องเลย พูดไทยกันดีกว่า

4.2 อ่านนิทานสองภาษา (ที่เคยอ่านแต่ภาษาไทย)
แม่..นี่มันหนังสือภาษาไทยนะ นี่ไงภาษาไทย (เอามือชี้)
ทำไมต้องอ่านภาษาอังกฤษด้วย ไม่เข้าใจเลย เดินหนีไป

4.3 ร้องเพลงภาษาอังกฤษ เออ..ค่อยยังชั่ว..ลูกยังชอบเพลง

4.4 นิทานมีแต่สองภาษา หรือภาษาไทย นี่หว่า ทำไงดี ลูกปฏิเสธหมดเลย??

4.5 ก่อนนอนต้องอ่านนิทาน ลูกไม่ให้อ่านภาษาอังกฤษ ยังคงอ่านภาษาไทยไป
และลูกก็ไม่ยอมให้พ่ออ่านให้ฟังด้วย ต้องแม่เท่านั้นก่อนนอน

4.6 ผ่านไป 2-3 วัน ตัวแม่เองก็เริ่มแย่แล้ว พูดกับลูกได้น้อยลง
อยากจะพูดอะไรหลายๆอย่าง ที่เวลาเราพูดภาษาไทย เราก็จะยาวเลย ก็ทำไม่ได้
อยากจะอธิบายเรื่อง ทำไมลูกโป่งถึงลอยได้ ก็ไม่เป็น (ตอนนี้ก็ยังติดๆอยู่นะ แต่พอไปได้)
อยากจะห้าม เตือนอะไร ก็นึกไม่ทัน
อยากจะ.....................................
ทำไม มีอะไรที่จะต้องพูดเยอะแยะขนาดนี้
เฮ้ย..ทำไมลูกฟังไม่ออก ปฏิเสธตลอด
เราทำอะไรผิดไป ลูกเราผิดปกติหรือเปล่า

5.ต้องหาผู้ช่วยแล้ว
5.1 ซื้อDVD ตามที่หนังสือแนะนำ โดยทยอยซื้อนะคะ ทุกเรื่องเลย
บางเรื่องซื้อไว้แล้วดูเอง เพราะเด็กดูเรื่องใดแล้วก็จะดูแต่เรื่องนั้นเป็นเดือนเลย

5.2 ซื้อนิทานภาษาอังกฤษ(ล้วน) และนิทานสองภาษาเล่มใหม่
โดยซื้อมาใหม่ต้องให้แม่อ่านภาษาอังกฤษก่อนนะ อย่าให้ใครมาอ่านไทยให้ฟังก่อน

5.3 เปิดดีวีดีให้ดู ลูกชอบ Caillou (แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว) เลียนแบบ
Caillou fall down.!!! ตลอด

5.4 สร้างแรงบันดาลใจ ถ้าอยากจะรู้ว่า Caillou พูดอะไร ก็ต้อง
ฝึกภาษาอังกฤษกับแม่ เพราะ Caillou พูดไทยไม่ได้

5.5 เข้า English Club ทุกวันเท่าที่เวลาอำนวย เพราะตอนนั้นลูกยังไม่ได้เข้ารร.
ต้องเล่นกับเค้าตลอด มีกิจกรรมตลอด

5.6 จดคำถาม แล้วเข้ามาถามตลอด และก็ได้คำตอบทุกครั้ง
ย้ำว่าทุกครั้งจริงๆ เพราะจะมีคนใจดี สวยๆ มาตอบให้

6.ช่วงเดือนแรกมีคำถามมาก เพราะท้อค่ะ

6.1 มันจะได้ผลไหมเนี่ยกับลูกเรา

6.2 เรายังพยายามไม่พอใช่ไหม

6.3 ถ้าเราเป็นแม่ที่เก่งกว่านี้ก็คงดี

6.4 แล้วต้องพูดอังกฤษกับลูกจนถึงเมื่อไรเนี่ย

6.5 แล้วถ้าเราหยุดพูดอังกฤษ หลังจากที่พูดมาเป็นปี แล้วลูกจะลืมหรือเปล่า

6.6 เด็กลืมง่ายอยู่แล้วนี่ ถ้าเราหยุด เค้าก็ลืม แล้วเราจะทำไปทำไมฟะ

6.7 ออกไปข้างนอกพูดภาษาอังกฤษกับลูกก็อายเค้าจัง กระท่อนกระแท่น ผิดๆถูกๆ

7. ปรึกษากับสามี อืมม..สามีก็ให้กำลังใจบอกว่า คุณบิ๊ก(คุณพงษ์ระพี) เค้าพูดกับลูก
มาตั้งแต่เกิดแล้ว ผ่านมา 3 ปีกว่าแล้ว เธอเริ่มมาแค่ไม่กี่วัน จะเอาอะไรนักหนา
ลูกฟังเข้าใจก็ดีถมแล้ว เดี๋ยวให้เค้าปรับตัวหน่อยหน่า พบสัจธรรม
7.1 แม่อย่าเครียดมาก
7.2 อย่าตั้งความหวังสูงมากนัก ว่าคนอื่นไปถึงไหนแล้ว
7.3 ไม่ต้องรีบ ไม่ได้ไปแข่งกับใคร
7.4 อย่าสร้างความกดดันให้ลูก เน้นภาษาในการเล่น แล้วลูกจะสนุก ร่วมมือ

8. พัฒนาการ
เดือนที่ 1เราพูดอังกฤษ ลูกจะแปลเป็นไทยทันที ถามว่าใช่ป่ะ เราก็ตอบกลับเป็นอังกฤษไม่มีการแปล
เดือนที่ 2 ถามเอง ตอบเอง เพราะถ้าไม่ตอบเอง ลูกจะพูดคำถามตามเรา เช่น Are you hungry? Yes.I am.
แล้วเอาอาหารมาเซิร์ฟ (ถ้าไม่พูด Yes,I am ลูกจะพูดตามว่า Are you hungry?)
เดือนที่ 3 ต้องพูดถึงจะได้ เช่น แม่หนูหิวน้ำ You should say may I have some water please. เอาน้ำยื่นให้
เดือนที่ 4 แกล้งโง่ ฟังลูกไม่ออก (เกือบจะโง่จริงแล้ว อิอิ) ให้ลูกได้เริ่มบทสนทนาก่อน
เดือนที่ 5 เถียงและโต้ตอบได้บ้าง แต่ไม่ตลอด
แม่ : Do you want to take a bath first or have breakfast first?
ลูก : Play first!!! ฮึ่มๆๆ

อีกเหตุการณ์นึง
แม่ : It's the time to take a bath.
ลูก : Wait a minute please. Let me play a bit longer.

9.แล้วก็ได้คำตอบสำหรับคำถามในข้อ6
9.1 มันจะได้ผลไหมเนี่ยกับลูกเรา ตอบว่า ก็ได้ผลนะว่ามะ

9.2 เรายังพยายามไม่พอใช่ไหม ตอบว่า ใช่ๆ ต้องพยายามต่อไปอีก ทางแสนยาวไกล

9.3 ถ้าเราเป็นแม่ที่เก่งกว่านี้ก็คงดี ตอบว่า เปลี่ยนแม่ไม่ได้แล้วลูกเอ๋ย..ยังไงก็ต้องยัยแม่มดคนนี้แหละ

9.4 แล้วต้องพูดอังกฤษกับลูกจนถึงเมื่อไรเนี่ย ตอบว่า พูดไปเรื่อยๆก็ได้ ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับลูกด้วย ยังมีอะไรอีกเยอะให้เรียนรู้

9.5 แล้วถ้าเราหยุดพูดอังกฤษ หลังจากที่พูดมาเป็นปี แล้วลูกจะลืมหรือเปล่า
ตอบว่า ถ้าหยุดจริง ก็คิดว่าลูกจะต้องซ่อนความสามารถทางภาษาที่เราได้ปลูกฝังไว้ ไม่มากก็น้อยค่ะ

9.6 เด็กลืมง่ายอยู่แล้วนี่ ถ้าเราหยุด เค้าก็ลืม แล้วเราจะทำไปทำไมฟะ
ตอบว่า ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเพื่อลูกจริงๆไหมคะ

9.7 ออกไปข้างนอกพูดภาษาอังกฤษกับลูกก็อายเค้าจัง กระท่อนกระแท่น ผิดๆถูกๆ
ตอบว่า เดี๋ยวนี้ดีขึ้นค่ะ มั่นใจมากขึ้น เพราะว่าส่วนมากเป็นประโยคซ้ำๆ ไม่เห็นต้องอายใคร

ถึงขณะนี้ลูกจะยังไม่เก่งมาก แต่เราก็ภูมิใจอ่ะนะ (คนเป็นแม่) ว่าเค้าสามารถโต้ตอบกับเราได้
และเค้าก็พยายามคิดคำศัพท์ออกมาโต้ตอบมากขึ้น บางครั้งเราก็รอลุ้นให้เค้าพูดออกมาจนเหนื่อยเลยนะ
รู้ว่าเค้าคิดประมวลออกมาเป็นคำพูดอยู่

ส่วนตัวเราเองก็ต้องพัฒนาอีกเยอะค่ะ
1. มีคำถามมาถามทุกวัน จนบางวันคุณอ๊อบ มารอตอบให้ รู้หน้าที่ดีจริงๆ
2.เข้าเวปทุกวัน เช็คการออกเสียงก่อนพูดกับลูก
3.อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเพิ่มพูนความรู้ที่มีอันน้อยนิด
4.พยายามดูดีวีดีการ์ตูน และหนังเด็กๆ ที่พอมีประโยคให้ใช้ได้ (นอกจากดีวีดีเทพ)

ได้ความคิดใหม่ว่า เราต้องมองบวกเข้าไว้
อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ ต้องคิดว่าเราต้องทำได้ซิน่า
ถ้าเราคิดดีแล้ว เราจะฝ่าฟันอุปสรรคการเริ่มต้นไปได้
แหม..เขียนซะ..ตัวเอง ประสบความสำเร็จแล้วงั้นแหละ...
ไม่ใช่หรอกค่ะ... ก็เพิ่งเริ่มต้นเหมือนกัน
แต่อยากมาแชร์ให้ ผู้ที่กำลังเริ่มต้นรู้ว่า
มันมีแบบแผนแบบนี้นะ กี่เดือนเป็นแบบนี้
มีคนทำก่อนแล้ว แล้วได้ผล อย่ารอเลย ทำเลย

สุดท้ายนี้ขอบอกว่าใช้เวลาเขียนบล๊อกนี้นานมาก ประมาณ2 ชม.
เขียนไปลบไป กลัวคนอ่านเบื่อ และปวดตา
หวังว่าข้อความนี้จะเป็นกำลังใจให้ใครหลายๆคน
ได้ทำตามความฝันที่วางไว้ ให้เป็นจริงค่ะ
เริ่มกันได้เลย "พ่อแม่สองภาษา สร้างลูกได้"
เอ้ย...ไม่ใช่ "เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้"

****************************************************************

8 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.04 น.

ขอเอาคลิปมารวมกันในบล๊อกนี้นะคะ
เพราะตอนนี้เริ่มกระจัดกระจายแล้ว
เผื่อว่ามีบางท่านหาไม่เจอค่ะ
เป็นพัฒนาการตอน 6.5 เดือนและ 7.5 เดือน

http://go2pasa.ning.com/video/2456660:Video:95594

http://go2pasa.ning.com/video/the-farmer-and-the-snake

*****************************************************************

13 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.32 น.

อยู่ๆก็คิดขึ้นมาว่าเอากระทู้ที่โพสไว้เมื่อก่อน
ที่ห้องพัฒนาการมารวมกันไว้ที่นี่ดีกว่า
เพื่อหวนรำลึกความหลัง

พัฒนาการตอน 2 เดือน
http://go2pasa.ning.com/group/bilingual/forum/topics/play-on-the-table
http://go2pasa.ning.com/group/bilingual/forum/topics/did-you-hear-that

พัฒนาการตอน 3 เดือนกว่า
http://go2pasa.ning.com/group/bilingual/forum/topics/wait-a-minute-...

พัฒนาการตอน 4 เดือน
http://go2pasa.ning.com/group/bilingual/forum/topics/2456660:Topic:...
http://go2pasa.ning.com/group/bilingual/forum/topics/wait-a-minute-...

Views: 2791

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by สุธีรา สารียัง on November 6, 2009 at 11:15am
เขียนได้เจ๋งมากอ่านไม่เบื่อเลยหนุกดีอ่านไปหัวเราะไปน้องเนยตลกเหมือนแม่หรือเปล่าเราก้อกำลังเริ่มต้นกับลูก น้องอินดี้พึ่งจะ 10 เดือนกว่า ๆ เจอหนังสือเล่มนี้ก้ออ่านทั้งสองคนและอีกเช่นเคย สามีสั่งการด่วนเธอเท่านั้นที่ต้องเป็นคนพูดEnglish กับลูกเรายังไม่ทันได้เป่ายิ้งฉุบกันเลย ก้อเลยทำให้เราเกิดแรงบันดาลโทสะ(ใจ)ด้วยเหตุผลที่ว่าก้อเธอเป็นครูวิทยาศาสตร์นี่นา(มันเกี่ยวกันตรงไหนฟะ)ส่วนเราเป็นหมอไม่ค่อยได้พูดหรอก เอาน่าเพื่อลูกตอนนี้พูดคำศัพท์ง่ายๆ ประโยคสั้น ๆ เราก้อคิดว่าได้ผลนะลูกรู้แต่ยังออกเสียงไม่ได้ ส่วนกำลังใจหาได้ในเวปสองภาษามีมากมาย แต่กำลังใจจากเพื่อนร่วมงานก้อเยอะนะ เช่น ดีจังเลยอย่าลืมสอนภาษาคนนะ (แน่แซวจัด) ก็ตอบในใจว่าเดี๋ยวจัดให้ดูเดี๋ยวก่อนรอวันสำเร็จก่อน ขอบคุณแม่น้องเนยนะคะที่มาถามและตอบให้คลายความกังวลเป็นกำลังใจเช่นกันคะ
Comment by แม่น้องเนย on November 4, 2009 at 6:50am
คุณสุกันยาคะ พยายามเข้านะคะ

คุณMamy Poonno ไม่เห็นน่าอายเลยค่ะ เป็นสิ่งดีต่างหากที่เราค้นพบทาง
ที่จะสอนลูกเราแล้วต่างหากค่ะ แต่ตอนอยู่workshop เห็นเลยว่า
คุณ Mamy Poonno (ชื่อเล่นอะไรคะเนี่ย) สนใจและตั้งใจฟังมาก
ตอบทุกคำถาม อิอิ สงสัยได้ซีดีไปเยอะ ฮ่าฮ่า
Comment by Mamy Poonno on November 4, 2009 at 2:19am
ขอบคุณสำหรับประสบการ์ดี ๆ นะค่ะ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนกันเลย
จบปริญญาตรีมาก็คืนภาษาอังกฤษให้กับอาจารย์แล้วตั้งแต่วันที่จบเสร็จ (เป็นไทยแล้วโว้ย..ประมาณนั่น)
พอตอนนี้ต้องมาเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมด ยอมรับท้อมากค่ะ ท้อและกดดัน เครียดมากจริง ๆ
แต่พอไปเข้าอบรมรุ่น 4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มันก็ดูไม่ได้อยากอะไรเลย
ถ้าเราทำอยู่บนความสุขและความสนุกของเรา เหมือนที่คุณบิ๊กบอกอ่ะ
เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ ตอนเรียนมาเขาก็บอก
คนเราจะทำอะไรให้ดีได้ ก็ต้องมาจากความพร้อมของตัวเราเองและมันก็คือการที่เราไม่ได้ฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
เหมือนที่ก่อนหน้านี้แนะแนวให้กับเด็ก ๆ ตามโรงเรียน เราก็มีการวัดความถนัดกันไปต่าง ๆ นานา เพื่อค้นหาความชอบเขาบุคคลนั่น ๆ (อะไรกันเนี่ย เราตกม้าตายตอยเจ็บเอง ลูกคนอื่น ๆ แนะแนวไม่รู้จักกี่คนไปถึงไหน ๆ กันบ้างแล้ว และพอมาลูกตัวเองกลับไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรเลย กลับท้อ น่าอายจริง ๆ)

แต่อยากขอบคุณพ่อบิ๊ก และทุก ๆ คน ร่วมทั้งคุณแม่น้องเนยด้วยค่ะ ที่ทำให้เราสามารถเดินกลับมาหาม้าเจอ และตอนนี้ ก็กำลังจะขึ้นหลังม้า ขี่ไปข้างหน้า เพื่อลูก ขอบคุณนะค่ะ
(ใช้คำแบบว่า....ต้องเข้าใจค่ะ พวกเรียนจิตวิทยา เป็นอย่างนี้ทุกคน 55 น่าอายจังที่ตกม้า อิอิ แต่ยังขึ้นม้าทันนะ มาม๊ะเรามาทำอนาคตลูกของเราด้วยสองมือพ่อกับแม่ดีกว่า อย่าหวังพึงใครเลย เน้อ ๆ)

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ
Comment by น้องผิงผิง on November 3, 2009 at 11:55pm
ขอบคุณน่ะค่ะ
ตอนนี้ก็กำลังจะหาหนังสือที่ว่านี้มาอ่านเหมือนกัน ลูกสาวอายุได้หนึ่งขวบ ก็ขอแชร์นิดนึงว่า ได้พูดกับเค้าเป็นคำสั้นๆ เช่น Catch by Two hands ทุกวันนี้ก็ยังพูดอยู่ เขาก็เข้าใจ Come Come เชื่อว่าถ้าอดทนลูกเราต้องได้ภาษาอังกฤษแน่ๆ
ขอบคุณค่ะ
Comment by แม่น้องเนย on October 26, 2009 at 5:02am
สวัสดีค่ะทุกๆคน ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ทุกคนนะคะ

คุณยี่หวาค่ะ อย่าไปรู้สึกผิดเลยค่ะ แต่เริ่มเลยดีกว่า ไม่ช้าไปหรอกค่ะ
แต่อาจต้องปรับวิธีการให้เหมาะกับลูกโตค่ะ

คุณพัช เล็กว่าเด็กเค้าเก่งนะคะ ไม่สับสนหรอกค่ะ แต่คุณพัชอย่าแปลเป็นไทย
ให้เค้าเรียนรู้พร้อมท่าทางของเราดีกว่าค่ะ

คุณเกษศิรินทร์ ได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันอยู่แล้วยิ่งดีค่ะ
เพราะจะคล่องกว่า คนที่ไม่ค่อยได้ใช้ สู้สู้ค่ะ
Comment by ยี่หวา on October 25, 2009 at 11:37am
สวัสดีค่ะ คุณแม่น้องเนย สมัครสมาชิก website ได้ประมาณ 2 วันแล้วค่ะ เป็นชุมชนทาง internet แห่งแรกที่สมัครสมาชิก เพราะไม่มีเวลามากนักค่ะ เป็นคุณแม่ทำงาน อ่านเรื่องราวของคุณแม่น้องเนยและเห็นคลิปวิดีโอของน้องเนยแล้วชื่นใจจังเลยค่ะ อยากบอกว่าความพยายาม 2 ชั่วโมงในการเขียนแบ่งปันเรื่องราวของคุณแม่น้องเนยไม่เสียเปล่าแน่นอนค่ะ และเป็นเหมือนคำกล่าวที่ว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" หนะคะ่ เป็นเรื่องราวที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และขอชื่นชมคุณแม่มาก ๆ ที่มีความพยายามสูงยิ่ง รู้สูกผิดต่อลูกที่ตัวเองไม่ได้พยายามมากพอทั้ง ๆ ที่จบเอกภาษาอังกฤษมา พยายามปูพื้นฐานให้เขาพอสมควรค่ะ แต่เรื่องการพูดไม่ได้ทำอย่างสม่ำเสมอ มีข้อแก้ตัวเยอะแยะมากมาย จนตอนนี้รู้สูกละอายใจตนเอง หันกลับมาพยายามใหม่อีกครั้งแล้วค่ะ ตั้งแต่ได้อ่านหนังสือของคุณบิ๊ก ลูกชายคนเล็ก 7 ขวบมีการตอบกลับดีมาก เพราะพื้นฐานด้านคำศัพท์ของเค้าดีพอสมควร ส่วนลูกสาวคนโต 9 ขวบยังค่อนข้างอาย กำลังใจที่ได้จากเรื่องราวของคุณแม่น้องเนยและสมาชิกท่านต่าง ๆ ใน website นี้จะเป็นน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงหัวใจให้ชุ่มชื่นและคิดว่าน่าจะไม่ท้อถอยเหมือนที่ผ่านมาแล้วค่ะ จะพยายามเข้ามาเยี่ยมชม website บ่อย ๆ และเป็นกำลังใจให้กันและกันนะคะ ขอบคุณคุณแม่น้องเนยอีกครั้งค่ะ
Comment by แม่น้องแอล on October 21, 2009 at 1:29pm
สวัสดีค่ะคุณแม่น้องเนย
พัชเป็นอีกคนที่อยากให้ลูกสาวพูดภาษาอักฤษได้แล้วได้ดูรายการครอบครัวเดียวกันแล้วก็เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกทันทีเข้ามาขอคำแนะนำแล้วก็เริ่มปฏิบัติกับลูกสาวซึ่งตอนนี้เค้าอายุได้ 10 เดือน 12 วัน เจอปัญหาเหมือนกันค่ะแล้วก็งงไปเลยเพราะไม่รู้จะทำยังไงเพราะพัชจะพูดอังกฤษกับลูกคนเดียว ไปบ้านคุณยาย คุณย่า ก็พูดไทยกันหมด พัชคิดว่าลูกจะรับฟังเรามั้ย
ลูกจะสับสนมั้ย มันเกิดคำถามมากมาย ตอนนี้ก็เลยไม่รู้ว่าสิ่งที่พัชพูดกับลูกไปจะได้ผลหรือป่าว มีความสับสนเพราะว่า

พัช: ขอสิ่งของในมือลูกสาว : Give me please. (พร้อมกับทำท่าแบมือขอ)
ลูกสาว : ส่งของที่อยู่ในมือให้พัช

คุณยาย : ขอสิ่งของในมือลูกสาวเป็นภาษาไทย (พร้อมกับทำท่าแบมือขอ)
ลูกสาว : ส่งของที่อยู่ในมือให้คุณยาย

สิ่งที่พัชทำไปถูกต้องแล้วใช้มั้ยค่ะ...? คือกลัวลูกสับสน พัชรบกวนขอคำแนะนำด้วยน่ะค่ะลูกสาวพัชจะได้เก่งเหมือนน้องเนย
Comment by เกษศิรินทร์ สมบัติกำไร on October 17, 2009 at 5:03pm
อ่านแล้วได้แรงบันดาลที่ใจขึ้นอีกโขเลยค่ะ

อ่านหนังสือจบแล้วภายในวันที่ได้รับมา แล้วอ่านทุกวัน กะจะซื้อดีวีดีแนะนำมาดูอยู่เหมือนกันค่ะ เอาไว้ซ้อม พอลูกมาอยู่ด้วยจริงจะได้คล่องกว่านี้ ทุกวันนี้ทำงานกับบริษัทต่างชาติ ใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน แต่ภาษาในชีวิตประจำวันนี้ต้องเรียนรู้อีกเยอะค่ะ

ตอนนี้ลูกอยู่ ตจว กำลังพยายามแย่ง เอ้ย ขอแม่สามีกลับมาเลี้ยงเองเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคุณสามีก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ก็เลยช่วยกล่อม เอ้ย พูดกับแม่สามี ซึ่งน่าจะได้ตัวลูกชายอายุ 1 ขวบ มาอยู่ด้วยเร็วๆ นี้ค่ะ
Comment by ปิติชา on October 17, 2009 at 4:50pm
มาเอาเป็นแบบอย่างครับ ผมเพิ่งเริ่มเอง..หุ..หุ..
Comment by duangamon Buranasaksri on October 14, 2009 at 11:30pm
ดีที่เข้ามาอ่าน จะได้รู้ว่าตัวเองก็เป็นเหมือนกันกับคนอื่นๆ ช่วงนี้พยายามมากอยู่ค่ะ รวบรวมทุนทรัพย์ซื้ออุปกรณ์ให้ลูกอยู่ รวมถึงพยายามหาเวลาให้ลูกมากกว่านี้อีกค่ะ ขอบคุณนะคะ เป็นกำลังใจได้มากมายเลยค่ะ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service