หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ขอเตือน....เตรียมอนุบาลภาคค่ำ!

เรื่องนี้ตั้งใจจะเล่าเป็นอุทาหรณ์เตือนคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆค่ะ
ส่วนใหญ่แล้วจะเลี้ยงลูกเอง คนเดียว (พอทราบว่ามีดีดีก็ลาออกจากงาน) เพราะปะป๊า ดีดีต้องทำงานต่างจังหวัด และเดินทางไปดูงานต่างประเทศบ่อย จนคุณลูกดีดีเริ่มมีmovement จับคนเดียวชักไม่ไหวก็เริ่มหาพี่เลี้ยงมาช่วย เปลี่ยนไปมาก็สองสามคน แล้วก็ไม่ไหว รู้สึกว่าเลี้ยงลูกก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องมาเลี้ยงพี่เลี้ยงอีก สุดท้ายก็พึ่งแม่ค่ะ คุณยายดีดี ก็มาช่วย ขนาดเลี้ยงหลานมาหลายคน เด็กผุ้ชายซะเป็นส่วนใหญ่ ยายยังออกปากว่าดีดีซนสุด ขั้นลูกเทพ แก๊งค์พี่เด็กผู็ชายปากซอยยังว่าดีดี ลูกลิง
ต่อมาคุณแม่ก็ได้งานในอุดมคติ คืออฟฟิคใกล้บ้าน นายใจดี เงินเดือนพอใช้ ที่สำคัญเลี้ยงลูกเป็นหลัก ทำงานเป็นงานอดิเรก
พอสองขวบกว่า ใครๆก็ไปโรงเรียน จาก ซนๆกลายเป็นเริ่มเหงา แม่ก็เลยหาโรงเรียนให้บ้าง (เอาว่า ลูกเราเริ่มพูดได้ ฟ้องเป็นก็ให้เข้าโรงเรียนกะเค้าบ้าง) ชุดนักเรียนสุดเท่ห์ ผูกไทด์สีชมพู ไปไหนใครก็ชม จากที่วันแรกต้องไปใส่กันหน้าโรงเรียน สองสามวันต่อมา ชีจะขอใส่ชุดนักเรียนนอน แทน บาจาม่าของชี ดีดีแฮปปี้กะโรงเรียนมากค่ะ คุณครูก็เอาใจใส่เด็กนักเรียนดี
ด้วยความเกรงใจนายที่ ใจดีเกิน (ขอกลับบ้านก่อนเพื่อไปรับลูกก็ให้) ก็เลยให้คุณลูกเรียนพิเศษตอนเย็น ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร ร้องเพลงเต้นรำ ระบายสีไปตามเรื่อง ที่สำคัญ คือมื้อเย็น ตอนสี่โมงครึ่ง ห้าโมง ที่ทางโรงเรียนจัดให้ ก็ดีค่ะ ดีดีก็ชอบทาน
และแล้วปัญหาก็เกิด วันหนึ่งเลิกงานเร็วเกินก็เลยไปแอบดูลูกเรียน เห็นแกชอบteacher ก็เลยขอให้แกเรียนกับ teacher ทุกวัน ที่นี้ก็เลยได้เรียนกะพี่ๆอ.สอง อ.สาม ชีก็ชักจะเครียด
และวันที่หม่าม้ามารับไม่ได้ก็มาถึง.....เตรียมการอย่างดี ฝากคุณยาย คุณย่าให้มารับ...ฝากคุณครู ...ทุกอย่างพร้อม
คืนนั้นหม่าม้าไปรับดีดีที่บ้านคุณยายสองทุ่มกว่าสามทุ่ม
ทันทีที่เจอหม่าม้า......"สวัสดีค่ะ"(พนมมือน้อยๆกราบน่ารัก) " พี่ฝน....พี่ฝน...."
"พี่ฝน คะ พี่ฝนเป็นคุณแม่หรือเปล่า"..............(แม่เริ่มจะงง)......"ค่ะ .....ดีดีเป็นคุณลูก พี่ฝนเป็นคุณแม่ค่ะ"........เป็นคุณแม่ต้องมารับคุณลูกนะ." (ทำนิ้วชี้ชี้ๆ เหมือนสอน) ....."คร่าคุณลูก"
อาทิตย์ต่อมา....งานเข้า (ฝนทำงานเกี่ยวกับโลจิสติกค่ะ) ลูกค้าจะช็อตไลน์ผลิต ต้องตามงานกับต่างประเทศ.....ไปรับลูก ห้าโมงกว่าหกโมงกว่าทุกวัน ทั้งอาทิตย์ หนูดีเรียนเตรียมอนุบาล เข้าเรียน เก้าโมงกว่า(โรงเรียนเข้าแปดโมงครึ่ง) กลับบ้าน ห้าหกโมงทุกวัน ........ยังกะเรียนภาคค่ำ.....
แล้วชีก็เริ่มปี๊ดแตก ไม่อยากไปโรงเรียน อยากอยู่กับแม่ อยากมาช่วยแม่ทำงาน งอแงงี่เง่า ร้องไห้ฟูมฟาย ชักดิ้นชักงอ โดยไม่ยอมบอกว่โกรธเรื่องอะไร จะเอาอะไร ชีรู้แต่ว่าชีโมโหมาก โกรธมาก และอยากให้ใครๆก็ใส่ใจชีโดยเฉพาะแม่ พอชีโดนขัดใจชีจะปี๊ดแตกทันที (เมื่อก่อน...ชีจะทำเสียงหวานๆ....นะนะ .....นะคะ) แต่ตอนนี้ "ออกไป get out" (อันนี้ได้มาจากที่นั่งดูพันธมิตรกะย่าทวดทุกคืน ก่อนหน้านี้)
ชีคงเข้าใจว่า ภาษาอังกฤษ คือประโยคคำสั่ง hold DD up !,Open please,Turn off turn on the light, colse the tap,Give me.....please! go ! take a bath...
ทีนี้พอชีพูดอังกฤษปนไทยกะคนอื่นๆ (ที่ไม่ใช่แม่) ใครๆก็ว่าชีพูดไม่รู้เรื่อง....ชียิ่งอารมณ์เสียหนัก...เลยพาลไม่พูดเลย ร้องอย่างเดียว....อ๊าคๆ...โฮๆ....ปี๊ดๆ........คืนนึงชีก็ร้องตั้งแต่สี่ทุ่มถึงตีสอง.......แม่ก็อุ้มปลอบกันไป ...เดินกอดกันร้องไห้ทั้งแม่ทั้งลูก(ก็สงสารลูกอ่ะ).....ชีเริ่มถามบ่อยมากว่าปาป๊าชีไปไหน.......ถามซ้ำๆ......
แค่อยากจะบอกว่าลูก แกก็เครียดมากกว่าเรา .....ใส่ใจเค้ามากๆ......อย่าเอาความเครียดจากที่ทำงานกลับบ้าน.....อย่าโกงเวลาของเค้า..........ฝนก็ต้องพยายามค่อยๆ รักษาจิตใจแกให้เป็นเด็กร่าเริงเหมือนเดิมให้ได้......ให้เวลาที่อยู่กะแกเป็นของแกจริงๆ...ไม่ใช่ซักผ้า..รีดผ้า...ถูบ้าน...จัดสวน...ช็อปปิ้ง......ฯลฯ

Views: 229

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by แม่ดีดี on July 24, 2009 at 8:32am
ค่ะ สำหรับคุณแม่นู๋นาตาชา ต้องขออภัยค่ะ จะปรับปรุงวิธี เขียนค่ะ ตัวฝนเองค่อนข้างอ่อนภาษาตั้งแต่เด็ก ยิ่งเรื่องมีดีเทลมาก พื้นที่เขียนก็จำกัด สรุปความก็ไม่ค่อยจะเป็น ก็เลยเขียนตามความรู้สึก(อันค่อนข้างสับสน) ก็เลยจะออก..งง
สำหรับคุณแม่ทุกๆท่าน โดยเฉพาะคุณแม่น้องทีด้า ขอบคุณมากสำหรับทุกคอมเม้นนะคะ จริงๆก็ไม่ได้แยกทางกะคุณพ่อของดีดีหรอกค่ะ ...แค่เป็นครอบครัวทีค่อนข้างห่างเหิน จนคล้ายกับเป็นซิงเกิ้ลมัม เท่านั้นเอง และด้วยความที่พยายามอย่างที่สุดที่จะเลี้ยงลูกเอง และเพราะลูกยังเล็ก,ทางบ้านสามีก็เป็นครอบครัวใหญ่ (คนออกความคิดเห็นเยอะตามทัศนคติของใครของมัน แต่คนช่วยออกแรงเลี้ยง ไม่มีเลย) จึงไม่มีความคิดที่จะติดตามสามี และทิ้งลูกให้คนอื่นเลี้ยง...ผลออกมาก็เลยเป็นครอบครัวห่างเหินแบบนี้ ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่าก็คงไม่ค่อยแปลกสำหรับครอบครัวคนไทยในปัจจุบัน (มันต้องมีไม่น้อยซิน่าที่อยู่กันอย่างห่างเหิน เหมือนครอบครัวเรา) สำหรับวิถีชีวิตประจำวันก็ค่อยๆปรับกันไปตามพัฒนาการของเด็ก และความสะดวก,ความขี้เกียจของแม่เป็นหลักค่ะ...เรื่องสภาพจิตใจของคุณลูก..ช่วงนี้ก็ดีมากแล้วค่ะ
Comment by จิตรา จุ้ยสกุล on July 23, 2009 at 8:59pm
ก็สำคัญเวลากับการให้ลูก เมื่อก่อนดิฉันตอนเป็นเด็ก พ่อไม่มีเวลาให้เลยเป็นคนขาดความอบอุ่นค่ะ พ่อแม่แยกทาง แถมยังต้องไปอยู่บ้านญาติ แล้วพอกลับมาอยู่บ้านแม่ ก็มีพ่อเลี้ยง ย้ายไปอยู่กับพ่อ ก็มีแม่เลี้ยง ก็ขาดความอบอุ่นไปบ้าง แต่จิตใจก็ไม่ยอท้อแถมไม่เกเร ไม่ติดยาก็ดีถมไป บางคนพ่อแม่ก็ดีมีเวลาให้ก็ดี ยังเกเร เที่ยวเตร่ แถมติดยา ทั้งนี้ ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับจิตใจของเด็ก สอนยังไงก็ได้ให้คิดให้เป็น อันไหนถูก อันไหนดีมาก่อนก็ดีนะ ส่วนเรื่องอื่น ๆ เป็นผลพลอยได้จากการพัฒนาตัวเด็กเอง เช่น เรียนดนตรี หรือ วิชาการอื่น ๆ นั้นก็คือแรงกระตุ้นให้เด็กนั้น สนใจในเรื่องนั้น ๆ มากกว่า
Comment by นู๋นาตาชา on July 9, 2009 at 3:15am
อ่านไปงงไปค่ะ??? ต้องกลับไปอ่านอีกรอบ...คุณแม่เองก็คงสับสนน่าดู สังเกตจากภาษาเขียน

จะว่าไปแล้วคงต้องแก้ที่คุณแม่ก่อนนะคะ ทำหน้าที่ของคุณแม่ก่อนดีกว่าค่ะ เลี้ยงเด็กสองขวบ ขนาดเป็นคุณแม่เองแท้ๆ ยังแอบเหนื่อยปนท้อเลยค่ะ เป็นวัยที่ไม่ควรนำไปให้คนอื่นเลี้ยงเลยนะคะถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวของเราเองจริงๆ

ถ้ายังไม่มีความจำเป็นต้องทำงาน ก็แนะนำว่าเลี้ยงลูกเองไปก่อนเถอะค่ะ ...
Comment by แม่ดีดี on July 5, 2009 at 3:37pm
ขอบคุณทุกท่านนะคะที่เข้ามาให้กำลังใจ ตอนนี้ก็โอขึ้นเยอะแล้วค่ะ ...แต่เรื่องอารมณ์วัยรุ่นสองขวบนี่ ยังมีอยู่บ่อยที่ชีจะร้องไห้ชักดิ้นชักงอ ฝนพยายามปรับวิธีไทม์เอาท์แทนการตีค่ะ ก็บอกว่า"ตามบายเลย..อยากร้องอยากชักก็ตามบาย ร้องไห้แล้วมีความสุขก็เชิญ หม่าม้ารอได้ พร้อมจะคุยเมื่อไหร่ก็ลุกมาคุยกัน" (แม่ก็นั่งรอข้างๆนั่นแหละ) แต่ถ้าเป็นช่วงที่ดื้อๆ ก็จะให้แกท่องสโลแกนค่ะ เช่นหม่าม้าไม่ตีดีดีไม่ดื้อ ....หรือ ถ้า ดื้อไม่ยอมใส่เสื้อผ้าวิ่งโป๊วอยู่อย่างงั้นก็ เป็น สโลแกน ปกป้องจูจิของเราแล้วก็ยื่นกางเกงในให้แกใส่เอง แกก็จะยิ้มๆแล้วทวนสโลแกนหม่าม้าแบบในโฆษณา.....ก็แล้วแต่สถานการณ์
Comment by แม่น้องเกลอ on July 2, 2009 at 4:12pm
อีกไม่นานเมื่อเค้าโตขึ้น เมื่อเราอยากให้เค้าอยู่ใกล้ๆ เค้าจะเป็นฝ่ายออกไปหาคนอื่นค่ะ เป็นเรื่องที่หนีไม่พ้นจริงๆ เพราะฉะนั้นใช้ทุกวินาที ให้คุ้มค่าค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ
Comment by sun on June 26, 2009 at 11:04am
เป็นกำลังใจให้นะคะ แต่อยากจะแนะนำว่าไปหาจิตแพทย์เด็กดีกว่านะคะ
เพราะแก้ได้ตรงจุด เพราะบางครั้งที่เราคิดมันอาจจะไม่ใช่ที่เราคิดนะคะ
เราไปคุยปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วขอวิธีแก้ปัญหาด้วย
Comment by น้องเตเต้ on June 25, 2009 at 6:14pm
ลูกวัย 1-3 ปี เป็นวัยที่ยังต้องการอยู่ใกล้ๆพ่อกับแม่ค่ะ ต้องการคนดูแล ปกป้อง เอาใจใส่มากๆ ขอให้น้องดีดีกลับมาสดใส ร่าเริงไวไวนะคะ แม่เอ้ขอเอาใจช่วย
Comment by แม่น้องเนย on June 25, 2009 at 10:12am
เห็นด้วยกับคุณแม่น้องเซญ่า ค่ะ ก็เข้าใจค่ะว่าบางทีเป็นคุณแม่ full time มันเหนื่อยมากนะ แค่ตามเก็บของเล่นลูกก็หมดเวลาไปเยอะแล้ว
แต่งานในฝันก็เป็นสิ่งสำคัญที่พิสูจน์ว่าเรายังมีความสามารถนะ ยังทำงานหาเงินมาได้อีกคนนะนอกจากสามี โดยเฉพาะยิ่งถ้าได้งานในฝันที่สามารถทำในเวลาที่ลูกไปรร.ด้วยยิ่งดีใหญ่ น่าสนใจนะคะ
แต่อย่าลืมว่า "ลูกสำคัญที่สุด" ถ้าเป็นไปได้ ย้ำ ถ้าเป็นไปได้ เคลียร์งานให้อยู่ภายในเวลาได้ไหมคะ หลังเลิกเรียนน้องคงอยากอยู่กับแม่ให้นานที่สุดค่ะ
สำหรับเล็ก หลังจากลูกไปรร. (อนุบาล1) เราอยู่บ้านรอเค้ากลับจากรร. ยังนั่งคิดเลยว่า ตั้งแต่ไปรร.เค้าโตขึ้น เล่นเองคนเดียวได้มากขึ้น ลูกดูห่างเราไปนิดนึง จะบอกว่าเวลาที่ลูกต้องการแม่มากๆคิดถึงกันมากๆ มันคงอยู่กับเราไม่นาน เพราะต่อไปลูกก็คงโตขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกแบบว่ามีลูกติดอยู่ตลอดมันคงจะไม่ค่อยมีเหมือนเก่า รักษาความรู้สึกตรงนี้ไว้ให้ดีค่ะ
Comment by Nong Seya on June 24, 2009 at 4:43pm
อ่านแล้วน่าเห็นใจทั้งคุณแม่คุณลูก แต่ถ้าเราไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ก้อเอาน้องก่อนดีกว่านะค่ะ สงสารน้องจัง
Comment by แม่ดีดี on June 24, 2009 at 12:00pm
ขอบคุณค่ะ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service