หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ชวนพ่อแม่ทำแบบทดสอบ "ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์"

ชวนพ่อแม่ทำแบบทดสอบ "ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์"


ชวนพ่อแม่ใส่แว่นสีชมพูทำแบบทดสอบ "ความเฉลียวฉลาดทาง อารมณ์" เพื่อไม่ให้มี "คุณหนูอารมณ์ร้าย" ในบ้านค่ะ

นี่ไม่ใช่ชื่อละครหลังข่าวภาคสองต่อจากเรื่อง "คุณหนูอารมณ์ร้าย กับ ผู้ชายเย็นชา" แต่อย่างใด ถ้าจะโยงเป็นตุเป็นตะให้เป็นเรื่องก็ได้เหมือนกัน ครอบครัวไหนมีพ่อแม่อารมณ์ร้ายก็จะได้คุณลูกอารมณ์ร้ายแน่นอน ผู้เขียนก็เลยขอแนะนำวิธีจัดการอารมณ์ร้ายด้วยการ "ควบคุมอารมณ์ให้เฉลียวฉลาด" หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า E.Q. (Emotion Quotient) เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่นำไปใช้กับลูกๆ เพลาการเป็นพ่อแม่ที่คิดถึงแต่ไอ.คิว.ลูกไม่ลืมหูลืมตา กดดันเสียจนลูกๆ พากันโดดตึกตายมั่ง ผูกคอตายมั่งจนเป็นข่าวสะเทือนใจคนเป็นพ่อแม่ (อีกนั่นแหละ)





ผู้เขียนมิได้กล่าวหาว่าพ่อแม่เป็นตัวการนะคะ แต่ผลจากการสำรวจข้อมูลวัยรุ่นอายุ 12-25 ปีคิดฆ่าตัวตาย สาเหตุแรกก็จากครอบครัว ถัดมาก็เป็นเรื่องเรียน สอบไม่ได้มั่ง ได้คะแนนไม่ดีมั่ง เห็นไหมคะ มันแยกกันไม่ออกเลย เอาเหอะ...คุณพ่อคุณแม่อาจจะตบอกปฏิเสธว่า "ไม่เค้ย...ไม่เคย" ผู้เขียนเป็นแม่ของลูกด้วยค่ะ รู้ซึ้งว่าหัวใจแม่อยากให้ลูกได้ดีเพียงใด บางครั้งก็พูดจากดดันลูกแบบรู้เท่าถึงการณ์มั่งไม่ถึงการณ์มั่ง ของมันเผลอกันได้ ถ้าเผลอบ่อยก็แย่เหมือนกัน





หนังสือเรื่อง "หัวใจของการเป็นพ่อแม่" เขียนโดย ศ.จอห์น ก๊อตแมน มีเนื้อหาว่าด้วยการเรียนรู้ที่จะ "ควบคุมอารมณ์ให้เฉลียวฉลาด" (Emotional Intelligence) อันเป็นความฉลาดที่ไม่เข้าตากรรมการสักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่ไปหาวิธีเสริมสร้างไอ.คิว.ให้ถึง 180 อย่างเดียว ไม่สนที่จะปูพื้นฐานความสัมพันธ์กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก ให้ไว้วางใจพ่อแม่เพื่อจะได้ร่วมมือกันแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ปูพื้นสะสมตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กให้ความรู้สึกมั่นใจ ไว้วางใจของลูกซึมซ่านจนฝังเป็นความรู้สึกเชื่อมั่นและไว้วางใจ ว่า"พ่อแม่จะไม่ตำหนิติเตียนพวกเขาเมื่อทำความผิดพลาดแบบจิกด่าทำลายล้าง ซึ่งจะเป็นการทำลาย "ส่วนที่ดีงาม" ในตัวของพวกเขาให้ย่อยยับไปด้วย





"จะต้องเริ่มตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ จนซึมซ่านกลายเป็นความรู้สึกจากอารมณ์ของเด็กเอง มันจะฝังอยู่จนกระทั่งพวกเขาเติบโตเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวเกิดเป็นความเชื่อมั่นว่าพวกเขามีคุณค่าและมีความหมายต่อพ่อแม่มากมายเพียงใด" เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นมันจะกลายเป็นวิธีการดำเนินชีวิตในภายหน้า ซึ่งเขาจะต้องเผชิญกับความกดดันต่างๆ นานา ตั้งแต่ความกดดันจากเพื่อน เลี่ยงที่จะไม่นำตัวเองไปเสี่ยงกับเรื่องล่อแหลมอันตราย หรือมีอารมณ์ที่เข้มแข็งพอที่จะรับมือกับสถานการณ์รุนแรงต่างๆ อย่างมั่นใจ ต่างจากเด็กที่ไม่มีประสบการณ์เพราะถูกเลี้ยงดูจากพ่อแม่ที่ให้ความสำคัญกับไอ.คิว.ด้านเดียว เราพบคนแบบนี้มากมาย จำพวก "ยอมหัก...ไม่ยอมงอ"





ทดสอบประสิทธิภาพทางอารมณ์ของพ่อแม่ผ่านสถานการณ์ง่ายๆ ต่อไปนี้เหตุการณ์ง่ายๆที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ตกม้าตายเพราะใช้ท่าทีไม่เหมาะสม ไม่เคยให้ความสนใจกับคำว่าอี.คิว.มาก่อนในชีวิต ทำนอง "วัวหายแล้วค่อยล้อมคอก" นั่นแหละ คำตอบที่เหมาะสมมิได้มีเพียงคำตอบเดียว หรือวิธีจัดการเดียว ที่นำมาเป็นเพียงวิธีพูดเหมาะๆ พอให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นแนวทางปรับ " อี.คิว." ที่ไม่ค่อยสูงให้สูงขึ้นในกรณีต่อๆไปที่อาจจะเกิดขึ้นในชีวิตจริง ลองดูค่ะ



1. ลูกหายในห้างสรรพสินค้า แต่พนักงานขายในห้างพบตัวและนำมาส่งให้พ่อแม่อย่างปลอดภัย (เด็กรู้สึกกลัว) ส่วนพ่อแม่

ก็กลัวลูกเป็นอันตราย และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก



* พูดแบบไม่มีอี.คิว. - "เด็กโง่ รู้หรือเปล่าว่าทำให้พ่อแม่จะบ้าตายอยู่แล้ว คราวหน้าไม่พามาซื้อของอีกแล้ว"

* พูดแบบมีอี.คิว. - "ลูกกลัวมากใช่ไหม พ่อกับแม่ก็กลัวลูกหาย ขอแม่กอดหน่อย เดี๋ยวเราค่อยคุยกันนะจ๊ะ"


2. ลูกกลับจากโรงเรียนแล้วบอกว่า "หนูจะไม่ไปโรงเรียนอีกแล้ว ครูตะโกนใส่หน้าหนูต่อหน้าเพื่อนๆ" (ลูกอาย) พ่อ

แม่อยากให้ลูกเรียนได้ดี และเป็นที่รักของครู


* พูดแบบไม่มีอี.คิว. - "ก็ไปทำอะไรเข้าล่ะ ครูถึงตะคอก"

* พูดแบบมีอี.คิว. - "หนูอายเพื่อนๆ แย่เลยสิคะ"


3. ขณะที่อาบน้ำให้ลูกในห้องน้ำ ลูกพูดว่า "หนูเกลียดน้องจังเลย อยากให้น้องตาย" (เด็กรู้สึกโกรธ) พ่อแม่คิดว่าพี่

น้องทะเลาะกันจะต้องเกิดขึ้นต่อไป


* พูดแบบไม่มีอี.คิว. - "หนูเกลียดน้องได้อย่างไร แย่มาก หนูต้องรักน้องอย่าพูดอย่างนี้ให้พ่อแม่ได้ยินอีกนะ"

* พูดแบบมีอี.คิว. - "แม่รู้ว่าน้องชอบกวนใจหนูจนหนูผิดหวังและอารมณ์เสีย ไหนเล่าให้ฟังซิเกิดอะไรขึ้น"



4. บนโต๊ะอาหารมื้อเย็น เด็กบอกว่า "หนูเกลียดกับข้าวนี้ที่สุด ไม่อยากกิน"(เด็กทำท่าอ้วก) พ่อแม่อยากให้ลูกกิน

อาหารมื้อนี้ให้หมด จะได้ไม่เหลือทำให้สิ้นเปลือง


* พูดแบบไม่มีอี.คิว. - "ลูกต้องกินกับข้าวที่เรามี และก็ต้องชอบกินด้วย"

* พูดแบบมีอี.คิว. - "กับข้าววันนี้ไม่ค่อยน่ากิน ลูกอยากกินอะไรล่ะพรุ่งนี้แม่จะทำให้"


5. ลูกกลับจากเล่นกับเพื่อนนอกบ้าน และพูดว่า "หนูเกลียดเด็กพวกนั้นจังพวกเขาไม่ให้หนูเล่นด้วยแล้วยังแกล้ง

หนูอีก" (เด็กเครียด) พ่อแม่รู้ว่าเด็กจะเข้ากับคนอื่นได้ดี ต้องไม่ขี้แย


* พูดแบบไม่มีอี.คิว. - "ก็ลูกขี้แยใจเสาะใครเขาจะเล่นด้วย อย่าทำ เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่หน่อยเลย อยากเล่นก็ต้อง

อดทนสิ"


* พูดแบบมีอี.คิว. - "ไหนเล่าให้แม่ฟังซิว่าพวกเขาแกล้งลูกอย่างไร"


6. ลูกพูดว่า "คืนนี้พ่อกับแม่ไม่ต้องมาดูแลหนู หนูอยากให้ (คนนั้นคนนี้) ดูแลหนูแทนค่ะ (ลูกเศร้าสร้อย) พ่อแม่รู้ว่าลูกชื่น

ชอบและอยากใกล้ชิด (คนนั้นคนนี้) เขา/เธอ


* พูดแบบไม่มีอี.คิว. - "พูดจาน่าเกลียด ทำเป็นเด็กไม่มีหัวคิดไปได้"


* พูดแบบมีอี.คิว. - "ลูกคงจะคิดถึงพี่เขามากใช่ไหม แม่เข้าใจ แม่ก็คิดถึงพี่คนนี้ของลูกเหมือนกัน"


7. เพื่อนลูกมาเล่นที่บ้าน ลูกพูดกับเพื่อนๆ ว่า "เราไม่แบ่งของเล่นให้เธอนะ ห้ามเล่นตุ๊กตาของเราด้วย" (ลูกโกรธ

(อีกแล้ว)) พ่อแม่อยากให้ลูกรู้จักเอื้อเฟื้อและเป็นเจ้าของบ้านใจดีกับแขก

* พูดแบบไม่มีอี.คิว. - "อย่าเป็นเด็กเห็นแก่ตัวสิลูก รู้จักแบ่งของเล่นให้เพื่อนเล่นบ้าง"


* พูดแบบมีอี.คิว. - "แม่รู้ว่าบางทีก็ยากที่จะแบ่งของที่เรารักให้คนอื่นเล่น หนูเก็บตุ๊กตาตัวโปรดไว้ในห้องนะจ๊ะแล้วขนของ

เล่นที่อยากให้เพื่อนเล่นออกมา"


เป็นอย่างไรบ้างคะ บททดสอบ "ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์" ของคุณพ่อคุณแม่ สำหรับผู้เขียนเองใช้คำพูดแบบ "คุณแม่อารมณ์ร้าย" ทุกครั้งเลยถ้าไม่ยั้งคิดเสียก่อน แต่ก็มองเห็นข้อดี สมควรใช้ความพยายามค่ะ ไม่อยากมี "คุณหนูอารมณ์ร้าย" ในบ้านนี่คะ ถึงได้เตือนคุณแม่ที่ยังมีลูกเล็กๆ ทั้งหลายให้สนใจวิธี "ควบคุมอารมณ์ให้เฉลียวฉลาด" เพื่อสร้างฐานอารมณ์ของลูกให้เข้มแข็งจะได้มีชีวิตอยู่ในโลกไร้พรมแดนใบนี้อย่างมีความสุขพอสมควรส่วนผู้เขียนน่ะเป็นพวก " ไม้แก่ดัดยาก " ค่ะ ถึงต้องใส่แว่น "สีชมพู" ไงคะ


จาก: นิตยสารรักลูก

Views: 491

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by แม่น้องแก้มน้องกิ๊บ on August 18, 2011 at 3:02am
โดน คะ เต็มๆ เลย จะพยายามปรับตัวคะ เพื่อลูกน้อยอารมณ์ดี
Comment by แม่น้องภู on July 2, 2010 at 12:01pm
ดีค่ะ จะพยายามนำไปปรับใช้กับครอบครัว
Comment by แม่ขวัญข้าว on June 30, 2010 at 8:32pm
ดีใจค่ะที่ได้เข้ามาอ่าน ชอบสถานการณ์แรกจังเลย"ลูกกลัวมากใช่ไหม พ่อกับแม่ก็กลัวลูกหาย ขอแม่กอดหน่อย เดี๋ยวเราค่อยคุยกันนะจ๊ะ"
Comment by แม่แอม on June 29, 2010 at 9:46pm
มาเก็บตกอารมณ์ตัวเองคะ
Comment by อุไรวรรณ วงศ์คำจันทร์ on June 28, 2010 at 1:20am
อ่านแล้ว ตรงกับตัวเราเลย บ่อยครั้งที่เราพูดแบบไม่มีEQ ต่อไปจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่เพื่อลูก
ขอบคุณมากค่ะ
Comment by พ่อน้อง save on June 27, 2010 at 7:49pm
1.หนีไปเที่ยวไหนมาลูก พ่อรอตั้งนาน
2.ไม่ต้องกลัวลูกพ่อก็เคยมาแล้ว..พ่อยังผ่านมันมาได้เลย
Comment by พ่อน้อง save on June 27, 2010 at 7:49pm
หงะ ผมตอบอีกแบบ .. ไม่ตรงเลย ทั้ง 2 อะ กำ..
3.แต่น้องบอกพ่อว่าน้องรักหนูนะ..
4.พ่ออุส่าทำนะลูก งั้นพรุ่งนี้หนูช่วยพ่อทำนะ..ครับ
5.มีอะไรให้พ่อช่วยไหม
6.อืม.
7. แบ่งกันเล่นนะลูก
Comment by พรเพ็ญ เหล่าเพิ่มพูนสกุล on June 26, 2010 at 4:14pm
ดีจังคะ เป็นอะไรเล็กๆที่คนส่วนมากมองข้าม แต่ผลลัพท์ที่เกิดกับจิตใจของลูกยิ่งใหญ่คะ
Comment by จันทรตณา จันทร์ศรีนาค on June 25, 2010 at 10:58pm
ขอบคุณคะดีมากเลย
Comment by แม่น้องโบอิ้ง on June 25, 2010 at 12:18pm
ขอบคุณค่ะที่ให้เข้ามาอ่านสิ่งดีๆๆค่ะ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service