หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ต่อข้อถามที่ว่า "กดดันลูกเกินไปละป่าว"

ตั้งแต่เริ่มทำ OPOL มา จิ๊ว่า หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่บรรดาคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายต้องเจอ คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า

"กดดันลูกไปป่าวเนี่ย เด็กตัวแค่นี้ จะไปเอาอะไรมากมาย รอเข้าโรงเรียนก่อนก็ได้ จะรีบไปไหน" ใครเคยเจอคำถามนี้บ้าง ยกมือหน่อยค่า วันนี้จิ๊มีคำตอบค่ะ อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคน แต่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้จิ๊กล้าตอบกับตัวเองว่า "ไม่กดดันเด็กแน่นอน แถมยังทำให้เด็กผ่อนคลายอีกด้วย"

เป็นเรื่องของหลานสาวตัวน้อยอายุ 6 ขวบค่ะ น้องไม่ได้รับการสอนระบบสองภาษามาก่อน เรียนอนุบาลก็ภาคปกติค่ะ จนกระทั่งเมื่อ 1 ปีที่ผ่านที่จิ๊เริ่มระบบ OPOL กะน้องกันต์ ก็ได้ชวนคุณแม่น้องทำด้วยกัน แต่เนื่องจากหลานเริ่มโต ตอนนั้นก็ประมาณ 5 ขวบ จึงค่อนข้างต่อต้าน แม่เค้าจึงไม่ได้ซีเรียสมากคิดว่าเดี๋ยวเข้าโรงเรียนก็คงทำได้เอง

ผ่านมา 1 ปี วันที่รอคอยก็มาถึงค่ะ วันนี้หลานเข้า ป.1 แล้วค่ะ เรียนโปรแกรม EP สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หลานเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อแม่ ก็กลายเป็นเด็กดื้อ การบ้านไม่ยอมทำ จนแม่เค้าเครียดมาก จิ๊เลยรับหน้าที่มาลองสอนแทน แค่1 ครั้งเท่านั้น จึงได้รับรู้สาเหตุที่ทำให้หลานดื้อ ไม่อยากทำการบ้าน ก้เพราะว่า ก็ภาษาอังกฤษมันยาก คือ ทุกอย่างเป็นอังกฤษหมด อย่างวิชาเลข ถ้าเราไม่เข้าใจโจทย์ก็จะทำไม่ได้ สมมติว่า

"หนูมีไข่ 1 ฟอง คุณแม่ให้มาอีก 2 ฟอง หนูจะมีไข่กี่ฟอง" แบบนี้ยังพออธิบายกันได้ใช่มั้ยคะ แต่ถ้าเด็กเจอตัวยึกยือ

" You have 1 egg and your mother gives you 2 more eggs, how many eggs will you have?"

คุณว่า เด็กจะเข้าใจอะไรมั้ยคะ อ่านก็ไม่ออก อ่านให้ฟังก็ไม่เข้าใจ แถมต้องมาตั้งโจทย์เพื่อแก้อีก

โจทย์อย่าง 3+5 = 8 ก็กลายเป็นเรื่องยาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำคุมองทุกวัน บวกกัน รวดเร็ว เนื่องจาก คุณครูเค้าให้เขียนว่า

Three plus five equal eight. อืมม์ ตอนนี้ หลานเลยต้องมานั่งท่อง 1-20 เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมท่องศัพท์ โอ เอ็น อี วัน แปลว่า 1

แล้วจิ๊รู้สึกยังงัยตอนสอนหลาน ยอมรับว่า "เครียดค่ะ" คือ ตอนนี้น้องกันต์ลูกชายอายุ 1.10 เดือน เราสอนโฟนิค ก็ไม่เคยต้องมาพูดว่า ตัว เอ ออกเสียง แอะ เราแค่ร้องเพลงว่า The A said ae จบ เข้าใจในชั้นเดียว คราวนี้จะมาสอนหลาน ต้องทำ 2 ชั้น คือ แปลโจทย์เป็นไทย พอเค้าเข้าใจ เราก็กลับไปเป็นอังกฤษ ทบทวนสิ่งที่โจทย์บอก แต่ความรู้สึกของเด็กมันเหนื่อยนะ กะการต้องแปลแล้วมาคิด

แล้วอย่างตอนท่องศัพท์ เค้าสะกด five ไม่ได้ เราก็บอกว่า five เสียง เฟอ ตัวอะไรคะ เค้าก็ไม่เค้าใจ ใช้จำเอาอย่างเดียว ในขณะที่ถ้าถามน้องกันต์ which one sounds fer? น้องกันต์จะชี้ F ทันที

ที่เล่ามาไม่ได้หมายความว่า ลูกเราเก่งกว่าค่ะ แต่พยายามจะสื้อให้เห็นว่า การสอนตั้งแต่ยังเล็ก เด็กจะซึมซับอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่กดดัน ไม่เครียด ในขณะที่เมื่อโตแล้ว ความเชื่อ ทัศนคติบางอย่างเกิดแล้ว ยากที่จะเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็กด้วย เด็กบางคน เปิดรับง่าย ชอบความท้าทาย เด็กบางคนกลัวความล้มเหลว ไม่อยากผิดพลาด ก็จะยากกว่า จิ๊อยากให้เรื่องนี้เป็นแนวคิด และเป็นกำลังใจให้พ่อแม่ที่เจอคำถามลักษณะนี้ ให้เชื่อในสิ่งที่เรากำลังทำค่ะ

สำหรับพ่อแม่ที่เริ่มตอนลูกโตแล้ว ไม่ได้หมายความว่า จะทำไม่ได้นะคะ อาจต้องหาแรงบันดาลใจมาก่อน และอาจจะต้องเหนื่อยขึ้นอีกนึด แต่สุดท้ายเมื่อผลลัพธ์บังเกิด ความหอมหวานของความสำเร็จ จิ๊เชื่อว่าไม่ต่างกันค่ะ

Views: 426

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by บุหลัน on June 13, 2012 at 4:11pm

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำคะ เยี่ยมมาก

Comment by หม่ะม๊าเฟิงกี้ on December 7, 2011 at 9:23pm

ขอบคุณสำหรับคำเเนะนำดีๆ มาถูกทางเเล้วค่ะ พยายามต่อไป

 

Comment by แม่น้องแตงกวา on November 26, 2010 at 10:35am
ถ้า 3.8 ปี ช้าเกินไปไหมคะ ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มสอนแต่ยังไม่ได้สอนแบบตลอดเวลากลัวว่าน้องจะเบื่อเวลาเราพูดแต่ภาษาอังกฤษมากเกินไปคะ จะมีพูดไทยบ่อยๆ เหมือนกัน แต่น้องก็ไม่ต่อต้านนะคะ ดูเหมือนจะสนใจเวลาเราพูดด้วย แต่ถ้าพูดอยู่ตลอดเวลาก็กลัวเค้าจะเครียดค่ะ ตอนแรกจะพูดแล้วแปลไทยตลอดหรือบางทีน้องก็จะถามว่าแปลว่าอะไร ตอนนี้เริ่มพยายามจะไม่แปลแล้วคะ เพิ่งเริ่มได้ 3 วันเองแต่พูดอังกฤษน้อยมากบางทีเราก็อายคนรอบข้างด้วย เพราะเราเองก็ยังไม่ค่อยจะชินกับการพูดเท่าไหร่ ยังไงก็จะพยายามต่อไปเข้ามาดูบล็อคบ่อยๆ ก็ทำให้มีกำลังใจทำมากขึ้นค่ะ สู้...สู้
Comment by คุณทีเจ on October 6, 2010 at 11:12am
โชคดีจังเลย ที่เข้าเป็นสมาชิกหมู่บ้านนนี้ ตอนน้องที่รักอายุเพิ่งได้ขวบเดียว ก็เลยยังไม่มีอาการต่อต้านอะไร..

แต่พูดไทย ปน อังกฤษ ขึ้นอยู่กับว่าภาษาไหนออกเสียงง่าย กว่า

อย่าง หมา กับ dog >>> พูดหมา ไม่รู้จัก เจอหมา ก็พูด ด็อกๆ dog dog

หรือ เปียก กับ wet >>> แม่เค้าพูดบ่อยกว่า ว่าเสื้อเปียกๆ ก็เลย พูดว่า เปียก มากกว่า wet คณป่ะป๊า ก็ต้องมาใช้ความถี่ในการให้เค้าจดจำคำว่า wet ให้ได้

ผมขอให้กำลังใจสมาชิกหมู่บ้านทุกคน ไม่ว่า ลูกยังเล็กอยู่หรือโตแล้วก็ตามนะครับ สู้ๆ
Comment by MaMa n'JaY on September 16, 2010 at 7:46pm
แต่สำหรับตัวเองแล้ว .. อาจจะตรงกันข้ามกะคนอื่นบ้าง ตรงที่ว่าตอนที่เริ่มสองภาษาน้องเจ และเคยเล่าให้คุณอ๊อบฟังถึงปัญหาของน้องเจ (ไม่รู้จำได้รึป่าว) น้องเจไม่ได้กดดัน แต่ว่าออกอาการไม่อยากไปโรงเรียน เพราะว่าคำพูดที่ว่า "มะม๊าก็สอนได้ ทำไมต้องไปโรงเรียนด้วย" แต่ด้วยความสามารถของครูประจำชั้น (ที่ดูน้องเจขาดมาก) กันไม่เคยเล่าให้ครูฟังว่าอยู่ในเครือข่ายและไม่ได้ให้ใครรู้มากนักเรื่องน้องเจ แต่ครูสังเกตและเห็นว่าน้องเจรู้ทุกอย่างที่ Teacher David สอน ครูแนะนำให้กันพูดอังกฤษกะลูกน้อยลงหน่อย แบ่งเป็นเวลา แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น เราก็พยายามปรับตามครู (เพราะรู้ว่าน้องเจชอบภาษาและจะไปได้เร็วกว่าเพื่อนในห้อง) และสอนให้น้องเจเอาขนมไปฝาก Teacher ออกไปคุยกะ Teacher สร้างความคุ้นเคย มันก็เลยทำให้ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับ ตอนนี้ทำแบบ OTOL กลายเป็นว่าเผลอปุ๊บ กันก็เช็ค Rating ถามน้องเจ ดูว่าจะตอบได้มั๊ย บางทีอยู่ ๆ น้องเจก็เหมือนเช็คกลับว่ามะม๊ารู้มั๊ยเนี่ยที่น้องเจพูด :)
Comment by JT007 on June 10, 2010 at 12:31am
อ่านแล้วรู้สึกสงสารเด็กจังเลยคะ เรื่องโจทย์เลข ขนาดเป็นภาษาไทยก็ยากสำหรับเด็กอยู่แล้ว ยิ่งเป็นภาษาอังกฤษอีก แบบนี้เด็กงงแน่นอน เพราะไม่ใช่ภาษาแม่ เลยพาลให้เด็กไม่อยากเรียนรู้ ไม่อยากทำการบ้าน ดังนั้นก็น่าจะเป็นข้อคิดให้บรรดาแม่ๆ ได้เป็นอย่างดี ที่อยากให้ลูกเรียนโปรแกรม EP แต่ลูกยังไม่พร้อม เพราะไม่ได้เรียนมาต่อเนื่อง และพ่อแม่เองก็ไม่ได้เตรียมความพร้อมให้ลูกตั้งแต่เด็ก
Comment by อรนัย รักในหลวง on June 9, 2010 at 8:55am
เพราะเราสอนแบบธรรมชาติไงจิ๊ ธรรมชาติของการสื่อสาร ฟัง --> พูด --> อ่าน --> เขียน
ฟังมาก พูดมาก ยิ่งถ้าได้โฟนิกส์เสริมก็อ่านได้เร็ว อ่านได้ รู้จักตัวอักษรก็เขียนได้..ไม่มีไรต้องกดดันเลย

แต่ไม่เคยฟัง ไม่เคยพูด รู้จักแต่ตัวอักษรโดยไม่รู้ว่ามันอกเสียงยังไงก็อ่านไม่ออก พออ่านไม่ออกก็กลับสู่ระบบท่องจำ จำไปอ่าน จำไปเขียน...วนเวียนแบบเดิมๆ..เฮ้อ!!
Comment by Prim & Poom on June 8, 2010 at 12:27pm
มาคอนเฟิร์มว่า สอนแบบเราๆ จากที่บ้านเนี่ย ช่วยลูกได้จริงๆจ้ะ
อย่างตัวที่เค้าไม่เคยอ่าน เค้าจะอ่านได้เร็วขึ้นจากการเดาศัพท์อีกด้วย เพราะว่า บางทีเป็นสิ่งที่เค้าเคยได้ยินมาบ่อย ๆ และแถมตัวเค้าเองนั่นแหละยังพูดออกบ่อยไป พออ่านให้ฟังครั้งนึงเค้าก็อ๋อ จำได้รวดเร็วเลยเชียว ...

แต่อย่างว่านะ สอนแบบเรา ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรค มันเกิดขึ้นได้ตลอดทางระหว่างทางที่เราเดินกันอยู่ เด๋วปัญหานี้บ้าง ปัญหานู้นบ้างสารพัด ... ก็แก้กันไปเนอะ ...
หลานของจิ๊คนนี้ใช่มะที่ว่าต่อต้านน่าดูเลย ... ตอนนี้เค้าอาจจะเริ่มเข้าใจและค่อยๆปรับก็เป็นได้นะ เพราะ ภาษาอังกฤษเข้ามาในชีวิตเค้ามากขึ้น อย่างไม่ทันตั้งตัวนั่นเองเนอะ... จิ๊ ... ช่วยเค้าอีกแรงเค้าจะได้สบายขึ้นเน้อ..
Comment by nuanpun on June 7, 2010 at 10:00pm
พยายามอยู่เหมือนกันค่ะ ติดปัญหาตรงที่คุณแม่เองค่ะ นึกไม่ทัน ใจร้อนพูดเป็นไทยไปซะก่อน นอกจากตัวเองต้องท่องประโยคเป็น eng แล้วประโยคส่วนใหญ่ก้อได้เฉพาะซ้ำๆ แต่ก้อจะพยายามค่ะ เก็บเล็กผสมน้อย ก้บห้อง Eng นี่แหละค่ะ
Comment by แม่น้องอุลตร้า/ใบข้าว on June 7, 2010 at 3:31pm
โดนเหมือนกันเลยค่ะ หาว่ากดดันเด็กมากเกินไป อ่านแล้วให้กำลัวใจและมั่นใจมากว่ามาถูกทางค่ะ ขอบคุณมากๆ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service