หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

แรงต้านจากการสอนลูกเป็นเด็กสองภาษา

หลังจากสอนสองภาษากะลูกมาได้ 1 ปี ก็เริ่มถึงเวลาที่แม่เริ่มเจอแรงต้านแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้เลี้ยงลูกเอง ลูกยังเล็ก ในบ้านมีแค่ครอบครัวตัวเองกะครอบครัวพี่ชายสามี ซึ่งก็ไม่มีใครแสดงความเห็นอะไร แต่ตอนนี้ลูกเริ่มโต (21 เดือน) เริ่มมีการออกนอกบ้านไปเจอคนอื่น ๆ บ้าง เริ่มอยู่ในช่วงหัดพูด ความคาดหวังจากคนรอบข้าง เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มเยอะขึ้น เช่น

- สอนแบบนี้ ลูกไม่สับสนแย่เหรอ

- ป่านนี้แล้ว ยังไม่พูด บอกแล้ว อย่าไปสอนภาษาอังกฤษก่อน

- ทำไมไม่สอนภาษาไทยให้เก่งก่อน แล้วค่อยไปสอนภาษาอื่น

- ลูกไม่พูดเพราะกดดันลูกไปละเปล่า

- ไปโรงเรียนแล้วจะคุยกะคนอื่นรู้เรื่องมั้ยเนี่ย

สารพัดความเห็นค่ะ จากที่จิ๊ไม่เคยกังวลเรื่องสองภาษาของลูกเลย ตอนนี้ชักมีนิด ๆ แล้วค่ะ ข้อที่กังวลที่สุด ไม่ใช่เรื่องทั้งหมดที่ได้รับฟังมาหรอกค่ะ แต่กำลังกังวลว่า แล้วเราจะต้านแรงและแนวคิดของสังคมไหวมั้ยเนี่ย อย่างเมื่อแวะวานไปเนอร์สเซอรี่มา อันที่จริงก็เลี้ยงลูกเองได้ มีพี่เลี้ยงช่วย แต่ใจอยากให้ลูกได้ไปเจอเพื่อน ๆ ข้างนอกบ้าง มีกิจกรรมอย่างอื่นกะคนอื่น ๆ บ้าง อีกทั้งกะลังจะมีน้องอีกคน เลยคิดว่า อยากสร้างอีกสถานที่นึง อีกสถานะนึงให้ลูก ให้มีอีกที่นึงที่เค้ารู้สึกคุ้นเคย ก็ปรากฏว่า ไปเจอครูพี่เลี้ยงที่คอมเมนท์ว่าเราไม่ควรสอนภาษาที่สองให้เด็กจนกว่าภาษาไทยจะแข็งแรง นี่มีเด็กคนนึงสองขวบกว่าแล้ว พูดไทยไม่ได้ซักคำ เพราะแม่สอนแต่ภาษาอังกฤษ คือพูดเหมือนว่าลูกเราจะไม่ปกตินะ อีกอย่าง เห็นเค้าเปิดซีดีให้เด็กดูระหว่างรอชั้นเรียนพร้อม ก็เป็นซีดีสอนภาษาอังกฤษแบบ Egg แปลว่า ไข่ ทำให้จิ๊กังวลว่า เอ... แล้วมันจะทำให้ลูกเกิดการสร้างระบบ ภาษาสองชั้นขึ้นมาในหัวมั้ยเนี่ย เพราะตอนนี้ภาษาอังกฤษของเค้าก็ยังไม่แข็งแรงขนาดที่เราไม่ต้องกังวล

เมื่อเริ่มคิดก็คิดไปไกลอีกว่า พอลูกเข้าอนุบาล เราก็คงไม่ได้ส่งอินเตอร์ แล้วในระบบโรงเรียนเค้าก็คงสอนแบบแปลเหมือนกัน คราวนี้แหละ จะถึงคราวที่ลูกจะสับสนจริง ๆ มั้ย แล้วจะทำให้ลูกเลิกพูดภาษอังกฤษมั้ย

ตอนนี้หลานสาวเริ่มเข้า ป. 1 แล้ว จากที่เรียนอนุบาลไทย ตอนนี้เข้าโปรแกรม EP เค้าจะกลับมาพร้อมศัพท์ใหม่ทุกวัน

Sit down แปลว่า นั่งลง Stand up แปลว่า ยืนขึ้น อะไรทำนองนี้ แต่มีอยู่วันนึง กลับมา แล้วบอกกะเราว่า May I go out แล้วก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปเลย เราก็ถามหลานว่า เมื่อกี้หนูว่าอะไรนะคะ เค้าบอกว่า May I go out แปลว่า หนูจะไปห้องน้ำ เราก็เลยบอกว่า อันที่จริงมันแปลว่า ขอหนูออกไปนอกห้องเรียนนะคะ ส่วนหนูจะไปห้องน้ำ ดื่มน้ำ หรือทำอย่างอื่นก็แล้วแต่ แต่ถ้าหนูขอไปห้องน้ำเลย หนูอาจจะพูดว่า May I go to toilet หลานทำหน้าไม่เชื่อ ก็ครูสอนมาอย่างนี้

แล้วต่อไปน้องกันต์จะสับสนมั้ย

อยากขอแชร์ประสบการณ์กะแม่ ๆ ที่ลูกอยู่ในวัยเดียวกัน หรือเคยผ่านเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน ว่าจะมีวิธีรับมือยังงัยค่ะ ขอบคุณทุกความเห็นล่วงหน้านะคะ

Views: 334

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by rinrada pc. on September 22, 2010 at 11:21pm
คุณแม่อย่ากังวลกับบุคคลรอบข้างเลยค่ะ มั่นใจเถอะค่ะว่าเราทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเค้า เด็ก ๆ ปรับตัวง่ายค่ะ ถ้าเรามุ่งมั่นบุคคลรอบข้างก็จะเข้าใจและสนับสนุนค่ะ ของน้องเฟมเวลาไปตลาดคุณม่ก็จะชี้ให้เค้าดูของต่างแล้วบอกเค้าเป็นภาษาอังกฤษค่ะ ซื้อไข่ก็ให้เขาหยิบพร้อมกับนับเป็นภาษาe ไม่สนใจว่าแม่ค้าเค้าจะคิดอย่างไรเพราะคนที่ได้รับผลดีก็คือลูกของเราค่ะ เวลาซื้อของเสร็จก็ให้เค้าbye bye see you again ปรากฏว่าตอนนี้เป็นขวัญใจของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเลย เป็นกำลังใจให้คุณแม่สู้สู้นะคะ
Comment by สมาพร โมลี(แม่น้องอะตอม) on September 20, 2010 at 1:01pm
ความสามารถของเด็กเกินกว่าที่เราคาด...ที่บ้านทถกคนพูดไทยหมด ตอนนี้น้องอายุ 1 ขวบ 7เดือน เราพูดภาษาอังกฤษกับเค้าตั้งแต่ 4 เดือน ตอนนี้เค้าพูดภาษาไทยได้เยอะมากเลยย แล้วก็เข้าใจภาษาอังกฤษที่เราใช้กับเค้าบ่อยๆ จริงจริงไม่น่ากะเกี่ยวกับการพูดได้ช้า ขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคนมากกว่า ทำต่อไปดีกว่าค่ะ
Comment by MaMaFocusLego on September 17, 2010 at 10:32am
เด็กไม่พูดไม่ใช่พูดไม่ได้นะคะ แต่เด็กบางคนพูดช้าบางคนพูดเร็ว ที่บ้านก็สอนแบบเดียวกันแหละคะแต่เค้าก็พูดไทยได้เข้าใจภาษาอังกฤษก็ดีไม่เห็นมีประเด็นอะไร แต่ทางที่ดีคุณพ่อก็น่าจะช่วยบ้างเพราะถ้าแม่เลือกที่จะเป็นคนพูดภาษาอังกฤษซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่คุณพ่อก็น่าจะช่วยสอนภาษาไทยไม่ใช่เหรอ
Comment by amm on September 16, 2010 at 10:23pm
ส่วนตัวคิดว่าอย่าเอาลูกไปฝากเลี้ยงเลยค่ะ ยังไงซะเราเลี้ยงเองย่อมดีกว่าอยู่แล้วค่ะ ยิ่งช่วงนี้ลูกอยู่ในวัยจดจำ หากได้รับการสอนที่ผิดๆล่ะก็แย่เลยค่ะ ที่สำคัญเนอสแห่งนี้ก็ไม่ได้มีความคิดเหมือนกับแม่ๆอย่างพวกเราที่ต้องการสอนน้องสองภาษา ถ้าน้องพอได้อยู่แล้วคุณแม่สอนเองต่อดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะไม่ต่อเนื่องน่ะค่ะ ที่สำคัญอบอุ่นด้วยค่ะ ให้พี่เขาหัดจับน้อง คุยกับน้องในท้องดู
Comment by MaMa n'JaY on September 16, 2010 at 8:14pm
อื้มมม .. อีกเรื่องคือ เราคิดว่าเร็ว ๆ นี้พ่อน้องเจอาจจะได้ไปดูงานที่จีน เราก็เลยว่ามันก็น่าจะดีถ้าเราจะเริ่มจีนกลางให้ลูกด้วย เพราะภาษาไทยเราไม่ได้ทิ้ง ภาษาอังกฤษก็ยังดำเนินต่อไป (สองอย่างนี้ยังคงเป็นหลักให้ภาษาให้น้องเจแข็งแรงเหมือนที่คุณครูและ ผอ.โรงเรียนเคยแนะนำ) ส่วนจีนที่รับเข้ามาพิจารณาและอยากจะเริ่มในเทอมสองนี้เพราะว่าเราจะได้ติดตามพ่อน้องเจไปเที่ยวจีนด้วย และคิดว่ารู้ไว้คงไม่เสียหายอะไร คุณพ่อก็เริ่มสนับสนุนแล้วแต่ยังไม่อยากให้เยอะเกินไป (คือจริง ๆ แล้วคุณพ่อน้องเจมองว่าจีนเนี่ย เรียนเมื่อไหร่ก็เรียนได้ ยังไม่ได้จำเป็นมาก แต่รู้ไว้ก็ไม่เสียหายอะไร เราจึงเน้นวิชาหลัก ๆ ที่จำเป็นก่อน รวมทั้งภาษาไทยกะอังกฤษ ซึ่งเรามองว่าน้องเจก็ควรต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วย) คุณพ่อน้องเจให้เราคุยกะอาม่าทำ OTOL จีนกลาง อาม่ารับปากแล้ว เมื่อเช้าอาม่าบอกว่าเมื่อไหร่ที่อาม่าพูดจีนกลาง เราก็ต้องอยู่ เรียนพร้อมน้องเจ แล้วก็จะได้ใช้จีนควบคู่กับอังกฤษ (แทนที่จะเป็นไทย) เราว่าก็โอเค แต่ไม่รู้จะรอดมั๊ย เพราะเราก็คืนจีนครูไปหมดแล้วววว 5555+ แต่ก็จะพยายามให้เต็มที่เท่าที่แม่คนนี้จะทำได้ :)
Comment by MaMa n'JaY on September 16, 2010 at 8:06pm
จริง ๆ ก็เคยได้ยินแรงต้านเหล่านี้มาบ้าง แต่โชคดีที่ว่า อาม่าน้องเจได้ดูทีวีเรื่องเด็กสองภาษา (จำไม่ได้ว่ารายการอะไร) แล้วรู้สึกตื่นเต้นอยากให้กันสอนน้องเจอย่างงั้นบ้าง (ทั้งที่เราเริ่มก่อนตั้งแต่อ่านหนังสือแล้ว แต่ตอนแรกอาม่าไม่เห็นด้วย) และโชคดีอีกต่อคือครูประจำชั้นของน้องเจสนับสนุนให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ภาษาอังกฤษกะลูกเป็นการปูพื้นฐานตอน อ.1 ที่เด็ก ๆ ต้องเรียนแบบ Bilingual ซึ่งก็โอเคเลยนะ คนรอบข้างสนับสนุนก็เลยคลายเครียดลง และรู้สึกดีขึ้นเมื่อตอนที่เราได้ยินน้องเจเริ่มพูด yes, no, ok, อุ้มหน่อย hold me, please. แล้วก็ขอกินนม give me a bottle of milk, please. จนมีวีรกรรมขำ ๆ ขอแค่ give me a bottle, please เลยได้แต่ขวดไปในวันนั้น 555+ จากไม่พูด ยอมพูด จากดูแต่ LeapFrog ซึ่งได้ Phonics มาพอควร ก็เริ่มเปิดใจยอมดู Caillou เริ่มเลียนเสียงของตัวละคร จนได้ศัพท์ วลี ประโยคแปลก ๆ มาทำให้เราทึ่งอยู่บ่อยครั้ง จนวันนี้บางทีก็พูดเองโดยที่เราไม่เริ่ม ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เราประหลาดใจดี บางทีเราถามไทย แต่เค้าตอบอังกฤษ ทำให้เราเข้าใจ (ไปเอง) ว่าสมองเด็กแยกแยะได้ เราสังเกตว่าเวลาน้องเจตอบเราภาษาอังกฤษ ไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดไทย หรืออย่างล่าสุดที่เราพาน้องเจไปกินบุฟเฟ่ต์ เราแปลกใจมากที่น้องเจพูดว่า Mommy, Look. The clown is coming. He makes balloon. พอเค้าเดินมาถึงโต๊ะเรา เค้าถามภาษาไทยว่าอยากจะได้ลูกโป่งรูปอะไร แล้วก็ให้มาหลายตัวเลือก น้องเจตอบว่า gun เออ .. เราว่าก็ดี พูดเอง ไม่มีต้องบังคับ ไม่มีปนไทยเลย แล้วยังเอาปืนลูกโป่งที่ได้ ไปเล่นกะเด็กญี่ปุ่นโต๊ะข้าง ๆ ได้อีกง่ะ :)
Comment by แม่น้องภูพิงค์ on May 6, 2010 at 10:39am
สู้ต่อไปค่ะ ตอนนี้น้องภูพิงค์อายุขวบนิดๆก็เริ่มพูดแล้ว แต่เค้าจะฟังและพูดภาษาไทยได้ก่อนเพราะที่บ้านพูดภาษาไทยกับเค้ายกเว้นคุณแม่ แต่เค้าก็ฟังรู้เรื่องนะคะเวลาคุณแม่พูดภาษาอังกฤษกับเค้า เราจะสังเกตได้แต่เค้าจะพูดคำศัพท์คำแรกที่เราสอนตั้งแต่เล็กๆได้ก่อนค่ะ เช่น bird tree car ball dog พร้อมๆกับศัพท์ภาษาไทยคำอื่นๆนั่นแหละค่ะ คุณแม่ไม่คาดหวังมากสอนไปเรื่อยๆค่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องมั่นใจในตัวเองก่อนค่ะถึงจะส่งความมั่นใจผ่านไปยังลูกได้ สู้ๆนะคะ
Comment by YuhKha on May 6, 2010 at 2:51am
คือภาษาเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วยส่นนึง ถ้าน้องไม่มีโอกาสได้ใช้ภาษาเลย คืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ใช้ภาษาไทยตลอดแล้เค้าต้องพูดอังกฤษคนเดียว อย่าพึ่งไปคิดว่าเค้าจะทำได้หรือไม่ แต่ถ้าเป็นเรา เราก็เครียด ถ้าจะมาแนวนี้เปลี่ยนเนอสเถอะคะ อาจจะแพงกว่าหน่อย แต่คุ้ม
Comment by namo mom on May 5, 2010 at 11:56pm
มาเป็นกำลังใจให้คุณจิ๊ด้วยคนค่ะ คิดว่าถึงตอนนี้คุณจิ๊คงหายเครียดแล้วนะคะ เพราะได้กำลังใจและแรงสนับสนุนจากพี่ๆน้องๆเพียบเลย ขอให้คุณจิ๊มั่นใจในสิ่งที่เราทำ และเชื่อมั่นในศักยภาพของน้องกันต์นะคะ สู้สู้
Comment by MK-MungKorn on May 5, 2010 at 10:27pm
อ่านแล้วอยากตอบเลยคะ เพราะต๊อบเคยสับสนเรื่องสอนลูกสองภาษาเหมือนกันคะ ต๊อบว่าทุกคนที่แชร์ข้อมูลให้เราฟังไม่ว่าจะเป็นคุณครูที่เนอร์สเซอรี่ หรือใครก็ตามล้วนตอบคำถามและแชร์ข้อมูลตามประสบการณ์ซึ่งก็อาจมากหรือน้อยต่างกัน แต่เราอยู่กับลูกเรามากที่สุด เรารู้มากที่สุดว่าลูกเราเข้าใจและสื่อสารกับเราได้ในระดับไหนคะ การหาโรงเรียนที่แนวคิดและวิธีการสอนใกล้เคียงกับเราที่สุดคงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะตอนนี้ เพราะก็คิดว่าคงไม่ได้ส่งลูกเข้าอินเตอร์เหมือนกันคะ ตอนไปวช เห็นคุณบิ๊กพูดถึงเพ่ยเพ่ย ว่าเรียนEP และมีระบบแปล ไม่ทราบว่าเปลี่ยนรร รึยัง ลองสอบถามคุณบิ๊ก น่าจะได้คำตอบจากประสบการณ์ตรงที่ดีมากนะคะ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service