หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ช่องว่างระหว่างประตูที่ปิดอยู่..สาวน้อยนัยน์ตาน้ำข้าว ยืนเต้นแร๊ปในสเต๊ปเบาๆ..มิใยที่แม่เธอจะผลักดันให้เธอก้าวข้ามบานประตูบานนั้น..แต่ดูเหมือนเธอจะแข็งขืนสุดกำลังที่เพียงมี......

ก่อนที่พี่จะออกเดินทางไปเรียนรู้ความสำราญของชีวิต..น้องในหมู่บ้านสองภาษาแห่งนี้คนหนึ่งบอกพี่ว่า.."พี่คะ..จำไว้นะ..สิงคโปร์..มีทุกอย่างที่เมืองไทยไม่มี"

(ไอ้)น้องคะ..ที่บอกพี่มาเนี่ย...มันรวมถึง ส้วมหลุม..แบบที่พี่กะเด็กฝรั่งคนนั้นเจอด้วยหรือเปล่าฟระ.......

โอ้วแม่เจ้า..มันน่ากลัวมาก..คุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่เมืองจีน..ที่เราไม่อาจคาดเดาได้ว่าหากเพลี้ยงพล้ำตกลงไปแม้เพียงขาเดียว...เราจะไปโผล่อยู่ที่จักรวาลใด

 

ว่าแล้ว..พี่ก็เต้นแร๊ปเป็นเพื่อนสาวน้อยนัยน์ตาน้ำข้าว..เพื่อรอเวลาที่ประตูบานถัดไปจะเปิดออกมา หุหุ

บ้านเมืองสะอาดมากๆ

อพาร์ทเม้นท์ในยุคแรกๆของสิงคโปร์ อาจะไม่เก่าแก่ในสายตาบางคน..แต่ถือเป็นสมบัติของชาติที่รัฐบาลสั่งให้อนุรักษ์ไว้

จะมองไปทางไหน..ความเขียวชะอุ่มของต้นไม้ก็รุกรานสายตามิได้ขาด

การเดินทางไปเติมความสำราญให้กับชีวิตที่สิงคโปร์ครั้งนี้ถือเป็นเป้าหมายหลัก แต่ผลที่ได้จากการคุยกับคนที่ใช้ชีวิตกว่าค่อนชีวิตในสิงคโปร์ถือเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่า..อาจจะเป็นเพียงแค่มุมมองของคนๆหนึ่งที่ได้มีโอกาสสัมผัส..อาจจะไม่ใช่ตัวแทนของสิ่งที่เป็นอยู่ทั้งหมด..แต่ก็คงไม่ผิดถ้าเราจะได้เรียนรู้

คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายจีน อาจมีแขกหรือชาติอื่นปนบ้าง..ทั้งขณะที่ใช้ชีวิตอยู่บนเรือหรือเดินที่ถนน พี่จะได้ยินคนสิงคโปร์คุยกัน..สามภาษาต่างสำเนียงสลับกันในการสนทนา..มีทั้งจีนแต้จิ๋ว..จีนกลางและภาษาอังกฤษ โดยที่คู่สนทนาก็สลับการใช้ภาษาตามอีกฝ่ายไปด้วย..ไหลลื่นเหมือนน้ำที่ไหลไปตามเส้นทางของมัน ไม่มีติดขัด

ใครบ้างที่พูดภาษาอังกฤษได้ในสิงคโปร์.....คำตอบคือทุกคน..ไม่ว่าจะเป็นอากง อาม่า..ลูกเล็กเด็กแดง กรรมกร คนกวาดถนน

แล้วคนสิงคโปร์คนไหนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้....คำตอบคือ..ไม่มี

เขาทำกันอย่างไร เรียนรู้กันอย่างไร สอนกันอย่างไร

ถ้าในโรงเรียน..ระบบการเรียนการสอน..จะถูกจัดให้เป็นภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมด และมีชั่วโมงภาษาแม่..นั่นคือในชั่วโมงนี้..ใครเป็นคนชาติไหน ก็ไปเข้าเรียนห้องเรียนนั้น เช่น คนจีน ไปเรียนภาษาจีน  คนแขกก็ไปเรียนภาษาแขก..แต่ไม่ได้ทุกโรงเรียนที่จะแยกชั่วโมงภาษาแม่ให้แบบครบทุกชาติ ดังนั้น เด็กส่วนใหญ่อาจจะต้องเลือกเรียนภาษาจีนแทนภาษาแม่ของตัวเองจากโรงเรียน..และภาษาแม่ของตัวเองเป็นหน้าที่ของครอบครัวที่จะใช้ภาษากับลูก

ถ้านอกโรงเรียนล่ะ...ก็สร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งภาษาในการติดต่อราชการหรือสื่อทีวี วิทยุ

และมันมีความจริงข้อหนึ่งคือ..มีคนสิงคโปร์จำนวนไม่น้อย..ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องปรื๋อ..แต่อ่านไม่ได้

 

ทำไมจึงเป็น"สิงคโปร์หล่า" ผู้เล่าบอกว่ามันก็คงเป็นมรดกสืบทอดที่มิอาจทัดทาน..คนสิงคโปร์ยุคแรกๆพูดภาษาอังกฤษติดสำเนียงจีนต้องลงท้ายด้วยหล่าๆ..เมื่อการใช้ชีวิตในครอบครัวต้องพูดคุยกัน..มันก็เกิดการถ่ายทอดการเลียนแบบโดยไม่รู้ตัว..และเป็นเรื่องที่ไม่ถือว่าแปลก..แม้จะต้องพูดคุยกับคนฝรั่งด้วยสำเนียงหล่าๆ..เป็นหน้าที่ของฝรั่งที่ต้องพยายามเข้าใจนะ

แล้วทำไมฝรั่งเข้าใจ..ทั้งๆที่สำเนียงสิงคโปร์ฟังค่อนข้างยาก..ถ้าเราบังเอิญได้ยินคนสิงคโปร์พูดภาษาอังกฤษ..เราจะไม่สงสัยกับคำถามนี้เลย..เพราะเขามีเสียงท้ายที่ชัดมาก

 

คุณแม่ที่พี่ได้ไปสนทนาด้วยในครั้งนี้..อยู่สิงคโปร์มานานกว่า 20 ปี มีลูก 3 คน เวลาคุยกับลูกหรือเพื่อนฝูง..จะสลับภาษาในการสนทนาตลอด..จีน..อังกฤษ...จีน..อังกฤษ แล้วก็..ภาษาอังกฤษเป็นสำเนียงสิงคโปร์หล่า..ทั้งๆที่เจ้าตัวเคยไปเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี....

สิงคโปร์เป็นชาติที่โดดเด่นทางด้านเศรษฐกิจเป็นแถวหน้าในย่านภูมิภาคเอเชีย รวมถึงศักยภาพของประชากรด้วย..ทำให้คนสิงคโปร์สามารถเดินทางไปทำงานที่ไหนๆในโลกใบนี้ก็ได้..

การที่เราจะเดินเหยียบขี้หมา หรือหมากฝรั่งบนถนนในสิงคโปร์นับเป็นเรื่องยากมากๆ แต่การที่เราจะแซงหน้าในด้านศักยภาพของคนและเศรษฐกิจ..ขอแค่ไปให้ถูกทาง...ไม่ยากใช่ไม๊

 

 

Views: 1241

Replies to This Discussion

อยากให้ประเทศไทยเรา มีคนพูดภาษาอังกฤษได้เพิ่มมากขึ้นแบบไม่เคอะเขินแบบเค้าบ้าง ถึงแม้เค้าจะสำเนียง หล่าๆ หรือสำเนียงไหน คิดว่าก็ไม่สำคัญ แต่ที่แน่ๆเค้า บรรลุวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร ซึ่งทำให้ฝรั่งสามารถเข้าใจได้ มันคงจะดีกว่า การวิ่งหนีฝรั่งหรือคุยกับฝรั่งที เหงื่อออก เมื่อยไม้เมื่อยมือ หรือ จะพูดภาษาอังกฤษทีต้องรวบรวมความกล้าประหนึ่งจะไปออกรบ พอเราพูดกับลูกในที่สาธารณะ ประหนึ่งว่าเราเป็นตัวประหลาด ต้องหันหลังค่วบ มองหาที่มาของเสียง หุหุ

"อาจจะเป็นเพียงแค่มุมมองของคนๆหนึ่งที่ได้มีโอกาสสัมผัส..อาจจะไม่ใช่ตัวแทน ของสิ่งที่เป็นอยู่ทั้งหมด..แต่ก็คงไม่ผิดถ้าเราจะได้เรียนรู้"

การเปิดหรือเพิ่มโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมค่ะ

แวะมาถามว่า (ไอ้)น้องคนนั้น ใครเหรอคะ ....หุหุ

ปีหน้าไปพิสูจน์-หล่า- ที่มาเลเซียกันนะคะ อิอิ

ภาพสุดท้ายนึกว่าเป็นลอนดอนอายเสียอีกค่ะ ประเทศเล็กแต่พื้นที่สีเขียวเยอะ กทมน่าเลียนแบบนะคะ (แอบมาแซวเล่นยามว่าง)

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ได้มีโอกาสได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงมาแล้วด้วย อยากให้เมืองไทยเป็นแบบนี้บ้างจัง เพราะว่าเวลาเราฝึกพูดกับลูกในสาธารณะมีแต่คนมอง เอะ นี่ ใช้ภาษากับลูกถูกหรือเปล่า มันต้องเปนเทนส์ หรือverb ช่องนั้นช่องนี้ โอ๊ย ปวดหัว และที่สำคัญอายด้วยค่ะ

แต่คนสิงค์โปร ไม่ค่อยมีความสุขคะ ชีวิตตึงเครียด ต้องตามกฎทุกอย่าง แข่งกันตั้งแต่เล็กคนโต ในครอบครัวสอนลูกว่าเงินคือพระเจ้า

มีเพื่อนแต่งงานกะชาวสิงค์โปร เค้าบอกว่าไม่เคยได้หัวเราะเลยตอนอยู่สิงค์โปรคะ

คนไทยเรามีความสุขทุกเรื่องนะคะ แค่พูดอังกฤษไม่ได้แค่เรื่องเดียว

อ่านกี่รอบกี่รอบก็สนุกเหมือนเดิมนะเนี่ย

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2017   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service