หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ตัดใจ / แพงกว่าปกติ / เลือกคบ / ฟันปลอม /อึดอัดแทน

1. แม่ตัดใจท่่ีจะไม่ซื้อ เพราะมันไม่จำเป็น
2. เครื่องดื่มและขนมที่วางในห้อง ราคาจะสูงกว่าปกติ (ในห้องตามโรงแรม)
The price of beverages and snacks are more expensive than usual.
3. ถ้าหนูอยากกิน เดี๋ยวเราไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อนอกโรงแรม
When we go out, I can stop by at convenience store for you If you want to buy some.
4. การเลือกคบใคร ควรเลือกที่นิสัย ไม่ใช่ตัดสินจากบุคลิกภายนอก(ลูกบอกว่าไม่อยากเล่นกับเพื่อนเพราะเพืนฟันไม่สวย )
Making friend to others, we should look deep into their heart / habit not only outside looking.
5. เขาใส่ฟันปลอม2ซี่ she wears/put 2 false teeth.
6.ถ้าเราทำตัวดี มีมารยาท จะเป็นที่รักของผู้พบเห็น
7. แม่รู้สึกอึดอัดแทนน้อง (พี่จะแหย่น้องตอนอากาศร้อนๆ น้องเร่ิมหงุดหงิด)

ขอบคุณมากคะ

Views: 936

Replies to This Discussion

คุณกิ้มคะ

ขอแชร์ความรู้อันน้อยนิด ถ้าฟันปลอม ภาษาคลินิกจะใช้เป็น denture หรือ prosthesis อะค่ะ

ไม่ทราบว่าภาษาที่ใช้พูดๆกันใช้ว่าอย่างไรเหมือนกัน

มารอฟังอาจารย์ด้วยคนนะคะ

 

สวัสดีค่ะ คุณกิ้มขยันจังเลยค่ะ น้อยไม่ค่อยได้พัฒนาตัวเองเลย

สวัสดีค่ะคุณกิ้ม ขออนุญาตแชร์นะคะ

 

1. แม่ตัดใจท่่ีจะไม่ซื้อ เพราะมันไม่จำเป็น

--> I can restrain my desire from buying …… because it is not necessary.


2. เครื่องดื่มและขนมที่วางในห้อง ราคาจะสูงกว่าปกติ (ในห้องตามโรงแรม)
The price of beverages and snacks are more expensive than usual.

--> Mini bars and snacks in the hotel room are more expensive than normal.


3. ถ้าหนูอยากกิน เดี๋ยวเราไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อนอกโรงแรม
When we go out, I can stop by at convenience store for you If you want to buy some.

--> if you would like to have some snacks, we can buy them at the convenient store.


4. การเลือกคบใคร ควรเลือกที่นิสัย ไม่ใช่ตัดสินจากบุคลิกภายนอก(ลูกบอกว่าไม่อยากเล่นกับเพื่อนเพราะเพืนฟันไม่สวย )
Making friend to others, we should look deep into their heart / habit not only outside looking.

--> To make friends, never judge a person by external appearance but we should look into his/her internal character.


5. เขาใส่ฟันปลอม2ซี่ she wears/put 2 false teeth.

--> False teeth หรือ denture ก็น่าจะได้นะคะ


6.ถ้าเราทำตัวดี มีมารยาท จะเป็นที่รักของผู้พบเห็น

--> If we behave well and have the good manner,we will be loved by the others.


7. แม่รู้สึกอึดอัดแทนน้อง (พี่จะแหย่น้องตอนอากาศร้อนๆ น้องเร่ิมหงุดหงิด)

--> I feel uncomfortable for your little sister.

 

4.เลือกใช้ยังไงนะคะคุณเล็ก ระหว่าง making กับ to make รบกวนด้วยคะ
คุณกิ้มคะ จริงๆ แล้วในกรณีนี้สามารถใช้ได้เหมือนกันเพราะทั้งสองคำเป็น non-finite verb ที่ทำหน้าที่เป็นคำนามขึ้นต้นประโยค ซึ่ง
1. Making อยู่ในรูปของคำกริยาที่ เติม - ing หรือที่เรา รู้จักกันคือ "Gerund" ทำหน้าที่เป็นเหมือนคำนาม แปลความหมายว่า "การ"
2. To make เป็นคำกริยาประเภท Infinitive with "to" ใช้นำหน้าประโยค แปลว่า "การ" ทำหน้าที่เป็นประธานในประโยคเช่นกัน
โดยปรกติทั่วๆไปแล้วในกรณีที่เราใช้ Gerund  และ  Infinitive ให้ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคเราสามารถใช้แทนกันได้  และมีความหมายเหมือนกัน  แล้วแต่ผู้ใช้  แต่มีกริยาบางตัวที่ตามด้วย Gerund  และ Infinitive  แล้วจะมีความหมายต่างกันเช่น
stop, forget, allow etc. ยกตัวอย่างการใช้เช่น
- I stopped working ฉันหยุดทำงาน (ไม่ทำอีกแล้ว)
- I stopped to work ฉันหยุด(จากสิ่งอื่น) เพื่อจะทำงาน


ขอแชร์นะค่ะ


1. แม่ตัดใจท่่ีจะไม่ซื้อ เพราะมันไม่จำเป็น
I don't buy it because I don't need it.
I tell myself not to buy it 'cause I don't think I need it.


2. เครื่องดื่มและขนมที่วางในห้อง ราคาจะสูงกว่าปกติ (ในห้องตามโรงแรม)
The price of beverages and snacks are more expensive than usual.

ได้ค่ะ เปลียนจาก are เป็น is นะค่ะ เพราะ ประธานของประโยคคือ price ถ้าจะใช้ are ก็เปลี่ยนเป็น prices คะ


3. ถ้าหนูอยากกิน เดี๋ยวเราไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อนอกโรงแรม
When we go out, I can stop by at convenience store for you If you want to buy some.

ขอเรียบเรียงประโยคใหม่แหละกันนะค่ะ

If you want it, we can get it cheaper from a convenience store outside.


4. การเลือกคบใคร ควรเลือกที่นิสัย ไม่ใช่ตัดสินจากบุคลิกภายนอก(ลูกบอกว่าไม่อยากเล่นกับเพื่อนเพราะเพืนฟันไม่สวย )
Making friend to others, we should look deep into their heart / habit not only outside looking.

You should choose friends wisely. You should not choose friends just based on what they look like. Look doesn't last forever, but character does. So, choose friends who you get along well and have something in common.


5. เขาใส่ฟันปลอม2ซี่ she wears/put 2 false teeth.
ถ้าเป็นแบบถอดได้ ก็ใช้ denture อย่างแม่ไออุ่นว่ามาค่ะ คำกริยาทีใช้ก็ใช้ wear คะ

I can't really tell if she wears dentures.


6.ถ้าเราทำตัวดี มีมารยาท จะเป็นที่รักของผู้พบเห็น
Good manners make a person more lovable.


7. แม่รู้สึกอึดอัดแทนน้อง (พี่จะแหย่น้องตอนอากาศร้อนๆ น้องเร่ิมหงุดหงิด)

I can feel how uncomfortable your little sister is with the way you tease her.


ขอแชร์ด้วยนะครับ

  1. แม่ตัดใจท่่ีจะไม่ซื้อ เพราะมันไม่จำเป็น

->  I've made up my mind not to buy it because I think we don't need it.


2. เครื่องดื่มและขนมที่วางในห้อง ราคาจะสูงกว่าปกติ (ในห้องตามโรงแรม)
The price of beverages and snacks are more expensive than usual.

->  หากใช้ price น่าจะใช้กับ high/low  ส่วน expensive/cheap จะใช้กับของหรือสินค้าตรง ๆ  เช่น  The prices of beverages and snacks are higher here.   หรือ  The beverages and snacks available in the hotel room are more expensive (than those sold outside).


3. ถ้าหนูอยากกิน เดี๋ยวเราไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อนอกโรงแรม
When we go out, I can stop by at convenience store for you If you want to buy some.

->  ก็ได้นะครับ  ขอแชร์อีกแบบด้วยคือ  If you want them, we can go to a convenience store and buy them.


4. การเลือกคบใคร ควรเลือกที่นิสัย ไม่ใช่ตัดสินจากบุคลิกภายนอก(ลูกบอกว่าไม่อยากเล่นกับเพื่อนเพราะเพืนฟันไม่สวย )
Making friend to others, we should look deep into their heart / habit not only outside looking.

->  When you choose a friend, don't just look at their physical appearance.  Beauty is skin deep.

"Beauty is skin deep."  =  รูปลักษณ์ที่สวยงามภายนอกเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย


5. เขาใส่ฟันปลอม2ซี่ she wears/put 2 false teeth.

->  She wears dentures/ false teeth.   หากใช้ put  จะเป็น  "put in"  เช่น  She puts her dentures/false teeth (หรือ teeth ในบริบทนี้ก็ได้) in every morning. 


6.ถ้าเราทำตัวดี มีมารยาท จะเป็นที่รักของผู้พบเห็น

->  If you are well-behaved and have good manners, people will find you adorable.


7. แม่รู้สึกอึดอัดแทนน้อง (พี่จะแหย่น้องตอนอากาศร้อนๆ น้องเร่ิมหงุดหงิด)

-> You're getting on my nerves.  (Please quite picking on her.)

"get on someone's nerves" = รู้สึกหงุดหงิด รำคาญ เพราะบางคน/บางสิ่ง พูดหรือทำอะไรบางอย่างตลอดเวลาที่ทำให้เราไม่ชอบ

2. สงสัยนิดนึงคะ The beverages and snacks available in the hotel room are more expensive (than those sold outside). ทำไมใช้ sold คะ ไม่ใช้ sell เข้าใจว่า เป็นการพูดข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ปัจจุบัน คือข้างใน ร.ร แพงกว่าปกติที่ขายข้างนอก

7.หนูกำลังทำให้น้องเริ่มหงุดหงิด you're getting on her nerves.
7.1 แม่เริ่มจะหงุดหงิดกับการทำเสียงประหลาดๆของหนูแล้วนะ หยุดได้มั้ย
You're getting on my nerves. Can you stop making that noise?
7.2 แม่เริ่มหงุดหงิดแล้วคะ หยุดพูดประโยคเดิมๆได้มั้ย
I'm getting moody. Stop nagging, please.
You're getting on my nerves. Stop nagging, please.
2 ประโยคนี้ใช้แทนความหมายกันได้มั้ยคะ ประโยคแรก เน้นบอกความรู้สึกเรา ประโยค2 เน้นบอกลูกว่า ลูกกำลังรบกวนอยู่


คุณเอกค่ะ จิ๊บว่า ใช้ get on my nerves กะลูก หรือ เด็ก จะแรงไปป่าวค่ะ เพราะจิ๊บว่าจากโจทย์ แม่จะรู้สึกอึดอัดแทนเฉยๆ
แต่ get on my nerves จะเป็นแบบว่า โคตรรำคาญเลย ทนไม่ไหวแล้ว

โดยส่วนตัว จิ๊บไม่แนะนำให้ใช้ get on my nerves กะเด็กอะค่ะ

แนะนำด้วยค่ะ

ขอบคุณป้าจิ๊บที่ทักนะครับ  สำนวน "get on my nerves"  จะมีความหมายหลัก ๆ เหมือนกับ annoy  แต่ที่แตกต่างคือ สิ่งที่ทำให้เกิดความรำคาญจะเกิดขึ้นแบบต่อเนื่อง  เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ  (คล้ายๆ กับคำไทยที่ว่า  "กวนประสาทตลอด" )  ไม่ใช่ครั้งเดียวแล้วจบ  เช่น เสียงเด็กร้องไห้เป็นเวลานานไม่หยุด/เสียงก่อสร้างทั้งวัน หรือ ในกรณีบอกลูกให้เก็บของเข้าที่หลาย ๆ ครั้งแล้ว แต่ไม่เคยทำซักที   เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ get on my nerves

อย่างในประโยคคุณกิ้มที่ว่า หงุดหงิดแทนน้องเพราะพี่แหย่น้องตลอด จนเรารู้สึกหงุดหงิดแทน ก็เลยเลือกใช้ get on my nerves    อย่างใน Longman Dictionary จะมีรายละเอียดแบบนี้นะครับ:

 

"get on somebody's nerves" :

(informal) if someone gets on your nerves, they annoy you, especially by doing something all the time:

- She's always moaning. It really gets on my nerves.  (= เธอชอบบ่นนู่นบ่นนี้อยู่ตลอด  แบบนี้ทำให้ฉันรำคาญจริงๆ)
 

ในบางกรณี หรือบางบริบทที่เราคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก หากใช้ get on my nerves ก็อาจจะเยอะไปอย่างที่ป้าจิ๊บว่า  ก็ขึ้นอยู่กับบริบท และความรู้สึกคนที่พูดครับ  หากหงุดหงิดมาก รำคาญจริง ๆ ก็ใช้ได้ครับ    เป็นความเห็นนะครับป้าจิ๊บ อย่าถือว่าแนะนำเลยครับเพราะป้าจิ๊บเก่งอยู่แล้ว  :) 

--------------------------------------------  

 

ขอตอบคุณกิ้ม

2. สงสัยนิดนึงคะ The beverages and snacks available in the hotel room are more expensive (than those sold outside). ทำไมใช้ sold คะ ไม่ใช้ sell เข้าใจว่า เป็นการพูดข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ปัจจุบัน คือข้างใน ร.ร แพงกว่าปกติที่ขายข้างนอก

->>  ใช้ sold  เพราะเป็น passive voice มาจาก  than those that are sold outside  ครับ

7.หนูกำลังทำให้น้องเริ่มหงุดหงิด you're getting on her nerves.
7.1 แม่เริ่มจะหงุดหงิดกับการทำเสียงประหลาดๆของหนูแล้วนะ หยุดได้มั้ย
You're getting on my nerves. Can you stop making that noise?

->>  อย่างอันนี้เหมือนกับที่ผมอธิบายข้างต้นคือ หากเสียงประหลาด ๆ ที่เราได้ยินมาตลอดทำให้เรารำคาญ ก็ใช้ get on my nerves ได้ครับ


7.2 แม่เริ่มหงุดหงิดแล้วคะ หยุดพูดประโยคเดิมๆได้มั้ย
I'm getting moody. Stop nagging, please.
You're getting on my nerves. Stop nagging, please.

2 ประโยคนี้ใช้แทนความหมายกันได้มั้ยคะ ประโยคแรก เน้นบอกความรู้สึกเรา ประโยค2 เน้นบอกลูกว่า ลูกกำลังรบกวน

->>  ก็ใช้ได้ทั้ง 2 ประโยคครับ  เพราะทั้ง moody และ get on my nerves ก็หมายถึง  "being annoyed"  เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเราจะเน้นใช้ get on my nerves เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เรารำคาญ กวนประสาทเราตลอด  หรือจะใช้แค่ moody  ก็ได้เหมือนกันครับ


ขอบคุณ คุณเอกค่ะ

พอดีไปเจอคลิปของ อาจารย์ Adam สอนเรื่อง to get on somebody's nerves ค่ะ
เอามาแชร์ค่ะ

https://www.youtube.com/watch?v=9cFD-gHQQW4





ขอบคุณคุณจิ๊บที่แชร์ลิงค์นะคะ เพจ อ.อดัม น่าตามมาก^^

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service