หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

อยากทราบว่าคุณแม่ท่านใดที่สอนลูกวิธี OTOL พัฒนาการของน้องเป็นอย่างไรบ้าง และประสบความสำเร็จหรือไม่

ตอนนี้คุณแม่ได้เริ่มพูดภาษาอังกฤษแบบ OTOL กับลูกๆ สองคน คนโตน้องแก้มแก้ว 5 ขวบ คนเล็ก น้องเกศแก้ว เกือบ 3 ขวบ น้องคนโตตอนแรกต่อต้าน แต่เราสร้างแรงบันดาลใจให้เค้า ทำให้เค้าเริ่มฟัง และพยายามอยากพูดด้วย แต่พูดไม่รู้เรื่องเลย (แบบว่าพูดภาษาต่าวด่าวเลยหล่ะ) แต่คนเล็กถ้าอารมณ์ดี จะพูดตามแม่ทุกอย่าง ถ้าแม่พูดอังกฤษ เค้าก้อพูดประโยคนั้นตามตลอด ยกเว้นถ้าอารมณ์ไม่ดี จะไม่อยากฟังอังกฤษเลย

ปัญหาก้อคือ คุณแม่ไม่มั่นใจว่าการสอนภาษาแบบ OTOL แล้วเค้าจะสามารถพูดอังกฤษได้หรือ เค้าจะสลับโหมดเองได้หรือ หรือว่าเราควรใช้วิธี OPOL จะดีกว่า แต่ว่าตัวแม่เองก้อยังไม่เก่งอังกฤษเท่าไร ก้อเลยเลือกแบบ OTOL คือว่าดูบรรยากาศว่าจะพูดตอนใหนดี ไม่มีเวลาที่แน่นอน แบบนี้ถูกไหมค่ะ

 

อยากขอฟังประสบการณ์จากคุณแม่ที่เคยเลี้ยงลูกแบบ OTOL หน่อยค่ะว่าเป็นอย่างไรบ้าง

Views: 625

Reply to This

Replies to This Discussion

มายกมือค่า...ภาเอง สอนเจ้าขาด้วย OTOL แบบเริ่มจากน้อยมากกกกก..เลยค่ะ (ตอนที่สอนยุ่งมาก เลยสอนได้ทีละนิดละหน่อยค่ะ แล้วแม่ก็ไม่เก่งด้วยค่ะ) แล้วก็ขยับเพิ่มเปอร์เซนต์ ไปเรื่อยๆ เมื่อลูกเครื่องติด และเราก็เริ่มคล่องมากขึ้นค่ะ

ที่คุณแม่ทำถูกแล้วค่ะ ดูบรรยากาศว่าจะพูดตอนไหนดี ไม่มีเวลาแน่นอนก็ได้ค่ะ และที่น้องพยายามอยากพูดด้วย แม้คุณแม่จะบอกว่าพูดไม่รู้เรื่อง (เพราะเค้าคลังคำศัพท์ยังไม่มากพอ ต้องใช้เวลาค่ะ) ภาถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากนะคะ

"ปัญหาก้อคือ คุณแม่ไม่มั่นใจว่าการสอนภาษาแบบ OTOL แล้วเค้าจะสามารถพูดอังกฤษได้หรือ เค้าจะสลับโหมดเองได้หรือ หรือว่าเราควรใช้วิธี OPOL จะดีกว่า"
ถ้าคุณแม่บอกว่า ภาษาอังกฤษแม่เองก้อไม่เก่งเท่าไหร่ ภาว่าเลือก OTOL น่าจะทำให้บรรยากาศดีทั้งแม่และลูกมากกว่านะคะ และเมื่อบรรยากาศผ่อนคลาย และอาศัยระยะเวลา ทุกอย่างจะตามมาแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นลูกเริ่มโต้ตอบ คุณแม่เริ่มคล่องมากขึ้นในการพูดกับลูก พอถึงตอนนั้น คุณแม่ก็ค่อยๆเพิ่มระดับไปเรื่อยๆค่ะ

มั่นใจได้เลยค่ะว่า OTOL น้องก็สามารถพูดได้ค่ะ และระยะเวลาก็ไม่ได้แตกต่างจากคนทำ OPOL นะคะ พูดเรื่องระยะเวลาเพื่อยืนยันให้คุณแม่สบายใจนะคะ ว่าไม่แตกต่าง แต่ขอให้คุณแม่มองที่เป้าหมายว่า จะทำให้ลูกพูดออกมาได้จากความรู้สึก ไม่ต้องผ่านระบบการแปล ตรงนี้น่าจะสำคัญสุดค่ะ ซึ่งแม้จะใช้เวลาเยอะ แต่ผลลัพธ์คุ้มค่ากว่ามากกกกก...
ดีกว่าเราที่เรียนมาตั้งนาน แต่พูดไม่ได้ หรือเป็นเด็กสองภาษาสองชั้น ที่กว่าจะพูดออกมาได้ แน่นอนค่ะ

ขอให้สนุกและมีความสุขกับการสร้างเด็กสองภาษานะคะ เดินไปด้วยกันค่า....
ขอบคุณ คุณภา และคุณโอ๊ตมากเลยนะค่ะ สำหรับคำแนะนำ เราจะพยายามค่ะ ตอนนี้ก้อกำลังเก็บข้อมูลพวกคำศัพท์ต่างๆ เพื่อไว้คุยกับเค้า ต้องเตรียมการบ้านเยอะๆ หน่อย สู้ สู้ค่ะ
หนึ่งก็เป็นอีกคนที่ไม่เก่งภาษามาก และสอนแบบ OTOL อยู่ค่ะสอนมาได้ประมาณปีนึงแล้ว พัฒนาการลูกดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ โหมด 2 ภาษาก็ค่อยๆเริ่มทำงานแล้วค่ะ
ของหนึ่งอาจใช้เวลามากนิดนึง เพราะที่เน้น คือต้อง รักษาความสนุก และไม่เครียดค่ะ ไม่เช่นนั้น แม่จะหมดกำลังใจ เหนื่อยและ ท้อถอยไปซะก่อน

หนึ่งค่อยๆทำตามที่หนังสือของคุณบิ๊กบอกไว้ค่ะ ทำไปทีละขั้น รักษารอยต่อของแต่ระยะให้ดี ช้าหน่อยไม่เป็นไร
สิ่งที่ได้สำหรับตัวเองตอนนี้คือลูกพูดภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ สามารถพูดกับแม่เป็นภาษาอังกฤษและหันไปคุยกับตาเป็ภาษาไทยได้ แต่ก็ยังไม่เต็ม 100 เพราะทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่เราจะสอนลูกด้วยค่ะ
ทุกวันนี้ก็ยังพูดไทยกับลูกแทบทุกวันค่ะ แหะ แหะ *_*


อย่างที่น้องภาบอกนะคะ "เป้าหมายว่า จะทำให้ลูกพูดออกมาได้จากความรู้สึก ไม่ต้องผ่านระบบการแปล ตรงนี้น่าจะสำคัญสุดค่ะ ซึ่งแม้จะใช้เวลาเยอะ แต่ผลลัพธ์คุ้มค่ากว่ามากกกกก.."

ขอยืนยันนะคะว่าได้ผลจริงๆค่ะ สู้ๆ นะคะ

หนังสือของคุณบิ๊กที่ว่านี่คื่ออะไรค่ะ

พอดีอยากทราบอ่ะค่ะ

พี่ทำทั้งสองแบบค่ะ ค่อย ๆ เพิ่มค วามถี่ไปเรื่อย ๆ แต่ยังคงกลับมา OTOL เวลาสอนเรื่อง EQ ค่ะ นอกนั้น OPOL กว่า 80% ทำมาได้ 5 เดือนแล้วค่ะ ลูกเก่งขึ้นเรื่อย ๆ แม่เริ่มฝืด ๆ ตามลูกไม่ค่อยทันแล้วค่ะ
แต่ตอนนี้ มีปัญหานิดหน่อยค่ะ คือว่า เวลาเราพูดภาษาอังกฤษกับน้อง ซึ่งเค้าไม่เข้าใจเลย (เพราะว่ามันใหม่กับเค้ามาก) สิ่งที่เห็นก้อคือน้อง งง!! แล้วเราก้อพยายามพูดอีก น้องก้อ งง!! มากกว่าเดิมอีกค่ะ สุดท้ายก้อเลยตัดสินใจพูดไทยกับเค้า ก้อเท่ากับว่าเราแปลให้เค้านะค่ะ อย่างนี้ทำถูกไม๊ แล้วจริงๆ เราควรทำอย่างไรดีหล่ะ เคยได้ยินเรื่อง baby sign แต่น้องก้อโตแล้วจะใช้ได้หรือค่ะ ควรทำงัยดีเนี่ยะ
เบบี้ซายด์ใช้ได้คะ เพื่อต่อยอดกับภาษาอื่นได้คะ คุณบิ๊กเคยให้คำแนะนำมาคะ แล้วเด็กจะพูดออกมาเองคะ ลองดูนะคะ คำง่ายๆก่อนก็ได้คะ
แรก ๆ พยายามพูดเรื่องใกล้ ๆ ตัวก่อนค่ะ และระหว่างพูดก็ทำทางทางประกอบ เช่น ต้องการให้ลูกไปดื่มน้ำ ก็ พูดและพาไปดื่มน้ำ แรก ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนอย่าพูดเรื่องไกลตัว เพราะเด็ก ๆ จะงง ไม่รู้เรื่องพาลจะไม่ชอบ Eng ไปซะก่อน ขอให้เน้นบทสนทนาในชีวิตประจำวัน เน้นกิริยา (Verb) เช่น Watch TV, Take a bath, Read a story ประมาณนี้ก่อนค่ะ พอเราคุ้น ลูกคุ้น เราค่อย ๆ ขยับไปทำ OPOL จะได้ไม่กดดันตัวเองและลูก ลองดูนะคะ
คุณแม่พูดเป็นประโยคหรือวลียาวๆหรือเปล่าคะ..น้องก็เลยงงเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่คุณแม่สื่อออกมามังคะ ได้ทดลองสอนศัพท์เป็นคำๆเพื่อสะสมคลังศัพท์ก่อนหรือยังคะ...เช่นเรื่องอาหารการกิน....ชื่อข้าว กับข้าว น้ำ นม ถ้วยชาม ช้อน ผัก ผลไม้ ...ตัวอย่างของย่านะคะ...วันไหนซื้อผัก ผลไม้มาล้างผึ่งลมแห้งแล้วก็เอาใส่ถาดก่อนนำไปปรุงอาหารก็ขอยืมคุณปู่ก่อน...วันไหนมีอะไรก็เอาอันนั้น..เอาของจริงเลย...ยกขึ้นมาก็...This's a papaya. ...a papaya....กี่ชนิดก็ว่าไป..แล้วคุณปู่ก็ไปซื้อยางพาราก็เค้าประดิษฐ์เป็นพวก ผัก ผลไม้ รูปสัตว์ต่างๆ ติดไว้เต็มข้างฝาเลย พอถึงคำไหนใบเตยก็วิ่งไปชี้สิ่งนั้นที่ข้างฝาเชื่อมโยงกับของจริง..ก็สนุกกันไป..ทำไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเค้าก็เริมพูด กินส้มเปรี้ยวหน่อยก็พูดออกมาว่า Oh!! sour เป็นต้นค่ะ...ย่าใช้ของในบ้านรอบๆตัวใกล้ตัวก่อนแล้วค่อยๆวงกว้างออกไป...จากคำก็เป็นวลีพูดซ้ำๆคำเดิมๆ วลีเดิมๆ ประโยคเดิมๆ........ซ้ำมากๆๆๆๆ.......แต่อย่าแปลเป็นอันขาด...ไม่งั้นจะกลายเป็นเด็กภาษาสองชั้นไม่ต่างกับพ่อแม่และคนที่เรียนมาแบบเดิมๆเรียนมามากมายแต่เอาเข้าจริงพูดกับฝรั่งไม่เป็น....อ่านหนังสือคุณบิ๊กอีกหลายๆเที่ยวนะคะแล้วทำตามนั้นใจเย็นๆค่ะคุณแม่เดี๋ยวดีเองค่ะ
ใช่แล้วค่ะคุณย่าใบเตย ตอนแรกๆ คุณแม่อัดภาษาอังกฤษเป็นประโยคเลย แบบว่าน้องก้อ งง!! เเม่พูดอะไรเนี่ยะ แต่ตอนนี้ก้อใช้วิธีเพิ่มคลังศัพท์ให้ลูกอยู่ค่ะ ต้องใจเย็นๆเนอะ ตอนนี้น้องก้อโอเคค่ะ ไม่ต่อต้านเเล้ว แต่ปัญหาที่แม่เองนี่แหละ ต้องเก็บความรู้ไว้เยอะๆ เพราะบางทีเราเห็นสิ่งของแต่ไม่รู้ศัพท์ ก้อเลยยังไม่เต็มที่เท่าไรค่ะ แต่ก้อกำลังพยายามค่ะ
เริ่มสอนจาก otol อยู่เหมือนกันคะ คลังศัพท์เริ่มได้เยอะแล้ว เริ่มเป็นสัญญาณที่ดี แต่ติดนิดหนึ่งตรงแม่เนี่ยคะ ต้องทำการบ้านหนักหน่อยกำลังฝึกภาษา และสำเนียงให้ถูก hehehe
OTOL เหมือนกันค่ะ
ตอนแรกแม่พูดอังกฤษกับลูกคนเดียวค่ะ แต่เริ่มเหนื่อย และไปได้ช้า
สุดท้ายพ่อเลยมาสมทบ ได้ผลค่ะ พัฒนาการดีขึ้น อยากพูดอังกฤษตอนไหนก็พูด ไม่กดดันคนใดคนหนึ่งค่ะ
แต่ต้องสม่ำเสมอหน่อยนะคะ รับรองเรื่องสลับโหมดไม่มีปัญหาค่ะ คุณแม่อย่าพูดไทยปนอังกฤษนะคะ แบ่งไปเลยให้ชัดเจน

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service