หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

สมมติว่าท่านเป็นรมต. กระทรวงศึกษาธิการ ท่านจะออกแบบหลักสูตรของโรงเรียนอย่างไร

ผมเคยศึกษาระบบการศึกษาของต่างประเทศมาบ้าง โดยมองเข้าไปจากสายตาของคนที่เป็นผู้ปกครอง แล้วหันกลับมามองโรงเรียนของบ้านเราว่ามีอะไรที่ประหลาดๆในความคิดผม หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
การเร่งอ่านเขียนให้ได้ เพื่อให้นักเรียนไปสอบเข้า ป.1 โรงเรียนสาธิต
การให้การบ้านมาทำที่บ้านมากมาย ราวกลับว่าจะมีสอบวันรุ่งขึ้น
ผมก็เลยสงสัยแล้วเด็กไปทำอะไรตอน 8 โมงเข้าถึง 4 โมงเย็น นี่กะไม่มีเวลาเหลือให้พ่อแม่กับเด็กอยู่ด้วยกันทำอย่างอื่นบ้างเหรอ

พออ่านระบบการศึกษาของแม่น้องพลอยชมพูที่บล็อก เขียนไป...ตามใจฉัน...ตอน การศึกษาของประชาชนคนเยอรมัน (แนะนำให้อ่านก่อน)

ถูกใจผมหลายอย่าง ในแง่แนวคิดการจัดการศึกษา คือไม่เร่งเด็กเลย แต่คิดว่าทำอย่างไรให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เน้นกิจกรรม โรงเรียนใกล้บ้าน

ท้ายสุด เมื่อเด็กเติบโตถึงจุดหนึ่ง เด็กก็สามารถซึมซับการอ่านเขียนได้เป็นอย่างดี

ไหนๆมีการเปิดประเด็นเรื่อง Home School ไปแล้ว ผมอยากทำบทบาทสมมติอีกสักนิดว่า

ถ้าสมาชิกมีโอกาสเป็นรมต. ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องการศึกษา ท่านจะออกแบบหลักสูตร บนแนวคิดอย่างไร เพราะอะไร (จะเน้นเฉพาะอนุบาล ประถม หรือมัธยม ก็ได้ตามอัธยาศัยครับ)

ผมอยากขอเสนอสร้างภูมิปัญญาร่วม ในประเด็นนี้นะครับ เผื่อเราจะได้ไอเดียดีๆ มาเสนอผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไปพิจารณากันต่อไป


Views: 269

Reply to This

Replies to This Discussion

เด็กไทยเนี่ยเหรียญเงินเหรียญทอง โอลิมปิกคณิตศาสตร์ เลยนะคะ แต่...เอามาทำอะไรเก่งแต่คำนวน อย่างอื่นไม่พัฒนาเลย อยากรู้ว่าเรียนสูตรคณิตศาสตร์เยอะแยะเนี่ย เคยได้ใช้บ้างไหมคะ...สำหรับตัวเองหลายๆสูตรก็ยังท่องได้เลยนะคะ แต่ไม่รู้จะจำไปทำอะไรได้เนี่ย ยัง งง กับหลักสูตรประเทศเรา
คนเขียนหลักสูตรเนี่ย เค้ากลัวคนในชาติจะฉลาดแล้วจะได้เปรียบชาติอื่นกระมังคะ ... (ดูอย่างนักการเมืองแต่ละคน คิดอะไรมาแต่ละอย่างฟังแล้ว อยากเอาหัวโขกขันตาย เอาอะไรคิดกันหว่า )
ถ้ายังระบบเดิม หลักสูตรเดิม ก็ ไปไหนไม่ได้หรอกค่ะ พายเรือในอ่างกันต่อไป ...ทีเรื่องอย่างนี้ทำไม ไม่ดูต่างชาติบ้างนะ...ไม่เข้าใจเลย

สรุปว่า ... โละทั้งระบบ เริ่มวันนี้จะเห็นผลที่รุ่นหลานเราค่ะ

****ลูกหลานไทยจะได้ "ปลดแอก" จากการคร่ำเคร่งเรียนแต่ในตำรา สักที ทุกวันนี้ เรียนกันเดือนละ 30 วันเลยนะคะเนี่ย แล้วยังต้องเรียน ดนตรี กีฬา อีก**** จบมา ตกงานระนาว เพราะว่าไม่มีเส้น...จบอะไรมาก็ไม่ได้ทำงานตรงสายที่เรียนมาหรอกค่ะ เค้าไม่รับ เรียนเยอะทำไมเก็บตังค์ไว้ยัดใต้โต๊ะ ตอนจะเข้างานดีกว่ามั้งค่ะ เฮ้อ!!! เครียดเลย
การเรียนรู้เริ่มจากชีวิตประจำวันและสิ่งที่จำเป็นต้องกินต้องใช้พอดีผมมีตัวอย่างนักเรียนชั้นป.๕ที่ผมสอนทำสิ่งประดิษฐ์จากเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อลดปริมาณขยะโดยใช้อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มคุณค่าของการประดิษฐ์และบวกกับศิลปและความคิดสร้างสรรในตัวเด็กพร้อมดึงบวกลบคูณหารที่เพิ่งเรียนมาคำนวณสร้างผลงาน เช่นไฟฉายหลอดแอลอีดี(หลอดที่ใช้ไฟจราจรตามแยก)ไฟโรแมนติกกดสวิตซ์แล้วดับเองตั้งเวลาได้โดยใช้ขวดนํ้าพลาสติกทั้งหลายเอาหลอดแอลอีดีใส่เข้าไปในขวดปกติถ้าไม่กดสวิตซ์จะไม่กินไฟเลยใช้งานได้นาน๒ปีเมื่อรู้ปริมาณการใช้ก็็สามารถคำนวณได้ ไฟฉุกเฉินแบบง่ายๆเด็กทำเองได้และอธิบายการทำงานได้ต่อจากนั้นสอนให้สร้างชมรมเด็กสามารถผลิตผลงานออกจำหน่ายเด็กจะคิดเองได้เมื่อลงมือทำและรู้จักแก้ปัญหาจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงโดยมีคนทำทางให้เด็กพอเดินได้ใ้ช้ธรรมชาติในตัวเด็กเพราะเด็กมีพลังการเรียนรู้มากและเด็กจะรู้จักการให้ต้องมีตัวอย่างคือ พ่อแม่เป็นผู้แสดงโลก เพื่อสังคมจะได้น่าอยู่ต้องขออภัยที่ใช้ตัวเองเป็นตัวอย่างครับ
ส่วนตัวคิดว่าระบบการศึกษาสะท้อนสังคม และสังคมสร้างการศึกษา ไม่ใช่เพราะค่านิยมหลอกหรือที่บีบบังคับให้มีการสอบเข้า หากจะมีการเปลี่ยนแปลงคิดว่าคงต้องเริ่มจากหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมคือครอบครัว หากเรามีความต้องการที่แน่วแน่คิดว่าไม่นานผู้ใหญ่ในสังคมต้องหันมามอง

เนื่องด้วยไม่ได้จบมาทางการศึกษาหรือจิตวิทยาเด็กจึงไม่สามารถวิจารณเรื่องระบบได้ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวไม่ชอบให้ครูเอาคะแนนสอบมาเป็นตัววัดว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กดีหรือเด็กคนนี้ฉลาด และโดยมากก็จะมาคาดหวังว่าเรียนเก่งแล้วจะเก่งไปซะทุกอย่าง คนเรียนเก่งมักได้เป็นหัวหน้าห้อง เป็นคนโปรดของครู เด็กเรียนไม่เก่งคือเด็กโง่ มีแนวโน้มที่จะเลว เด็กที่บ้านรวยมีอภิสิทธ์ อะไรทำนองนี้ อยากให้ครูปลูกฝังคุณค่าในตัวเองให้เด็ก เราเรียนไม่เก่งแต่เราต้องมีดีอะไรสักอย่าง อยากให้ครูมีเวลาสนใจเด็กแต่ละคนมากกว่านี้ อยากให้ครูมีจิตวิญญาณความเป็นครูมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าชั้นเรียนครูเพราะอยากจบจากจุฬาอะไรทำนองนี้ (อยากเรียนอย่างอื่น แต่คะแนนไม่ถึง และต้องเป็นลูกพระเกี้ยวด้วย) เศร้าใจจัง
คิดเห็นเหมือนพ่อแม่ท่านอื่นว่ายังแย่และไม่มีมาตรฐานที่เชื่อถือได้ เดี๋ยวเปลี่ยนแบบนั้น เปลี่ยนแบบนี้ ตามใจ รมต.ที่เข้ามา ท่านใดวิสัยทัศน์ดีหน่อยการศึกษาก็จะมีการดูแลเป็นอย่างดี มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่มันน่าจะพัฒนาการเด็กไทยได้ ไม่ต้องอะไรมากแค่ครูที่จะสอนเด็กยังขาดแคลนเลยค่ะ ทั้งที่มีคนที่เรียนจบมาปีละหลายแสนคน จนครูดีดีหนีไปทำอย่างอื่นหรือไม่ก็เปิดสอนพิเศษซะเองเลย นักเรียนที่อยู่ ตจว ยิ่งน่าสงสาร เข้าไม่ถึงความเจริญด้านการศึกษา ขาดโอกาศทุก ๆ ด้าน สรุปแล้วเด็กไทยส่วนมาก ขาดโอกาศดีทีทางการศึกษาทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะโรงงเรียนประเภท 2 ภาษา เด็กเกือบ ร้อยละ เก้าสิบไม่มีทางได้สัมผัสแน่นอน แพงๆๆๆสุดๆๆๆๆเฮ้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆฌศร้า
เอาแบบง่ายๆ เริ่มจากครูก่อนค่ะ
เซ็ตระบบเงินเดือนครูใหม่ ให้เงินเดือนครูแพงๆ เพราะจะเป็นสิ่งดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่เก่งๆ ให้เปลี่ยนความคิดมาเป็นครูกันเยอะๆ
มีครูเก่งมากขึ้น ครูเก่าๆ ก็ต้องพัฒนาตัวเอง ระบบก็ดีตาม นักเรียนก็เก่งตาม ได้รับความรู้เต็มที่
อันนี้เอามาจาก ความคิดของอาจารย์เมฑาวุฒิ ในคอลัมณ์ในเนชั่นสุดสัปดาห์นะคะ เคยอ่านแล้วถูกใจ ถ้าจำไม่ผิดเคยเล่าว่าแต่ก่อนที่สิงคโปร์ก็เริ่มจากการปรับเงินเดือนครูเหมือนกัน

หรืออย่างมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่ซาอุ ที่ต้องการเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ระดับโลก ต้องการดึงดูดนักศึกษา หรืออาจารย์ ให้มาเรียนมาวิจัยมาสอนเยอะๆ ก็ใช้เงินช่วยก็เหมือนกันด้วยการให้ทุนนักศึกษา ให้เงินเดือนอาจารย์สูง ๆ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง คือเอาความรู้ที่มีอยู่ในโลกมาผ่านกระบวนการทางความคิดให้เกิดปัญญา อันดับแรกคือต้องใช้ ๓ องค์ประกอบคือบ้าน โรงเรียน วัด เป็นการจัดการเรียนการ สอน ถ้าไม่ใช่ศาสนาพุทธก็ปรับเปลี่ยนตามศาสนานั้นๆเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง การเรียนรู้ต้องให้เป็นคนดีก่อนแล้วค่อยเป็นคนเก่งการเรียนรู้ในชุมชนจะทำให้เด็กรักชุมชนและมีความเอื้ออาทรต่อกันไม่ว่าคนสัตว์และสิ่งแวดล้อมมีวัดคอยกล่อมเกลาจิตวิญญาณที่ถูกต้องและโรงเรียนให้ความรู้มีบ้านให้ความรักและความเข้าใจและทั้ง ๓ องค์ประกอบสามารถปรับเปลี่ยนบทบาทตามความถนัดได้ตัวอย่างรูปซ้ายมือผู้เขียนใช้เวลา๔ปีสอนอิเล็กทรอนิกส์ให้เด็กๆชั้นประถม๒-๖โดยทำให้ง่ายเด็กเข้าใจได้โดยใช้เวลาหลังเลิกเรียนไม่มีค่าใช้จ่ายโดยเรี่มจากสอนลูกและลูกคนอื่นๆด้วยเพื่อให้เกิดสังคมแห่งการให้ตั้งแต่ปี๒๕๔๔ปัจจุบันลูกชายคนโตอยู่ ม.๔ต้องขออภัยที่ใช้ตัวเองเป็นตัวอย่าง ขอให้ลงมือทำผมเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย
เยี่ยมจังเลยค่ะ
พอดีมีตัวอย่างมาเสริม สอนให้เ็ป็นคนดีก่อนจะเป็นคนเก่ง น้องบุ้งลูกชายคนโต กวิน สิริภัทรคุณ ได้ร่วมทำความดีกับคุณครูตุ่น รุ่งรดิศญ ไวอาษา สามารถชมได้ที่http://http://hiptv.mcot.net/player/hipPlayer.php?SelectSpeed=256k&id=... ช่วงแกะรอยคนดี นาทีที่ 46 เป็นต้นไป
เดี๊ยวว่างๆจะมาแสดงความคิดเห็นคะ ตอนนี้สมองรับอะไรไม่ไหว ปวดหัว เพราะว่ากินยาแก้ปวดกระดูกคะ
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่คุณแม่เป็นอาจารย์โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งระดับประถมค่ะ ดิฉันพูดแบบไม่อายว่าแย่ค่ะ เพราะสมัยนี้มีแต่ครูรุ่นใหม่ซึ่งการเรียนการสอนไม่ใส่ใจเด็กค่ะ ไม่สม้ยก่อนยิ่งถ้าเป็นโรงเรียนวัดละเลิกพูดดีกว่าค่ะ ไม่ดีเลยมีแต่ครูไม่มีประสบการณ์ เพราะครูรุ่นขอเออรี ตัวเองออกจากการเป็นครูคร่ะ นี่คือเรื่อง เพราะตัวแม่ดิฉันก้อคิดว่าจะลาออกก่อนเกษียณเหมือนกาน เพราะนโยบายการแบบมัวแต่ให้ครูทำผลงานกัน ถ้าผลไม่ดีก้อเหอะ ๆ ขั้นก็ และครูเดี๋ยวต้องใช้คอมฯเป็น ให้หมด แต่ถ้าครูสมัยก่อนการให้ตำแหน่งขั้นจากการสอนเด็กอ่ะ เหอะๆๆ แล้วแถมเด็กนักเรียนต้องมานั่งสอบอารัยกานเยอะ ไปหมดไม่รู้ nt อย่างนี้ และก้อมานั่งจับอันดับว่าโรงเรียนเก่งกว่ากานเหอๆๆ ถ้าเป็นระบบเมืองเขาจะเน้นให้ลูเรียนรัฐบาลค่ะ แต่เมืองไทยเน้นให้ลูกเรียนโรงเรียนดังกะโรงเรียนเอกชน เหอะๆๆ จิงไหมค่ะ
ถ้าเป็น รมต. กระทรวงศึกษาธิการ ขอโละระบบเก่าๆ ทั้งหมด ยกเว้นระดับมหาวิทยาลัย ขอเริ่มละกันคะคิดมานานแสนนานแล้วคะ เริ่มแรกอยากให้จัดระบบการศึกษา ระดับเตรียมก่อนอนุบาลจนถึงอนุบาล 3 คะ อยากให้จัดระบบการเรียน จากเวลา 8.30 น - 15.00น. พ่อแม่ทำงานก่อน 8.30 -18.00 น. จัดระเบียบการศึกษาให้เด็ก เรียนตั้งแต่ 9.00 น ถึง 15.00น. หลักสูตร ระดับนี้ ให้เรียนพูดภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐานในการใช้ในชีวิตประจำวันไม่ต้องเน้นเขียนมาก และเรียนกับธรรมชาติศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ สภาพแวดล้อมและกิจกรรมสนุกๆที่พัฒนาการตามวัยในระดับต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และมีการประเมินผลการเรียนของเด็กโดยครู และครุประจำชั้น ครุที่สอนการเรียนหรือกิจกรรมต่างๆโดยผู้ปกครองประเมิน ในแต่ละเดือนคิดว่าไม่เครียด เพื่อเป็นการปรับพฤติกรรมของเด็ก และครูไปด้วยเราจะได้รู้ว่าครูเคยใส่ใจอะไรบ้าง (ประสบการณ์เจอมาแล้ว ครูไม่เอาใส่ใจเลยเมื่อเจอพฤติกรรมของเด็กแสบ ก็ปล่อยไว้ต้องมีการควบคุมพฤติกรรมเด็กบ้างหรือเน้นให้ด็ดทำอย่างอื่นในสิ่งที่เค้าชอบและดี)ไม่ว่าในโรงเรียนของรัฐบาลหรือ เอกชน เมื่อโรงเรียนรัฐบาลไม่เป็นแบบอย่างไม่ได้เกณฑ์มาตรฐาน ก็ปิดจะดีกว่า บางคนเครียดเพราะไม่ค่าเท่อมให้ลูก แต่เอกชนแพง ใครอยากให้ลูกเรียนแพงทำเพื่อลูกยอมจ่ายแพง ถามว่าลูกคุณได้อะไรในระบบการศึกษาของเอกชน ความโก้หรู การยอมรับในสังคม ค่านิยม แย่งกันเค้าจะเป็นจะตายใช้จับใบดำใบแดงใครจะได้เรียนในระดับม.1-ม.6 แต่ต้องอย่ในพื้นที่ แนะนำให้ระบบนี้ดีกว่าคะ ให้มีการสอบเข้าเรียนในระดับม1. และ ม4 ความสามารถในการแก้ปัญหา การเข้าปรับตัว ทั้งรัฐบาลและเอกชนหลักสุตรในระดับม.1 - ม.6 เน้นในการไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในแต่ละวิชาไปใช้ในทางใดได้บ้าง ข้อสอบ ควรเป็นการแสดงความคิดเห็นในการตอบโจทย์ต่างๆ มากกว่าตอบข้อนี้ถูก ข้อนี้ผิด เช่น วิชาคณิตศาสตร์ คุณเรียนมาในชัวิตประจำวัน คูณ หาร บวก ลบเลขเป็นแค่นั้นหรือ ควรจะมีมากว่านั้นว่าจะเอาไปใช้ในด้านใด เช่นคำณวณในการคิดค่าของเป็นไปได้ว่า เมื้อเราซื้อของ 100 ชิ้น กลับมาถึงบ้านของมีครบแค่95 ชิ้น ที่เหลือไปไหน(สมมุต) หรือวิทยาศาสตร์ต้องออกภาคสนามในการเรียนรุ้กับธรรมชาติ คิดค้นแก้ปัญหาต่างในรอบตัวเรา เช่นจะทำอย่างไรในแม่น้ำลำคลองใสสะอาด เราจะมีกระบวนคิดค้นอะไรสักอย่าง เป็นต้น วิชาสังคม เราเรียนแต่ประวัติศาสตร์ แต่เราต้องเรียนวิถีในการใช้ชีวิตในประจำวันต่างอย่างไร ในเมื่อเจอสภาพแวดล้อมบบางอย่างไม่ดี ที่ทำให้เด็กต้องมาเจอติดยาเสพติด ระดับม.4-ม.6 เนี้ยสำคัญมาก ควรจัดให้เด็กฝึกงานตั้งแต่ม.4 ช่วงปิดเทอมหารายได้พิเศษเอง หรือไม่ทำก็ได้แต่ต้องมีประวัติว่าเด็กทำอะไรในช่วงปิดเทอม เพื่อฝึกความมีวินัยในตัวเองและความรับผิดชอบ มากว่าเที่ยวขายตัว เข้าหาวัตถูตามกระแสนิยม
ถ้าเป็นโรงเรียนวิชาชีพแนะนำให้ทำแบบนี้เช่นกัน แต่เด็กต้องไปฝึกงานทุกวัน ตั้งแต่จ.-ศ เวลาเรียนก็เป็น 9.00น ส่วนเวลา 13.00น ต้องเตรียมตัวไปฝึกงานที่บริษัทฯ เรียนไปทำงานไปด้วย ต้องมีประวัติบันทึกการเรียนและการฝึกงานด้วย เพื่อควบคุมเด็กใช้เวลาว่างไปเที่ยวไล่ตีกันฝึกงานจนถึง18.00น. เราเน้นฝึกการทำงานเป็นมากว่าวิชาเรียนในแค่ตำราเรียน เน้นการปฺฏิบัติ
รัฐบาลควรจะมีนโยบายใหม่บังคับบริษัททุกแห่งให้เปิดรับเด็กเข้าไปฝึกงานเรียนรุ้การทำงานพร้อมให้ค่าจ้างแรงงานเด็กด้วย
ส่วนระดับ ป.1-ป.6 ควรเน้นการอ่านออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้องเราเป็นประเทศไทยแม่และในชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษจำนวนชั่วดทงเรียนควรมากว่าปกติให้เด็กเน้นการพูดภาษาเป็นหลัก และเสริมวิชาภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ให้มากกว่า ไม่ใช่บรรจะหลักสูตรในระดับมหาวิทยาลัยๆ อ่าน เขียนมากกว่าพูดเป็นธรรมชาติ ในชีวิตประจำวัน และควรเน้นกิจกรรมพัฒนการ ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆมาใช้ ในบ้านเราในครอบครัวและทุกๆคนได้ ควรเรียน 9.00 น-15.00น ให้เด็กนอนหลับช่วงบ่ายในหนึ่งสัปดาห์ควรมีชั่วโมงนอนพัก2 ชม.ต่อวัน เพราะว่าในหลักสุตรเน้นการทำกิจกรรมมากว่าควบคู่กับเรียนด้วย ช่วงเย็น บางคนผ้ปกครองทำไม่ได้ เพราะทำงานกินเงินเดือนเลิกเย็นกว่าจะมารับ แนะนำให้ปล่อยเด็กเป็นอิสระทำอะไรก็ได้ก่อนผุ้ปกครองมารับกลับบ้าน ผู้ปกครองก็จ่ายค่าจ้างครุคิดเป็นชั่วโมงก็ได้ไม่แพงจนเกินไปสัก ชม.ละ 60 บาทเป็นต้น
ส่วนเรื่องการเข้าเรียนอนุบาลยอมรับว่า การคัดเด็กตามเกณฑ์อายุเป็นหลัก อยากให้เลิกระบบนี้เพราะว่า เป็นการทำลายเด็กที่มีความสามารถมากว่า อยากให้วัดความสารมารถและพฤติกรรมเป็นหลักคะ
ถ้าได้เป็น ร ม ต.จะให้ออกสื่อทุกประเภท เพื่อเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยมของพ่อ แม่ ครูและคนในสังคมให้นับถือคนที่ความสามารถ ไม่ใช่แค่ใบปริญญา ทำมาหากินได้มีฐานะโดยยังเป็นคนดี ถือศีล 5 ครบ ไม่ใช่นับถือคนที่จำนวนเงินที่มี ไม่ใช่แค่สถาบันที่จบ เป็นต้น ทำสื่อรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเปลี่ยนคนหมู่มากในสังคมได้ เชื่อว่าเมื่อความคิดเปลี่ยน การปฏิบัติก็จะเปลี่ยน ระบบถึงจะเปลี่ยน

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service