หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

แนะนำตัวสมาชิกใหม่ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวสองหนุ่ม

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน

เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกในนี้ได้ไม่นานมาก และเพิ่งจะวันนี้ที่สบโอกาสในการเข้ามาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวอันเกี่ยวกับการเปลี่ยนลูกให้เป็นเด็กสองภาษา..

ข้อมูลเบื้องต้นนะคะ

ตัวเราเป็นคนทำงานกลางวัน...จะมีเวลาอยู่กับลูกแค่ก่อนไปทำงานและหลังเลิกงาน กับเสาร์อาทิตย์
ลูกชายสองคน คนโตชื่อ "โขน" อายุ 3.11 ขวบ คือจะสี่ขวบอยู่เดือนหน้าเนี่ยแหละค่ะ
คนเล็ก "เขิน" อายุ 1.7 ขวบ
ทั้งสองคนนั้น เราเริ่มสอนเบบี้ ซายน์ตั้งแต่ 10 เดือนทั้งคู่ โดยมีเครื่องมือคือ Flash card และดีวีดี... เรื่องนี้ต้องขอบคุณหนังเรื่อง Meet The Fockers เมื่อเกือบห้าปีก่อนเลยค่ะ ที่ทำให้เรารู้จักเบบี้ซายน์ ซึ่งตอนแรกไม่รู้เรียกว่าอะไร เราก็ไปขวนขวายจนรู้ว่า..มันคือเบบี้ ซายน์ แล้วก็ซื้อหาเครื่องมือมาสอนลูก ตั้งแต่ยุคที่เรื่องนี้ยังใหม่มากในเมืองไทยน่ะค่ะ...
การเลี้ยงดูทั่วไป.. เราให้ลูกดูเฉพาะ Animal Planet, Cartoon Network หรือดีวีดีพวก Thomas, Baby Einstein, Pocoyo, Fireman Sam โดยทั้งหมดนี้ เราให้ดูเฉพาะ "ภาษาอังกฤษเท่านั้น" และเป็นอย่างนี้มาตลอดนับแต่วันแรกที่เราอนุญาตให้เค้าดูทีวีได้ เราจะสั่งพี่เลี้ยงเลยว่า ถ้าบังเอิญเปิดมาแล้วเจอภาษาไทย ให้เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษทันที โชคดีอย่างนึงของเราคือ พี่เลี้ยงเด็กเป็นคนที่ "ฉลาด" มาก อยากจะเรียกว่า อัจฉริยะของไทยใหญ่.


เดิมที เราเป็นคนคุยกับลูกเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่เค้าอยู่ในท้อง ตั้งแต่ตอนท้องโขนโน่นเลยค่ะ แล้วพอคลอดโขนออกมา ก็ยังพอมีคุยภาษาอังกฤษบ้าง แต่พอมาจุดนึงประมาณตอนโขนอายุหกเดือน ความรู้สึกรักมันท่วมท้นน่ะค่ะ และรู้สึกว่าภาษาไทยบอกรักได้เพราะที่สุด เลยพูดอังกฤษน้อยลง และพูดไทยมากขึ้น สำคัญที่สุด มันดุลูกได้ถนัดปากมากกว่าน่ะค่ะ

แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งร้อยเปอร์เซนต์ เรายังคงพูดประโยคสั้นๆเป็นภาษาอังกฤษกับโขนเสมอๆ เช่น คัมมอน...เก็ท แบค เฮียร์...สเต็ป แบ็ค... แบ็ค ออฟ...ไปจนถึงประโยคประเภท เทิร์น ออน หรือ เทิร์น ออฟ เทเลวิชั่น โอเพิ่น เธอะ ดอร์ โคลส เธอะ ดอร์..สารพัด ทั้งหมดนี้ สลับกับการสอนศัพท์อังกฤษมาเรื่อยๆ จนค่อนข้างมั่นใจว่าโขนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษในระดับน่าพอใจ และเมื่อโขนอายุได้แค่ 3.6 ปี โขนสามารถผสมคำคุณศัพท์เข้ากับคำนามได้แล้ว เช่นถ้าชี้ไปที่รถสีชมพู เค้าก็จะบอก พิงค์ คาร์ ชี้ไปที่รถบัสใหญ่ๆ ก็จะบอกว่า บิ๊กบัส เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้คือ เราไม่ได้พุดภาษาอังกฤษตลอดเวลา

ตัดกลับมาที่คนเล็กมั่ง เขินนั้น ตอนนี้พุดเก่งมาก แม้จะอายุแค่ 1.6 ขวบ โดยที่พัฒนาการคือ เริ่มพูดคำแรก " 2 พยางค์" ตั้งแต่อายุแค่สิบเดือน คำนั้นคือ Heart Guard ซึ่งเค้าพูดตามย่าเค้า ท่ามกลางพยานที่ได้ยินเป็นผู้ใหญ่ทั้งหมด 3 คน..ซึ่งเราจึงทึ่งมากว่า เขินมีพัฒนาการด้านการพูดที่เร็วมาก เมื่อเทียบกับโขน

การสอนภาษาอังกฤษของเราต่อเขิน ก็ดำเนินสเต็ปมาเหมือนตอนโขนเลยค่ะ และชีวิตเรามาเปลี่ยนแปลงเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้วนี้เอง...

วันนั้น เราเจอเพื่อนสนิท ซึ่งสามีเรียนด๊อกเตอร์อยู่ เพื่อนสนิทเล่าให้ฟังว่า อยากสอนลูกเป็นเด็กสองภาษา โดยให้สามีเป็นคนพูดกับลูก เพราะสามีจบโทจากอังกฤษ แต่สามีเธอไม่ยอม.. เธอเซ็งมาก ก่อนจะถามเราว่า

"ทำไมแกไม่พูดภาษาอังกฤษกับลูกแบบตลอดเวลาไปเลยล่ะ วันนั้นชั้นดูคลิปเด็กคนนึงชื่อน้องเพ่ยเพ่ย.. แก อเมซซิ่งมาก เด็กเก่งมาก ชั้นว่าแกน่าจะทำได้นะ เพราะพื้นฐานภาษาแกดี..."

เราจึงกลับมาฉุกคิดว่า นั่นสินะ เราเองภาษาอังกฤษ จริงๆก็ไม่ใช่ระดับ Native Speaker อาจจะไม่ได้แม่นแกรมมาร์ร้อยเปอร์เซนต์ และไม่ได้พูดคล่องปรื๋อเหมือนคนอยู่เมืองนอกมานาน แต่สามารถใช้สื่อสารได้อย่างค่อนข้างน่าพอใจในระดับหนึ่ง แล้วทำไมเราจึงจะทิ้งโอกาสการสร้างทุนปัญญาให้ลูกซะ (ชอบคำนี้ของคุณพงษ์ระพีจริงๆ) พอกลับมาวันนั้น เราจึงปฎิวัติตัวเอง ด้วยการใช้ระบบ OPOL ทันที ท่ามกลางการให้การสนับสนุนและกำลังใจอย่างดีเยี่ยมจากสามี...

หลังจากทำมาได้สักสามอาทิตย์ พัฒนาการตอนนี้คือ

โขน ... ฟังรู้เรื่องมากกว่า 70% แม้จะเป็นประโยคที่ใช้ศัพท์ในระดับยากขึ้นมาหน่อย แต่ยังมีงงๆอยู่บ้าง หากเป็นประโยคคำถามที่กว้างเกินไป ส่วนการพูดนั้น เริ่มพูดประโยคพื้นฐานได้แล้ว เช่น This is a,,,,, หรือ I want...

เขิน.. เนื่องจากเริ่มตอนอายุยังน้อย (เมื่อเทียบกับโขน) ผลลัพธ์ของเขิน น่าชื่นใจมาก ยกตัวอย่าง เมื่อสองอาทิตย์ก่อน เค้าอยากได้ขวดครีมบนโต๊ะเครื่องแป้งเรา ซึ่งวางติดๆกัน 2 ขวด เราก็ชี้ไปที่ขวดแรกแล้วถามว่า

"Do u want this bottle?"
"No..." นี่คือคำตอบจากเขิน ซึ่งเค้าไม่ต้องการขวดนั้นจริงๆ เพราะเค้าปัดเมื่อเรายื่นให้ แสดงว่าเค้าเข้าใจสิ่งที่เราถาม และสาระที่เค้าตอบมา

วันนี้..จะพาเด็กไปซื้อของด้วยกัน เราก็ถามเขินว่า
"Would u like to go outside w/ Mommy?"
คำตอบจากเขินคือ เขินพยักหน้า และพูด "Go.."

ชื่นหัวใจแม่สุดๆค่ะ

ต้องบอกว่า มีกำลังใจขึ้นอักโขจากพัฒนาการของลูกทั้งสอง หลังการเปลี่ยนมาใช้ OPOL เพียงสามอาทิตย์ แต่เราอาจจะโชคดีตรงที่ เราปูพื้นฐานมาตลอด จนน้องไม่รู้สึกว่าภาษาอังกฤษสำหรับเค้ามันประหลาด เราทำให้ภาษาอังกฤษอยู่ในชีวิตเค้ามาตลอดตั้งแต่เกิด ดังนั้น พอถึงวันที่เราเปลี่ยนมาเป็นโหมดภาษาอังกฤษแบบร้อยเปอร์เซนต์ เด็กๆจึงค่อนข้างให้ความร่วมมือที่ดีมาก จนต้องบอกว่า ขอบคุณเพื่อนสนิทเราในวันนั้น ขอบคุณหนังสือเด็กสองภาษา และที่สำคัญ... ขอบคุณเวบนี้...จากใจจริงๆค่ะ

Views: 135

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by Jija on September 28, 2009 at 10:20pm
ดีใจด้วยค่ะ สู้ ๆ ต่อไปนะคะคุณแม่ ว่าง ๆ ส่งคลิปมาให้ชมกันบ้างนะคะ
Comment by นะโม โตเมะ on September 28, 2009 at 10:50am
ดีใจด้วยค่ะ มีลูกอายุใกล้เคียงกันทั้งสองคนเลยค่ะ
ชื่นใจด้วย
Comment by อรนัย รักในหลวง on September 28, 2009 at 12:18am

Comment by ปาจรียา(แม่ป้อของอิง+หมิง+หลง) on September 26, 2009 at 6:06pm
ดีใจด้วยนะค่ะ
Comment by สุภาพร(แม่ปั้น฿แป้ง) on September 25, 2009 at 4:26pm
โอ้โห ปลื้มอีกแล้วค่ะ วันนี้ มีแต่เรื่อง ปลื้ม ชุ่มชื่น อุรา :)
เก่งมากทั้งโขนทั้งเขิน เลยค่ะ
Comment by จันทรตณา จันทร์ศรีนาค on September 25, 2009 at 11:28am
เก่งจังเลยค่ะน่าชื่นใจนะค่ะ ขอคำแนะนำด้วยนะค่ะพอดีภาษาEอ่อนค่ะ พอดีลูกชายคนโต 3.5 ปี
Comment by พ่อน้องKen on September 23, 2009 at 7:03pm
ชื่นใจด้วยคนนะครับ คุณแม่
มีเทคนิคอะไร..ก็ขอเรียนด้วยคนนะคร้าบ...จะได้ไปสอนน้องเคน

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service