หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

โรงเรียนที่มีโปรแกรสองภาษา อยากทราบว่าภายในหนึ่งปีน้องจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ไหมคะ

สวัสดีคะ อยากจะรบกวนสอบถามคะ  ไม่ทราบว่าท่านใดส่งลูกเรียนโรงเรียนสองภาษาบ้างคะ  อยากรบกวนสอบถามเกี่ยวกับพัฒนาการคะ   คื่อตอนนี้อ้อมมีลูกชายอายุจะสี่ขวบปีหน้า  และ ไทคิก็กำลังจะมีน้อง คุณยายและน้องสาวเลยเสนอให้เอาไทคิไปเรียนเมืองไทยโปรแกรมสองภาษา เป็นเวลาหนึ่งปี  เพื่อว่าแม่จะได้มีเวลาเลียงน้องอยู่ที่ญี่ปุ่น แล้วไทคิก็จะได้ภาษาไทยและอังกฤษด้วย   ก็เลยอยากรบกวนสอบถามว่าถ้าเรียนแค่อนุบาลหนึ่งปีเดียวเด็กจะสามารถพูดโต้ตอบได้เป็นภาษาอังกฤษไหมคะ เอาแค่โตตอบก็พอคะ  อ่านเขียนไม่เน้นคะ คือว่าตอนนี้แม่ก็ใช้วิธีของคุณบิ๊กสอนภาษาอังกฤษลูกชายอย่คะ  ไทคิสามารถพูดโต้ตอบได้บ้างพอสมควรเท่าที่แม่จะสามารถสอนได้  แต่อีกหน่อยพอมีน้องอาจจะยุ่ง  เลยอยากจะทราบว่ามันจะคุ้มค่าไหมกับการที่จะส่งลูกไปอยู่กับคุณยายและน้าที่เมืองไทยแทนที่จะอยู่กับแม่อะคะ   ขอขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าด้วยคะ

Views: 982

Replies to This Discussion

อ้อม...อ๊อบอ่านแต่ชื่อกระทู้นะ ไม่ได้อ่านคอมเมนท์ของท่านอื่นๆนะ (ไว้ว่างๆจะมาตามอ่านนะค่ะ)
เท่าที่อ๊อบสังเกตุจากหลานอ๊อบวัยอนุบาลเรียน EP นะ ถ้าแค่เรียน EP ไม่สามารถทำให้พูดสื่อสารได้ล่ะอ้อม...เด็กจะได้แต่ฟังรู้เรื่องในสิ่งที่ครูบอกให้ทำ...หรืออะไรที่ง่ายๆ แค่นั้นเอง อ๊อบว่าเหมือนการเรียนแค่ในห้องเด็กได้แค่ฝึกทักษะการฟังจากเจ้าของภาษา แต่โอกาสที่จะได้พูด (จนคล่อง) น้อยมากล่ะอ้อม...
อ๊อบออนไลน์ดึกเหมือนกันนะเนี่ย ที่นี่ตีสามแล้ว หิวข้าวเลยตื่นมาออนไลน์ต่อ ขอบคุณมากจะอ๊อบ ตรงประเด็นเลยจ้าที่อยากรู้ คือว่า แม่กับน้องสาวอ้อมนะเขาอยากเอาหลานไปอยู่ด้วยแล้วจะออกค่าใช้จ่ายทุกอยางให้ แบบว่าเราก็แอบ งกอะนะ น้องสาวก็บอกว่ามาเรียนโรงเรียนสองภาษา ได้ภาษาอังกฤษด้วยไทยด้วย เราก็เลยอยากรู้ว่า ไอ้ได้ภาษาอังกฤษด้วยเนี่ยมันได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเราก็ไม่มีญาติหรือเพื่อนที่มีลูกเรียน อีพีนะ ใจก็ไม่อยากให้ลูกไป แต่ก็กลัวว่าเราจะปิดกั้นโอกาสที่ดีของลูก ก็เลยมานั่นคิดหลายรอบว่ามันจะคุ้มค่าไหมกับการที่แลกกับความผูกพันใกล้ชิดกันของแม่กับลูกระยะเวลาหนึ่งปีกับการส่งลูกไปเรียนอีพี ที่เมืองไทย
พอฟังจากคุณแม่หลายหลายท่านแล้วก็คิดว่าคงจะให้เรียนที่ญี่ปุ่นนี่แหละอ๊อบ ใช้วิธีเเบบเด็กสองภาษานี่แหละ ลูกโต้ตอบได้ด้วย ไม่ต้องเสียเงินอีกต่างหาก อิอิ
ตามเข้ามาอ่านเหมือนกันค่ะ คิดเหมือนคุณอ๊อบเลยค่ะ หลานของเอ๋ก็เรียนวัยอนุบาลเรียน EP เหมือนกันแต่ยังพูดภาษาอังกฤษได้ไม่เท่าน้องเอมี่เลยค่ะ แต่ที่แน่ๆ สงสารน้องไทคิต้องห่างคุณแม่มากกว่าค่ะ
ขออนุญาติแชร์ประสบการณ์นะคะ หลังจากลองมาแล้วเกือบทุกระบบที่พูดถึงกัน ณ ที่นี้

ตอนนี้ลูกสาวอายุ 6 ขวบแล้วค่ะ เรียนรร.นานาชาติอยู่ค่ะ (Int'l School) คุณแม่กำลังศึกษาเปรียบเทียบระหว่างข้อดี-ข้อด้อยของการศึกษาในระบบไทย (EP) กับระบบอินเตอร์ที่เป็นรร.นานาชาติ ทั้งในแง่ระบบการศึกษา ความรู้ทางวิชาการ พัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ และค่าใช้จ่าย ก็ปวดหัวดี และการให้ลูกศึกษาในรร.ขนาดเล็ก กับรร.ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจะมีผลอย่างไรบ้าง เดี๋ยวคงจะต้องหาเวลาเปิดกระทู้ขอคำปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นบ้างค่ะ

เข้าเรื่องแล้วกันนะคะ...ขอเป็นลักษณะเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาให้ฟังนะคะ

ที่บ้านพูดไทยล้วนๆ ค่ะ ไม่เคยมีความคิดที่จะทำระบบ 2 ภาษาให้ลูกที่บ้านเลย เพราะไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ลองพูดแล้วเขินค่ะ ได้แต่คิดว่าให้ลูกไปรับจากที่ รร. ..ส่วนเราจะคอยฝึกภาษาไทยให้ลูกที่บ้าน เพราะเดี๋ยวนี้เห็นภาษาไทยของเด็กรุ่นใหม่แล้วกลุ้มใจจริงๆ

- ให้ลูกสาวเข้ารร.ครั้งแรกตอนอายุประมาณ 3 ขวบ ระดับ nursery ในรร.ไทย พัฒนาการด้านภาษาอังกฤษเป็น 0

- 3 ขวบกว่า ย้ายเข้าร.ร. Bi-lingual
ตอนไปสัมภาษณ์..เจ้าของรร.บอกว่าลูกเราเป็นคนสมาธิสั้น ต้องพัฒนาอีกเยอะ แต่รับรองว่าหลังจากผ่านไป 1 เทอมจะเห็นพัฒนาการของลูกได้อย่างชัดเจน แต่เราต้องช่วยรร.โดยให้เลิกดูทีวี (เราชอบให้ลูกดูทีวีบ่อยมาก แต่เป็นโปรแกรมภาษาอังกฤษทั้งหมด ทั้งภาพยนต์ การ์ตูน หรือสารคดี ตามประสาคนมัวแต่บ้างาน) ตอนสมัครเข้าเรียนได้รับแจ้งว่า รร.มีการเรียนการสอนแบบบูรณาการ 2 ภาษา โดย 1 ห้อง จะมีครูไทย 1 คน และครูฝรั่งประจำ 1 คน ซึ่งหลังจากเข้าเรียนแล้ว เราสังเกตเห็นว่ามีครูไทยอยู่ประจำห้อง 2 คน ส่วนครูต่างชาติจะเข้ามาสอนเฉพาะบางชั่วโมงเท่านั้น ไม่ได้อยู่ตลอดเวลา ในห้องมีเด็กประมาณ 10-12คน

ผลที่ได้หลังจากผ่านไป 1 เทอม ลูกพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ฟังคำสั่งภาษาอังกฤษง่ายๆ ไม่เข้าใจ (สงสัยลูกเราคงจะไม่เก่ง) แถมพวกศัพท์ต่างๆ ที่เราเคยสอนลูกก่อนเข้ารร. ก็ลืมหายไปหมด ทั้งที่ก่อนส่งเข้ารร. ลูกเราได้คำศัพท์พวกสี สัตว์เลี้ยง วันของสัปดาห์ คือสรุปง่ายๆ เราไม่เห็นว่าลูกจะมีพัฒนาการใดๆ เลย นอกจากป่วยบ่อย ติดมาจากที่ร.ร. คงเพราะเด็กรร.นี้ส่วนใหญ่เป็นลูกคนมีตังค์ ทางรร.ดูเหมือนไม่ค่อยเข้มงวดกับการให้เด็กป่วยหยุดเรียน แถมมีฝากยามาให้ป้อนกันเป็นล่ำเป็นสันอีกตะหาก

- 4 ขวบกว่า ย้ายเข้า รร.ไทยชั้นอนุบาล 1
รร.มีชื่อเสียงมากเรื่องวิชาการ เด็กที่จบจากนี่เก่งค่ะ อนุบาล 1 จะมีการเรียนการสอนภาษาไทยอย่างเดียว ขึ้นอนุบาล 2 มีให้เลือกระหว่างสามัญ (ไทย) กับ EP ผสมจีน

ปีแรกผ่านไป เราทุกข์ใจมาก เพราะดูเหมือนลูกไม่ค่อยมีความสุขกับบรรยากาศในห้องเรียนเท่าไหร่ (เด็ก 25-30 คน ครูประจำชั้นและครูผู้ช่วย 1 คน) ครูอายุประมาณ 40ปลายๆ ดูเหมือนครูจะเข้มงวด และไม่รู้จักวิธีการใช้คำพูดกับเด็ก เราเห็นว่าลูกเรามีนิสัยแข็งกระด้างขึ้น ดื้อรั้นมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่าคงเป็นเพราะพัฒนาการตามช่วงอายุที่เด็กเริ่มมีความคิดของตัวเอง หลังจากจบภาคการศึกษา...เราต้องประหลาดใจที่เห็นลูกเขียนภาษาไทยได้ อ่านคำง่ายๆ ออก คือได้ความรู้ทางวิชาการมาอย่างที่เค้าว่าจริงๆ ปลื้มกับลูกมาก แต่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นเรื่องนิสัยก้าวร้าวของลูกนะคะ ได้แต่หวังว่าครูประจำชั้นคนใหม่คงจะน่ารัก นุ่มนวลกว่าท่านนี้

ขึ้นอนุบาล 2 เราย้ายตึกเข้าเรียนแบบ Bi-lingual (EP) สำหรับระบบนี้ ครูประจำชั้น 2 คนเป็นคนไทยทั้งคู่ มีครูต่างชาติสอนภาษาอังกฤษวันละคาบ ภาษาจีนสัปดาห์ละ 1 คาบ เราให้ลูกเรียนเสริมทำการบ้านกับครูต่างชาติตอนช่วงเย็นด้วย ครูที่สอนน่ารักมาก เห็นลูกพูดถึงไม่ขาดปาก ชอบร้องเพลงภาษาอังกฤษ ลูกอ่านออก รู้จักประสมเสียงอ่านได้เองเป็นคำๆ (โดยใช้ phonic) เขียนได้ด้วย ได้ศัพท์มาหลายคำ ใช้คอมเป็น คือเห็นพัฒนาการหลายๆ อย่างที่รู้สึกทึ่งกับหลักสูตรของรร.ที่ทำให้เด็กเก่งขึ้นได้จริงๆ.....แต่...ลูกสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับเราไม่ได้ค่ะ เจอต่างชาติก็พูดไม่ได้ ไม่เข้าใจเลย ลองให้ลูกเข้า English Camp ตอนช่วงปิดภาคเรียน ที่คุยนักคุยหนาว่าทำกิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษ ก็ไม่เห็นลูกจะพูดหรือสื่อสารได้สักกะติ๊ด พฤติกรรมก้าวร้าวของลูกก็ยังมีอยู่ บางทีต้องตกใจที่ลูกมีคำพูดแบบแนะแหนสไตล์ผู้ใหญ่ติดปากมาด้วย ไม่รู้ว่าไปติดมาจากไหน

- จบอนุบาล 2 เมื่อเมษายนที่ผ่านมา ลูกอายุ 5ขวบกว่า เราย้ายลูกเข้า รร. Int't ระดับ K2 ช่วง summer
ที่นี่เป็นรร.เล็กๆ มีนร.ต่อห้องไม่เกิน 10-15 คน เวลาไปรอลูกเลิกเรียน เราเห็นว่าเด็กเล็กๆ ตั้งแต่ระดับ nursery พูดภาษาอังกฤษสื่อสารกับครูได้นะคะ

สำหรับลูกเรา..ผ่านไป 1 เดือน ลูกเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้เป็นวลีค่ะ จากที่พูดไม่ได้เลย สื่อสารกับครูได้เรื่องบ้าง เรียนอยู่เดือนกว่า รร.ย้ายลูกเข้าระดับ K3 (ที่จริงอายุลูกต้องอยู่ K3 ตอนแรกให้อยู่ K2 เพื่อปรับภาษาก่อน) เราเห็นพัฒนาการทางด้านภาษาดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ผ่านมา 6 เดือนกว่า ลูกคุยเล่นกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ พูดเป็นประโยค ลื่อสารกับครูได้เรื่อง แล้วเอามาพูดกับเราที่บ้านด้วย จากที่เราไม่เคยพูดภาษาอังกฤษกับลูกที่บ้านเลย ตอนนี้กลายเป็นลูกพาเราพูดภาษาอังกฤษไปอัตโนมัติค่ะ เราจะใช้วิธีพูดภาษาอังกฤษสลับไทย เป็นประโยคๆ นะคะ เพราะมีศัพท์หลายคำที่พูดแล้วลูกจะไม่เข้าใจ

หนังที่เคยดูไปถามไป..ว่าเค้าพูดว่าอะไร เดี๋ยวนี้ลูกไม่เคยถามเราอีกเลยค่ะ ยกเว้นศัพท์บางคำ ลูกจะหันมาถามเราว่า Mom, "xxxxxx" what's this mean? คือถามตัวศัพท์บางคำ แทนที่จะถามเราว่า เค้าคุยอะไรกันอยู่คะ สังเกตว่าเวลาลูกเล่นกับตุ๊กตากับของเล่นก็พูดเป็นภาษาอังกฤษค่ะ (มีลูกคนเดียว)

จากประสบการณ์ตรงนี้ เราประมวลได้ว่าถ้าคุณแม่จะเลือกรร.ให้ลูกเก่งภาษาเร็วๆ นะคะ อย่ามัวไปดูเรื่องชื่อเสียง ความสวยงามของสถานที่ ของเล่นนานาชนิด หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่นะคะให้เอาเรื่องนั้นเป็นเรื่องรองค่ะ...หลักๆ ให้ดูปัจจัยต่างๆ ดังนี้ค่ะ
1. ห้องเรียนมีจำนวนเด็กน้อย (ไม่เกิน 10คน)
2. ครูประจำชั้นเป็นต่างชาติทั้งหมด
3. ครูดูแลเอาใจใส่เด็กได้ดี อ่อนโยน สุภาพ (อันนี้คงต้องแวะไปที่รร.บ่อยๆ แล้วนั่งดูบรรยากาศเอาค่ะ ถ้าไม่สามารถคงต้องถามจากพวกผู้ปกครองนะคะ)
4. เพื่อนในห้อง..มีเด็กต่างชาติปะปน
5. กิจกรรมในห้องส่งเสริมให้เด็กรู้สึกอยากพูด อยากเรียน

1ปี ลูกจะพูดได้ไหม คิดว่าพูดได้ค่ะ ยิ่งอายุน้อยยิ่งดี แต่จะพูดได้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับคลังคำศัพท์ที่เค้ารู้ค่ะ ยิ่งเค้ารู้คำศัพท์มากเท่าไหร่ เค้าก็จะพูดได้มากเท่านั้นค่ะ

อ้อ...รร.นี้สนับสนุนให้ลูกดีทีวีนะคะ แต่ให้เลือกดูที่เหมาะสำหรับเด็กเล็กและเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดค่ะ เราให้ลูกดูเป็นช่วงๆ ค่ะ แบบว่าหนัง 1 เรื่องจบ แล้วพักไปทำกิจกรรมอย่างอื่น วันธรรมดาบางทีก็เฉไฉไม่ให้ดูไปเลยก็มีค่ะ มาดูเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เพราะลำพังการบ้านประจำวันก็เยอะ กว่าจะเสร็จก็ถึงเวลานอนพอดี

ลูกมีความสุขดีนะคะ นุ่มนวล พูดจาหวานขึ้น อ้อนมากขึ้นค่ะ ก็มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนๆ มาบ่นให้ฟังบ้าง แต่โดยรวมมีความสุขค่ะ..^^

ตอนนี้กำลังศึกษาข้อมูลเพื่อประเมินว่าต้องย้ายรร.ลูกอีกไหม กลัวว่าถ้าลูกโตกว่านี้..การอยู่รร.เล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีกิจกรรมหรือความหลายหลายของสังคมแบบในโรงเรียนใหญ่จะมีผลอย่างไรกับลูกบ้าง...หรือจะรอให้ลูกจบ Grade 6 จึงค่อยคิดจะย้ายดี..(รร.นี้มีถึง Grade 6)
ปล.ย้อนกลับไปดูคำถาม รู้สึกจะตอบออกนอกประเด็นไปหน่อย

ถ้าเจาะเฉพาะโรงเรียนระบบ EP เรามีความเห็นเหมือนคุณพ่อ/คุณแม่ท่านอื่นๆ ที่ว่าก็เหมือนระบบรร.ไทยเราดีๆ นี่เอง เพียงแต่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเยอะกว่าหน่อย

ถามว่า 1 ปีพูดได้ไหม (ในระดับสื่อสารได้) ถ้ารร.เค้ามีปัจจัยต่างๆ ดังที่บอกไว้ ก็คิดว่าน่าจะได้ค่ะ...(แต่ระบบ EP คงจะไม่มีปัจจัยต่างๆ เหล่านี้หน่ะสิ)
ขอบคุณคุณแม่ชะเอมคะ โอโฮ้ได้ข้อมูลสุดยอดจริงจริง ตอนนี้ตัดสินใจแล้วคะ ให้ลูกเรียนต่อที่ญี่ปุ่นนี่แหละคะ ภาษาอังกฤษก็คงต้องสอนเองต่อไป แฮะแฮะ
ให้ลูกอยู่กับแม่ดีที่สุดแล้วค่ะ..ของเอมที่เลือกให้เรียนอินเตอร์อยู่ตอนนี้ เพราะคิดว่าจะให้เค้าอยู่ใกล้เรานานที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ ไม่ให้ไปเรียนตปท.ค่ะ ถ้าจะไปตปท.คงให้ไปตอนทำงาน หรือย้ายรกรากไปตั้งถิ่นฐานในตปท.เลยค่ะ

คิดว่าคุณแม่คงเอาเทคนิคของผู้ใหญ่บิ๊กไปปรับใช้กับน้องได้นะคะ...แถมมีพ่อๆ แม่ๆ ที่นี่คอยช่วยเหลืออีกค่ะ

อย่างไรก็ดี หวังว่าประสบการณ์ที่ลงไว้คงเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองท่านอื่นๆ ที่ยังไม่รู้จะเบนเข็มไปทิศไหนบ้างนะคะ^^

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service