หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

น้ำตาแม่กับโรงเรียนที่ผู้ปกครองคิดว่าดีที่สุดในชลบุรี

ดิฉันเป็นแค่แม่คนนึง  ที่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคือลูกทั้งสองคน  ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่  ไปกับการหาข้อมูลเพื่อพัฒนาเค้าอย่างเต็มศักยภาพ  ดิฉันเองเป็นกังวลกับลูกหลายๆเรื่อง  และโรงเรียนก็เป็นเรื่องสำคัญที่ดิฉันต้องคัดกรอง  หลังจากลูกคนโตย้ายมาสองโรงเรียน  จนมาถึงโรงเรียนนี้  สาเหตุที่ย้ายเพราะ  โรงเรียนแรก  แม่เห็นว่าเค้าเข้มข้นวิชาการมากไป  บวกกับบุคลิกชอบแข่งขันและเอาชนะ  แม่กลัวว่าลูกแม่จะอยู่แต่กับหนังสือ  เอาแต่เรียน  เอาแต่สอบแข่งขัน จนเป็นคนจิตใจแข็งกระด้าง เห็นแก่ตัว และไม่แคร์คนอื่น  พอ  ถึงอ.3 แม่พบว่าลูกแม่เรียนเก่งมากแต่ขาดทักษะชีวิตเพราะขาดการทำกิจกรรมที่เหมาะสม  เราย้ายมาที่ใหม่  โรงเรียนใหญ่ขึ้น  แต่เมื่อเทอมนึงผ่านไป  แม่ได้รู้ว่าลูกเคยเกือบถูกรถเฉี่ยว  แม่กังวลใจทั้งวัน  ไม่เป็นอันทำงาน  คิดไปต่างๆนาๆ  ทำไมครูปล่อยเด็กออกมาข้างนอกได้  แต่แม่เข้าใจ  โรงเรียนขนาดใหญ่ย่อมมีความเสี่ยง  แม่ตัดสินใจย้ายลูกกลางเทอม  มาเรียนชั้น ป.1 ที่นี่  ที่ๆแม่มั่นใจในระบบการจัดการ  ที่ที่แม่ประทับใจครูประจำชั้นของคนน้องที่ย้ายมาที่นี่ตั้งแต่เทอมก่อน   เทอมแรกราบรื่น  ลูกแม่มีความสุขมากทั้งสองคน  กระตือรือร้นที่จะไปเรียน  ลูกมีความสุข  แม่เองก็มีความสุข  พอสบายใจจะเริ่มมีแรงลุยงานธุรกิจเล็กๆในฝันของแม่ที่ไม่ต้องอาศัยนามสกุลของก๋งกับยายมาเป็นใบเบิกทาง  ที่ที่แม่ภูมิใจเพราะได้ไล่ตามความฝัน ที่ที่มีความสุขเพราะได้อยู่กับลูกพร้อมๆกับเพื่อนๆลูก  แม่เสพติดเสียงหัวเราะของลูกๆและนักเรียนของแม่ ที่นี่แม่ทุ่มเททำงานเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับลูก  อยากให้ที่นี่เป็นที่ที่สร้างลูกที่น่ารักให้กับพ่อแม่ที่ไม่มีเวลาแต่อยากให้เด็กเป็นคนน่ารัก   แม่ตั้งชื่อที่นี่ให้เป็นที่ที่เด็กมาแล้วมีความสุข "คิดสนุก  คลับบ์ "  แม่ไม่คิดว่าที่ที่แม่สร้างจะมาจบลงเพราะความรักลูกและเอาใจใส่เป็นห่วงชีวิตนักเรียนที่เหมือนลูกของแม่แบบนี้เลย

ตอนที่ 1  สงครามมือเท้าปาก

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555  ปีนี้มีเด็กๆคิดสนุกย้ายมาเรียนที่นี่กับเราหลายคน  เพราะแม่ชักชวนเค้าว่าโรงเรียนนี้ดีมากมาย   สอดประสานกับแนวทางครอบครัวสองภาษาที่สุด ครูดูแลเด็กอย่างดี  และข้อตกลงว่าแม่จะรับเด็กกลับจากโรงเรียนมาพร้อมกับลูกแม่เลย  ทานข้านเย็นกัน  และเรียนเสริมทักษะรอบด้านกันต่อ  รอพ่อแม่มารับตอนหนึ่งทุ่ม  ทุกอย่างลงตัวอย่างดี  แต่เรื่องแย่ๆเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเกิดมือเท้าปากระบาดรอบสองในเดือนกรกฎาคม  มีข่าวเด็กตายตรงนั้นตรงนี้  แม่เริ่มเป็นกังวล ทั้งลูก  ทั้ังนักเรียน  รอบแรกโรงเรียนปิดไปรอบนึงแล้ว  แต่รอบนี้กระแสข่าวแรงมาก  โรงเรียนเรากลับนิ่งๆ  ไม่ตื่นตัวอะไร  ใจแม่ก็คิด  โรงเรียนเค้ามืออาชีพ  ควบคุมโรคได้ 

วันจันทร์ที่ 23  ก.ค. 2555  คิดสนุกของเราหยุด   เด็กๆไปโรงเรียนปกติ  วันอังคารที่ 24  ก.ค. 2555  แม่ไม่สบาย  เลยโทรไล่แจ้งขอหยุดให้ผู้ปกครองทราบ  ผู้ปกครองคนนึงของเราบอกว่าโอเค  แต่ ช่วยเช็คเรื่องเด็กเป็นมือเท้าปากที่โรงเรียนให้หน่อยว่าจริงมั้ย  ได้ข่าวมาจากผู้ปกครองด้วยกัน เค้าดูกังวลมาก  กลัวลูกคนโตจะเอาเชื้อโรคกลับมาติดน้องที่อายุไม่กี่เดือนที่บ้าน   และหลานที่อยู่เตรียมอนุบาลก็ยังไม่หายจากไซนัสอักเสบที่พ่วงมากับมือเท้าปากที่ติดจากโรงเรียนเมื่อเดือนก่อน แม่บอกเค้าว่าไม่น่าจะมีนะ  ไม่เห็นมีใครพูดถึง  ทีแรกแม่คิดว่าผู้ปกครองคิดมากไปเอง  แต่แม่ต้องช็อคเมื่อผู้ปกครองอีกคนบอกกลับมาว่า  ดีแล้วที่เราหยุด  เพราะเด็กจากโรงเรียนเราเป็นมือเท้าปากกันเยอะ  นอนแอดมิดอยู่ในสองโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในศรีราชาเยอะมาก  เค้ากลัวลูกจะติด  ของดพาลูกมาเรียนซักพัก  แม่งงว่า  นี่มันอะไรกัน  จริงเหรอ  เราไปรับส่งเด็กๆทุกวัน  ไม่รู้เรื่องเลย    นี่ครูโกหกเรารึปล่าว  หรือว่าเกิดเข้าใจผิด  ไหนว่าไม่มี  สับสนไปหมด  เลยตัดสินใจโทรหาครูคนนึง  คาดคั้นว่าเรื่องจริงใช่มั้ย  มีเด็กป่วยเป็นมือเท้าปากอีกแล้วใช่มั้ย  ทำไมไม่บอกผู้ปกครอง  ปิดข่าวทำไม  พ่อแม่ที่ลูกเค้าป่วยอยู่แล้วจะทำยังไง  ครูบอกเค้าจำเป็น  มันเป็นคำสั่งของผู้บริหาร  อืมม,,,,,ดีเนอะ  เป็นผู้บริหาร  เรียกตัวเองว่าครู  คิดถึงแต่ชื่อเสียง  ลูกใครตายก็ช่าง  กูไม่สนสินะ

แม่โทรหาผู้ปกครองที่มาเรียนที่คิดสนุกทุกคนว่า  มีเด็กเป็นมือเท้าปากที่โรงเรียนแต่โรงเรียนไม่เห็นแจ้งให้เราระวังลูกเลย  เราจะให้ลูกหยุด  แต่ใครจะให้ไปก็ได้แล้วแต่  แต่งดรับมาคิดสนุกนะ  เพราะ เด็กจากโรงเรียนอื่นเค้ากลัว

ดีที่คิดเหมือนๆกัน  หยุดกันเกือบหมด

เช้าวันที่ 25 ก.ค. 2555  แม่รู้สึกโกรธและหมดศรัทธากับผู้บริหารที่เรียกตัวเองว่าครู  สำนึกครูที่ดีไปไหนซะหมด

โถงทางเดินไม่เคยตรวจไข้เด็กเหมือนโรงเรียนอนุบาลอื่นๆที่เราเห็นในข่าว  ไม่มีแม้แต่พยาบาลประจำโรงเรียน  แค่เอาแอลกอฮอล์ล้างมือ  กว่าจะได้อ้าปากตรวจ  โน้นตอนเข้าเรียน  เด็กอยู่รวมกันที่โถงทางเดินด้วยกัน  เล่นด้วยกัน  กินขนมด้วยกัน  โดยดูไม่ออกว่าใครมีเชื้อบ้าง   แม่มองรอบด้วยความกังวลใจ  ติดกันไปถึงไหนแล้วเนี่ย  แม่เห็นครูไม่รู้ร้อนรู้หนาว  รู้สึกรังเกียจคนเห็นแก่ตัว  แม่ตัดสินใจเดินไปห้องธุรการ " ขอโทษนะคะ  แม่อยากขอคุยกับผู้ที่มีสิทธิ์ตัดสินใจปิดห้องเรียนหรือปิดโรงเรียน ในกรณีมือเท้าปากหน่อย  คนที่มีสิทธิ์ตัดสินใจเท่านั้นนะคะ  คนที่คุยแล้วตัสินใจไม่ได้  แม่ไม่เสียเวลาคุยด้วยนะ  บอกเค้าว่าถ้าไมงั้นก็ไปคุยกันที่สรยุทธ์ทีเดียวเลยละกัน  แม่เดินออกมาหาเพื่อนผู้ปกครองที่กังวลใจเรื่องนี้เหมือนกัน  และเล่าให้เค้าฟัง  จึงได้รู้ว่า  มีผู้ปกครองที่ลูกเป็นหลายคน  ร้องเรียนไปที่สาธารณสุข  แต่ก็ทำอะไรโรงเรียนนี้ไม่ได้  สักพัก  เค้าเชิญแม่ไปคุยสายกับอดีตภรรยา คนที่แม่ศรัทธาและยินดีที่จะย้ายลูกมาอยู่โรงเรียนที่อยู่ภายใต้การบริหารของผู้หญิงคุณภาพคนนี้  แต่ตั้งแต่เปิดเทอม เธอคนนี้ กลับออกตัวเสมอว่าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอีกแล้ว  ต้องรอกรรมการบริหารคนเดียวเท่านั้น  อ้าว  ใครอ่า  ปีก่อนไม่เห็นเคยเอ่ยถึง  ไงอ่ะ  งง   

Views: 15996

Replies to This Discussion

ตอนที่ 2 คาว  ฉาวโฉ่


ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก่อน แม่ได้ยินผู้ปกครองหลายคนถามถึงแผนการเรียนปีหน้าว่าจะย้ายลูกๆไปไหน   แม่งงกับคำถาม  ย้ายไปไหนหล่ะเพิ่งจ่ายค่าแรกเข้าไปสองคนสามหมื่น  ยังเรียนไม่คุ้มเลย  ยิ่งงงหนักเมื่อเค้าบอกว่าใครๆก็จะย้ายหมดแล้ว  รับไม่ได้ผู้บริหารใหม่เป็นคนศีลธรรมต่ำ  แย่งสามีผู้บริหารคนเก่าทั้งที่เป็นเพื่อนกันมานาน  ลักลอบคบหาฉันท์ชู้สาวมาหลายปี หลอกให้เค้าหย่าขาดกัน  ตัวเองสวมแทน ขึ้นแท่นคนโปรดเจ้าของโรงเรียนตัวจริง (ใคร  อะไร งง งง  เพราะเราใหม่  ไม่รู้จักใคร) เค้าว่า  แทงข้างหลังกันเห็นๆ  พอโดนจับได้  ก็โวยวาย  ยึดอำนาจ ครูหลายคนรับไม่ได้  เพราะรักและเคารพเจ้านายเก่า  คนดีๆไม่เหลือแล้วปีหน้า    เฮ้ย  นี่มันหนังเกาหลีรึปล่าว  ท่าทางเค้าจะดูซีรี่ย์มากไป  แม่เองก็งานล้นมือ  ฟังได้แป๊บเดียวก็เกิดเสียดายเวลาทำงาน  ใจนึงก็คิด  จริงรึปล่าว  ข่าวเม้าท์  เชื่อได้แค่ไหน  คิดไปคิดมา  ที่จริงมันก็เรื่องส่วนตัว  ไม่น่าเอามาวุ่นวายกับเรื่องงาน  มันจะเกี่ยวกับลูกเรายังไงนะ  ไม่น่าเกี่ยวนะ  ช่างเหอะเรื่องของเค้า  คิดๆก็น่าสงสารคนที่โดนเม้าท์  จะบากหน้าอยู่ยังงัยกับสายตาดูถูก  รังเกียจและขยะแขยงจากผู้ปกครอง   สองสามอาทิตย์จากนั้น  มีผู้ปกครองจากโรงเรียนอื่นโทรมาถาม  แม่ก็อายๆนะ  แต่ตอบไม่ว่าไม่รู้สิ  ไม่แน่ใจ   วันต่อมา  ผู้ปกครองโรงเรียนเราเอง  คุยกับแม่เชิงบ่นๆว่ารู้มั้ยเนี่ย  รื้อสนามเด็กออกหน่ะ  จะสร้างบ้านใหม่อยู่กะเมียใหม่  คนหาเงินมาสร้างบ้านให้กลับถีบหัวส่ง  ไม่มีผู้บริหารผู้หญิงคนเดิม  ไม่มีใครเค้าเอาลูกอยู่ที่นี่หรอก   โอ้ว  อะไรกันนี่  ยังไม่จบอีกเหรอเนี่ย  อ่ะนี่  เรื่องจริงเหรอเนี่ย  ไงกันแน่

ตอนที่ 3   คุยกับสาธารณสุข

กลับมาเรื่องเช้าวันที่ 25  แม่คุยสายกับเค้านานมาก และเสียงดังมาก  เพราะแม่เป็นคนเสียงดัง  แต่เราก็คุยธรรมดา  ไม่ก้าวร้าวหรือว่าหยาบคาย แต่ว่า  หาข้อสรุปไม่ได้  เจ็บหูก็เจ็บ  เลยบอกไม่เอาแระ  คุยกับคนตัดสินใจอะไรไม่ได้  เสียเวลามากเลย  ขอคุยกับคนใหม่ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงดีกว่า  พอได้เข้าพบจริง  กลับผิดหวังมากกว่าเดิม  ไม่อยากเชื่อว่าคนที่นั่งตรงหน้าจะเป็นผู้บริหาร  จิตวิทยาและวิธีการสื่อสารมันช่างน่าเบื่อ จืดชืด  ไร้ชีวิตชีวา  และสิ่งหนึ่งที่แม่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกคือความไม่จริงใจ

คำตอบที่ได้กลับมาไม่ตรงกับคำถามเลย  แม่เริ่มอารมณ์เสียเพราะเหมือนโดนถ่วงเวลารออะไรสักอย่าง  แม่ตำหนิประสิทธิภาพในการบริหารงานของเค้า   ความเห็นแก่ตัวและเอาเปรียบผู้ปกครองด้วยการปกปิดข้อมูลการป่วยของเด็กโดยการสั่งครูประจำชั้นให้เงียบ  ห้ามปริปาก  เพราะกลัวผู้ปกครองตื่นตัว  ใครปริปากถือว่าสร้างกระแส  เอาเวลาไปยุ่งแต่เรื่องส่วนตัว  สร้างบ้าน  แต่งานเร่งรีบแก้ไขกลับเพิกเฉย  แสดงให้เห็นถึงความคับแคบของจิตใจ  พูดได้สักพัก จู่ๆ รถสาธารณสุขก็เข้ามา  แม่เองก็งงที่เค้ารีบลุกไปต้อนรับ  คงทนฟังเราไม่ไหว   ในที่สุดเราต้องย้ายห้องไปที่ห้องประชุมเล็กอีห้องนึงเพื่อคุย

**ง่วงแล้วมาต่อพรุ่งนี้นะคะ

รร.อยู่แถวไหนคะเนี่ยะ รร.ลูกอยู่ตัวเมืองชลบุรี
แล้ว kid สนุกคลับ เป็นแบบไหนคะ

คิดสนุกคลับบ์ จัดโฮมสคูลหลังเลิกเรียนและวันเสาร์  จัดกิจกรรมเสริมทักษะเพื่อพัฒนาภาษาตามแนวทางครอบครัวสองภาษาค่ะ  อ่านต่อให้จบนะคะ  แล้วจะรู้เองค่ะว่าอยู่แถวไหน  ในตัวเมืองเหมือนกันค่ะ

วันนั้นมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั้งหมด  5  คน  พร้อมกับผู้บริหารคนใหม่เข้าประชุมด้วยและตามด้วยครูฝ่ายวิชาการ  ทางเจ้าหน้าที่พยายามอธิบายลักษณะของโรค  ว่าเป็นโรคที่พบทุกปี  ไม่มีอะไรรุนแรง  โรงเรียนทำตามมาตรการของสาธารณสุขทุกอย่าง  เค้ามาตรวจ  ก็เห็นคนทำความสะอาดตลอดและยืนยันว่าข่าวที่ออกสื่อ  กระพือจนเวอร์  ไม่ตายกันง่ายๆหรอก ที่ตายๆกันนั้นเด็กมีโรคประจำตัวกันทุกคน  อีกทั้งไม่มีรายงานเด็กโรงเรียนนี้เข้ารับการรักษาจากมือเท้าปากที่โรงพยาบาลที่แจ้งมาเลย  แม่ขอดูเอกสาร  รายชื่อโรงพยาบาลที่เค้าเช็คมา  มี  โรงพยาบาลชลบุรี  โรงพยาบาลบ้านบึง  โรงพยาบาลปลวกแดง  แม่บอก  ขอโทษนะคะ  คุณคิดว่าเด็กที่นี่  ผู้ปกครองจะพาลูกไปโรงพยาบาลพวกนี้เหรอคะ   คุณได่เช็คไปที่โรงพยาบาลเอกชนมั้ยคะ  เช่น สมิติเวช หรือพญาไท ศรีราชาอ่ะค่ะแม่ถามคำถามให้เจ้าหน้าที่ช่วยตอบสองอย่าง

1. การตรวจสอบข้อมูลเด็กป่วยมีช่องว่างที่ทางรัฐไม่สามารถตรวจสอบรายชื่อจากโรงพยาบาลเอกชน  ทำให้การควบคุมโรคยากขึ้นใช่หรือไม่       เค้าตอบ  ยอมรับว่าใช่

2. หากเด็กคนที่ได้รับการติดเชื้อนั้น  มีโรคประจำตัว หรือเพิ่งฟื้นจากการป่วยใด  คือร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์ แปลว่า  คนนั้นก็เสี่ยงที่จะตายใช่มั้ย  ไม่งั้นคุณกล้ารับรองมั้ยว่าไม่มีทางหรือไม่เสี่ยง  เค้าตอบ ใช่มีความเสี่ยง

อ้าว  งั้นแม่ก็ไม่แปลกที่จะกังวลไปก่อนที่เรื่องร้ายๆมันจะเกิด  ไม่เกิดก็ดีไป  แต่ถ้าโรงเรียนทำแบบนี้  ลูกแม่  นักเรียนแม่  เด็กๆที่นี่ก็เสี่ยง  โรงเรียนบอกเค้าทำดีที่สุดแล้ว  เค้าทำตามมาตราฐานสาธารณสุข  แหม  เอือมคำนี้จัง  สรุปจะทำแค่นี้ใช่มั้ย  มากกว่านี้ไม่ได้เลยใช่มั้ย  เค้าบอกงั้นปิดโรงเรียนเลย  แล้วไง  พ่อแม่พาเด็กไปห้าง  เด๋วก็ติดมาอีก  แม่ว่าก็ทำหนังสือบอกผู้ปกครองสิ  หยุดแล้วโรงเรียนอยากให้ทำไงถึงจะดี  คนเค้าทำงานเค้าจะรู้เหรอ  คุณมีข้อมูลก็บอกเค้าสิ

การแก้ด้วยการปิดโรงเรียนเพื่อเริ่มต้นกันใหม่ก้ดี  แม่บอกนั่นไม่ใช่ประเด็นที่เราต้องการ  เราอยากรู้แค่ว่า  ทำไมไม่แสดงความตื่นตัว  ไม่ประชาสัมพันธ์ผู้ปกครองหรืออย่างน้อย  ผู้ปกครองในห้องเดียวกันกับเด็กที่ป่วยและห้องใกล้เคียงก็มีสิทธิ์รับรู้บ้าง  เพื่อจะได้ใช้สิทธิ์ความเป็นผู้ปกครอง  วินิจฉัยว่าบุตรหลานของตัวเองนั้นพร้อมจะเสี่ยงกับการติดเชื้อหรือไม่  จริงอยู่ถ้าโรงเรียนปิด  ผู้ปกครองส่วนนึงต้องเดือดร้อนเพราะต้องทำงาน  งั้นคุณก็แจ้งเราสิ  เรามีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจว่าจะให้ลูกมาหรือไม่  เด็กบางคนมีน้องเล็กเด็กแดงอยู่ที่บ้าน  บางคนมีโรคประจำตัว  บางคนเพิ่งฟื้นไข้  พวกนี้ถือว่าเสี่ยง  เกิดมันเข้าสมอง  เสียชีวิตขึ้นมาคุณรับผิดชอบอะไร  อย่างดีแค่ส่งพวงหรีดมาก็แค่นั้น  ใครอยากส่งลูกมาก็ให้เค้าส่งไป  ลูกเค้าอาจไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง  แต่เด็กนักเรียนแม่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยง  ป่วยบ่อยอยู่แล้ว  พ่อแม่ก็กังวล  ไม่เห็นอกเห็นใจกันบ้างเลย  โรงเรียนสรุปเรื่องเองว่าจะปิดโรงเรียน พวกคุณละเลยเพราะมัวแต่แย่งชิงอำนาจบริหารกัน  ไม่ยอมรับความบกพร่อง  ไม่ขอโทษ  ไม่ขอโอกาสแก้ไข้ให้มันดีกว่าเดิม  แต่กลับมากล่าวอ้างว่า  ปิดเพราะแม่พาเพื่อนๆเข้าไปกดดัน  อ้าว หมายความว่า  ที่นั่งพูดไปสองสามชั่วโมงนี่ไม่เข้าใจกันเลยสินะ  เราต้องการแค่ความจริงใจในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของโรงเรียนให้ผู้ปกครองเท่านั้น  ที่เหลือคุณไปจัดการกันเอง  เพียงแต่ขอกับคุณว่า  เราจ่ายค่าเทอมสูงขนาดนี้  เพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตลูกที่ดีกว่าที่อื่น  ไม่ใช่คุณภาพชีวิตที่ยึดแค่มาตราการสาธาณสุขกำหนด  เพราะไม่ควรจะสูงกว่า  และสูงกว่าโรงเรียนอื่นที่ค่าเทอมต่ำกว่านี้  แต่ที่นี่ไม่  แม้การตรวจไข้ก่อนเข้ารั้วโรงเรียนคุณก็ไม่มี  ก็ไม่แปลกที่เด็กตาดำๆจะต้องมาเป็นเหยื่อผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัวอย่างพวกคุณ  ก่อนปิดการประชุม  สาธารณสุขเข้าใจความต้องการของแม่  เค้าบอกผู้บิรหารคนใหม่และคนเก่าที่เข้ามาแจมในช่วงท้ายว่า  ผู้ปกครองเค้าต้องการแค่การประชาสัมพันธ์ที่มืออาชีพกว่านี้ไม่ใช่แค่แทรกใบปลิวของสาธารณสุขมาให้อ่าน  แม่พาลูกคนโตกลับ  พร้อมยืนยัน  คุณจะปิดหรือไม่ปิดก็ช่าง  ชั้นเหนื่อยจะพูดด้วยแระ  และขอแจ้งว่าคนโตแม้อยู่ชั้นประถมก็จะให้หยุดด้วยเพราะมีโอกาสเป็นพาหะนำเชื้อกลับบ้าน  เพราะที่นี่เสี่ยงเหลือเกิน  ทุกอย่างใช้ร่วมกัน  มาตรฐานการคัดกรองผู้ติดเชื้อก็ต่ำกว่าโรงเรียนรัฐบาลที่เรียนฟรี่ซะอีก  คุณไม่ปิดประถมก็ช่างคุณ  แต่เราไม่ให้ลูกมา

สี่ห้าวันหลังจากนั้น  มีผู้ปกครองจากโรงเรียนอื่นมาเล่าให้ฟังว่า  แม่เพื่อนจากโรงเรียนลูกอยู่ประถม  ได้ยินเค้าพูดกันว่า  แม่เป็นประสาท  กลัวไปเอง  แม่บอก ช่างเค้าเถอะ  ถ้าลูกแม่ปลอดภัย  ใครอยากว่าไรก็ช่าง  เป็นแม่ประสาท  ดีกว่าลงหน้าหนึ่งว่า ลูกตายเพราะมือเท้าปาก  เราแค่ ปลอดภัยไว้ก่อน  ที่โรงเรียนเสี่ยงเกินไป  เพราะผู้ใหญ่ละเลยหน้าที่  ครูที่ดีต้องปกป้องลูกศิษย์เสมือนลูกในไส้ของตัวเอง  ครูที่นี่ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น  เป็นได้แค่คนที่มีอาชีพครู  ทำเพื่อเลี้ยงชีพ  ไม่ใช่จิตวิญญาณ  เฮ้อ  เครียด  น่ากลุ้มใจจัง  ชักจะลังเลเรื่องย้ายโรงเรียนตามกระแสผู้ปกครองคนอื่นก่อนหน้านี้ซะแล้วสิ  เอาไงต่อดีน๊า

อ่อ  ลืมบอก  มาตรฐานสาธารณสุขคือ  กินร้อน  ช้อนกลาง  ล้างมือ


อืมม  ค่าเทอมเกือบครึ่งแสน  จะทำแค่นี้ใช่มั้ยคะ  โธ่ ถัง

ตอนที่  3   คลิปหลุด

สองสัปดาห์หลังจากนั้น  มีข่าวเรื่องคลิปหลุดมาจากผู้ปกครองคนนึง  แม่ก็คิด  อะไรอีกแระเนี่ย  เข้าใจว่าเป็นคลิป

อย่างว่า  เพราะเรื่องคาวๆมันฉาวทั่วชลบุรี  ไปไหนใครก็รู้  ช่างเสริมสวยในเซ็นทรัล  คนขายผลไม้ริมถนน   คุณป้าขาย โจ้ก  เค้าว่า ได้ยินคนเค้ามาพูดกันเยอะเลย  โอ้ว  นี่มันแรงกว่า ข่าวดาราอีกนะเนี่ย  ไม่น่าเชื่อ   เอาเป็นว่า  ใครอยากรู้  ขับรถมาจาก กทม.  จอดถามข้างทาง  ก็ตอบได้ว่าใคร  สรุปว่าแม่น่าจะรู้เป็นคนท้ายๆ  ส่วนเนื้อหาในคลิปจริงๆก็ไม่มีอะไรมาก  เค้าเล่าว่าแค่มันแสดงออกถึงความชั่วร้ายในจิตใจนักธุรกิจที่ถูกเรียกว่าครู  ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลที่ไม่ได้รักเด็กเลย  ไม่มีใจใฝ่การพัฒนา  คิดแต่ผลกำไรและชื่อเสียง  เผด็จการทุกอย่าง  คำพูดบางคำในคลิปแสดงความต่ำของศีลธรรม  ไม่แปลกใจที่มีข่าวฉาวออกมากระฉ่อน  เรื่องแค่นี้เค้าย่อมทำได้  คิดๆก็แปลกใจ  คนแบบนี้กลับเดินอยู่ได้อย่างลอยหน้า   อาศัยฉากหน้าที่โป้ปด  คนแบบนี้พูดใส่ร้าย  ทำร้ายคนอื่นอย่างหน้าตาเฉย   คิดแล้วเซ็งประเทศไทย  

ตลอดสัปดาห์  เรื่องคลิปบอกปากต่อปากอย่างรวดเร็ว จากกระแสที่แรงอยู่แล้วก็ยิ่งแรงหนักขึ้น  ผู้ปกครองเริ่มกลัดกลุ้มเรื่องที่ลงแห่งใหม่ของลูก  จะย้ายไปไหนดี  เป็นคำที่ฮิตติดปาก  แม่เองก็อยากฟังแต่ก็ได้แต่ฟังจากคนที่เค้าฟังแล้ว  แต่ด้วยความเชื่อที่มีต่อผู้ปกครองคนนี้แม่ก็เชื่อว่ามันจริง  ประกอบกับพฤติกรรมหลายๆอย่างที่บอกเล่ากันต่อไปไม่เว้นวัน   เฮ้อ!  เซ็ง  หนีเสือแต่ดันมาเจอ  จรเข้ยกฝูงแถมปลาเน่าอีเข่ง  เวรกรรมอาไรน๊า

ซาบซึ้งและขอบคุณค่ะ

สำหรับคนบางคน  กำลังใจเป็นแรงขับเคลื่อนให้สู้ต่อค่ะ

รบกวนถมาค่ะ ว่าลูกเรียนที่ไหนเหรอค่ะ พอดีลูกสาวจะต้องเข้าเรียนอนุบาลปีหน้าแล้วก็อยู่ศรีราชาด้วยค่ะจะได้ เอาไว้เป็นข้อมูลค่ะ ดูแล้วก็น่ากลัวนะคะ เลยอยากรู้จริง ๆ ค่ะว่าเป็นโรงเรียนไหน ขอบคุณค่ะ...

อยู่ในตัวเอมืงชลบุรีค่ะ  บอกตรงๆไม่ได้จริงๆค่ะ  เพราะมีผลกับคดี  ทางโรงเรียนจะฟ้องที่เราทำให้เค้าเสียชื่อเสียง  ทั้งที่เราแค่ท้วงติงและต้องการคำชี้แจง  อยู่ในตัวเมืองชลบุรีค่ะ  ไม่ใช่ศรีราชา  สบายใจได้  ส่วนชื่อโรงเรียนตามอ่านให้จบแล้วจะเดาได้เองค่ะ  ความจิรงถ้ามีเพื่อนในตัวเมืองถามเรื่องชู้สาวของผู้บิรหารโรงเรียน  เค้าน่าจะรู้นะคะ  เดี๋ยวนี้ไวมาก  ใครๆก็รู้ค่ะ  อยากบอกแต่มีผลทางคดีค่ะ

รบกวนใบ้หน่อยค่ะ เพิ่งมาอยู่ชลบุรีค่ะ ติดเส้นสุขุมวิทหรือถนนเศรษฐกิจค่ะ เดาเอาอ่ะค่ะ

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service