เว็บทั้งหมดจะย้ายไปที่ www.2pasa.com แล้วนะครับ ตามไปที่นั่นได้เลย

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

เนอสเซอรี่ จำเป็นมั้ยสำหรับแม่เต็มเวลา

คือว่าลูกสาวตอนนี้ก็ 2.3 ขวบ กว่าจะเข้าโรงเรียนก็ปีหน้า ตั้งใจว่าซักปลายปีนี้จะเอาลูกไปเข้าเนอสเซอรี่ก่อนเพื่อที่จะได้เตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าเรียนจริง ที่สำคัญอยากจะฝึกให้เค้าได้ลองห่างแม่บ้าง ฝึกให้เค้าเข้าสังคมกับเพื่อนบ้าง แต่ก็มีหลายกระแสคัดค้านว่าเป็นคุณแม่เต็มเวลาอยู่แล้วจะเอาลูกไปติดเชื้อโรคทำไม แล้วก็เคยอ่านในนิตยสารที่คุณหมอหลายท่านเขียนเอาไว้ว่าไม่ควรให้ลูกไปเนอสถ้าคุณมีเวลาเลี้ยงลูกอยู่แล้ว

คุณพ่อ คุณแม่ท่านอื่นมีความเห็นว่ายังงัยกันบ้างคะ

Views: 1221

Replies to This Discussion

เห็นด้วยกับคุณหมอคะ
ประสบการณ์ตรงเลยค่ะ ดิฉันเป็นแม่เต็มเวลา แต่อยากให้ลูกได้เรียนรู้การอยู่กับเพื่อนๆ และคนอื่น น้องอูโน่อายุ 1.10 ปีค่ะ หลังจากกลับจากเนอสเซอรี่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นเช่น พยายามกินข้าวเองไม่ค่อยอยากให้ป้อน และ โรงเรียนสอนน้องใส่รองเท้าเองค่ะ สอนในเข้าห้องน้ำ แปรงฟัน และที่สำคัญลูกรู้จักรอเข้าแถวและแบ่งปันของเล่นกับเพื่อนๆ ดิฉันเลือกโรงเรียนที่ไม่เน้นการเรียนการสอนมากเกินไปแต่เน้นกิจกรรมให้เด็กได้เล่นได้พัฒนากล้ามเนื้อ เรียน music, dought, dance, yoka ดิฉันว่าลูกดิฉันสนุกนะคะ ไปโรงเรียนแล้วพูดเก่งขึ้นเยอะเลยค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องพิจารณาหลักสูตรที่ไม่เร่งรัดวิชาการมากเกินไป ให้เรียนผ่านการเล่นแล้วสมองเค้าจะพัฒนาการค่ะ ดิฉันไปรับลูกทุกวันตอนบ่าย 2 โมงค่ะ แล้วก็ชวนเค้าคุยว่าเค้าทำอะไรบ้างในแต่ละวัน
ไม่ทราบว่าเนอสเซอรี่ที่ไหนหรอคะ เราต้องทิ้งไว้ตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมงอะคะ แล้วน้องเค้าไม่ร้องหาคุณแม่หรอคะ เพราะพลอยเองก็เลี้ยงลูกเองน้องอายุเท่ากันเลยเค้าร้องตลอดเลยถ้าพลอยไม่อยู่แค่เดินไปหน้าบ้านให้เค้าอยู่กับคุณพ่อเค้ายังร้องเรียกหาอยู่ตลอดเลย ยิ่งถ้าไปข้างนอกแล้วให้คนอื่นมาดูให้เค้าจะร้องจนหลับไม่ต่ำกว่า2-3ชั่วโมงอะคะ เวลาไปเรียนที่เบบี้จีเนสเค้าให้ผู้ปกครองเข้าไปด้วยน้องก็เลยไม่ได้ห่างเราสักที กลัวว่าพอเข้าเรียนแล้วจะร้องไม่อยากไปโรงเรียน
ดิฉันเลือกที่สารสาสน์เอกตราค่ะ เพราะว่าทางโรงเรียนเน้นกิจกรรมเป็นหลัก เน้นการเล่น การคิด และเป็นแบบ 2 ภาษาแต่ค่อนข้างเน้นอังกฤษมากกว่าไทยซื่งก็ตรงกับความต้องการของคุณพ่อเพราะอยากให้เรียนนานาชาติ ก็เลยพบกันครึ่งทางค่ะ แต่ละระดับชั้นเน้นภาษาอังกฤษไม่เท่ากันค่ะ มี 60% Eng กับ 40% Thai for KG 1 and 85% Eng, 15% Thai for KG 2 & 3 ซึ่งเค้าก็บอกเหตุผลว่าทำไมถึงไม่เท่ากันค่ะ เพราะว่าเด็กเล็กจะเข้าใจภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องท่องศัพย์และแปลค่ะ ที่สำคัญไม่เน้นไวยากรณ์ในเด็กเล็ก

แรกๆที่ส่งไปเรียนซัมเมอร์น้องก็ร้องไห้ค่ะ (ไม่ต้องห่วงค่ะ เด็กร้องไห้ทุกคน เผลอๆ คุณพ่อกะคุณแม่นั่นแหละค่ะน้ำตาพาลจะไหลเอาด้วย ต้องใจแข็งค่ะ) คุณครูพวกนี้มีประสบการณ์ค่ะ เจอมาแล้ว 108-1009 ท่านสามารถทำให้น้องหยุดร้องได้ค่ะ ที่สำคัญคือเน้นคุณพ่อ คุณแม่ต้องใจแข็งค่ะ ส่งแล้วกลับบ้านเลย เด็กจะหยุดร้องเร็วถ้าไม่ได้เห็นคุณแม่ สำหรับน้องอูโน่ร้องประมาณ 1 อาทิตย์เต็มค่ะ ร้องเฉพาะตอนไปส่ง พออุ้มเข้าไปเจอกองของเล่นกับฝูงเพื่อนและเทคนิคของคุณครู แล้วลืมคุณแม่ทันทีค่ะ

โรงเรียนเริ่มประมาณ 8.00 -14.00 ค่ะ ที่สำคัญคือต้องไปรับลูกให้ตรงเวลานะคะ แล้วน้องจะปรับตัวได้ค่ะ ที่สำคัญเลือกที่ใกล้ๆ บ้านจะดีกว่าค่ะ น้องจะได้ไม่ตื่นแต่เช้า

***เด็กที่ไม่สบาย คุณครูจะไม่อนุญาตให้เข้าห้องเรียนค่ะ ถ้าคุณแม่ไปส่งคุณครูจะให้พากลับบ้านทันทีค่ะ***
ยังไงก็ลองไปดูเวบเค้าได้นะคะ www.ektra.ac.th

ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญกับตรงไหนค่ะ ดิฉันหมดมุกเล่นกับลูกที่บ้านและแพลนว่ากำลังจะมีน้องอีกคนก็เลยไม่อยากส่งเค้าไปเรียนตอนน้องคลอดออกมาแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
แม่ไม่เต็มเวลา แต่เต็มใจให้ไปอยุ่เนอร์เซอรร์รีคะเป็นโรงเรียนคะ แต่ต้องเลือกหน่อยคะ แต่จำกัดการเลือกโรงเรียนเพราะแถวนั้นมีน้อยคะ เด็กมีพัฒนาการเร็วมาก พูดเร้ว ชอบทำอะไรด้วยตัวเองช่วยเหลือตัวเองได้คะ แต่ข้อเสียคือเป็นหวัดบ่อย เดี่ยวหายเดี่ยวเป็นอีกกินยาจนเบื่อ เลยจับมาสอนลูกให้ออกกำลังกายเล่นให้วิ่งทุกๆวัน ตอนนี้น้อง 2.3 ขวบแนะนำให้เข้าชั้นเตรียมดีกว่าเพื่อฝึกให้รูจักปรับตัวกับเพื่อนๆ สังคมต่างๆ รู้จัดแบ่งปันคะ ถ้ารอเข้า อ.1 ปีหน้าจะลำบากลูกจะงอแงเป็นเดือน เพราะติดแม่ทำใจลำบาก ต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้
แล้วแต่ความเห็นคะ อันนี้แชร์ประสบการ์ให้ฟังคะ
จำเป็นไม๊ ต้องถามคุณแม่อ่ะค่ะ ^.^

มันมีข้อดี ข้อเสียอย่างที่คุณอรไทเล่ามานั่นหล่ะ ทีนี้จำเป็นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญในเรื่องไหน เล็กเชื่อว่าความเป็นแม่ของเราจะรู้เองว่าแบบไหนเหมาะ

เล็กเองทำงานด้วยเลี้ยงลูกด้วย พอสัก 2 ขวบบางทีก็หมดมุกจะเล่นหรือจะสอนลูก เคยคิดเหมือนกันว่าเราควรจะเอาเขาไปเล่นที่เนอสดีไม๊ อย่างน้อยเขาก็มีเพื่อนเล่น แต่ปาป๊าคิดว่าเร็วไป ไว้ไปใกล้ๆ 3 ขวบหรือ 3 ขวบนิดๆ จะดีกว่า (ซึ่งจริงๆ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่คุณอรไทจะเอาลูกไปนั่นหล่ะค่ะ)

ส่วนตัวเล็กคิดว่าประมาณ 3 ขวบน่าจะเหมาะ เพราะถ้าเล็กกว่านี้เราก็กังวลเรื่องสุขภาพเหมือนกัน เขาอยู่บ้านเล่นๆ กับเรา อยู่กับเราตลอด ยังไงเรื่องพัฒนาการไม่ตกเกณฑ์แน่นอน เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าอนุบาลนั้นแล้วแต่ความเห็นของคุณแม่แต่ละคนว่าจำเป็นหรือไม่ ย้อนกลับไปสมัยเราเป็นเด็กจำได้ว่าไปโรงเรียนเข้าอนุบาลก็ 3-4 ขวบ เราก็ไม่มีปัญหาเรื่องเข้าสังคม หรือการปรับตัวแต่อย่างใด
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เลี้ยงลูกเต็มเวลาค่ะ และกำลังที่จะให้ลูกไปโรงเรียนเพื่อเรียนเตรียมอนุบาลค่ะ ส่วนดิฉันเห็นด้วยกับการให้เด็กไปเรียนเตรียมอนุบาล อย่างแรกเขาได้สังคมเพิ่มขึ้น รู้จักช่วยเหลือตนเอง ที่สำคัญพัฒนาการของเขาจะดีกว่าเด็กที่ไม่เรียนเตรียมอนุบาลค่ะ สร้างความพร้อมไปหลายๆๆ ทั้งเรื่องระเบียบวินัย ความรับผิดชอบค่ะ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแชร์นะคะ เหตุผลจริงๆที่อยากเอาน้องพลอยเข้าเนอสก็เพียงแค่อยากให้เค้าได้รู้จักที่จะอยู่กับคนอื่นบ้างที่ไม่ใช่แม่น่ะค่ะ เพราะถ้าถามถึงพัฒนาการน้องพลอยก็ถือว่าไม่ด้อยไปกว่าใครเลยค่ะ เพราะน้องสามารถบอกฉี่ - อึ ได้ไม่มีปัญหา ทานข้าวเองได้ แต่งตัวเองได้ ใส่- ถอดรองเท้าเองได้คือช่วยเหลือตัวเองได้ค่ะ อยู่บ้านกับแม่ก็ร้องเล่นเต้นรำ ชอบอ่านหนังสือทั้งวัน แต่แม่ก็หมดมุขที่จะเล่นกับลูกเหมือนกันค่ะ
คุณแม่สอนน้องเก่งจังคะ ของพลอยเอาแต่ร้องกับเต้นอย่างเดียวเลย.....สอนอย่างอื่นก็ไม่ทำ....จนต้องเอามือก่ายหน้าผากปลงกับตัวเองเหลือเกิน...ลูกหนอลูก
ออย..เราก็คิดว่ารอจันทร์เจ้าครบสามขวบเดือนกค.หลังจากนั้นจะให้ไปเข้าร.ร.แถวบ้านเหมือนกันจ้า
นอนดึกจังนะคะ นึกว่าเอาหนังสือมาขายอีกหลงดีใจ...แฮแฮ
แล้วแต่ค่ะ ป๊อปคิดว่าถ้า พี่จะให้ลูกเข้าโรงเรียนที่มีเนอสเซอรรี่ก่อนอนุบาล พี่ก็อาจจะต้องให้ลูกเค้าเนอเซอรรี่สักเทอมนึงเพื่อให้น้องได้ปรับตัวค่ะ เนื่องจากเด็กคนอื่นเค้าเรียนเนอสเซอรี่มาก่อนแล้ว เค้าไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก พอเข้าอนุบาลหนึ่งก็แค่เลื่อนชั้นขึ้นมา เด็กเหล่านี้เคยชินกับการเรียนแล้ว สามารถพัฒนาการได้
โดยไม่มีปัญหาไดค่ะ
แต่ถ้าพี่ให้ลูกเรียนอนุบาลหนึ่งเลยในโรงเรียนที่มีการเลื่อนช้นมาจากเนอเซอรรี่ น้องอาจจะต้องปรับตัวมากกว่าคนอื่นนิดนึง ในช่วงแรกๆ อาจจะไม่ทันเพื่อนค่ะ แต่เด็กอนุบาลไม่ทันเพื่อนก็ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ เพราะก็แค่อนุบาลเอง แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ ความรู้สึกของลูกค่ะ
พนักงานที่โรงงานที่แฟนป๊อปทำงานอยู่ เค้าก็มีแฟนที่เลี้ยงลูกเต็มเวลา มีปู่ย่าคอยดูแล เลยให้เข้าเรียนอนุบาลเลย แต่ว่าโรงเรียนนั้นเค้ามีเด็กที่เลื่อนมาจากเนอสเซอรรี่อยู่แล้ว น้องเค้าเครียดเพราะว่า เพื่อนๆคนโน้นคนนี้ก็ทำโน่นนี่ตามที่คุณครูบอกได้ แต่ว่าตัวเองทำไม่ได้ ก็เลยเครียดใหญ่ ทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน ต้องมาพยายามตะล่อมถามเค้าว่า ทำไมเหรอ แล้วก็คุยกับคุณครูจนทราบว่า เค้าเครียดที่ตามเพื่อนไม่ทัน ก็เลยย้ำให้ครูดูแลเป็นพิเศษค่ะ

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2021   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service