หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

อยากทราบความคิดเห็นของแม่บ้านเต็มตัวค่ะ

คือตอนนี้ทำงานนอกบ้านอยู่ค่ะ ลังเลใจอยู่ตลอดเวลาว่าจะออกมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวเลยดีไหม เพราะแฟนก็ชวนอยู่ค่ะ(พอดีว่าแฟนมีธุรกิจส่วนตัวน่ะค่ะ) เลยอยากทราบความเห็นของแต่ละคนค่ะ ว่าเป็นอย่างไรบ้างเมื่อต้องออกมาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน

Views: 230

Replies to This Discussion

ตามความเห็นของพี่นะ การเป็นแม่บ้านเต็มตัวดีตรงที่ไ้ด้อยู่ใกล้ชิดลูกตลอดเวลา เราได้เห็นพัฒนาการของลูก ได้สอนลูกเอง แต่ก็อาจทำให้เราเบื่อที่จะต้องทำอะไรซ้ำๆเดิมๆ ไม่ได้เจออะไรใหม่ๆ การที่ทำงานนอกบ้านด้วย จะทำให้เราได้เปลี่ยนอริยาบถ แต่ข้อเสียก็ไม่ได้ดูแลลูก แล้วก็อาจต้องมาปวดหัว เครียดเรื่องงานด้วย ก็ต้องลองชั่งน้ำหนักดูน่ะค่ะว่าต้องการแบบไหน
เห็นด้วยกะพี่เล็กค่ะ ต้องลองชั่งน้ำหนักดู ส่วนตัวเมื่อก่อนทำงาน พอแต่งงานแล้วก็ออกมาช่วยงานคุณสา พอมีลูกก็เลี้ยงลูกเป็นหลัก สนุกกะการได้ใกล้ชิดลูก แต่ก็มีบางอารมณ์ที่รุ้สึกว่า ชีวิตมันน่าเบื่อ และขาดสังคมไปเยอะมากค่ะ

ส่วนชีวิตคู่ การมีงานทำนอกบ้านด้วย ช่วยเพิ่มหัวข้อในการพูดคุยในชีวิตประจำวันอะ ไม่งั้นก็มีแต่เรื่องลูก ถ้าเลือกได้อยากทำทั้งสองอย่างเลยอะ แต่คงเป็นไปไม่ได้ เนอะ
อ่ะ เห็นด้วย
ตามคิดเห็นส่วนตัวนะคะ เมื่อก่อนเคยทำงานประจำค่ะ หลังจากมีน้องก็ออกมาเลี้ยงน้องเอง แต่สามีทำงานประจำวึ่งต้องเดินทางบ่อยๆไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ก็เลยอยากให้ลูกได้ใกล้ชิดแม่ เพราะว่าคุณพ่อไม่ค่อยได้อยู่ใกล้ชิด เมื่อก่อนที่ทำงานเราก็จะมีสังคม มีเพื่อน มีความเครียดจากงานบ้าง แต่พอมาเลี้ยงลูกเองก็จะเหนื่อยไปอีกแบบค่ะ เหนื่อยแบบมาความสุข แต่เราจะขาดสังคม เพื่อนจะลดลง ยิ่งถ้าเลี้ยงลูกอย่างเดียวเลยจะขาดแรงจูงใจเรื่องดูแลตัวเอง การแต่งเนื้อแต่งตัวค่ะ

ถ้าจะมองเป็นประเด็นเพื่อพิจารณาก็คือว่าน่าจะมีดังนี้ค่ะ หนึ่งออกมาจากงานแล้วทางบ้านมีความเดือดร้อนเรื่องการเงินหรือไม่ ความมั่นคงต่อไปในอนาคต ประเด็นต่อไปคือ ถ้าเดือดร้อนในข้อหนึ่ง (หรือกลัวว่าไม่มั่นคง) คงต้องทำงานต่อไป เปลี่ยนเป็นวิธีหาคนดูแลลูกที่เรามั่นใจ ไว้ใจได้ได้ไหม ถ้าตอบว่าไม่ ฝากกับเนิร์สเซอรี่ที่ที่ไว้ใจได้มีไหม ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ย้อนกลับไปประเด็นแรกค่ะ

ทั้งนี้ลองชั่งน้ำหนักดูค่ะว่า อยากมีชีวิตแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่างทำงานกับเลี้ยงลูกอยู่บ้าน เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน
ลังเลใจอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ เพราะใจนึงอยากอยู่กับลูกเลี้ยงลูกเอง อีกใจก็กลัวไม่มีสังคมและกลัวจะแก่ ด้วยค่ะเพราะไม่มีแรงจูงใจให้ต้องแต่งตัว เฮ้อคิดมาจะปีแล้วค่ะเนี่ย ยังเลือกไม่ได้เลย
ถ้าไม่ติดเรื่องเงิน ก็ออกมาเลี้ยงลูกก่อนก็ได้ค่ะ พอลูกโตพอเข้ารร.ได้ ก็ค่อยกลับไปทำงานต่อ (หากตอนนั้นยังสามารถหางานได้)
ขาดชีวิตสังคมไปแค่ไม่กี่ปี แลกกับการได้ใกล้ชิดลูก คิดว่าคุ้มนะคะ ^^
อ่ะ เห็นด้วย
เป็นอีกคนที่กำลังจะออกจากงาน เพื่อมาเลี้ยงลูก เข้าใจความรู้สึกดีเลย
ไม่ได้เป็นแม่บ้านเต็มตัวค่ะ แต่ขอแจมบ้างนะคะ

เรื่องนี้ป๊อปว่าเป็นเรื่องที่มีปัจจัยหลายอย่างมากค่ะ แล้วแต่คน เพราะว่าสภาพรอบรอบตัวนี่ไม่เหมือนกัน มีพี่แอร์หลายคนที่อยากจะออกไปเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกเพราะว่าได้อยู่ใกล้ชิดลูก ดูแลลูกเต็มที่ อย่างป๊อปหลังคลอดน้อง ป๊อปลาเลี้ยงลูกเจ็ดเดือน โดยไม่รับเงินเเดือนเลย ก็ขอเอาความทรงจำตอนนั้นมาตอบละกันนะคะ

1. พี่แอมจะทนเบื่อได้หรือเปล่า เพราะว่าเราเคยออกทุกวัน ทำนู่นทำนี่ทุกวัน แต่นี่ต้องมาอยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว แต่ถ้าพี่แอมไม่เบื่อไม่เป็นไร เพราะลูกน่ารัก ไม่น่าเบื่อนี่เนอะๆ

2. สาละมีจะโยนทุกอย่างที่บ้านมา ทั้งทำงานบ้าน ดูแลลูก ทำกับข้าว ก็เค้านึกว่าเราอยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ทำอะไร แต่การดูแลลูกก็ใช้เวลาทั้งวัน กินเราเข้าไปแล้ว พอกลับมาบ้านจะมาคาดหวังว่า บ้านสวยเหมือนในแคตตาล็อค มีอาหารพร้อมตั้งโต๊ะ ทุกอย่างเฟอร์เฟค นี่ก็ไม่ไหวน้า แล้วจะมาคาดหวังให้เราเอาอกเอาใจอีก นี่ก็เหนื่อยเหมือนกันค่ะ

3. เวลาส่วนตัวแทบจะน้อยลง เพราะว่าเราอยู่กับลูกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง อย่างเวลาเราเครียดมากเหนื่อยมาก เราก็หนีไม่ได้ค่ะ แต่อย่างตอนทำงาน เราอาจจะได้สงบจิตสงบใจคนเดียวสักพัก แต่ว่าถ้าเป็นแม่บ้านเต็มเวลาก็ต้องทุ่มเทเต็มที่ อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็ต้องสู้ค่ะ

4. เพื่อนฝูงแทบตัดขาด เพราะว่าไม่ได้ออกไปสังรรค์ เพราะว่าหาคนมาผลัดไม่ได้ แต่ถ้าเอาลูกไปด้วยได้ ก็ไม่เป็นปัญหาหรอกค่ะ

5. ป๊อปเป็นคนไม่ชอบขอเงินแฟน ดังนั้นตอนที่หยุดอยู่บ้านจะอึดอัดมาก เวลาที่อยากจะจับจ่ายอะไร เพราะทุกอย่างมาจากกระเป๋าแฟนหมด จะใช้อะไรก็เกรงใจเค้า สู้ใช้เงินที่เราหามาเองไม่ได้ จะซื้อเสื้อผ้าให้ลูกกี่สิบชุด จะให้ลูกเรียนเสริมโน่นนี่อะไรแฟนไม่เคยว่า เพราะว่าเงินของเราเอง ป๊อปไม่ชอบที่ต้องตกเป็นรองเมื่อเอาเรื่องเงินมาอ้าง

6. ไม่ได้แต่งตัวสวยปิ๊ง เพราะว่าอยู่แต่ที่บ้าน แต่งสวยแล้วเลี้ยงลูกไม่ถนัด แต่งหน้าก็ไม่ได้แต่ง เพราะว่าไม่ได้ออกไปไหน เลยไม่ได้ดูแลตัวเองเหมือนสมัยทำงาน โทรมโทรมโทรม แล้วก็โทรม

7. ป๊อปไม่รู้อนาคตข้างหน้า ถ้าเกิดวันนึง แฟนป๊อปเกิดไปโดนยาเสน่ห์หรือไปหลงสาวที่ไหน ป๊อปก็รับรู้ข่าวสารได้ยาก เพราะว่าอยู่แต่ที่บ้าน แล้วป๊อปก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ เพราะว่างานการก็ไม่มีทำ แล้วถ้าถึงวันที่เค้าจะทิ้งเราขึ้นมา เราก็น้ำท่วมปากพูดไม่ออก มองไม่เห็นอนาคต ข้อนี้อาจจะแรงหน่อย แต่คิดไว้เผื่อก่อนก็ดี ป๊อปคิดไว้เลยว่า ถ้าจะให้ลาออกจากงานมาอยู่บ้านเฉยๆ ให้เอาเงินสดมาเข้าบัญชีให้เลยสักห้าสิบล้าน ถ้าอนาคตเกิดหมดรักเราขึ้นมา เราจะได้มีปัญญาไป ไม่ใช่มานั่งทนเก็บกดเป็นละครหลังข่าว

8. พอถึงอนาคตช่วงที่ลูกโตและต้องการเราน้อยลง เราก็จะว่างมาก ต้องคิดแผนรองรับไว้ด้วย เพราะว่าเราอาจจะว่างจนติดลูกเกินไป ทำให้ลูกอึดอัด ต้องหาแผนอะไรรองรับเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ

คิดได้เท่านี้แหละค่ะ แต่ก็อย่างที่บอกว่า ปัจจัย สิ่งแวดล้อม รวมทั้งสภาพการณ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน พี่แอมพิจารณาเรื่องรอบๆตัวดีๆนะคะ ถ้าพี่แอมพร้อมที่จะเป็นคุณแม่เต็มเวลา ก็ยินดีด้วยค่ะ ได้เลี้ยงลูก เห็นพัฒนาการลูกตลอด ต้องมีความสุขมากมากแน่นอนค่ะ
โดนใจข้อ 7 จังเลยค่ะ ^^
ข้อ 7 เห็นด้วยด้วยคน จริง ๆ เป็นความกังวลลึก ๆ เหมือนกัน การออกมาเป็นแม่บ้านอย่างเดียวเหมือนเราทิ้งทุกอย่างไปเลย ถ้าวันนึงมีอะไรเปลี่ยนแปลงในครอบครัว การปรับตัวใหม่ เริ่มต้นใหม่คงยาก ถ้าจะให้ดี เป็นแม่บ้านต้องหาธุรกิจทำไซด์ไลน์ไปด้วยอะ แต่ยังไม่รู้จะทำอะไรเลย ใครมีไอเดียแนะนำกันได้นะคะ
พี่จิ๊ เปิดร้านช้อปปิ้งออนไลน์ดีมะ คือเป็นคนซื้อของทางเน็ตเยอะอ่ะ ทั้งดีวีดีลูก หนังสือมือสองลูก เสื้อผ้าแม่ก็ซื้อทางเน็ตนะเนี่ย เข็มขัดยังซื้อทางเน็ตเลยอ่ะ แต่ไม่รู้ว่ารายได้มันจะดีพอหรือป่าว ^^

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service