หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

บทเรียนนี้ ขอเสนอสำนวนภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กัน และให้ผู้เรียนได้นำสำนวนเหล่านี้มากับสถานการณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. สำนวนที่ใช้ถามว่า " เกิดอะไรขึ้น" หรือ "มีอะไรผิดปกติ เกิดขึ้น" คือ
What happened ?
What is wrong with something
What is the matter ?

2. สำนวนที่ใช้ถามลักษณะว่าเป็นอย่างไร ใช้ได้ทั้งกับคนและสิ่งของ
What is the weather like ?
What is your new teacher like?

3. สำนวนที่ใช้เมื่อประธานมิได้ทำกริยานั้นๆ ด้วยตนเอง แต่มีผู้อื่นทำให้
3.1 have (or get) + something + กริยาช่อง 3 เช่น
He has his room cleaned. (= Someone cleans the room for him.)
3.2 have + someone + กริยาช่อง 1 (infinitive without to) เช่น
He has the servant clean his room.
3.3 get + someone + infinitive with to เช่น
He got a florist to send the flowers to me

4. สำนวนที่หมายถึงไปต่างประเทศ (to a foreign country) ใช้ "go abroad" เช่น
He plans to go abroad next year.

5. สำนวนที่หมายถึง "สมัครงาน" คือ to apply for a job เช่น
She applied for an accountant. (= เธอสมัครเป็นนักบัญชี)

6. สำนวนที่ใช้กับ to spend มักใช้กับเงินหรือเวลา
- spend + money + on + something
- spend + time + v. ing
เช่น The children spent 200 baht on the new toy.
They spent an hour doing the exercise.

7. สำนวนเกี่ยวกับเวลาอีกอย่างหนึ่ง คือ
It {takes } + time + to do something
เช่น It takes us three hours to go to Hua Hin.

8. สำนวน to be fond of = like (ชอบ) เช่น
The girl is fond of singing = The girl likes singing.

9. สำนวนที่หมายถึง เก่ง/ไม่เก่ง หรือ มีความสามารถ/ไม่มีความสามารถ ในด้าน ……to be good at
เช่น He is good at dancing (= เขาเต้นรำเก่ง)
- to be bad at 
- to be poor in = ไม่เก่ง, อ่อน
- to be weak in
เช่น My students are poor in Physics. (= นักเรียนของฉันไม่เก่งฟิสิกส์)

10. to be on duty = อยู่เวร หรือระหว่างขณะปฏิบัติหน้าที่
- to be off duty = ออกเวรหรือไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่
- to have a day off = ได้หยุดงาน 1 วัน เช่น
- They have three days off for Chinese New Year. (=สำหรับตรุษจีน พวกเขาได้หยุดงาน 3 วัน)

11. เมื่อไม่เชื่อคำพูดของผู้พูดหรือสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นไปไม่ได้ จะถามว่า
Are you kidding? (=คุณล้อเล่นหรือเปล่า)

12. สำนวนที่ใช้กับ v. to have ซึ่งใช้กันบ่อยๆ ได้แก่
- have (or take) a bath / a shower = อาบน้ำ อาบน้ำฝักบัว
- have a break = พักคั่น หรือหยุดพักชั่วครู่
- have a cold / a flu / a headache / a toothache … = เป็นไข้หวัด / ไข้หวัดใหญ่ / ปวดหัว / ปวดฟัน …
- have a fever = เป็นไข้

13. to be over = จบสิ้น เสร็จสิ้น เช่น
The file was over.
บางทีใช้ "The time is up." หมายถึง "The time is over." (=หมดเวลา) ก็ได้

14. to be eager to do something = กระตือรือร้นที่จะทำ…
- to be ready to do something = พร้อมที่จะทำ…
- to be willing to do something = เต็มใจที่จะให้…
- to be about to do something = กำลังจะ เกือบจะทำ…

15. to be in order = อยู่ในระเบียบ เรียบร้อย ใช้ได้
- to be out of order = ไม่เป็นระเบียบ ใช้ไม่ได้ หรือเสีย เช่น
They couldn't hear anything because the radio was out of order. (=พวกเขาไม่ได้ยินอะไรเลยเพราะวิทยุมันเสีย)

16. สำนวนที่ใช้ตามด้วย v. ing ที่ควรรู้ ได้แก่
- give up = หยุด หรือเลิกทำ
- be (get) used to = เคยชินกับ
- be (get) accustomed to
- look forward to = คาดหวังที่จะ…
- to be busy = ไม่ว่าง หรือวุ่นอยู่กับ
- to be worth = มีค่าควรแก่การ…
- I can't help = อดไม่ได้
- I can't stand = ทนไม่ได้
- no use = no good = ไม่มีประโยชน์ที่จะ

17. to be in trouble = อยู่ในภาวะยุ่งยาก หรือมีปัญหา
- to be in a hurry = รีบร้อน

18. สำนวนที่เกี่ยวกับ make ที่ควรจำ ได้แก่
- make friends with… = ผูกมิตร หรือทำความรู้จักกับ..
- make up one's mind = ตัดสินใจ
- make fun of = หลอก แกล้ง
- make a fool of

19. play a trick on someone = หลอกลวง…

20. pay atttenion to = ให้ความสนใจ เอาใจใส่กับ..

21. on sale = ลดราคา
- for sale = มีไว้สำหรับขาย

22. on time = ตรงเวลา
- in time = ทันเวลา

23. to go for a walk = ไปเดินเล่น

24. to go on holiday = ไปเที่ยววันหยุด
- to go on business = ไปทำธุรกิจ

25. เวลาที่เราคิดหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องอะไรอยู่ จะใช้สำนวนที่หมายถึง มีอะไรอยู่ในใจ คือ 
something on one's mind เช่น
- The debt is on his mind. (=เขากำลังคิดถึงเรื่องหนี้อยู่)

26. in advance หมายถึง "ล่วงหน้า"
She plans in advance for the program next month. (= เธอวางแผนล่วงหน้าสำหรับรายการเดือนหน้า)

27. out of t question= impossible (เป็นไปไม่ได้)
His adventure is out of the question. (= การผจญภัยของเขานั้นเป็นไปไม่ได้)

28. to make a promise = กระทำสัญญา
- to keep a promise = รักษาสัญญา
- to break a promise = ไม่รักษาสัญญา

29. fail to do something = พลาดที่จะทำ (คือ ไม่ได้ทำ) เช่น
We failed to pick her up at the airport. (= เราไม่ได้ไปรับเธอที่ สนามบิน)

30. succeed in doing something = ประสบความสำเร็จในการ… เช่น
He succeeded in controling the racing car. (= เขาประสบความสำเร็จในการควบคุมรถแข่งนั้น)

31. be equal to หมายถึง เท่ากันกับ … เช่น
His weight is equal to mine. (= น้ำหนักของเขาเท่ากับน้ำหนัก ของฉัน)

32. be similar to หมายถึง เหมือนกันกับ… เช่น
The weather here is not similar to that of England. (= อากาศที่นี่ไม่เหมือนกับอากาศที่อังกฤษ)

33. to lose one's way = to get lost = หลงทาง เช่น
Have you ever got lost in the forest? (= คุณเคยหลงทางในป่าไหม)

34. to learn by heart = ท่องจำ เช่น
He is good at learning by heart. (= เขาท่องจำเก่ง)

35. to lose one's heart = to fall in love with… = ตกหลุมรัก… เช่น
My friend has his heart to that lovely girl. (= เพื่อนของฉันตกหลุมรักผู้หญิงน่ารักคนนั้นเข้าแล้ว)

36. for good = forever = ชั่วนิรันดร เช่น
They left the village for good. (= พวกเขาออกจากหมู่บ้านไปตลอดกาล)

37. up to date = modern = fashionable หรือ to be in fashion = ทันสมัย กำลังเป็นที่นิยมหรืออยู่ในความนิยม เช่น
Jeans are not in fashion now. (= ยีนส์ไม่เป็นที่นิยมในขณะนี้)

38. out of date = ล้าหลัง ไม่ทันสมัย

39. to keep an eye on = to watch over = เฝ้าดู เช่น
She kept an eye on the little girl until her mother came back. (= เธอเฝ้าดูเด็กผู้หญิงตัวเล็กนั้นจนกระทั่งแม่ของเธอกลับมา)

40. to make both ends meet = ทำให้รายได้พอกับรายจ่าย เช่น
Can you make both ends meet on your salary? (= คุณสามารถใช้จ่ายได้พอกับรายได้ซึ่งเป็นเงินเดือนของคุณหรือไม่)

41. hang up = วางหูโทรศัพท์

42. to deal with = จัดการกับปฏิบัติต่อ

43. bring up = ให้การอบรมเลี้ยงดู ให้การศึกษา เช่น
She was very well brought up in our family. (= เธอได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างดีมากในครอบครัวของเรา)

44. run out of = หมด ขาดแคลน เช่น
That car has run out of petrol. (= รถคันนั้นน้ำมันหมด)

45. catch up with = ตามทัน เช่น
He ran so fast that I couldn't catch up with him. (= เขาวิ่งเร็วมากจนกระทั่งฉันตามไม่ทัน)

46. to have an appointment with someone = มีนัดหมายกับ… มักใช้อย่างเป็นทางการ เช่น
He has an appointment with the doctor. (= เขามีนัดกับแพทย์) 
แต่ถ้านัดกับเพื่อนหรือแฟนจะใช้สำนวนว่า have a date แทน เช่น
He has a date with his girlfriend.

47. to back up = support = สนับสนุน เช่น
The new movie star as suddenly come famous as there are may people who back up her. (= ดาราใหม่คนนั้นมีชื่อเสียงขึ้น กระทันหัน เพราะมีหลายคนสนับสนุนเธอ)

48. little by little = gradually = ทีละเล็กทีละน้อย เช่น
The director is getting fat little by little. (= ผู้อำนวยการเริ่มอ้วนขึ้น ทีละน้อย)

49. to be on the air = ออกอากาศทางวิทยุ หรือโทรทัศน์ เช่น
The Jazz music is now on the air. (= ดนตรีแจ๊สกำลังออกอากาศอยู่ขณะนี้)

****ขอขอบคุณ คุณ wianchai นะคะ*****
http://bbznet.pukpik.com/scripts2/view.php?user=bigdoorzone&boa...

Views: 537

Replies to This Discussion

ขอบคุณมากคะ สั่งprint ด่วนเลย
รู้สึกจะคืนครูไปเกือบหมดและ ",)
ขอบคุณค่ะ อย่างเยอะเลย จะพยายามจำไว้ เพื่อเอาไปใช้บ้าง อิอิ
มาตามเก็บตกค่ะ ขอบคุณค่ะป้าแนท
ขอบคุณมากค่ะพี่แนท ^_^
ประโยชน์เหลือหลายค่ะ ขอบคุณนะคะคุณแนท
คุณแนทเอาของดีมาฝากอีกแล้ว
คุณแนทขอบคุณที่ฃูดดดด
ขอบคุณคุณแนทค่ะ
ตัวอย่างข้อ 48 เสียดแทงใจเล็กน้อย อิอิ
แล้วถ้า
- ฉันคิดว่าคุณคงไปไม่ทันแล้วละ
- เดินระวังด้วยค่ะ
- ฉันจะเตรียมเครื่องปรุงให้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ print ได้เพียบเล้ย
ขอบคุณมากค่ะ K.Nat
โฮโฮฮฮฮ แบนี้ It's work ค่ะะะะะ
ขอบคุณมากๆค๊า

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service