หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ขอสอบถามเหล่าซือและผู้รู้ทุกท่านนะคะ เราจะมีเทคนิคสอนลูกภาษาจีนอย่างไร ให้มีสำเนียงภาษาจีนที่ดี หรือการออกเสียงที่ถูกต้อง หรือจะมีทอค์กิ้งดิกชั่นนารีออนไลน์ไหมคะ

1.โดยเฉพาะการออกเสียง sh ch r และอีกหลายตัวนะคะ ช่วยแนะนำด้วย

2.และสอบถามเรื่องวรรณยุกต์ ของภาษาจีนคือ เราต้องออกเสียงตามวรรณยุกต์ให้แน่นอนเลยใช่ไหมคะ ไม่อย่างนั้นอาจเปลี่ยนความหมายของคำหรือเปล่าคะ

3. คนไทยมีปัญหาอย่างไรในการออกเสียงภาษาจีนคะ และควรแก้อย่างไร

4. มีคำไหนหรือประโยคที่คนไทยชอบพูดหรือออกเสียงผิดค่ะ

5. หากเหล่าซือมีเทคนิคเพิ่มเติมอย่างไร ช่วยแนะนำมือใหม่ด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

Views: 731

Replies to This Discussion

สวัสดีค่ะคุณดา...
คุณดาขยันมาก ๆ เป็นคุณแม่ตัวอย่างจริง ๆ เลยค่ะ ยังงัยลองอ่านดูนะคะ เผื่อช่วยจะมีอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์กับ
คุณดาบ้างค่ะ
การมีดิกชั่นนารี่ภาษาจีน เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ด้วยตัวเองค่ะ เพราะจะมีประโยคตัวอย่างสำหรับคำศัพท์ที่ต้องการค้นหา การหัดเขียน ตัวที่หน่อยใช้จะเป็นตัวเต็มค่ะ (ที่คุณอ๋อแนะนำ เป็นดิกชันนารี่ ที่ดีที่สุดตัวนึงนะคะ เพราะมี function ในการทำงานหลายอย่างในตัวเดียวค่ะ)

1. การออกเสียง zh ch sh r และ z c s เป็นตัวปัญหา
แก้โดยการเทียบเสียงทีละตัวค่ะ จะทำให้ออกเสียงเป็นเร็วและจะออกเสียงถูกต้องในที่สุดค่ะ เช่น
เทียบการออกเสียง ระหว่าง zh=>z,ch => c,sh => s
道 [zhī dào] => 格 [ gé]
饭 [chī fàn] => 品 [ pǐn]
子 [shī zi] => 瓜[sī guā]
本 [ běn]
ฟังและเปรียบเทียบคำที่ขีดเส้นใต้ เพื่อหาความแตกต่างในการออกเสียง จะทำให้ไม่สับสนเวลาอ่าน pinyin และจะทำให้อ่านออกเสียงได้ถูกต้องค่ะ

2. ใช่ค่ะ ควรอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง จริง ๆ แล้วการออกเสียงไม่ถูกต้องอาจทำให้ความหมายเปลี่ยน เช่น
我要去卖衣服。[wǒ yāo qù mài yī fu] 。ฉันจะขายไปเสื้อผ้า
我要去买衣服。[wǒ yāo qù mǎi yī fu] ฉันจะไปซื้อเสื้อผ้า
她要去哪里。[tā yāo qù nǎ li]。เขาจะไปที่ไหน
她要去那裡。[tā yāo qù nà li]。เขาจะไปที่นั่น

3. zh ch sh r เป็นเสียงที่คนไทยมักออกเสียงผิดเพราะไม่มีพยัญชนะที่จะเทียบเสียงได้ เวลาออกเสียงต้องยกปลายลิ้น แตะบนเพดาน แล้วเปล่งเสียงออกมา(ช่วงแรก ๆ อาจจะเมื่อยปากและลิ้น) แต่ฝึกบ่อย ๆ จะชิน และออกเสียงถูกต้องใน
ที่สุดค่ะ (ข้อนี้ขอตอบจากประสบการณ์นะคะ) จริง ๆ แล้วคนไทยส่วนใหญ่โดยธรรมชาติ จะออกเสียงภาษาจีนได้ดีและชัด กว่าหลาย ๆ ประเทศ อาจจะเป็นเพราะภาษาไทยมีเสียงพยัญชนะที่มากก็อาจเป็นได้ (แต่ที่มักออกเสียงผิดส่วนมากจะเป็น หมวด zh ch sh)ฉะนั้น ถ้าระมัดระวังตรงจุดนี้แล้ว ส่วนตัวคิดว่า การใช้ภาษาจีนก็คงไม่ยากเกินความสามารถของพวกเราค่ะ

4.ส่วนมากก็นี่หละค่ะตัวเจ้าปัญหา zh ch sh แก้ก็คือ อ่านมาก ๆ ฝึกพูดและอ่านออกเสียง บ่อย ๆ ค่ะจะทำให้ทราบว่าคำไหนควรออกเสียงอย่างไร

5. เทคนิคเพิ่มเติม
การฟัง พูด และการจำคำศัพท์ น่าจะเป็นจุดสำคัญที่สุดค่ะ
เรียนรู้จาก การ์ตูน หรือภาพยนต์ เพื่อเป็นการฝึกฟังประโยคสนทนา ประโยชน์คือจะได้คำศัพท์ที่ใช้ได้จริง ฟังแล้วต้องหัดพูดและเลียนแบบสำเนียงโดยการเปล่งเสียงออกมาให้มากที่สุด ที่สำคัญต้องพูดบ่อย ๆ จะได้ไม่ลืมค่ะ
อ่านและเล่านิทาน เทคนิคที่ใช้เองนะคะช่วงแรกจะอ่านให้ฟังค่ะ พอน้องเริ่มอ่านได้ก็จะสลับกันอ่าน นาน ๆ เข้าคุณแม่ขี้เกียจก็เป็นหน้าที่ของลูก ๆ ค่ะ
ฟังเพลงสำหรับเด็ก เทคนิคที่บ้านคือ ร้องตามเนื้อค่ะ ช่วงแรกให้ฟังก่อน แล้วค่อย ๆ ยื่นเนื้อร้องให้ เค้าก็จะชอบร้องไปด้วยฟังไปด้วย
หัดอ่านบ่อย ๆ หน่อยจะทำตารางคำศัพท์ให้เค้าตั้งแต่เด็ก ๆ ไว้สำหรับให้ลูกอ่านค่อย ๆ สอนทุกวัน(เหมือนเราบันทึกศัพท์ให้ลูกว่าเค้ามีคลังศัพท์กี่คำแล้ว)ประโยชน์เห็นได้ชัดเหม่ เหม๊ อ่านหนังสือเป็นเร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันมากรู้คำศัพท์เยอะมาก)หน่อยไม่ได้เร่งลูกแต่พยายามป้อนให้เค้าค่ะ ทุกวันวันละนิด
ตัวอย่าง sheet คำศัพท์


ปล.อย่าลืมสอนการออกเสียง pinyin นะคะ(สำคัญมาก) เพราะถ้าน้องอ่าน pinyin ได้จะทำให้ภาษาจีนพัฒนาได้ไวค่ะ อาจจะเหนื่อยช่วงแรก แต่ระยะยาวจะสบายค่ะ
หลักการใหญ่ ๆ ไม่ต่างจากการฝึกภาษาอังกฤษเท่าไหร่ค่ะ คือความสม่ำเสมอ และความถี่ ค่ะ
ขอบคุณเหล่าซือหน่อย และคุณอ๋อมากเลยค่ะ ได้เรียนรู้เทคนิคเพิ่มเยอะขึ้น และยังได้เวปดิคอีก

ขอชื่นชมในความขยันและพากเพียรของคุณดาและเหล่าซือหน่อยมากค่ะ พวกเราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มมากขึ้น จากความขยันถามของคุณดา และขยันตอบของเหล่าซือหน่อย ชื่นชมจากใจจริงค่ะ
สุดยอดไปเลยค่ะ เหล่าซือหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะหาอะไรที่ดีและวิเศษสุดเกี่ยวกับเทคนิคการเรียนภาษาจีนจากที่เหล่าซือหน่อยและเวปนี้ได้นะคะ

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เหล่าซือได้ไขข้อข้องใจหลายประการเลยค่ะ...

ขอบคุณคุณอ๋อด้วยนะคะ ดิกฯที่ให้มาก็ดีสุดยอดเลยค่ะ
เทคนิคและคำแนะนำที่เหล่าซือหน่อยให้มาเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยค่ะ เพราะคิดว่าเหล่าซือหน่อยจะเป็นผู้ที่รู้จุดบกพร่องว่าคนไทยติดปัญหาเรื่องอะไร คือตอนนี้ดากำลังหัดอ่านออกเสียง zh ch sh r ก็พอออกเสียงได้นะคะ แต่พอจะพูดเป็นประโยคยาวๆ กลับลืมว่า เอ้มีเสียงกระดกลิ้นด้วยหรือเปล่าน่ะค่ะ ที่นี้ก็ทราบข้อบกพร่องตัวเองคือ เราต้องแยกหมวดคำศัพท์พวกนี้ออกมา เพื่อง่ายต่อการจำ

อยากถามอีกนะคะ
1. เราควรสอนและพูดให้ถูกต้องแก่ลูกเลยใช่ไหมคะ ไม่ควรอายหรือเขินในการออกเสียงzh ch sh r
2. อ่านอ่านออกเสียง zh ch sh r เราต้องจำอย่างเดียวเลยใช่ไหมคะ (กว่าจะฝึกได้ ก็เมื่อยปากและลิ้น เหมือนกันเน๊าะเหล่าซือ ...แต่ก็สนุกดีเหมือนกันค่ะ)
3. เหล่าซือแบ่งภาคสอนเด็กๆอย่างไรคะ ทั้ง 3 ภาษา เรื่องเวลาและการรับรู้ของเด็กๆนะคะ ขอตั้งแต่ภาษาที่ 1 และ 2 และ 3 ตามลำดับการสอนของเหล่าซือเลยนะคะ****ข้อนี้สำคัญมากๆเลยนะคะ*****

ตัวอย่างและประโยคที่เหล่าซือยกมาให้ เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ และเข้าใจชัดเจนมากค่ะ รู้สึกว่าโชคดีจังที่เป็นคนไทยค่ะ เพราะพยัญชนะเยอะดี และเอื้อต่อการเรียนภาษาใหม่ๆค่ะ

ขอบคุณเหล่าซือหน่อยมากๆเลยนะคะ เหล่าซือเองก็เป็นตัวอย่างคุณแม่ดีเด่นเช่นกันคะ ดูสิคะ ตารางที่ทำให้น้องเหม่ เหม๊ เนี่ย...น่าชื่นชมและเอาเป็นแบบอย่างจริงๆค่ะ
1.ควรอย่างยิ่งค่ะ
2.จำเป็นต้องอ่าน และ ฟังเยอะ ๆ ค่ะ เพื่อให้ทราบรูปประโยคและการใช้งาน และการpronounce เสียงค่ะ ต้องฝึก พูด เลียนแบบเปล่งเสียง ฝึกบ่อย ๆ ก็จะจำได้ค่ะ แต่อาจจะยาก
นิดหน่อยตรงการใช้งาน เพราะถ้าไม่ได้ใช้บ่อย ๆ ก็ลืม
การฝึกฟัง คิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งต้องดูภาพยต์ หรือละครจีน(ไม่ต้องเยอะค่ะ เอาแค่เรื่องเดียว
และตั้งใจถ้าหากสามารถแกะคำสนทนาได้ก็ถือว่าสำเร็จแล้วค่ะ)การดูหนังจะทำให้เราะได้รู้รูปประโยคหลากหลาย เพราะบางครั้งการพูดประโยคหนึ่งสามารถพูดได้หลายแบบ และการตอบ
ก็ตอบได้หลายแบบเหมือนกันค่ะและจะทำให้เราสนุกในการเรียนรู้มากขึ้นค่ะ

ปล. ไม่แนะนำให้ท่องจำค่ะ จะทำให้เครียด และเบื่อเหมือนเรากดดันตัวเอง

3.เด็กเกิดมาพร้อมกับการเรียนรู้ภาษาไทย และจีนพร้อมกันค่ะ (เพราะคุณแม่กับปา ป๊าจะพูดภาษาไทยกัน)
สาเหตุที่สามีพูดไทยได้ เพราะหลังแต่งงานเข้ามาอยู่ที่บ้านหน่อยก็เลยพูดได้ หลังจากย้ายมาที่นี่ก็เลยติดพูดภาษาไทยกับสามีค่ะโตขึ้นเด็ก ๆ จะรู้โดยอัตโนมัติว่าต้องพูดภาษาจีนกับ ป๋า ป๊า ภาษาไทยกับคุณแม่

ภาษาจีน ตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ภาษาของหน่อยก็ไม่ดีค่ะ ได้นิดหน่อยเท่านั้น เลยคิดว่าถ้าลูกอยู่กับเราต้องไม่ได้เรื่องแน่ ก็เลยส่งลูกเข้าเนอสเซอรี่ ตั้งแต่ 2 ขวบค่ะ เค้าจะได้ไปเล่นกับเพื่อน ได้ใช้คำพูดเด็ก ๆที่เค้าใช้กันค่ะ แต่ก็มีข้อด้อยเหมือนกันนะคะ เช่นเรื่องความรู้รอบตัว เช่น ฝนตกได้อย่างไร รุ้งเกิดจากอะไรเป็นคำถามที่ตอบยากมาก และต้องอธิบายด้วยภาษาวิชาการ บอกตรง ๆ นะคะ ก็เครียดเหมือนกัน แต่หน่อยก็พยายามหาหนังสือความรู้รอบตัวมาให้อ่าน เกี่ยวกับสัตว์ สิ่งแวดล้อม(ก็ช่วยได้บ้างในระดับหนึ่ง)

เด็ก ๆ ได้ภาษาจีนคงมาจากสภาพแวดล้อมมากกว่า หน่อยจะคอยทบทวน ตรวจเช็ค การบ้าน และฝึกอ่านเขียนและพยายามหากิจกรรมให้ลูกทำตลอด เพื่อเข้ากลุ่มเพื่อน ๆ ทั้งกีฬา และนันทนาการ

ภาษาไทยเหม่เหม๊ มาพูดได้ที่ไต้หวัน ฟังภาษาไทยออก แต่ไม่ยอมพูด จนอายุ 2 ขวบกว่า ๆ พากลับมาเยื่อมคุณยายที่กรุงเทพ วันแรกคุณย้ายกลุ้มใจค่ะ ฟังและพูดกับหลานไม่ได้ มีแอบบ่นเหมือนกันว่าแล้วจะคุยกันได้ยังงัย (เหม่ เหม๊ ฟังออก พยักหน้าอย่างเดียว)อยู่ไม่ถึงอาทิตย์ก็พูดได้ แต่ไม่ชัด แต่จะเตือนลูกเสมอถ้าคำไหนไม่ชัดต้องพูดใหม่ ตอนนี้ภาษาไทยเหม่เหม๊ พูดชัดเกือบเท่ากับเด็กไทยทั่วไปค่ะ
ที่ยกตัวอย่างเรื่องนี้ให้ฟังเพราะว่า ถ้าหน่อยไม่กลับกรุงเทพฯ เหม่ เหม๊ ต้องไม่ยอมพูดภาษาไทยแน่ ๆ เหมือนเราฝึกฟังค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ใช้จริง ถึงเวลาที่จำเป็นต้องพูดเราจะพูดไม่ออก หลังจากกลับไทยครั้งนั้นเหม่ เหม๊ ก็พูดไทยกับหน่อยตลอดค่ะ

ภาษาอังกฤษ ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาใช้ภาษาอังกฤษพูดกับลูกนะคะ ก่อนหน้านั้นสอนคำศัพท์ และประโยคสนทนาให้เค้าบ้างแล้ว จนวันหนึ่ง นั่งเล่น youtube ก็เจอรายการชีพจรโลกก็เลยลองกดเข้ามาดู แล้วเกิดความประทับใจใน ความคิดของคุณบิ๊ก ก็เลยลองเข้ามาดูเวปนี้ และทำให้ได้มีวันนี้ค่ะ ภาษาอังกฤษของเด็กก็อาจจะยังไม่เท่ากับภาษาจีนและไทยค่ะ เพราะเพิ่งเริ่มต้น แต่ก็พยายามสอดแทรกตลอด ตอนนี้ก็เริ่มเห็นแววขึ้นมาบ้างแล้วค่ะ แต่ปัญหาคือไม่ยอมพูดก่อนค่ะ (ตรงนี้ต้องถามกลับคุณดาบ้างแล้วค่ะว่ามีไม้เด็ดอย่างไร) อิอิ
ขอบคุณมากนะคะ คุณหน่อยจากที่เหล่าซือหน่อยเขียนมาก็ได้เป็นแนวทางเยอะเลยค่ะ เป็นประโยชน์กับดาและเคทและชีวิตในอนาคตที่ต้องการสร้างเด็ก3ภาษาอย่างมากค่ะ ตอนนี้ก็เหมือนฝันไปคนเดียวค่ะ แต่คิดว่าถ้าเราตั้งใจทำแล้ว อีกสัก 3-4 ปี คงจะชัดเจนกว่านี้มากทีเดียวค่ะ

ดาโชคดีที่เจอหนังสือคุณบิ๊กตอนเคท 2 ขวบ 5 เดือนและก็หักดิบพูดอังกฤษกับเขาตลอด แรกๆมีปัญหาที่แม่อย่างเดียวค่ะ คือเราต้องมาเรียนรู้ทีจะพูดกับลูก แต่เคทก็มีอาการงงๆ ยังตอบไทยตลอดค่ะ ก็เลยต้องถามเอง ตอบเองเหมือนคนบ้าค่ะ (จริงๆนะคะ เหมือนพูดคนเดียว) และสร้างเงื่อนไขกับเขาเช่น ก่อนให้นม แกะขนม หรืออะไรที่เขาอยากได้ ก็จะให้เขาตอบเป็นภาษาอังกฤษก่อนค่ะ ทำแบบนี้อยู่ 2-3 เดือน พอผ่านไป เขาเริ่มตอบกลับหรือใช้คำศัพท์ที่เขาเคยรู้เพื่อที่จะมาเริ่มการสนทนากับดาค่ะ ซึ่งช่วงนั้นก็ดีใจมาก แล้วเราก็เริ่มมีพลังในการเรียนรู้ใหม่เพื่อมาคุยกับเขาค่ะ
ถามว่าท้อไหม--ตอบได้เลยว่า --ไม่เคยท้อค่ะ อีกทั้งคนรอบข้างบางส่วนยังไม่เห็นด้วยกับการสอน2ภาษาอีก เพราะเคทยังพูดไทยไม่ชัดค่ะ แต่ก็คิดว่าแก้ไขภาษาที่2 ก่อนก็น่าจะง่ายกว่าแก้ภาษาที่1 เพราะยังไงก็เป็นภาษาเราอยู่แล้วค่ะ อีกทั้งได้อ่านประสบการณ์จากแม่หลายท่านว่าเราทำได้ ฉนั้นทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะ จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจ

วันแรกที่ได้ดูคลิปน้องเพ่ยเพ่ย รู้สึกว่าเราคงทำไม่ได้หรอก เห็นแล้วก็ได้แต่ทึ่ง ตะลึงว่า เป็นจริงหรือเนี่ย ..แม่ธรรมดาๆอย่างเราจะทำได้หรือ........แต่เวลาผ่านไป........เออ..ลูกเราตอบสนองน่ะ และพอเขาตอบได้ ทำให้เรายิ่งมีแรง มีพลังขึ้นๆไปอีก ปลื้มใจน่ะค่ะ

สำหรับน้องติติ๊ 3 ขวบ น่าจะสอนไม่ยากนะคะ เพราะเขายังเล็ก และคุณแม่บอกอะไรเขาก็จะว่าง่ายกว่าเน๊าะ แต่คนโตเหม่ เหม๊ เขาจะชินกับ 2ภาษาแรกนะคะ ยังไงเหล่าซือหน่อยลองหาแรงบันดาลใจว่า เขาชอบอะไรก็สร้างแรงบันดาลใจให้เขา ขออนุญาตคุณอ๊อบนะคะ ลูกของพี่อ๊อบ ต้นกล้าอายุประมาณ 5-6 ปีแล้ว พี่อ๊อบเขาพูดอังกฤษกับสามีเลยค่ะ บอกว่าถ้าต้นกล้าอยากรู้ความลับที่พ่อแม่คุยกันก็ต้องหัดภาษาอังกฤษค่ะ อีกกรณีนะคะ คือน้องเพ่ยเพ่ย คุณบิ๊กบอกว่าถ้าอยากไปดูมังกรที่เมืองจีนและพาตุ๊กตาสุดโปรดของเพ่ยเพ่ยไปเมืองจีนด้วย ก็ต้องหัดพูดจีนโดยสอนตุ๊ตาพูดด้วยค่ะ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจนะคะ เหล่าซือหน่อยลองดูว่าวิธีไหนจะได้ผลในการสร้างแรงจูงใจ พวกเพลงอังกฤษหรือการ์ตูนก็อาจจะช่วยได้นะคะ

ที่ดาแนะนำไป ไม่ทราบว่าจะพอเป็นประโยชน์แก่เหล่าซือหน่อยบ้างหรือเปล่าคะ ข้าน้อยก็ความรู้น้อยนะคะ เอาตามประสบการณ์ที่มีมาหลังจากเข้าเวปนี้ราวๆ 7 เดือนค่ะ
เป็นประโยชน์มากค่ะคุณดา
หน่อยต้องสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ อืม...(มีการบ้านอีกแล้ว)
ขอบคุณคุณดามากค่ะ
ปล. ดูคลิปเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้อง เพ่ย เพ่ย,น้องต้นกล้า น้องจันทร์เจ้า น้องเคท และอีกหลายคน ก็คิดเหมือนกันค่ะ ว่าจะต้องทำให้เด็ก ๆ สามารถใช้ภาษาอังกฤษให้ดีให้ได้ ถ้าสำเร็จอาจจะได้เห็น เหม่เหม๊ ติติ๊ เวอร์ชั่น อังกฤษ มั่ง อิอิ
ทำได้อยู่แล้วค่ะ เหล่าซือหน่อย แค่ตอนนี้เด็กๆก็ยัง 2ภาษา ล้ำไปแล้วค่ะ เพราะฉนั้นภาษาอังกฤษอีกภาษาง่ายนิดเดียวค่ะ

ยังก็อยากรู้ไอเดียของท่านอื่นๆด้วยนะคะ พวกเทคนิคการเรียนภาษาจีน เชิญแชร์ประสบการณ์กันเข้ามานะคะ ว่าคนไทยมีปัญหาอย่างไรในการเรียนภาษาจีนค่ะ

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service