หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

อยากทราบเรื่องโรงเรียนอนุบาลเจริญพงษ์ค่ะ สะดวกแถวบางนา

ตอนนี้ลูกอายุ 2 ขวบพอดีค่ะ กำลังมองๆ โรงเรียนไว้ ตอนแรกว่าจะให้เข้าสารสาสน์สุวรรณภูมิ แต่ได้ยินมาว่าวิชาการไม่แข็ง เลยมองๆ เป็น อนุบาลเจริญพงษ์ เห็นว่าสามารถเข้าต่อเซนโย ได้ง่าย ไม่ทราบใครพอมีประสบการณ์ หรือข้อมูลของสองโรงเรียนนี้บ้างคะ ขอความเห็นหน่อยค่ะ

แล้วถ้าเป็นโรงเรียนสามัญธรรมดาแถวบางนา มีโรงเรียนอะไรที่ดีๆ บ้างคะ

 

ขอบคุณค่ะ

Views: 24771

Replies to This Discussion

ตอนนี้ลูกสาวอายุได้ขวบนิด ๆ ค่ะ ก็มองโรงเรียนไว้บ้างแล้วเหมือนกันเล็งไว้ที่โรงเรียนอนุบาลจันทนา อยู่ในหมู่บ้านทิพวัลค่ะเพราะหลาน ๆ เรียนที่นี่กันหมดแล้วก็เข้า เซ็นโย กับ อัสสัมฯ ทิพวัลกันหมดเลย เท่าที่ดูมาก็สอนดีนะค๊ะอาจเป็นทางเลือกอีกทางเลือกนึงค่ะ
น้องพลอยเรียนที่ประภามนตรี บางนา ค่ะ ดาวคิดว่าการหาโรงเรียนให้ลูกวัยอนุบาล ยังไม่น่าเน้นด้านวิชาการมากนัก เน้นให้ลูกไปโรงเรียนแบบมีความสุขดีกว่าค่ะ ที่ประภามนตรีก็ไม่เน้นวิชาการค่ะ แต่คุณครูใส่ใจและดูแลเด็กค่อนข้างดีค่ะ
ถ้าเข้าปีหน้าก็คงเป็นรุ่นเดียวกันนะคะ ตอนนี้ของเรา 2 ขวบ 1 เดือน เข้า อ.1 ปีหน้าเหมือนกันค่ะ ตอนนี้น้องไปเนอร์สฯอยู่ค่ะ แต่พอดีเนอร์สอยู่ในหมู่บ้านเลยไม่มีปัญหา เราลองหาไว้หลายที่นะคะ แต่ยังไม่ได้ไปดูจริง ว่าจะเริ่มไปดูจริงประมาณอาทิตย์หน้า แล้วจะมาแชร์ให้ฟังนะคะ เอาไฟล์ที่เรารวมๆ อนุบาลแถวๆ นี้มาให้ดูเล่นๆ ค่ะ เผื่อเป็นข้อมูล
Attachments:
I almost bought a house at ลลินกรีนวิลล์ ...! I am at RK home park not too far from you ! and my 2 boys are going to Sarasas ร่มเกล้า right now and they are LOVING it !
ตอนนี้ลูกสาว อายุขวบแปดเดือนค่ะ ก็มองหาโรงเรียนให้ลูกเหมือนกันค่ะ
เคยเข้าไปดูที่ร.ร.เจริญพงษ์มาแล้วค่ะ บรรยากาศดี แต่ว่าทางโรงเรียนไม่อนุญาติให้เข้าดูการเรียนการสอน (ไม่ค่อยประทับใจค่ะ)
ส่วนเรื่องค่าเทอม ไม่ต้องพูดถึงค่ะ ค่อนข่างสูงค่ะ ต้องเตรียม เลยค่ะ ปีละ 1 แสน ค่ะ
ส่วนโรงเรียนสารสาสน์สุวรรณภูมิก็ได้เข้าไปชมมา บรรยากาศดีค่ะ อากาศก็ดี สอนแบบ oper air ด้วยค่ะ ครูเป็นชาวฟิลิปินส์่ค่ะ
เรื่องค่าเทอม ถ้าจำไม่ผิด เนอสเซอรี่-อนุบาล 1 ปีละ 36000 บาทค่ะ
อ.2-มัธยม ปีละ 56000 บาทค่ะ
ตอนนี้ใจไปที่สารสาสน์แล้วค่ะ ยังไงก็มาเป็นเพื่อนกันนะคะ
คงต้องแล้วแต่แนวทาง คุณพ่อ คุณแม่ ครับ ที่ว่าต้องการให้ลูกไปในทิศทางไหน เพราะว่า สารสานสน์ กับ เจริญพงษ์ คนละเรื่องเลย ที่หนึ่งจะออกเป็นแนวเตรียมความพร้อมซะมากกว่า ส่วนอีกที่เป็นแนววิชาการเข้มข้น ตอนแรกเริ่มเลย ก็อยากให้ลูกเรียนโรงเรียนดี ๆ เหมือน พ่อ แม่ ส่วนใหญ่คิดเช่นกัน อยากให้ลูกเข้าโรงเรียนอัสสัมฯ สาธิตฯ แต่สุดท้ายมาถามตัวเองว่า ที่จะเอาลูกเข้าเรียนเพราะลูกเขาอยากเรียน หรือเพราะเราอยากให้เรียนกันแน่ ?
คุณแม่เขาก็จบเจริญพงษ์มา เขาก็อยากให้เรียนที่เดียวกับแม่ แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าโรงเรียนดัง ๆ ไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จในชีวิต คุณพ่อต้องการให้ลูกรู้จักตัวตนของตนเองและดึงศักยภาพของตนเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้เขารู้จักตัดสินใจด้วยตัวเองและทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เพราะคุณพ่อมั่นใจว่าเขาจะทำมันได้ดีที่สุด

ช่วงแรก ๆ ก็มีปัญหากับคุณแม่ เพราะแนวความคิดและแนวทางต่างกัน คุณแม่มาแนววิชาการ คุณพ่อมาแนวความพร้อม ก็เลยเราส่งเขาเข้า Nursery ที่อื่นก่อนแล้วดูพัฒนาการของเขา ก็สรุปได้ว่าลูกเราไม่ได้พร้อมที่จะเรียนเข้มแบบนั้น เขายังพูดไม่ได้กี่ประโยคเลย ยังขีด ๆ เขียน ๆ ไม่ได้เลย กล้ามเนื้อมัดเล็กก็ยังไม่แข็งแรง ไม่พร้อมที่จะมาหัดอ่าน หัดท่อง เพื่อไปสอบเข้า ป.1 ที่ดัง ๆ เพื่ออะไร ??? แค่ขึ้นอนุบาล 1-2 เขายังทำตามเพื่อนหรือกฏเกณฑ์ไม่ได้เลย มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะต้องดันทุรังให้เขาเรียนในโรงเรียนที่พ่อแม่ต้องการ

จะดีกว่าไม๊ที่ให้เขาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เหมาะกับอายุ และวัยของเขา วัยของเขาเป็นวัยเด็กควรได้วิ่งเล่นสนุกสนาน เรียนรู้สิ่งที่อยู่ต่าง ๆ รอบตัวเขามากกว่าที่จะมานั่งโต๊ะ เรียน และเขียน ก.-ฮ. เคยสังเกตุไม๊ครับสมัยเรา (แสดงถึงความแก่) เด็กกรุงเทพบางโรงเรียนเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ อ.1 ยัน ป.ตรี ทำไมอังกฤษยังไม่เก่งเลย แล้วเด็กต่างจังหวัด หลาย ๆ โรงเรียน มาเรียนอังกฤษตอนโตแล้ว เผลอ ๆ ชั้น มัธยมด้วยซ้ำ ทำไมเขาถึงตามเด็ก กทม. ทัน แล้วเผลอ ๆ เก่งกว่าด้วย แม้กระทั่งตอนนี้ ก็ตาม เด็ก ตจว. ก็เอ็นฯ ติดคณะดี ๆ สอบได้แบบว่าคะแนนที่ 1-2 ของคณะนั้นคณะนี้ก็เยอะแยะ ฉะนั้นปัจจัยเรื่องโรงเรียนดี โรงเรียนดัง คงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไปแล้วล่ะ แล้วอะไรล่ะครับที่เป็นคำตอบที่แท้จริง ?

"เมื่อนักเรียนพร้อม คุณครูจะปรากฏ"
ขอร่วมแชร์ประสบการณ์หน่อยนะคะ

ลูกชายตอนนี้เรียนอยู่ อ.2 (EP) ของอนุบาลเจริญพงษ์ค่ะ
ถ้าถามความคิดเห็นคุณแม่ ว่าคิดเห็นอย่างไร อยากจะบอกว่า
ขอให้ดูที่ตัวลูกเราเป็นหลัก เพราะเป็นชีวิตของเค้า น้องควรมีสิทธิ์ที่จะเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ซึ่งพ่อ แม่ทุกท่านอาจจะมองว่าลูกยังเด็ก ไม่สามารถบอกได้ว่าต้องการอะไร แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เลย.....

จากประสบการณ์คุณแม่ พาลูกมาเลือกโรงเรียนที่ตัวเองอยากเรียน หลายที่ ทั้งที่ เจริญพงษ์ สารสานร์ เปล่งประสิทธิ์ นันทวรรณ ปรากฎว่า ลูกชายเลือกเรียนที่อนุบาลเจริญพงษ์ค่ะ ไม่ทราบว่าทำไมเหมือนกัน
เข้าเรียน อ.1 มีความสุขมากค่ะ แต่มีร้องไห้บ้างในเรื่องติดแม่ เพราะแม่เลี้ยงมือเดียว อ.1 ยังไม่เน้นวิชาการค่ะ

แต่พอขึ้น อ.2 ปรากฎว่า โรงเรียนเริ่มเน้นวิชาการมากขึ้น เด็กต้องฝึกเขียนทั้งวัน (ตลอดทั้งวันที่มีเวลาว่าง ย้ำทุกเวลาที่ว่าง) เขียนทั้ง ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เลข และการสะกดคำ เขียนตามคำบอก เด็กเมื่อเห็นรูป มด ต้องเขียน "มด ant. ได้เอง

ส่วนการเรียนภาษาอังกฤษ กับ teacher เน้นแนวบูรณาการ แต่จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม สลับกันเรียนกับ teacher กลุ่มที่ไม่ได้เรียนให้มาฝึกเขียนและทำการบ้านข้างนอก การออกเสียงภาษาอังกฤษ จะชัดเจนมาก แต่teacherไม่เน้นเขียนเพราะครูไทยเน้นให้แล้ว โดยเด็กส่วนใหญ่ที่พร้อม ทำได้ดีค่ะ แต่ลูกชายไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้นค่ะ

น้องเริ่มมีอาการหดหู่ ไม่อยากไปโรงเรียน เพราะรู้สึกสับสนกับแนวการสอนที่แตกต่าง จึงเกิดปัญหาที่ว่า

วันหนึ่งน้องเดินมาบอกกับแม่ " ม่าม้า มันมากเกินไป หนูอยากเล่นบ้าง โรงเรียนไม่ได้เล่นเลย หนูขอย้ายได้ไหม? ถ้าคุณเป็นคุณพ่อกับคุณแม่ คิดอย่างไรค่ะ น้องไม่ไปโรงเรียนมา 1 สัปดาห์แล้วค่ะ ไม่ใช่ไม่ชอบไปอย่างเดียว แต่น้องมีไม่สบายด้วยคุณแม่เลยให้หยุด (แต่มีความสุขดี......มากๆๆๆๆ) แต่พอหายก็ไม่ยอมไป

ทุกวันนี้ คุณแม่คิดว่า สิ่งที่เรา(พ่อและแม่)คิดมาตลอด ไม่ผิดเลย "ลูก หรือเด็กทุกคน มีความคิด และมีความรู้สึก เค้าคิดของเค้าเองได้ ว่า เค้าต้องการอะไร" เราซึ่งเป็นพ่อแม่ ได้แต่คอยประคับประคอง สนับสนุน และชี้แนวทางให้กับเค้า แต่จากเหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะหนักไปหน่อยสำหรับเด็กอายุ 4 ขวบ แต่คุณแม่มั่นใจว่าน้องจะผ่านไปได้ ด้วยความเข้มแข็ง และความรู้สึกว่าวันนี้เค้ามีเรา มีครอบครัวที่เข้าใจเค้า

จากเหตุการณ์นี้ คุณแม่สอนเค้าว่า เราไม่ผิด ลูกไม่ผิด โรงเรียนไม่ผิด และไม่มีประโยชน์ที่จะหาคนผิด เพราะ ชีวิตคือการเรียนรู้ เราไม่สามารถพบเจอแต่สิ่งที่ชอบ แต่เราต้องรู้จักจัดการกับสิ่งที่เราไม่ชอบได้

น้องก็จะเรียนจนจบเทอม และอาจจบปีการศึกษา อ.2 นี้ (ถ้าทำได้) แล้วค่อยย้ายค่ะ ส่วนย้ายไปที่ไหน ก็คงให้น้องเลือกเองอีกเหมือนกัน คราวนี้น้องรู้แล้วว่าจะต้องใช้เกณฑ์อะไรตัดสินใจเพิ่ม.....

จากประสบการณ์ของลูกชาย ยิ่งเพิ่มแรงสนับสนุนที่ว่า ถ้าเด็กได้ทำในที่ชอบ รักที่จะทำ สนใจที่ทำ คุณจะทำได้ดี ลูกชายชอบการเรียนกับ teacher มาก ดังนั้น ลูกจะพูดและฟังภาษาอังกฤษได้ดีค่ะ แต่จริงๆแล้ว คุณแม่สอนภาษาอังกฤษเองที่บ้านค่ะ พูด และ เล่นกับลูก ทุกวัน ฟังเพลง และดูการ์ตูน ภาษาอังกฤษ

การเรียนรู้เกิดจากแรงบันดาลใจนะคะ ไม่ต้องรีบ วันหนึ่งเค้าพร้อม วันนั้น จะเป็นวันของเค้า

Today, he said... mom I want to listen a song ...."My way"....he start singing a bit by bit, But it is sound a lot to me.
พอได้อ่านกระทู้นี้ ยิ่งสรุปได้เลยค่ะว่า น้องนนท์ไม่น่าจะใช่ LD เราว่าเกิดจากความเครียดมาก ๆ (มากกว่า) พอเครียดก็ไม่อยากไปเรียน พาลไม่สบาย (ป่วยการเมือง ป่วยที่ใจ ทำนองนี้ค่ะ)

เด็กวัยอนุบาลเป็นวัยที่ควรสนุก มีความสุข วิชาการอยู่รอบตัวค่ะ 》》》 concept ที่เราเลี้ยงน้องเจ :) ;)

ผอ. โรงเรียนที่น้องเจเรียนอยู่เคยพูดเมื่อวันปฐมนิเทศน์ค่ะ ถ้าเด็กที่ถูกยัดเยียดให้เรียนหนัก บวกกับความคาดหวังของพ่อแม่ผู้ปกครอง (ที่ทำไม่คนอื่นทำได้ ลูกเราทำไม่ได้ จนลืมคิดไปว่าอายุเค้ายังน้อยนัก) จะทำให้เด็กขาดความมั่นใจ จะทำให้เด็กไม่มี self-esteem และเมื่อเรียนและรู้มากเกินวัย จะส่งผลให้เห็นชัดเจนประมาณ ป.4 ขึ้นไป จะดูออกว่าจะเก่งหรือไม่เก่ง และพฤติกรรมต่าง ๆ ของเด็กจะปรากฎชัดมากยิ่งขึ้นค่ะ :) หลายครอบครัวเสียใจมากแล้วกับการตัดสินใจผิดพลาด แต่ก็มีหลายครอบครัวที่ลูกเก่งสมดังใจ ... อยู่ที่คุณเลือกอยากให้ลูกมีความสุข หรืออยากให้ลูกได้อะไรจากสิ่งที่คุณ (พยายาม) ให้ในสิ่งที่ดี ... ค่ะ

โดยส่วนตัวของเรานะ เราไม่คาดหวัง (เลย) ที่จะให้น้องเจเป็นคนเก่ง เราพยายามสอนน้องเจให้คิดและเรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตัวเองให้ได้ ให้สติ ให้ปัญญา แล้วนะคร๊าบบบ .. ที่เหลือลูกจัดการชีวิตตัวเองจ้า (มะม๊าเดินเคึยงข้างเป็นกำลังใจให้น๊า 555+)
เห็นด้วยอย่างแรงค่ะ :) ตอนนี้กันสังเกตน้องเจอยู่นะ อ.1 แล้ว เรียนแนวพัฒนาการ แต่รู้สึกว่าน้องเจจะชอบแนววิชาการ เพราะเห็นชอบอ่าน ชอบเขียน ใฝ่ที่จะถามนู่นนี่นั่น .. จะสรุปอีกที ตอนน้องเจ อ.3 ล่ะ :)
ลูกสาวเรียนอนุบาลเจริญพงศ์สายสามัญ ตอนนี้อายุ 5 ขวบ เรียนอยู่อนุบาล 3 ค่ะ ที่เลือกให้ลูกเรียนที่นี่เพราะหลาน ๆ เรียนที่นี่ และเห็นหลานๆ ก็เรียนดี และอยากไปเรียนหนังสือทุกวัน เลยเลือกให้ลูกสาวเรียนที่นี่ โรงเรียนก็น่าเรียน คุณครูดูแลเอาใจใส่ดีมากค่ะ ส่วนเรื่องการเรียน จะเน้นพัฒนาการทุกด้านเลย เรื่องวิชาการจะแข็งมาก การเขียน การอ่าน บวกเลข ลบเลข สะกดคำ อ่านเป็นประโยค แต่ไม่ใช่ว่าจะเน้นวิชาการอย่างเดียวนะคะ จะสอนเรื่องสุขลักษณะ การมีสัมมาคาราวะ พูดจาไพเราะ และเสริมอีกหลายด้าน ให้เด็กกล้าแสดงออก มีเรียนภาษาจีนเรียนกับครูจีน ภาษาอังกฤษก็เรียนกับครูฝรั่ง มีสอนคอมพิวเตอร์ มีสอนดนตรี ตอนเย็นก็มีเรียนเสริมได้หลายวิชา เช่น บัลเล่ย์ รำไทย ดนตรี แต่ลูกสาวเลือกเรียนบัลเล่ย์ค่ะ เด็กอยากไปโรงเรียนค่ะ แต่ลูกสาวจะเรียนพิเศษต่อ และจะเรียนเสริมภาษาจีน ข้างโรงเรียนตอนเย็นค่ะ โรงเรียนภาษาจีนมารับที่โรงเรียนเลยค่ะ สอนดีมาก ลูกสาวชอบเรียนภาษาจีนมาก สรุปว่าถ้าจะเลือกเรียนที่นี่ขอสนับสนุนคะ จะไม่ผิดหวังเลยค่ะ
ไม่แน่ใจว่ายังมีคุณแม่ๆ ยังติดตามอยู่หรือเปล่า คือว่าเราไปสำรวจโรงเรียนแถวๆ นี้มา เลยอยากเอามาฝากค่ะ
โรงเรียนทรงวิทยาแบริ่ง : เท่าที่ทราบมาโรงเรียนนี้ได้รับคะแนนสูงในการประเมินค่ะ แต่เราว่าสถานที่คับแคบไปนิด ทำให้เวลาทำการเรียนการสอนนอกห้อง เด็กแต่ละห้องอยู่ใกล้กันมาก เสียงเลยเจี๊ยวจ้าวน่าดู
โรงเรียนลาซาล : เราไม่ได้ไปคุยหรือไปดูการเรียนการสอนนะคะ แต่พอไปเห็นเด็กๆ อนุบาลวิ่งซื้อขนมกรุบกรอบกินกันเองตอนพัก เลยทำให้เราตัดตัวเลือกนี้ไป คือที่บ้านเราจะเน้นเรื่องโภชนาการหน่ะค่ะ
โรงเรียนเจริญพงษ์ : เค้าเน้นวิชาการจริงๆ ค่ะ ไปเป็นเด็ก อ. 1 นั่งอยู่กับโต๊ะ เรียนกันเป็นจริงเป็นจัง ใครไม่ทำตามครูมีแยกให้นั่งเดี่ยวด้วย... ลูกเราคงไม่เหมาะ เพราะเค้ามีความคิดเป็นของตัวเองมากๆ ไม่ชอบให้บังคับ ละก็ชอบสำรวจ ลงมือทำค่ะ เลยตัดตัวเลือกนี้ไปเหมือนกัน
โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์ : เค้าไม่ให้เข้าไปดูค่ะ เลยไม่รู้ว่าเป็นไง
โรงเรียนสารสาสน์สุวรรณภูมิ : จริงๆ แล้วตั้งใจจะให้ลูกเรียนสามัญ แล้วเสริมภาษาอังกฤษข้างนอกเอา แต่ดูๆ ไปแล้วเรากลับชอบที่สารสาสน์มากที่สุด เพราะสถานที่กว้างขวาง อากาศถ่ายเทดี นักเรียนต่อห้องก็ไม่มากเกินไป ครูถึงแม้จะเป็นฟิลิปปินส์ แต่เค้าบอกว่าครูใหญ่ที่เป็นอังกฤษ (ไม่แน่ใจ จำไม่ได้) จะสัมภาษณ์เองและคัดเลือกที่สำเนียงไม่เพี้ยน เราเลยลองไปแอบลองฟังเค้าคุยกับเด็กๆ ดู ก็สำเนียงไม่เพื้ยนจริงๆ ค่ะ ดูเด็กๆ ก็ร่าเริงดี พูดภาษาอังกฤษกับ teacher ได้เป็นธรรมชาติ (เหมือนเจ้าภีมพูดกับเราตอนอยู่บ้านอ่ะค่ะ) เลยชอบโรงเรียนนี้มาก ที่สำคัญ โรงเรียนที่ดูผ่านๆ มาสอนภาษาอังกฤษแบบแปลหมดเลย ประมาณว่า r - a - t - rat - หนู ประมาณนี้หน่ะค่ะ แต่ที่สารสาสน์ด้วยความที่เป็นสองภาษาเค้าเลยไม่สอนแบบแปลค่ะ เราเลยชอบ สรุปว่าอนุบาลจะให้เรียนที่นี่ค่ะ แล้วดูอีกที่ว่าเค้าแข็งวิชาการมากน้อยแค่ไหน เค้าพร้อมที่จะเน้นวิชาการหรือยัง แล้วค่อยพิจารณาย้ายทีหลังค่ะ แต่ถ้าวิชาการเค้าโอเคก็คงเรียนต่อเรื่อยๆ
สรุปว่าเราเอาลักษณะของลูกเราเป็นเกณฑ์ในการเลือกโรงเรียนค่ะ ดูว่าเค้าเหมาะกับที่ไหน .... คุณแม่ท่านไหนที่พิจารณาสารสาสน์สุวรรณภูมิก็มาเป็นเพื่อนกันนะคะ
Sarasas has been around for over 40 yrs. according to their record . My Boys are at Sarasas Romkrao and my wife and I felt that it isn't too bad but we have a good understanding of OUR expectations with our choices of the schools......as long as we are not going to let our sons go into an International school enviroment we have a fairly LOW expectaions on Bi-Lingual schools or "Thai schools" ...they are both the very same ...one comes with abit more Language/s classes than the other .........The school is still very much a thai school with Thai Management ....Thai Enviroment .......and Thai Culture......Sooooo it's a Thai school !!! We don't intend on having the boys be in Thailand for the rest of their lives.....but we care about introducing to them what DADDY never got the chance to experienced ... .."The Thai Culture".........So....my wife and I have a very low expectations about things and we are giving the boys full-SUPPORT in education OUT-side of the school far more seriously and constuctively as we can create extra activeties and education supplement outside of school. And since my language school is going to be opened very soon I am planning on allowing my son to participate in as many classes as they like.

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service