หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

เป็นเรื่องที่สมมติขึ้นทั้งหมดนะคะ

ขอเกริ่นเรื่องความฝันก่อน จะเริ่มลงมือในปี 2010 คือเราวางแผนทำรีสอร์ทเล็กๆ
บ้านพักเล็กๆ 8 หลัง สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพักใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ
อยากทำเพราะเนื่องจากเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ ค่อนข้างเยอะ ทำไว้รับรองเพื่อนไปด้วย

นอกจากนี้เราฝันจะเปิดคอร์สสอนภาษาเยอรมันแบบกินนอนเบ็ดเสร็จให้กับคนไทยที่
ต้องการสอบเอาใบประกาศจากสถาบันเกอเอเต้เพื่อนำไปประกอบการคำร้องขอวีซ่า
เข้าประเทศเยอรมนี (ที่ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยว )

จากความคิดแบบสมมติ หรือฝันๆ ของเรานี้ พื้นที่ในบริเวณบ้าน จะมีต่างชาติมาป่วนเปี้ยน
ติดต่อทุกวันหลายชาติหลายภาษา มันจึงเกิดความคิดแบบ ฝันซ่อนฝัน...


รีสอร์ททำด้านหลัง ส่วนที่ดินด้านหน้าติดถนน....อยากทำโรงเรียนอนุบาล....

................................................................................................................................................................

สมมตินะคะสมมติ....ว่าดิฉัน จะเปิดโรงเรียนอนุบาล 4 ภาษา รับเด็กเพียง 1 ห้อง (20คน)
(เอ....มีนักเรียนแค่ 20 คนเรียกว่าโรงเรียนได้เปล่า) เน้นพูด อังกฤษ-จีน-เยอรมัน-ไทย

เน้นอ่านออกเขียนได้ อังกฤษกับไทย โดยมีครูผู้ดูแลภาษาละ 1 ท่าน (รวมครู 4คน ต่อเด็ก20คน)
อันนี้ไม่ได้นับพี่เลี้ยงที่เป็นนักเรียนกินนอน(พักที่รีสอร์ท)เรียนภาษาเยอรมันแล้วมาฝึกภาษา
ด้วยการช่วยดูแลเด็กๆ(ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนในขณะนี้ เพราะยังเป็นเรื่องสมมติอยู่ค่ะ)

เปิด7.30 น. ถึง 15.00 น. (ครูทั้ง 4 ท่านจบการศึกษาระดับต่ำสุดคือปริญญาตรี เจ้าของภาษา
มาสอนเองอย่างน้อย 2 ท่าน)


สถานที่เป็นอาคารชั้นเดียว มีห้องเรียนห้องใหญ่1ห้อง, ห้องนันทนาการ 1 ห้องซึ่งเต็มไปด้วยสื่อการเรียนรู้
นำเข้าจากต่างประเทศ, ห้องสมุดมีหนังสือจากต่างประเทศมากมาย (กำลังสะสมหนังสือยู่),โรงอาหาร,
สระว่ายน้ำ, สนามหญ้ากว้างๆ, ของเล่นตามมาตราฐานทั่วไป

โรงเรียนนี้เน้นคุณภาพของนักเรียนเป็นหลักไม่เน้นปริมาณ การดูแลเด็กทั่วถึงเหมือนพ่อแม่เลี้ยงลูก
ของตนเองเลยทีเดียว (เวอร์ๆๆๆ 555+)

คอนเซ็ปของโรงเรียนคือ เด็กเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ ได้ทั้งวิชาการและความสนุก

มาถึงคำถามนะคะ

1. คุณพ่อคุณแม่สนใจมั้ยคะ หากมีร.ร.แบบนี้?

2. อยากถามเรื่องค่าเทอมที่เหมาะสม แบ่งเป็นปีละ 2เทอม (รวม10เดือน) ควรจะอยู่ในเกณฑ์ไหน
มันต้องแพงกว่าโรงเรียน 2ภาษาทั่วไปอยู่แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องแพงขนาดร.ร.อินเตอร์ แบบนั้นมัน
แพงเกินไป....แล้วมันควรอยู่ที่ตัวเลขไหนหละ?

3. มันเรื่องที่สมมติขึ้นนะคะ ดังนั้นไม่มีรายละเอียดอะไรมากกว่านี้ อยากทราบความต้องการ
ของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ว่าจากที่อ่านคร่าวๆ แล้ว มีอะไรที่อยากให้โรงเรียนอนุบาลที่สมมติขึ้นนี้"มี"

ขอรบกวนถาม 3 ข้อนะคะ ขอบคุณที่สละเวลามาอ่าน และตอบ เรื่องสมมติๆ ของเราค่า


Views: 2018

Replies are closed for this discussion.

Replies to This Discussion

ขอบคุณมากค่ะ ดีใจจังจะมีคนมาช่วยสอน อิ อิ
ได้อ่านแล้วเป็นโรงเรียนอนุบาลสมมุติที่ดีมากค่ะ ที่จะมีโรงเรียนอนุบาล 4 ภาษาเกิดขึ้นในอนาคต

ถ้าอยากจะให้ลูกได้เรียนโรงเรียนที่ดีๆ ค่าเรียนต้องแพงอยู่แล้วประมาณซัก 45,000 - 50,000

ก็น่้าจะพอแล้วสำหรับเด็กอนุบาล น่าเพิ่มครูเข้าไปอีกประมาณ ครู 1 คนต่อเด็ก 3 คน

อยากให้เโรงเรียนเพิ่มห้องดนตรี เน้นภาษา และ กีฬาค่ะ ขอให้มีโรงเรียนอนุบาลดีๆนี้เกิดขึ้นนะค่ะ

(น้องพลอยชมพูน่ารักมากค่ะ)
คิดเล่นๆ ค่ะ ว่ามีครูหลัก 4 คน 4 ภาษา แต่พี่เลี้ยงจะเพิ่มอีกห้องละ 1 คน ซึ่งพี่เลี้ยงพูดอังกฤษนะคะ (คือพูดได้คล่องจริงๆ ไม่งูปลา กาไก่) เห็นด้วยค่ะ การเรียนศิลปะไม่ว่าจะเป็นดนตรีหรือวาดภาพ สิ่งเหล่านี้มีนกล่อมเกลาจิตใจคนได้ดีทีเดียว กีฬาต้องมีแน่นอนค่ะที่เลือกไว้คือว่ายน้ำ มันทั้งสนุกและทำให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง

ขออวดรูปลูกสาวหน่อยค่ะ เธอจะเป็นครูสอนว่ายน้ำให้กับน้องๆ ได้แน่นอนค่ะ


ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นและคำชมจ้า
1.เป็นความคิดที่เยี่ยมยอดเลยค่ะ อีกอย่างบ้านอ้อมที่ กทม.อยู่ซอนรามคำแหง46เอง ไกล้สุด ๆ (แต่ตอนี้ทำงานสุราษฎรืธานี)
โรงเรียนอนุบาล 4 ภาษาตามที่คุณหน่อยวางโครงการไว้แค่นึกก็น่าสนใจ คือนอกจากเด็กสามารถเรียนรู้จากอาจารย์ในห้องเรียนแล้ว คล้ายยังสร้างสถานการณ์จำลองให้เด็ก ๆ ได้ Say-Hi กับชาวต่างชาติได้อีกด้วย (เนื่องจากเวลาเรียนนอกเวลาเข้าใจว่าต้องไปศึกษาวิธีธรรมชาติในเขตรีสอร์ตที่มีชาวต่างชาติพักอีกด้วย เรื่องกล้องเป็นความคิดที่บรรเจิดสุด.. สุด เคยอ่านในหนังสือฉบับหนึ่งแต่เป็นเนริ์สฯ น่าสนใจ***----- แต่เมื่อเด็กจบแล้วคุณหน่อยจะขยายหลักสูตรรองรับหรือปร่าวค่ะ เมื่อมีโรงเรียนในทัศนคติดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งเราเองก็ได้ติดตามจากกระทู้ของคุณหน่อยบ่อย ๆว่าคุณเต็มที่กับลูกมากแค่ไหน เมื่อเปลี่ยนบทบาทจากคุณแม่อย่างที่คุณหน่อยเป็น มาเป็นผู้บริหาร ไม่ผิดแน่ที่จะเป็นโรงเรียนอันดับต้น ๆที่เราจะนึกถึงค่ะ
2.เรื่องค่าเทอม ---ไม่ใช่โรงเรียนนานาชาติ---ก็เกือบใช่ละค่ะ คุณภาพมันต้องมาคู่กับการลงทุนเป็นธรรมดา (ซึ่งมันก็คุ้มค่าที่จะลงทุน)
3.สิ่งที่อยากให้มี---- อยากให้มีวันใดวันหนึ่งของสัปดาห์ สักครึ่งวันก็ได้ (แต่คงเป็นไปได้ยากเพราะคุณพ่อคุณแม่บางคนต้องทำงาน) จัดให้ผู้ปกครองเด็กทำกิจกรรมเล่น - เรียน - เที่ยว ร่วมกันกับเด็ก อย่างน้อยเพื่อสังเกตพฤติกรรมการปลูกฝัง 2 ทาง ทั้งบ้านและโรงเรียน (เหมือนสอนผู้ปกครองรึปร่าวน้า..) ว่าที่โรงเรียนเราปฏิบัติกับเขาอย่างนี้ เพื่อสามารถนำไปต่อยอดให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันค่ะ
1.ตอบได้ตรงประเด็นมากเลยค่ะ หากอ่านที่เกริ่นมาความคิดของเราอย่างที่คุณบอกเลย เด็กๆ จะมีโอกาสเจอชาวต่างชาติทุกวัน ได้พูดจริง มีประสบการณ์จริงในแต่ละวัน จริงๆ มันมีรายละเอียดมากกว่านี้เช่นเพื่อนๆ หรือลูกค้าที่กระเตงลูกมาด้วย เราก็จับเข้ากลุ่มกับเด็กๆ ของเราไปเลย ส่วนพ่อแม่ก็ไปช๊อปปปิ้งตามสบาย แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นการสมมติอยู่ ขอเวลาเก็บเงินกับศึกษางานไปสักระยะค่ะ

เรื่องการต่อยอดของเด็กหลังจากจบอนุบาลเข้าวัยประถมเป็นเรื่องที่ต้องมานั่งคิดอยู่เหมือนกันค่ะ หากไม่มีการต่อยอดต่อไปอีกเด็กก็จะลืม เสียดายเวลา 3 ปี อันนี้ขอเอาไปคิดดูและศึกษาไปก่อนค่ะ ยังไม่สามารถตอบได้ในเวลานี้

2. ค่าเทอมประมาณร.ร.นานาชาติ?... แต่ยังไงก็ต้องทำให้ถูกกว่า เห็นค่าเทอมเขาแล้ว...หนาวสุดขั้วจริงๆ

3.เราอยากจัดมีตติ้งแบบเยอรมัน ทั้งร.ร.อนุบาล พ่อแม่รู้จักกันหมดเลย เป็นสังคมที่ใกล้ชิดสนิทกัน ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลกันและกัน มีเข้าค่าย มีกิจกรรมทั้งเด็กและผู้ปกครอง เราว่าชีวิตของการเรียนรู้มันจะมีสีสรรมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นมากค่า
ได้อ่านแล้วอยากให้น้องกันต์ไปเรียนจัง แต่อยู่หาดใหญ่ ไม่มีโอกาสแน่เลย แต่เห็นด้วยค่ะ ที่จะเปิด 4 ภาษา ทำให้เด็กเก่งขึ้นกว่าที่เรียนร.ร.ทั่วไป ส่วนห้องน่าจะแยก 2 ห้อง ห้องละ 10 คน ครู 2 คน จะดูแลได้ทั่วถึงค่ะ เพราะมีที่หาดใหญ่ ขนาดไม่ใช่ 2 ภาษานะ ค่าเทอม สองหมื่นกว่า แต่เน้นให้เด็กเรียนและเล่น ไปพร้อมๆ กัน มีเด็ก 10 คนต่อห้อง ครู 2 คน ปีหนึ่งไม่รับเด็กเกิน 20 คนต่อชั้น เจ้าของจบจากอเมริกา ด้านนี้โดยตรง สอนต่างจากร.ร.อื่นค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นแนวหนูดี (วนิซา เรส) ถ้าเป็นไปได้อยากให้เปิดถึงมหาวิทยาลัยเลย เผื่อจะได้ส่งลูกไปเรียนค่ะ คิดไปไกลเลย ส่วนค่าเทอมส่วนใหญ่ถ้าตจว.จะอยู่ 40000 แค่ 2 ภาษา แต่นี้ 4 ภาษา ไม่แน่ใจค่ะ แต่ที่หาดใหญ่ มีเป็นร.ร.ของสมาคมจีน สอน 3 ภาษา ไทย จีน อังกฤษ ค่าเทอมอยู่ที่ 5000 ถูกมาก แต่การเรียนการสอนไม่แน่ใจแค่ได้ยินมาเพิ่งเปิดได้ ปีกว่าเองค่ะ ถ้า 2 ภาษาของรัฐฯ จะอยู่ที่ 10000 ส่วนการเรียนอยากให้เด็กเรียนแล้วสนุก ไม่เครียด เน้นการสอนจริง เช่นทำอาหาร ปลูกต้นไม้ เพราะวัยอนุบาล ไม่อยากให้เครียดมากค่ะ
ขอบคุณค่ะแม่น้องกันต์ เราอ่านไปยิ้มไป แฮะๆๆๆๆๆ แบบว่าแค่อนุบาลเรายังไม่รอดเลย เราไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงระดับมหาวิทยาลัย เหอๆๆๆๆ แต่เราเปิดกระทู้นี้ไว้ก็ดีนะ เผื่อว่ามีใครพร้อมก็เอาไอเดียเราไปใช้ได้ พ่อแม่จะได้มีทางเลือกให้ลูกเยอะๆ ค่ะ ค่าเทอมที่บอกตัวเลขกำลังดีเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
ประเด็ฯหลักมีอยู่อย่างเดียวครับ คือ ถ้าได้ผลจริง เด็กพูดได้ เรานำไปออกสื่อสาธิตให้คนเห็นได้ แค่นี้ก็ขายได้แล้วครับ ทั้งนี้ต้องศึกษษด้วยว่าได้ผลมากกว่าการนำเด็กเข้าระดับชั้น pre-nursery, nursery, และ pres-school ตามที่โรงเรียนนานาชาติทั้งหลายเปิดสอนครับ ที่สำคัญถ้าทำได้ตกปีละแสนบาท รับรองผู้ปกครองพากันมาครับ เพราะโดยทั่วไป ถ้าเป็ฯโรงเรียนใหญ่ๆอย่าง Regent's, Harrow, หรือของไทยที่มีชื่ออย่าง St.Stephen's หรือ Bangkok Prep 0ตกอยู่ปีละสองสแนกว่าครับ ทั้งนี้มีเรื่องวิชาการด้านอื่นนอกเหนือจากภาษาด้วย ... ยังไง ก็ขอให้มุ่งทำไปเลยครับ แต่ต้องได้ผลจริง เพราะตอนนี้เริ่มมีผู้ประกอบการตื่นตัวกันมาก เพราะสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกได้พิสูจน์แล้วครับว่า ถึงแม้เศรษฐกิจจะตกต่ำ แต่ธุรกิจเกี่ยวกับเด็กเล็กและนักเรียนจนถึงมัธยมปลายกลับโตสวนกระแสโลกในทุกประเทศครับ
ขอบคุณมากค่ะคุณพ่อน้องปันดี สำหรับข้อมูล และคำแนะนำ เห็นค่าเทอมร.ร.นานาชาติแล้วน่ากลัวจริงๆ เลย พ่อแม่ลงทุนให้ลูกอย่างสุดๆ อย่างเราไม่กล้าให้เรียนเพราะไม่มีเหลือขนาดนั้น แต่เราว่ามันจะต้องมีวิธีบริหารเงินจำนวนน้อยๆ ที่เรามีอยู่นั้น ทำให้ลูกเราเก่งได้ไม่แพ้นักเรียนนานาชาติ คุณคิดแบบเรามั้ยคะ เห็นด้วยค่ะเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำแต่ธุรกิจทางการศึกษากลับสวนกระแส
อย่างวันพฤหัสนี้ก็มีกลุ่มอาจารย์เชิญผมไปเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวโปรแกรมภาษาอังกฤษใหม่อยู่เหมือนกัน เค้าทำตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงโตเลยครับ แต่รูสึกว่ายังไม่ได้ launched ครับ แล้วผมจะมากระซิบบอกว่าเป็นยังไงครับ
ขอบคุณค่ะ ได้ไอเดียอะไร หรือมีข่าวอะไรเขียนในบล๊อกไว้นะคะ จะตามไปอ่านค่ะ
ความฝันของพี่หน่อยน่าสนใจดีน่ะค่ะ แต่จะได้ลูกค้าเฉพาะกลุ่มน่ะค่ะ ซึ่งต้องทำการบ้านเยอะหน่อย ว่ากลุ่มที่เราจะได้มาจากไหนบ้างเพราะส่วนใหญ่แล้วคนต่างชาติก็จะมาๆไปๆ ก็คงต้องหอบหิ้วเจ้าตัวเล็กไปด้วยแต่ก็คงไม่บ่อยหนัก พัชคิดว่าถ้าเปิดเป็น Nursery ก็ดีค่ะเพราะถ้าเป็นโรงเรียนต้องได้มาตราฐานจริงๆ หรือมีข้อเด่นจริงๆน่ะค่ะถึงจะได้การยอมรับจากคุณพ่อคุณแม่ แต่ถ้าขอความคิดเห็นพัชคิดว่าปัญหาที่น่าคิดคือ เสียงดังที่เกิดจากเครื่องบินค่ะ เพราะบ้านพัชอยู่ดอนเมือง สถานการณ์เสียงก็คือได้เจอมาแล้วค่ะคือบินกันทั้งวันทั้งคืนค่ะ
เสียงดังค่ะ
อย่างเรื่องกล้อง มีก็ดีอยู่แล้วค่ะแต่ต้องติดแบบที่ดูได้ 360 องศาน่ะค่ะแบบกลมๆง่ะค่ะ จะได้ไม่มีมุมกล้อง..555+ เพราะยังไงลูกเราเราก็ห่วงเป็นธรรมดาค่ะ, เรื่องความสะอาดก็ต้องอันดับ 1 น่ะค่ะ ห้องน้ำ / ห้องอาหาร สำคัญค่ะเพราะอนามัยของเด็ก

เรื่องจำนวนของเด็กพัชคิดว่า 15-20 ก็โอเคน่ะค่ะ เพราะบางโรงเรียนครู 2 คนต่อเด็ก 10 คนน่ะค่ะ (ต้องดูก่อนว่าพี่รับเด็กช่วงอายุเท่าไหร่)
แล้วมาพิจารณาความเหมาะสมค่ะ

ส่วนอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับทางธนาคารค่ะ 555+ ว่าจะเพิ่มโน้นเพิ่มนี้ได้เพียงใด

ดูจากความคิดพัชแล้ว งง มั้ยค่ะพี่หน่อย

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service