หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

Phonics สอนลูกหัดอ่าน (มาแล้วจ้า)

เนื่อหาเกี่ยวกับเรื่องโฟนิกส์ที่เขียนขึ้นในบล็อกนี้ เป็นการเขียนขึ้นจากการพยายามทำความเข้าใจของตัวเอง โดยหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ เพราะส่วนตัวไม่เคยเรียนหรือรู้จักโฟนิกส์มาก่อน (โฟนิกส์เป็นวิธีการหนึ่งในการสอนให้เด็กหัดอ่าน) พอได้เริ่มสอนชิชิ ให้หัดสะกดคำแบบโฟนิกส์แล้ว รู้สึกว่า ได้ประโยชน์มาก ข้อดีคือ ทำให้ชิชิสามารถอ่านคำที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนได้อย่างไม่น่าเชื่อ และสนุกกับการอ่านมากขึ้น ประกอบกับมีเพื่อนๆ หลายคน อยากให้ช่วยแนะนำวิธีสอนลูกหัดอ่าน จึงหาเวลารวบรวมกฎต่างๆ มาไว้ในบล็อกนี้ (ตัวเองจะได้เก็บไว้อ่านด้วยล่ะ อิอิ) จริงๆ แล้ว การสอนให้ชิชิ อ่านนั้น เริ่มต้นจากการให้จำคำจากแฟลชการ์ด แต่เนื่องด้วย ความไม่ขยันของแม่(มีมาก) ก็เลยทำได้ไม่ต่อเนื่อง แต่โชคดีที่ชิชิ ชอบตัวอักษร abc มากๆ ทำให้เรามีโอกาสได้สอนเค้า ในวิธีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะมีอุปกรณ์การสอนหรือไม่ นอกจากนี้คลิปในยูทูปก็มีส่วนช่วยให้ชิชิ เรียนรู้เรื่องนี้ได้เร็วขึ้น สำหรับบล็อกนี้ ถ้ามีส่วนใดผิดพลาด ก็ขอคำแนะนำด้วยนะคะ เพราะตัวเอง ก็เพิ่งเริ่มเรียนรู้กับโฟนิกส์เช่นกัน เริ่มเลยนะคะ

Alphabet
ตัวอักษร หรือ เราเรียกว่า letter นี้ มีอยู่ 26 ตัวโดยแบ่งเป็น
- Consonant ได้แก่ b,c,d,f,g,h,j,k,l,m,n,p,q,r,s,t,v,w,x,y,z
- Vowel ได้แก่ a,e,i,o,u

โดยที่ ตัวอักษรทั้ง 26 ตัวนี้ จะมีเสียงเฉพาะเป็นของตัวเอง เช่น B says /b/ เราเรียกว่า phoneme ใครที่ยังไม่รู้จักเสียงของตัวอักษรแต่ละตัว สามารถหาดูได้จากคลิปในยูทูปค่ะ มีตัวอย่างมาให้ดูด้วย 1 คลิป


Letter Sounds

เสียงของตัวอักษรจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
- Consonant sounds เป็นเสียงพยัญชนะ เช่น Bออกเสียง เบอะ, C ออกเสียง เขอะ
- Vowel sounds เป็นเสียงสระ ซึ่งจะแยกย่อยออกเป็น
o Long Sound จะมีเสียงเหมือนชื่อ (คือ A /เอ/, E /อี/, I /ไอ/, O /โอ/, U /ยู/) เช่น snail, eat, tile, domino, costume
o Short Sound ออกเสียงสั้น (คือ A /แอะ/, E /เอะ/, I /อิ/, O /เอาะ/, U /อะ/) เช่น at, dentist, gift, hop, up (เราควรให้เด็กรู้จักและคุ้นเคยกับเสียงแบบนี้ก่อน)
o Schwa เป็นเสียงพิเศษ จะออกเสียง /เออะ/ เช่น about, circus, item

โดยมีข้อสังเกตว่า ถ้าสระเหล่านี้อยู่ตรงกลางพยางค์ มักจะออกเสียงสั้น เช่น got ตัว o ออกเสียงเอาะ, bed ตัว e ออกเสียงเอะ แต่ถ้าอยู่ท้ายพยางค์ ก็จะออกเสียงยาว เช่น go ตัว o ออกเสียงโอ, be ตัว e ออกเสียงอี และถ้ามีสระสองตัว ในคำเดียวกัน สระตัวแรกจะออกเสียงยาว ส่วนตัวหลังจะออกเสียงสั้น เช่น silent ตัว I ออกเสียงไอ ตัว E ออกเสียงเอะ (ไซเลนท์)

Vowel Combinations
คือ การรวมกันของสระ 2-3 ตัว หรือ สระ1ตัวกับพยัญชนะ 1 ตัว จะออกเสียงแบบพิเศษ เช่น ea จะออกเสียง /long a/ กับ /long o/ ay จะออกเสียง /long a/ igh จะออกเสียง /long i/ ความซับซ้อนนี้เราจะเรียกว่า digraphs, diphthongs, trigraphs, and triphthongs.

Digraph
คือ เสียงที่ประกอบด้วย ตัวอักษรสองตัว เช่น
• ch /ch/ sound เช่น watch, chick, and champion
• ck /k/ sound เช่น chick
• ff /f/ sound เช่น cliff
• gh /g/ sound เช่น ghost and ghastly
• gn /n/ sound เช่น gnome and gnarled
• kn /n/ sound เช่น knife and knight
• ll /l/ sound เช่น wall
• mb /m/ sound เช่น lamb and thumb
นอกจากนี้ยังมี ng, nk, ph, qu, sh, ss, th, wh, wr, zz

Trigraph ประกอบด้วยตัวอักษร 3 ตัว
• chr /chr/ sound เช่น chrome and chromosome
• dge /g/ sound เช่น dodge and partridge
• tch /tch/ sound เช่น catch, match

Blends
คือ ตัวอักษร 2 ตัวหรือมากกว่า จะออกเสียงของแต่ละตัวไล่กันไป ทุกตัว เช่น blend จะออกเสียงทั้ง /b/ /l/
Two-letter blends ยกตัวอย่างเช่น bl (blend, blight), br (break), cl (class), gl (glad), pl (play)
Three-letter blends ยกตัวอย่างเช่น spl (splash), str (strap)

Complex vowel sound เสียงสระแบบซับซ้อน อันนี้คงต้องจำเอาค่ะ
/aw/ ออกเสียง ออ awful, awe
/oi/ boil, poison
/ou/ house, fountain
/oo/ ออกเสียงสั้น อุ เช่น hook เสียงยาว เช่น boot

R Control vowels ถ้าสระตามด้วย ตัว r จะออกเสียงพิเศษ เช่น car, guitar, care, bear, spider
ปกติ ar จะออกเสียง /ar/ เหมือนกับคำว่า car และ or จะออกเสียง /or/ เหมือนคำว่า for
แต่ ir, er, ur จะออกเสียง เออร เช่น bird, fur

Irregular vowels บางครั้ง คำบางคำ ก็ไม่สามารถใช้หลักการสะกดแบบปกติได้ คำพวกนี้ จึงต้องจำอย่างเดียวค่ะ เช่น
• IGH เช่น "high" or "sight"
• -NG เช่น "sing," "song," "sung"
• OST เช่น "most" จะใช้เสียง long sound แทนเสียง short sound (เช่น "lost" or "cost")
• OW มี 2 เสียงต่างกัน เช่น "low" and "cow."
• ED ออกเสียงได้ 3 แบบ เช่น "lifted," "played," and "walked"
• OI จะไม่เข้ากฎของ สระสองตัวติดกัน เช่น "moist" or "boil."
• Double O จะออกเสียงได้สองแบบ เช่น "book" and "loose."
• OUS เช่น "nervous."
• AU เช่น "fault" or "haul."
• -SION, -TION, and -CION จะออกเสียง "shun."
• OUGH เป็นคำที่ออกเสียงได้หลายแบบมาก (อย่างน้อย7 เสียง) เช่น "bough," "cough," "hough," "tough," "thorough," "thought," and "through."

สรุป : คำประกอบด้วยตัวอักษรหลายตัว คำทุกคำจะต้องมีสระอย่างน้อย 1 ตัว อยู่ แต่ละพยางค์เกิดขึ้นจากการประสมเสียงของแต่ตัวอักษร

กฎการสะกดและการออกเสียงอย่างคร่าวๆ
1. ถ้า “C” ตามหลังด้วย e, i or y โดยปกติจะออกเสียง soft sound (ของตัว s) เช่น cyst, central, and city
2. ถ้า "G" ตามหลังด้วย "e, i or y โดยปกติจะออกเสียง soft sound (ของตัว j) เช่น gem, gym, and gist
3. เมื่อพยัญชนะสองตัวติดกันจะทำให้เกิดสียงใหม่ขึ้นหนึ่งเสียง เช่น ch, sh, th, ph and wh
4. เมื่อพยางค์นั้นๆ ประกอบด้วยพยัญชนะหนึ่งตัว และสระเพียงหนึ่งตัว สระนั้นจะออกเสียงสั้น เช่น fat, bed, fish, spot, luck
5. เมื่อพยางค์นั้นๆ จบลงด้วยตัว e เราเรียก the silent "e" จะเป็นตัวบอกว่า สระตัวแรกในพยางค์นั้นจะออกเสียงยาว เช่น make, gene, kite, rope, and use
6. เมื่อพยางค์ประกอบด้วยสระสองตัว สระตัวแรกจะออกเสียงยาว และตัวหลังจะไม่ออกเสียง เช่น pain, eat, boat, , say, grow ยกเว้นคำบางคำไม่เข้ากฎนี้ เช่น boy, out
7. เมื่อพยางค์จบลงด้วยสระเพียงตัวเดียว โดยปกติจะออกเสียงยาว เช่น pa/per, me, I, o/pen, u/nit, and my".
8. เมื่อสระตามด้วยตัว r ในพยางค์เดียวกันนั้น เราจะเรียกว่า สระนั้นว่า "r-controlled". ซึ่งจะออกเสียงที่ไม่ทั้งยาว และสั้น (อันนี้ต้องฝึกออกเสียงหน่อยค่ะ อาจยากนิดนึง) ได้แก่ er, ir, and ur" มักจะออกเสียงเหมือนกัน คือเสียง er เช่น term, sir, fir, fur, far, for, su/gar, or/der
จากประสบการณ์ที่สอนชิชิ หัดสะกดนั้น เน้นที่ ต้องแม่นกับ sound ของแต่ละตัวก่อน เอาแบบชัวร์ๆ เลย พอชัวร์แล้ว ก็ลองให้สะกดคำแบบสั้นๆ ก่อน อย่าง ที่เริ่มตอนแรกเลย at มันง่ายดีค่ะ /แอะ//ถึ/ = แอท พอไปผสมกับตัวอักษรอื่น กลายเป็นอีกคำไปเลย เรียกว่า เป็น family เราก็ลองให้สะกดดู fat, cat, sat, rat, bat, พอคล่อง ก็ลองตัวอื่นบ้าง อย่าง ig (pig, dig, big,) an (man, ran, pan, can) ag (bag, nag) ประมาณนี้ พอเริ่มเข้าใจกับการสะกด ก็เริ่มเป็นตัวอื่นที่ไม่ซับซ้อน เช่น ant /แอะ//อึมน//ถึ/ , lamp /โอ//แอะ//อึมม//เพอะ/= แล็มพ พอเค้าสะกดคำเหล่านี้ได้ ต่อไป ก็จะสะกดคำอื่นๆ ที่ซับซ้อนได้มากขึ้น เช่น คลิปนี้ ก็มีส่วนทำให้ชิชิ สามารถสะกดคำพวกนี้ได้ (ให้ฟังบ่อยๆ )


ถ้ามีส่วนใดของเนื้อหาผิดพลาดไป ยินดีรับคำติทุกประการค่ะ ส่วนที่เอามาลงนี้อาจเป็นแค่ส่วนนึงนะคะ ถ้าเพื่อนๆ สนใจศึกษาเพิ่มเติม เข้าไป search ใน google ได้เลยค่ะ

คลิปเก่าๆ ของชิชิ นะคะ

Shi Shi 2.2 yrs learns to read the words with 'AT' from mybabyashi on Vimeo.



Learning to make the words by Ashi 2.1 yrs from mybabyashi on Vimeo.


ปิดท้ายด้วยคลิปล่าสุดค่ะ

Shi Shi first test with phonics *_^ from mybabyashi on Vimeo.

Views: 56646

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by หม่ะม๊าเฟิงกี้ on November 26, 2011 at 9:32pm

ขอบคุณค่ะ พี่เม่ย ขยันมากๆเลยค่ะ

Comment by Somying Ungpiyakul on November 19, 2011 at 2:51pm

ขอบคุณค่ะ ทั้งคุณแม่เม่ย และ พี่ชิชิ 

คุณแม่จะให้น้องเจสสิก้า ทำตามค่ะ

Comment by Mrs Yupin Werapun on May 7, 2011 at 4:28pm

Good lessons for people!!!

  Yupin Werapun

Comment by พี่ปลาวาฬกับน้องโลมา on November 27, 2010 at 9:56pm
คุณเม่ยขยันมากจริงๆ แต่ก็ไม่สียเปล่าเลยส่งผลให้น้อง ชิชิ เก่งขึ้นทุกวันๆ

ขอบคุณจริงๆนะคะสำหรับข้อมูล
Comment by MK-MungKorn on October 13, 2010 at 9:28pm
เม่ย อ่านแล้วงง งงแล้วก็เลยอ่านอีก ต้องจริงจังและเดี๋ยวfinal sound หายยย
Comment by รุ่งรัศ on August 9, 2010 at 4:29pm
ขอบคุณ คุณแม่น้องชิชิ มากนะค่ะ ที่ให้คำแนะนำ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โอกาสหน้าคุณแม่น้องชิชิ จะให้คำแนะนำ เพื่อช่วยพัฒนาการลูก อีกนะค่ะ
Comment by รุ่งรัศ on August 7, 2010 at 8:44pm
ชอบมากเลยค่ะ และยิ่งมีตัวอย่างคลิป Phonics ที่คุณแม่น้องชิชิ ลงบล็อกนี้ให้ดูด้วย
ตอนนี้ดิฉัน มีลูกชายอายุ ขวบครึ่ง ไม่เคยสอนภาษาอังกฤษเขาเลย ช่วยแนะนำว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดีค่ะ
เนื่องจากคุณแม่ พูด และเขียน ภาษาอังกฤษ ไม่ได้ และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี
กลัวสร้างความสับสนใจลูก อยากจะให้คุณแม่น้องชิชิ ช่วยแนะนำว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
เช่น ที่ dowland สื่อการสอน อุปกรณ์ที่ต้องใช้ หรือแหล่งสื่อหนังสือ
รวมทั้งหนังสือที่เหมาะสมแต่ละช่วงวัย ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ
ขอขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับความกรุณานะค่ะ
r_rungrat@hotmail.com
Comment by ีีีีีดลพร อรุณไพโรจน์กุล on August 1, 2010 at 10:42pm
คุณแม่เก่งมากเลยค่ะ นับถือ......จริง ๆ ตอนนี้น้องปุณณ์ขวบ 4 เดือนน้องเริ่มพูดเป็นคำได้เยอะแล้วค่ะ สิ่งที่ห่วงตอนนี้ค่ะเรื่องการพูดเป็นประโยคกับ phonics ของแม่ไม่แข็งแรง คุณว่าอะไรมันสำคัญกว่ากันแล้วควรจะเริ่มอย่างไรก่อน ขอคำแนะนำ ข้าน้อยขอคาระวะ......คุณแม่คนดีที่หนึ่ง
Comment by gitanjali saengsang on July 30, 2010 at 2:37pm
สุดยอดค่ะ จะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
Comment by ณัฐกานต์ ขจรศิลป์ on July 15, 2010 at 11:06am
เห็นด้วย เห็นด้วยแช่ ช่วย share step การสอน ตอนนี้น้องพริ้งรู้จักภาษาอักษรภาษาอังกฤษแล้วเสียงโฟนิคแล้วค่ะ แต่แม่ตุ๊กไม่รู้จะต่อยังไง ที่ให้น้องพริ้งอ่านผสมคำได้อ่ะ แต่ตอนนี้แม่ตุ๊กก็ซื้อหนังสือ sight word มาอ่านให้น้องพริ้งฟังด้วยค่ะ แต่รู้สึกมันข้ามขั้นตอนยังไงไม่รู้

ขอคำแนะนำด้วยนะค่ะ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service