หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ใครรู้เรื่องของ Baby genius บ้าง

รบกวน คุณแม่ คุณพ่อ ท่านใดรู้เรื่องของ Baby genius บ้าง เล่าให้ฟังหน่อยคะว่า

1. เค้าสอนแบบไหน

2. ควรให้ลูกเข้าไปเรียนรู้พัฒนาการกับเขาหรือไม่

3. แล้วเราก็พยายามสอน 2ภาษา กับเค้าอยู่ จะไปแนวทางเดียวกันรึเปล่า

4. เค้ามีความเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกสาขามั้ยคะ

รบกวนบอกเล่า เพื่อการตัดสินใจให้ลูกด้วยคะ

ขอบคุณมากคะ

แหม่ม..

Views: 12792

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by โชติรส on March 2, 2013 at 4:54pm

ครั้งแรก เมยืซื้อ 580 ต่อ 1 ครั้งไปลองดูคะ แพงหน่อย แต่ก้อดีกว่าจ่ายเยอะแล้วไม่ชอบ  วันพุธที่ 6นี้จะไปสมัครเป็นรายปี คะ

Comment by โชติรส on March 2, 2013 at 4:52pm

ที่ โคราช 1 ปี อยู่ 34000 บาท คะ เรียน อาทิตย์ละ 2 วันวันละ 1 ชม สำหรับเด็กยังไม่เดินนะคะ  แต่เด็กที่เดินได้เค้าด้อจะให้เลื่อนเป็น 4 วันต่ออาทิตคะ โดยส่วนตัวเมย์ชอบนะคะ  สำหรับเมย์ไม่เก่ง อิง เลยเรียนพร้อมกะลูกเล่นกะลูกแล้วก้อจำมาเล่นกะลูกคะ  เมย์มองว่าเป็นการต่อยอดมากกว่านะคะ  อยุ่ที่เราว่าเค้าสอนอะไร เราเอามาจากเค้าได้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆลูกเราจะไม่กลัวคน กล้าแสดงออก คะ เจ้าสัว 1ขวบ 1 เดือน  ไปครั้งเดียว เรารุ้เลยว่าลูกเราชอบ เวลาเค้าร้องเพลงก้อมอง สอนให้น้องเล่นแล้วเก็บของเล่น  พูด อิง ตลอด ถามคุณแม่ก้อ อิง  ทำให้เรากระตืนรือล้นไปด้วยอะคะ

Comment by คุณนายฟู on November 16, 2010 at 11:27am
ดีออกค่ะ
ได้ทำกิจกรรมหลากหลาย ได้เจอเพื่อน เค้าก็กระตือรือร้นอยากพัฒนาตัวเองได้เหมือนเพื่อน
กิจกรรมหลายอย่างเราก็เอามาทำต่อที่บ้านด้วย
มีหลายอย่างให้ทำเค้าก็สนุก ไม่ใช่ทั้งชั่วโมงนั่งวาดรูปอย่างเดียวเด็กเล็กๆจะทำไหวเหรอคะ?? เด็กๆไม่ได้มีสมาธิทำอะไรได้ยาวเหมือนเด็กโต
ต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย

ที่บอกเหมือนโชว์แมวน้ำนี่ คิดได้ไงคะเนี่ย
ฟังดูไม่ดีเลยค่ะคุณ ลูกคนนะคะ

เรื่องความสะอาดและระเบียบการก็ต้องแล้วแต่สาขาแหละค่ะ
คุณแม่ก็ต้องไปดู ไปคุยให้ดี ถ้าไม่แน่ใจก็ซื้อแบบแพ็คเกจเล็กๆไปก่อน
เพราะว่าเค้าคนละเจ้าของกัน ความใส่ใจการดูแลต่างกัน
สาขาที่เราอยู่ไม่มีปัญหาเรื่องนี้

ก็ลองพิจารณาดูแล้วกันค่ะ
เพราะโพสนี้ขึ้นคำค้นหน้าแรก
ก็เลยต้องมาชี้แจ้งกันหน่อย
เห็นใจเจ้าของกิจการที่ดีๆ เจอไม่กี่ความเห็นด้านลบ
แล้วยังขึ้นอันดับหนึ่งของกูเกิ้ลอีก
Comment by ปวีร์นุช ชูปุริม on June 21, 2010 at 11:44am
อยากทราบว่า อยู่ชั้นไหนของเดอะมอลคะ ค่าเรียนเท่าไร น้องอายุ10 เดือนควรไปเรียนหรือเปล่า
ขอบคุณคำตอบล่วงหน้าคะ
Comment by sarita on May 31, 2010 at 2:40pm
คุณแหม่มคิดเหมือนตาลหลายอย่างเลยค่ะ ในประเด็กที่เกี่ยวกับนานาชาติ ตาลก็อยากให้ลูกเข้านานาชาติตอนอนุบาลเหมือนกัน พอประถมก็เป็น ep เพราะอยากให้เค้าเจอชีวิตจริง ๆ ด้วยค่ะ เนื่องจาก รร.นานาชาติส่วนมากสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกดีมาก ๆ เลย น่าเรียนจริง ๆ แต่อยากให้เค้ารู้ว่าโลกนี้มันไม่ได้มีสิ่งแวดล้อมที่ดีทั้งหมดค่ะ เค้าต้องสมารถปรับตัวได้ในทุกสภาพแวดล้อมและสภาพสังคมค่ะ อยากให้ลูกแข็งแรง ทั้งกายและใจค่ะ

ในด้านของการปลูกฝังด้านภาษา เมื่อวานก็เพิ่งเปิดประเด็นกับคุณพ่อน้องแบบจริงจัง พ่อน้องอยากให้เก่งภาษามาก ๆๆๆ เพราะพ่อแม่ไม่เก่งค่ะ เลยฝากความหวังที่ลูก อิอิ แต่ก็ได้ข้อสรุปว่าภาษาดีอย่างเดียวไม่ได้ค่ะ เค้าอาจไม่ได้สำเนียงเลิศเหมือน native แต่สื่อสารได้ดี ไม่กลัวฝรั่ง กล่าที่จะสนทนา รวมทั้งมีความรอบรู้ด้านอื่น ๆ ด้วย นี่คือเป้าหมายค่ะ ไม่ใช่เก่งแค่ภาษาแต่ความรู้รอบตัวไม่มี ทักษะวิชาการอื่น ๆ สู้คนอื่นไม่ได้ ก็ไม่เอาค่ะ อยากให้เค้าแค่รักภาษาอังกฤษ คือปลูกฝังตอนเด็ก ๆ พอโตตาลเชื่อว่าถ้าเค้ารักและไม่กลัว เค้าจะแสวงหาความรู้ต่อไปเอง เหมือนเพื่อนตาลหลายคนที่ภาษาดีมาก ๆ เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษอยู่ในมหาลัยมีชื่อเสียง ก็ไม่ต้องจบนอกค่ะ สำเนียงดี ภาษาพูดเขียนดีเยี่ยม ดีกว่าเพื่อนที่จบนอกอีกค่ะ เพราะเค้ารักในภาษานะคะ เค้าบอกว่าความรักความชอบนี่แหละที่ทำให้หมั่นศึกษา เพราะภาษาเป็นเรื่องที่ถ้าคนสนใจ ก็สามารถเก่งได้เท่ากัน ไม่จำกัดอายุด้วยนะคะ วิชาอื่น ๆ ยังมีความยากง่ายเป็นขั้นเป็นตอนของมัน แต่ภาษานี่ไม่มีคะ เด็ก ๆ เล็ก พูดเก่งกว่าผู้ใหญ่มีเยอะค่ะ

ส่วนเรื่อง baby genius เนี่ย ถ้ามีเวลาก็อยากให้ลองนะคะ ส่วนดีมีเยอะค่ะ เพียงแต่ตาลแสดงความคิดเห็นในหลาย ๆ แง่มุมนะคะ แต่ถ้าคุณแม่สอนเอง mommy and me เป็นสื่อที่ ok นะคะ ถ่าอยากพัฒนาทักษะกล้ามเนื้อนอกจากเรื่องภาษา คุณแม่ก็ให้น้องปีนป่ายพวกของเล่นเด็กค่ะ และส่วนศิลปะก็ซื้อสีที่ไม่อันตรายต่อเด็กมาให้เค้าหัดระบายและรู้จักแยกสี แป้งโดว์ก็ดีค่ะ ฝึกกล้ามเนื้อเล็ก สอนสี และจินตนาการให้น้องด้วย เท่านี้ได้กิจกรรมครบเหมือนใน class ค่ะ แต่จะไม่ได้เรื่องสังคมเท่านั้นเองค่ะ ลองดูนะคะ
Comment by แหม่ม on May 31, 2010 at 1:53pm
ขอบคุณคุณตาล มากคะ ที่แนะนำ สิ่งดีๆให้ทราบ ตอนนี้ยังรอดูอยู่ว่าจะเริ่มยังไง คือรร.อนุบาล ดูเป็น นานาชาติไว้คะ พอเข้ารร.ป1 ก็จะให้เรียน EP แต่ไม่เอาหรู หรือแพงนัก ลูกจะได้ติดดินบ้าง ไม่อยากเลี้ยงให้เค้าทำอะไรไม่เป็นหรือที่เรียกว่าคุณหนู เพียงแต่อยากให้ได้ภาษาแบบจริงๆ ไม่ต้องกลัวเหมือนแม่กลัวที่จะพูดกับฝรั่ง (ที่บ้านมีกิจการค้าขาย) อยากให้เค้าดูแลตัวเองได้ในอนาคตคะ ส่วน baby genius คือ ไปดูแล้วแต่บังเอิญไม่ตรงช่วงสอน เจอแต่ห้องเรียน กับเด็กๆฝากเลี้ยง ก็เลยต้องคิดก่อนว่า จะเอาไง เพราะกว่าลูกจะเข้าวัยเรียน คงอีก หลายเดือน ตอนนี้สอนเองที่บ้านแบบ ที่ผู้ใหญ่บิ๊กและสมาชิกบ้าน2ภาษาแนะนำก็คงจะไม่ต้องลงทุนอะไรแล้ว แหม่มก็ต้องขยันอ่านและท่องศัพท์เพื่อจะได้เอาไว้คุยกับลูกได้ คะ
คำแนะนำเรื่องเบบี้จีเนียส ทำให้ไม่อยากไป เพราะไม่ชอบความเร่งรีบ แต่เป็นทางเลือกที่ดีคะ เพราะบางจังหวัดไม่มีเบบี้จีเนียส แต่โคราชพึ่งจะเปิดได้ไม่นาน ก็เลยเป็นทางเลือกหนึ่งในการช่วยสอนภาษากับเค้าได้คะ
ตอนนี้จะบอกว่าลูกชอบ mommy and me คะ ดูกันทุกวันเลย ถ้าแหม่มนั่งดูเฉยๆ ลูกจะจับนิ้วให้ลุกขึ้นมาเล่นกับเค้า นึกไปก็สนุกดีคะ
Comment by sarita on May 27, 2010 at 10:08pm
อีกนิดที่อยากแนะนำเมื่อพาน้องไปสมัครนะคะ ให้ถามเรื่องการลากรณีน้องป่วยให้ดีค่ะ เพราะรู้สึกเค้าไม่มีระเบียบที่ชัดเจนในเรื่องนี้ค่ะ คือเค้าแปะป้ายห้ามเด็กที่เป็นหวัดเข้าคลาส ซึ่งก็ถูกต้องค่ะ เพราะเดี๋ยวเด็กอื่น ๆ จะติดได้ แต่ก็ต้องถามเค้าด้วยค่ะว่าถ้าเราเข้าคลาสไม่ได้ ชดเชยเวลาให้ยังไง เพราะต้องดูดี ๆ ค่ะ บางแพคเกจที่ลง ครั้งมากจริงแต่เวลาสั้น บางครั้งน้องเป็นหวัดก็หยุดไปหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งเค้าบอกว่าถ้าป่วยให้โทรแจ้งได้ ซึ่งจะยืดอายุให้แค่ 1 อาทิตย์ แต่เราสมัครไว้บางทีครึ่งปี หรือ 1 ปี ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่เด็กจะป่วยแค่ครั้งเดียว ของตาลลูกป่วยเป็นหวัน้ำมูกไหลต่อเนื่องมา 2 อาทิตย์ค่ะ เค้าร่าเริงวิ่งเล่นได้ดี แต่เราไม่พาไปเพราะห่วงเด็กอื่น ๆ พอวันนี้ไปเจอเจ้าของแจ้งเค้าเค้าก็บอกว่าก็ขยายเวลาได้นิดหน่อยครั้งนี้ครั้งเดียว เพราะเราลงยาวไว้ค่าเรียนต่อครั้งจะถูกมากอยู่แล้ว เราก็อึ้ง ๆ ว่าถูกมาต่อครั้งแต่เราก็จ่ายก้อนใหญ่นะ และการที่ลูกเราไม่สบายเล็กน้อยแต่เป็นโรคที่ติดต่อได้เนี่ย เราหยุดเรียนเพื่อไม่ต้องการให้เด็กอื่น ๆ ติดหวัดเนี่ย เค้าปฏิบัติกลับมาอย่างนี้เหรอ ซึ่งส่วนตัวแล้วรู้สึกมันเป็นธุรกิจมาก ๆ ค่ะ ตอนหลังเห็นเราเสียแข็งเลยบอกว่ายืดให้ได้ 1 เดือน แล้วก็ถามว่าคุณแม่พอใจรึยัง ต้องการให้ยืดนานเท่าไหร่เหรอ เราก็แจ้งว่าไม่มีใครอยากให้ลูกป่วย และหวังว่าตลอด 6 เดือนที่สมัครเรียนกับคุณเนี่ยลูกจะไม่เจ็บป่วยอีกแต่เรื่องนี้เราควบคุมไม่ได้ แต่ที่ถามเผื่อกรณีเจ็บป่วยอีกเท่านั้น ซึ่งเราก็ตอบไม่ได้ว่าในปี ๆ นึงลูกจะป่วยกี่ครั้ง ขึ้นกับสุขภาพของเด็กเป็นหลัก

อันนี้เล่าให้ฟังเผื่อพ่อแม่ท่านอื่น ๆ ที่น้องสุขภาพไม่แข็งแรงนักนะคะ ให้คุยกะเค้าไว้ก่อนเลย จะได้ไม่เสียอารมณ์เหมือนเราค่ะ นี่ก็กะว่าหมด ก็จะให้ลูกไปเรียนสาขาอื่นค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศด้วย แต่ที่ลูกเรียนนี้น้องพนักงานน่ารักค่ะ ไม่ซีเรียส แต่เจ้าของนี่ผลประโยชน์เต็มรูปแบบค่ะ แต่ก็เข้าใจค่ะ เจ้าของกิจการนะคะ ต้องเข้มนิดนึงค่ะ หุหุ
Comment by sarita on May 27, 2010 at 9:51pm
พอดีคุณแหม่มถามมาเรื่องโรงเรียนอนุบาลว่าดีกว่าเบบี้จีเนียสอย่างไร เลยมาตอบไว้ในนี้นะคะ

ขอโทษนะคะคุณแหม่ม ตาลตอบช้าไปหน่อยค่ะ
ไม่ได้หมายความว่าที่ไหนจะดีกว่าที่ไหนหรอกค่ะ
อยู่ที่วัตถุประสงค์ของพ่อแม่ค่ะ ว่าต้องการอะไรจากที่ไปเรียนเป็นสำคัญ
ถ้าเน้นเรื่องภาษาเป็นอันดับ 1 ตาลว่าเบบี้ จีเนียสก็ดีค่ะ เพราะครูเค้าจะใช้ภาษาอังกฤษตลอด
อาจจะไม่ได้ในชั่วโมง แต่พ่อแม่ก็นำกิจกรรมมาประยุกต์กับลูกนอกห้องเรียนได้

ส่วนโรงเรียนอนุบาลนั้นเพียงแค่เป็นทางเลือกค่ะ สำหรับคนที่อาจไม่ได้เน้นภาษาอังกฤษเป็นหลักอย่างเดียว แต่เน้นพัฒนาการตามวัย หรือมีวัตถุประสงค์ที่จะได้ให้ลูกไปเข้ากลุ่มกับเพื่อน ๆ
โรงเรียนอนุบาลข้อดีคือถูกตังค์กว่ามาก และครูน่าจะดูเป็นครูมากกว่าค่ะ เช่นเค้าอาจจะสร้างกิจกรรมมาหนึ่งอย่าง เช่นอ่านนิทานให้เด็กฟัง เพื่อสอนทักษะการฟังการพูด และจินตนาการ การปั้นโดว์เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก กิจกรรมมอนเตสเซอรี่ ซึ่งเป็นดูเป็นหลักการ และเวลาก็มากกว่า

เบบี้จีเนียสนั้นข้อเสียคือเป็นธุรกิจมากค่ะ บางทีอยู่ในคลาสรู้สึกเหมือนกิจกรรมที่จัดไว้ อันนี้ 3 นาที แนะนำตัว 3 นาทีต่อไปร้องเพลงรอบวง 3 นาทีต่อไปต่อจิ๊กซอตัวเลข ทุกอย่างดูรวดเณ็วเป็นสูตรสำเร็จ เหมือนไปเซเว่นและมีหุ่นถามเราว่ารับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหม ประมาณนี้ค่ะ

อย่างไรก็ตามนะคะ ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสียค่ะ ต่อให้เป็นแบบนี้ตาลก็ยังตัดสินใจพาลูกไปเรียน เพราะเค้าก็ควรเจออะไรหลาย ๆ แบบอ่ะค่ะ เราก็นำแต่ข้อดีมาใช้กับลูกเราก็พอค่ะ และการพาไปเรียนก็ดีตรงที่เราใช้เวลาพ่อแม่ลูก เรียนเสร็จหาอะไรทานกัน ก็สนุกดีค่ะ ไม่ได้ซีเรียสกะกิจกรรมมาก แต่ถ้าให้แสดงความคิดเห็นก็ได้ประมาณนี้ค่ะ ซึ่งตรงกับความคิดเห็นของคุรแม่ท่านหนึ่งที่เขียนไว้ในบล็อคตามนี้ค่ะ (ขอโทษที่จำชื่อไม่ได้ค่ะ)

1 ชั่วโมงเค้าสอนกันหลายอย่างมาก สอนเร็ว จบอันนี้ ต่ออันนั้น
จบอันนั้นก็มาร้องเพลง จบเพลงนี้มาเดินเป็นวงกลม
เสร็จแล้วปล่อยให้เด็กไปเล่นของเล่น เล่นของเล่นแต่ละชิ้น
ใช้เวลาไม่ถึงนาที ก็เปลี่ยนไปเล่นอีกอย่าง มานอนนวด
ร้องเพลงร่ำลากัน เป็นอันจบคลาส 1 ชั่วโมง
ดูๆไปคล้ายๆไปดูโชว์แมวน้ำ โชว์สตั้นท์ที่ซาฟารีเวิร์ล ฮ่าๆ
รีบๆเล่น รีบๆโชว์ ซ้อมอะไรมา ทำอะไรได้ รีบๆโชว์ให้หมดภายใน 45 นาที ฮ่าๆ


กว่าจะตอบคุณแม่แหม่มคงพาน้องไปมาแล้ว และคงตอบได้แล้วนะคะว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ทุกอย่างมีทั้งดีและไม่ดีค่ะ ส่วนอนุบาลแค่เสนอทางเลือกอ่ะค่ะ อาจจะไม่ชอบก็ได้ค่ะ เพียงแต่ลรูสึกว่ามันธรรมดาและธรรมชาติดีกว่าเท่านั้นเองค่ะ
Comment by แหม่ม on May 25, 2010 at 9:53am
ขอบคุณสำหรับทุกๆ คำแนะนำ จะไปลองดูตอนที่เค้าสอนคะ วันไหนแหม่มว่างจะแวะไปดูการสอนเค้า ถ้าถูกใจ ก็จะให้เรียนคะ
Comment by sarita on May 25, 2010 at 9:26am
ช่วยเพิ่มเติมเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ ... ค่าใช้จ่ายคิดเป็นคอร์สยิ่งมากยิ่งถูกลงค่ะ อยู่ที่ว่ามีเวลาพาน้องไปอาทิตย์ละกี่วัน
ถ้าพาไปแค่อาทิตย์ละ 1 วัน ก็ไม่ต้องซื้อคอร์สใหญ่ค่ะ เพราะซื้อไปก็ใช้ไม่ทัน เนื่องจากมันมีระยะเวลาจำกัดค่ะ เช่น 6 เดือน
1 ปี ประมาณนี้ค่ะ ... ของตาลพาน้องไปอาทิตย์ละ 2 วัน ซื้อคอร์ส 6 เดือน ราคาประมาณสองหมื่นกว่ารวมค่าสมาชิกตลอดชีพค่ะ

ถ้าไม่เน้นเรื่องภาษาอังกฤษในคอร์สเป็นหลัก แนะนำพวก play group ของโรงเรียนอนุบาลนะคะ เพิ่มได้ข้อมูลหลังจากสมัคร baby genius ไปแล้วอ่ะค่ะ ราคาไม่แพงและมีแนวทางในการสอนที่ค่อนข้างชัดเจนใช้ได้เลยค่ะ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service