เว็บทั้งหมดจะย้ายไปที่ www.2pasa.com แล้วนะครับ ตามไปที่นั่นได้เลย

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่9: ใส่ Input ด้วยระบบนักเรียนนานาชาติ

จากกระทู้แนะนำของห้องสมุด เว็บพันทิป โดย คนบ้านเดียวกัน


มาว่ากันเรื่องของ Input ต่อนะครับที่ผมยังกล่าวไม่จบจากครั้งก่อนๆ คราวนี้ นอกจากความสำคัญของการ ศึกษารูปประโยคและ การเลียนแบบการพูดการจาของเจ้าของภาษาแล้วนั้น…

 

เรายังจะต้องมีการศึกษาหาความรู้ด้านวิชาการโดยใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดเป็นสื่อการเรียนการรู้ครับ ท่านผู้อ่านสังเกตนะครับ เด็กไทยที่เรียนโรงเรียน นานาชาติย่อมได้ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่รวดเร็วกว่า เด็กไทยที่เรียนโรงเรียนมาทั้งชีวิต แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านผู้อ่านหรือผมเองจะไม่มีวันทำได้อย่างผู้ที่เรียนต่างประเทศหรือนานาชาติมานะครับ ผมจะตั้งข้อสังเกตให้ท่านผู้อ่านดูสักสองสามตัวอย่างนะครับ

 

 

นาย A ทำงานกับฝรั่งมานานหลายปี ตั้งแต่พูดไม่เป็นสับปะรด จนสามารถพูดใช้สำนวนและคำศัพท์ได้ประหนึ่งเหมือนไปอยู่ต่างประเทศมาระยะสั้นๆ นาย A เล่าเรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวันได้ เล่าเหตุการณ์ หรือ จะโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษทั่วไปได้อยู่ในระดับดีทีเดียว เหตุผลที่นาย A ทำได้นั้นเพราะถึงแม้ว่านาย A จะไม่ได้อ่านนิยายปรัมปราของเด็กๆตามที่ผมแนะนำ แต่นาย A นั้นมีเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานต่างชาติพูดด้วยตลอด ภาษาอังกฤษที่นาย A พูด ฟังดูแล้วคล่องเพราะหู โดยเฉพาะการสื่อสาร เรื่องงานในออฟฟิศ เพราะนายมักจะสั่งให้ไปถ่ายเอกสาร นำเอกสารไปให้แผนก คนนั้นคนนี้ชวนไปกินข้าว พูดเรื่องเงินเดือน เรื่องไปหยุดลาพักร้อน และแน่นอนภาษาอังกฤษที่นาย A ใช้จึงจะอยู่แต่ในกรอบของทักษะการพูดในบริบทของการทำงานในลักษณะแบบนี้เท่านั้น

แต่หากวันหนึ่งนาย A จะต้องอธิบายว่าเครื่องซีร็อกพัง เพราะถาดรองกระดาษชั้นที่ 2 ของเครื่องแตกทำให้เศษของถาดเข้าไปติดในเครื่องข้างใน (เป็นตัวอย่างครับ) นาย A กลับพูดเป็นภาษาอังกฤษออกมาไม่ได้

 

 

หรือหากท่านผู้อ่านเคยไปนั่งตามสถานที่เที่ยวที่มีชาวต่างชาติไปกันเยอะๆ ท่านอาจจะประหลาดใจว่า คนไทยที่ทำงานที่นั่นหรือคนไทยที่เป็นแฟนกับเจ้าของภาษาสามารถพูดภาษาอังกฤษในบริบทของความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีงูไม่มีปลาหลุดออกมา หรือ คนที่จะใช้ภาษาอังกฤษในการขายของ ก็จะคล่องแต่ภาษาอังกฤษในการขายของ เท่านั้น

 

เหมือนผมหรือท่านผู้อ่านเช่นเดียวกัน หากผมทำงานในโรงพยาบาล แน่นอนครับ ที่ผมจะต้องสามารถใช้ภาษาไทยในเชิงการแพทย์ได้อย่างคล่องแคล่วเช่นเดียวกัน

 

ที่ยกตัวอย่างมาก็เพื่อให้เห็นอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่ดำเนินชีวิตประจำวันครับ





และที่ผมจะแนะนำนั้น เป็นวิธีการอาศัยการเรียนทักษะทางภาษาอังกฤษผ่านทางการการศึกษาในระบบของโรงเรียนนั้นเอง ผมไม่ได้ให้ท่านผู้อ่านไปเรียนภาษาอังกฤษครับ แต่ให้ท่านผู้อ่านเรียนวิชาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม เป็นภาษาอังกฤษให้หมด การเรียนภาษาอังกฤษด้วยในแง่ของวิชาการ ก็เปรียบเสมือนได้กับท่านผู้เรียนเองนั้นได้มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ เพียงแต่อาจจะไม่ได้มีเพื่อนผมสีทองมานั่งคุยด้วยเท่านั้น

แต่การเรียนรู้ในลักษณะนี้เป็นการเพิ่มทักษะในการสื่อสารในแง่ต่างๆของชีวิตให้มากขึ้นไปอีก หากลองสังเกตดูชีวิตในแต่ละวันของเรานั้น บทสนทนากับคนรอบข้างเรามักจะวนเวียนอยู่ไม่กี่เรื่อง

ไม่ว่าจะเป็น ฝน ฟ้าอากาศ (เรียนรู้ได้จากวิชา Science) เรื่องการคิดทอนหรือแบ่งกันออกเงินเวลาไปกินข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหาร (วิชา Math) หรือตอนนี้เรื่องการเมือง การสังคมกำลังมาแรงเนื่องจากเราเองก็กำลังจะมีการเลือกตั้งในเดือน กรกฎาคม (อันนี้ต้องวิชา Social Science) เอาแค่สามตัวหลักๆ นี้ก่อนครับ ค่อยๆเรียน ค่อยๆ ซึมเข้าไป ส่วนลิ้งค์ที่ผมจะแนะนำมีดังนี้น่ะครับ

วิชา Math - http://www.youtube.com/user/yourteachermathhelp ฟังครูเขาสอนเลขอย่างง่ายๆน่ะครับ

วิชา Science และ Social Science ไปเว็บนี้เลยครับ http://www.learner.org มีวิดีโอแบบในชั้นเรียนก็มี หรือเป็นวิดีโอ presentation ดูๆ ฟังๆให้เข้าหูครับ เลือกดูของระดับเด็กเล็กๆก่อนนะครับเนื่องจากจะฟังได้ง่ายกว่า

หรือ จะเอาแบบเป็นตัวหนังสือให้อ่านก่อนก็ดีครับ ไปที่ลิ้งค์นี้ได้ http://www.sciencewithme.com หากท่านผู้อ่านยังไม่สามารถฟัง ภาษาอังกฤษแล้วเข้าใจได้ทั้งหมด นั้น เหตุผลง่ายๆครับ ท่านผู้อ่านต้องอ่านผ่านตา หรือได้ยินคนพูดมาก่อน หลายๆครั้งจนท่านผู้อ่านไปศึกษาหาความหมายมา และได้เข้าใจว่า อ้อ ที่ได้ยินคนเขาพูดกันแปลว่าเช่นนี้นี่เอง



ผมเองเข้าใจภาษาอังกฤษได้มากน้อยแล้วแต่ประเภทของหนัง แนววิทยาศาสตร์ปล่อยแสงยิงจรวด คุยกันเรื่องเครื่องยนต์ล่ะก็ ผมดับสนิท แต่ถ้าเรื่องในชีวิตประจำวันผมเข้าใจได้มากพอสมควรโดยที่ไม่ต้องอ่านคำแปล ข้างล่าง อาจารย์ชาวอเมริกันท่านหนึ่งที่ผมเคยได้คุย ท่านเองก็บอกว่า ชาวอเมริกันบางคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ก็ฟังภาษาอังกฤษในระดับที่นอกเหนือจากในชีวิตประจำวันออกบ้างไม่ออกบ้าง



ภาษาอังกฤษเรียนเป็นคำศัพท์ ภาษาไทยใช้การผสมคำเอา เลยทำให้การเดาความหมายนั้นไม่ยาก ในขณะที่ภาษาอังกฤษ หากไม่มีการเรียนการศึกษาแล้ว จะทำให้ไม่สามารถใช้คำ หรือเข้าใจความหมายของคำนั้นๆได้ เพราะคำศัพท์ในภาษาอังกฤษส่วนมากเป็นการบัญญัติขึ้นมา และจะต้องได้รับการเรียนรู้จากการศึกษาในระบบของโรงเรียนเป็นการช่วยเหลือ

Views: 470

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2022   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service