หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

จะดีมั๊ย?? จะเป็นผลร้ายแก่ใครคนนึงรึป่าว?!!

 

     การเลี้ยงลูกในแต่ละวันนอกจากอยากจะให้ลูกเติบโตทางร่างกายแล้ว  ก็ยังอยากให้ลูกมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง  อยากให้ลูกได้ภาษา   อยากให้ลูกได้ดนตรี  อยากให้ลูกได้ศิลปะ  อยากให้ลูกรู้จักสิ่งนั้น  อยากให้ลูกรู้จักสิ่งนี้   อะไรเยอะแยะไปหมด

    ก่อนหน้านี้เคยศึกษาเลี้ยงลูกของแอรอน (จากหนังสือ เลี้ยงลูกให้เป็นอัจฉริยะ*)  เป็นที่น่าทึ่งมากที่เด็กขวบกว่าอ่านหนังสือได้  ตัวแม่เองก็คิดในใจว่าซักสามขวบลูกสะกดชื่อตัวเองได้แม่ก็ปลื้มละ  แต่ในบางแง่(โดยส่วนตัวนะ)ของอีดิธ(ลูกสาวของแอรอน)  ก็ทำให้เรามองว่าเหมือนจะเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว  เนื่องจากมีบุคลิกและนิสัยที่คล้ายผู้ใหญ่มากๆ  หลังจากนั้นก็มาศึกษาเรื่อง Waldorf ก็รู้สึกค่อนข้างดีมากกับทฤษฎีนี้  เพราะแม่เองเป็นครูปฐมวัย  เห็นข้อบกพร่องหลายอย่างกับหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนที่ตนสอนในปัจจุบัน  คือเด็กๆถูกยัดเยียดความรู้เร็วเกินไป  อนุบาลหนึ่งเรียนมากกว่าน้อยกว่า  แม่เจ้า!!  นึกย้อนหลังเมื่อยี่สิบปีที่แล้วแม่เองเรียนเรื่องนี้ตอน ป.2  จนบางทีเหมือนเด็กขาดช่วงเวลาทองแห่งการเรียนรู้ด้วยความสุขและสนุกไป

     .... พอกลับมามองดูลูกๆ  เลยเกิดความคิดว่า  ถ้าเลี้ยงคนพี่แบบ waldorf และเลี้ยงคนน้องคล้ายแอรอน  ผลลับที่ออกมาจะต่างกันมั๊ย  และใครจะได้รับผลดีเรื่องอะไรบ้าง  ใครจะได้รับผลเสียเรื่องอะไรบ้าง  แต่บางทีก็แอบคิดว่าลูกคนใดคนหนึ่งจะแอบน้อยใจเรามั๊ยว่าทำไมเราไม่สอนเค้าเหมือนๆกัน แต่จริงแล้วมันก็ดีทั้งสองทฤษฎีนี่นา ....  ที่คิดๆมาไม่รู้จะดีมั๊ย???

Views: 308

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by Mamii Jaen on November 23, 2011 at 9:16pm

ขอบคุณทุกๆความคิดเห็น  และประสบการณ์ดีๆค่ะ ^^

Comment by puangpayom on November 22, 2011 at 9:27am

อึม.. ก็รู้สึกว่าระดับอนุบาลสมัยนี้  ยัดเยียดมากเกินไป เหมือนกัน  เห็นเด็กบางคน 5-6 ขวบ อ่านหนังสือคล่องเลย  ข่าวในหนังสือพิมพ์นี่อ่านได้เกือบหมดทุกตัว  เราเห็นก็ทึ่ง  เหมือนกัน   แต่บางครั้ง  เขาก็บอกว่า ให้ๆๆๆ  เด็กไปถ้าเขารับได้  ก็ยัดๆๆๆให้ไป และถ้าเด็กสนุกกับสิ่งนั้นนะ  แต่ถ้าเด็กคนใดไม่ชอบ  เราก็ไม่ต้องให้ หรือยัดอะไรให้เขามาก  เพราะ  เด็กแต่ละคน  มีนิสัย  และพัฒนาการต่างๆๆกัน   ก็คงเหมือนผู้ใหญ่มั๊ง  ชอบไม่ชอบอะไรต่างกัน  ทนไม่ทนอะไรได้ต่างกัน  เก่งไม่เก่งอะไรต่างกัน     อะนะ

Comment by Ju (Jui Jui's mommy) on November 21, 2011 at 2:46pm

แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ
ส่วนตัวไม่ได้สอนตามทฤษฎีใดเป็นพิเศษ เคยอ่านมาบ้างแบบผิวเผิน เน้นทฤษฎีพ่อแม่คิดเอง โดยดูจากความพร้อม และความสนใจของลูกเป็นหลัก :) 
เรื่องการอ่าน ลูกชายอ่านคำง่ายๆ ตั้งแต่ประมาณ 3 ขวบ พัฒนามาเรื่อยๆ ตอนนี้ 5.8 ขวบ เริ่มอ่านพวก chapter book ซึ่งเร็วกว่าวัยเค้าไป 2-3 ปี 
เราอ่านหนังสือให้ลูกฟังบ่อยๆ เค้าจะเริ่มได้ศัพท์ง่ายๆ ไปเองแบบธรรมชาติ ไม่เร่งรัด เมื่อเค้าพร้อมจะมี sign ให้เราเห็นและเค้าจะไปได้อย่างรวดเร็วเมื่อเราส่งเสริมถูกทาง
ข้อดีที่ชัดเจนคือเค้าจะสงบ มีความสุขกับกิจกรรมยามว่างผ่านการอ่านหนังสือที่ตัวเองรัก ใช้จินตนาการของตัวเองสื่อผ่านการวาด การเขียน บางครั้งก็ได้แรงบันดาลใจจากนิทานที่ได้อ่าน ได้ฟัง
กิจกรรมอื่นๆ ตามวัยก็ส่งเสริมตามวัย ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ บอร์ดเกมส์ ดนตรี 
ส่วนเรื่องก้าวร้าวยังไม่เคยเห็นออกจากลูกชาย จะมีนิสัยที่ต้องปรับปรุงบ้างตามวัย 
ส่วนตัวแล้วยังไม่เห็นข้อด้อยในการอ่านได้ตั้งแต่เล็กๆ มองว่าเด็กแต่ละคนธรรมชาติจะแตกต่างกันไป เลี้ยงหลานมา 3 คน เป็นสามหนุ่มสามมุม ไม่เหมือนกันเลยค่ะ การส่งเสริมก็จะแตกต่างกันไปตามความชอบของแต่ละคน

Comment by Mamii Jaen on November 21, 2011 at 11:11am

ขอบคุณมั่กมากค่ะที่แชร์ประสบการณ์ให้ฟัง...  ก็แอบย้อนกลับไปนึกถึงตัวเองตอนเป็นนักเรียนเหมือนกันค่ะ  เห็นเลยว่าปัจจุบันยัดสมองเด็กเร็วมาก

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service