หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

5 ต้องรู้ก่อนเรียนอนุบาล ..............

เจ้าตัวเล็กของคุณกำลังจะไปโรงเรียนเดือนหน้าเหมือนของดิฉันหรือเปล่าคะ ถ้าใช่...อยากชวนคุณๆ สำรวจความพร้อมของลูกกันหน่อย หากมีเรื่องไหนที่ต้องเร่งต้องเตรียม ก็จะได้เสริมให้ทันในช่วงเวลาที่เหลือก่อนจะเปิดเทอมค่ะ

1. หนูต้องเข้านอน-ตื่นนอนเป็นเวลา การปรับเวลาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเด็กส่วนใหญ่เมื่ออยู่ที่บ้านจะนอนและตื่นไม่ค่อยเป็นเวลา การไปโรงเรียน ต้องเข้าเรียนเป็นเวลา ถือเป็นการเริ่มต้นฝึกความมีวินัยในตัวเองค่ะ โดยการ

* ดูเวลาเข้าเรียนของโรงเรียน จากนั้นคำนวณเวลาที่ใช้ในการเดินทาง เพื่อกำหนดเวลาเข้านอน-ตื่นนอน

* โดยทั่วไปปรับเวลาให้ลูกเข้านอนสักช่วง 2-3 ทุ่ม ส่วนเวลาตื่นขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนอยู่ใกล้หรือไกลบ้าน ถ้าถึงเวลาแล้วลูกยังไม่ยอมลุกจากที่นอน ก็ต้องหาวิธีดึงดูดใจ เช่น “หนูรู้มั้ยวันนี้แม่ทำกับข้าวที่ลูกชอบด้วยนะ หรือเช้านี้มีการ์ตูนที่ลูกชอบ... ถ้าลูกยังไม่ยอมตื่นก็อดดูนะ ดูเสร็จแล้วจะได้ไปโรงเรียนกัน”

* ใกล้ถึงเวลานอน ส่งสัญญาณให้ลูกรู้ล่วงหน้าด้วยการอาบน้ำ แปรงฟัน ใส่ชุดนอน เล่านิทาน หรือเปิดเพลงให้ลูกฟังก่อนนอน จะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย

* ถึงเวลานอน ต้องปิดโทรทัศน์ ปิดไฟ และหยุดสิ่งที่จะกระตุ้นความสนใจของลูกให้หมด ไม่ควรชวนลูกทำกิจกรรมหรือชวนคุย เพราะจะทำให้ลูกไม่อยากหลับ

2. หนูต้องกินอาหารเอง การกินอาหารตามเวลาถือเป็นกิจวัตรประจำวันอีกอย่าง ที่ลูกจะต้องทำให้ได้ด้วยตัวเอง พ่อแม่ควรดูเวลากินอาหารของโรงเรียน ว่ามื้อหลักกี่โมง อาหารว่างกี่โมง จากนั้นก็ปรับเวลาให้ตรงกัน เพื่อให้เกิดความเคยชิน โดยการ

* สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ให้ลูกนั่งโต๊ะกินข้าว โดยกินพร้อมกันทั้งครอบครัวเพื่อจะได้เรียนรู้ว่า นี่คือเวลากินข้าว

* ถ้ายังจับช้อนเองไม่ได้ คุณแม่จับช้อนไปพร้อมกับมือลูก และที่สำคัญสมาธิลูกต้องอยู่ที่การกินข้าว ไม่ใช่ปากกินข้าวแต่ตาจ้องทีวี ลูกก็จะไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร

* เมื่อลูกนั่งโต๊ะได้แล้วปล่อยให้ลูกตักอาหารกินเอง อาจเลอะเทอะบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะเป้าหมายหลักคือการให้ลูกกินได้เอง และคำพูดที่ไม่ควรพูดขณะลูกกินข้าว คือ “ตักกินดีๆ...อย่าให้หกนะลูก หรือกินเร็วๆ สิลูก” เพราะจะทำให้ลูกไม่อยากกินและต่อต้าน

* ไม่ว่าเจ้าตัวเล็กจะอยู่ที่ไหน กับใคร เมื่อถึงเวลากินอาหารก็ต้องให้ลูกกิน ถึงเวลานอนก็ต้องให้นอน เพราะความสม่ำเสมอในการฝึกจะทำให้ลูกเรียนรู้ได้ว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องทำ

3. หนูต้องช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งกินข้าว ใส่ถุงเท้า ใส่เสื้อ ใส่รองเท้า ใส่กางเกง เข้าห้องน้ำ ฯลฯ เป็นการปลูกฝังพื้นฐานการใช้ชีวิตให้กับลูก ถ้าเข้าโรงเรียนแล้วเขายังทำเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ อาจจะทำให้ลูกเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ช้าลง เพราะต้องมาฝึกในเรื่องเหล่านี้ให้ได้ก่อน โดยการ

* ให้ลูกช่วยเหลือตัวเองอย่างจริงจัง เช่น หลังจากลูกตื่นนอนก็บอกให้ลูกรู้ว่าเขาต้องทำอะไร เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน กินข้าว จากนั้นก็ให้ทำสิ่งที่ยากขึ้น เช่น ใส่เสื้อ ใส่กางเกง ครั้งแรกๆ คุณแม่อาจช่วยทำให้ดูก่อน “หนูดูแม่ติดกระดุมนะ เม็ดที่ 1 เม็ดที่ 2 ส่วนเม็ดที่ 3 หนูลองติดเองดูซิ” วันต่อๆ มาค่อยเพิ่มจำนวนจนลูกติดได้เองจนหมด

* ถ้าลูกทำช้า พ่อแม่ต้องไม่เข้าไปช่วย เพราะนั่นคือการปิดโอกาสการเรียนรู้ของลูก ที่สำคัญอย่าบังคับหรือเร่งลูก เพราะจะทำให้ลูกเครียด แต่ควรทำให้เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน เช่น ขณะอาบน้ำก็มีของเล่นให้ ขณะใส่เสื้อก็เล่นติดกระดุมกัน เช่น “หนูดูซิ...กระดุมของหนูสีเขียว ของแม่สีแดง ของพ่อสีขาว” เป็นต้น เพราะการฝึกให้ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้จะทำให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเองตามมาค่ะ

* ที่สำคัญ ถ้าอยากให้ลูกช่วยเหลือตัวเองได้ พ่อแม่ต้องเลิกช่วยลูกค่ะ

4. หนูต้องมั่นใจในตัวเอง เด็กวัยนี้กลัวการพลัดพราก การไปโรงเรียนทำให้เขารู้สึกกังวล เพราะกลัวว่าพ่อแม่จะทิ้งให้อยู่ที่โรงเรียน จะเห็นว่าช่วงอาทิตย์แรกของการเปิดเทอมจะมีเด็กร้องไห้ บางคนก็ร้องเป็นเดือนกว่าจะปรับตัวได้ ซึ่งถ้าพ่อแม่สร้างความมั่นใจให้ลูก ลูกก็จะมีความมั่นใจไปโรงเรียนค่ะ โดยการ

* พ่อแม่จะต้องแสดงให้ลูกเห็นว่า โรงเรียน คือที่ที่พ่อแม่ไว้ใจให้ลูกได้ไปเรียน ความมั่นใจที่พ่อแม่แสดงออก จะช่วยกระตุ้นให้ลูกมั่นใจตามมาค่ะ

* พูดคุยถึงเรื่องราวที่โรงเรียนให้ลูกฟัง หรือพาลูกไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับเพื่อนๆ และคุณครู

* อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าตอนเช้าพ่อแม่มาส่ง พอตอนเย็นก็จะมารับ ไม่ได้ทิ้งไปไหนหรือถ้าลูกติดของเล่นชิ้นโปรดก็ให้ลูกเอามาที่โรงเรียนได้ค่ะ เพราะจะเป็นที่พึ่งทางใจของลูกได้

* ไม่ควรใช้คำพูดที่ทำให้ลูกหวั่นไหว เช่น ถ้าร้องไห้มากๆ หรือดื้อแม่จะส่งให้ไปอยู่กับครูที่โรงเรียน เพราะคำพูดเหล่านี้จะทำให้ลูกยิ่งหวั่นไหวและกลัวว่าจะถูกทิ้งมากยิ่งขึ้นค่ะ

* แสดงให้ลูกเห็นว่าการที่ลูกไปโรงเรียนนั้นเป็นเรื่องที่พ่อแม่ภูมิใจมาก

5. หนูต้องบอกความต้องการได้ การฝึกให้ลูกบอกความต้องการของตัวเอง เมื่อต้องการเข้าห้องน้ำ อึ ฉี่ หรือรู้สึกเจ็บปวด ไม่สบาย โดยเฉพาะบอกกับคุณครูและเพื่อนๆ เช่น กล้าบอกเพื่อนๆ ว่าไม่ให้มาแย่งของเล่น ชอบและไม่ชอบอะไร แม้เป็นเพียงคำสั้นๆ แต่เมื่ออยู่ที่โรงเรียนคุณครูจะช่วยต่อยอดทักษะเหล่านี้ให้ลูกได้ในระดับที่ดีขึ้น โดยการ

* พ่อแม่ควรพูดบอกความต้องการของตัวเองให้ลูกได้ยินบ่อยๆ เช่น “แม่ไปห้องน้ำก่อนนะ หรือลูกช่วยหยิบหนังสือให้แม่หน่อยซิ” เพื่อเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็น

* คอยสังเกตว่าลูกต้องการอะไร อย่ารู้แทนลูกทุกอย่าง ให้ลูกได้พูดออกมา และควรกระตุ้นให้ลูกพูดบ่อยๆ เช่น “ลูกต้องการอะไรจ๊ะ...ต้องการน้ำหรือเปล่า” เพื่อให้เขาพูดคำนั้นออกมาแล้วค่อยหยิบให้ ไม่ใช้แค่ลูกปรายตาปุ๊บ...ก็หยิบให้เลย

* ท่าทีของลูก พ่อแม่สามารถตอบสนองลูกได้ เช่น ลูกยืนเอามือจับก้นแสดงว่า ลูกอาจปวดอึ หรือเอามือจับเป้ากางเกงแสดงว่าปวดฉี่ ถ้าไม่มีอาการใดๆ คุณแม่ต้องดูว่าลูกเข้าห้องน้ำนานหรือยัง ถ้านานแล้วก็ชวนไปเข้าห้องน้ำ เพื่อให้ลูกฉี่

* เจ้าตัวเล็กที่ยังใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปอยู่ คุณแม่ต้องเลิกใส่ให้ลูก แต่เปลี่ยนเป็นใส่กางเกงในแทน ซึ่งช่วงแรกที่ฝึกอาจเลอะเทอะบ้าง ค่อยๆ ฝึก ไม่ใจร้อนค่ะ

5 เรื่องที่ต้องเตรียมตัวลูกให้พร้อมดังกล่าว ถ้าลูกรักทำได้ เขาก็จะไปโรงเรียนอย่างมั่นใจ มีความสุข และสนุกกับการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่จะได้เจอค่ะ

Views: 58

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service