หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ไปเที่ยวเมือง เด็กสอง-สาม ภาษามา

ไปเที่ยวเมืองเด็ก สองสาม ภาษา

เมื่อวันที่ 1-5 ที่ผ่านมามีโอกาสหนีการเลี้ยงลูกชายจอมซนไปเที่ยวสิงคโปร์กับเพื่อนรุ่นพี่โดยความอนุเคราะห์ของสามีและม่าม้าสามีที่ช่วยกันเลี้ยงลูกให้ ก่อนไปก็รู้ดีอยู่แล้วว่าคนที่นี่พูดได้หลายภาษา และคนที่นี่ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ โดยส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษสำเนียงแบบมาเลเซีย ที่คนกรุงเทพอาจจะฟังยากอยู่สักหน่อย แต่เราอยู่ติดชายแดนไทยมาเลเลยค่อนข้างคุ้นหู(แต่แปลไม่ได้ ฮ่าๆๆ)

คงจะเป็นไปตามสัญชาตญานของคนมีลูก ที่อดจะมองเด็กตัวเล็กๆและเหล่าคุณแม่ชาวสิงคโปร์ไม่ได้ เดินไปทางไหนก็พบแต่รถเข็นเด็ก ไม่ว่าจะในห้าง(สิงคโปร์มีแต่ห้าง) ในรถไฟฟ้า MRT หรือตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สังเกตุดูก็จะเห็นลูกๆทั้งหลายพูดกับพ่อและแม่เป็นภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาจีนบ้าง ส่วนวัยรุ่นเห็นพูดกันด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงดีกว่าพนักงานร้าน KFC และพ่อค้าแม่ค้าตามร้านอาหารข้างทาง เป็นไปได้ว่าเด็กรุ่นใหม่ต้องพัฒนาไปไกลกว่าคนรุ่นเก่า(อ้อลืมบอกไปว่า พนักงานในร้านต่างๆ คนเก็บจาน คนทำความสะอาดส่วนใหญ่จะเป็นคนสูงอายุ ขอบอกว่าบางคนสูงอายุจริงๆ สูงขนาดที่ว่าถ้าเป็นบ้านเราก็คงนั่งตบแมลงวันอยู่ที่บ้านนั่นแหละ) และด้วยการอยู่ปนกันระหว่างคนจีน คนอินเดีย คนมาเลก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คนที่นี่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ยิ่งรัฐบาลสิงคโปร์เน้นย้ำเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวการพัฒนาด้านภาษาของคนที่นี่จึงยิ่งก้าวหน้า การบริการและการพัฒนาวัตถุขอบอกว่าหรูเริดอลังการ โดยที่ไม่หลงลืมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างการปลูกและรักษาต้นไม้เอาไว้เต็มเมือง การส่งเสริมอาหารทางใจอย่างงานศิลปะ รวมทั้งความช่วยเหลือและมิตรภาพที่คนสิงคโปร์มีให้นักท่องเที่ยวอย่างเหลือเฟือ

และนั่นคือด้านดี ซึ่งเราทุกคนทราบดีว่าเหรียญมันมีสองด้าน แม้ว่ารัฐบาลสิงคโปร์จะมีความพยายามอนุรักษ์สิ่งต่างๆไว้อย่างเข้มข้น และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศ จนเรียกได้ว่าสิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พัฒนาแล้ว แต่ภาพวัยรุ่นสีกันบนรถไฟฟ้า จูบกันข้างถนน กลับเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ง่ายๆในสิงคโปร์ ขอบอกว่าเห็นครั้งแรกตกใจมาก ก็อาตี๋ อาหมวยกันก็หน้าเหมือนคนบ้างเรานี่หว่า แล้วทำไมมันกล้าผิดกับคนบ้านเราอย่างนี้วะ??? โอ้พระเจ้าจอดมันยอดมาก…… จ่ายสตางค์ขึ้นรถไฟฟ้าแถมหนังสดให้ดูด้วย แรกๆก็คิดว่าหรือคนเหล่านั้นคือนักท่องเที่ยว(แต่ทำไมมันเด็กนักก็ไม่รู้) จนวันหลังๆพบเห็นการสีกันในชุดนักเรียนบ้างชุดสาวออฟฟิสบ้างเลยพออนุมานได้ว่า คนสิงคโปร์กำลังคืนกำไรให้นักท่องเที่ยวอย่างเราที่มีเงินติ๊ดเดียวแต่ต้องจ่ายทุกอย่างในราคาแพงมหาโหด……..

เล่ามาทั้งหมดก็แค่อยากจะบอกว่า การพยายามสร้างเด็กสองภาษาเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่งเพราะสิงคโปร์ทำให้เห็นแล้วว่า ประชากรเขามีคุณภาพและมีโอกาสทางการตลาดมากมายจนรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีเกิน 1,000,000 บาท(โค-ตะ-ระ รวย) แต่วัฒนธรรมที่ไหลบ่าเข้ามาพร้อมภาษาอังกฤษที่เข้มแข็งก็น่าหวาดหวั่นใจ ซึ่งเราผู้ที่เห็นบทเรียนเหล่านี้ก็น่าจะเตรียมการป้องกันลูกหลานที่กำลังเติมโตในสังคมไทยที่แสนเปราะบาง ร้าวฉาน และเสื่อมทรามจากคุณธรรมความดี

หวังว่าเราทุกคนจะโชคดีในการเลี้ยงลูก สาธุ…………

:-D , ;-D

Views: 139

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by แม่น้องไอรีน on July 17, 2010 at 4:14am
เห็นด้วยค่ะ หลายสิ่งของเค้าดีเราก็ควรเอาอย่าง เช่น การปลูกต้นไม้ ความสะอาด การพัฒนาคน การวางผังเมือง การจัดการระบขนส่ง ฯลฯ ก็ต้องยกให้ แต่อย่างไรก็ตาม เมืองไทยก็มีเสน่ห์นะค่ะ ความอบอุ่น การอยู่กันแบบครอบครัวขยาย อาหารการกิน เมือเทียบกันถูกแสนถูก เราอุดมสมบูรณ์มากๆ มากจนอาจทำให้เราลืมพัฒนาศักยภาพเราเอง เค้าเป็นเกาะไม่มีอะไรเล้ย ต้องพยายามดิ้นรน แต่โค-ตระ-รวย สุดยอด
Comment by แม่แอม on July 12, 2010 at 9:17pm
แม่แอมไปฮันนีมูนที่สิงค์โปรเมี่อ 7 ปีที่แล้วไม่มีขนาดนี้คะแสดงว่าเปลี่ยนไปเยอะฟังดูแย้จัง
Comment by gitanjali saengsang on July 10, 2010 at 9:44pm
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ขอบคุณข้อมูลของคุณเนตรนภา ที่ทำให้เข้าใจได้และเห็นภาพวิถีชีวิตของคนบ้านใกล้เรียนเคียงได้ชัดเจนขึ้น ไม่น่าเชื่อนะคะจากวัฒนธรรม บ้าบ๋า ย่าหยา(ชาวจีน มาลายู) ของชาวสิงคโปร์มาสู่สิงคโปร์ในทุกวันนี้ เรื่องเพศของเค้าช่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนน่าขนลุก บลืออออ........ หวังว่าเมืองไทยคงจะไม่ก้าวหน้าเรื่องนี้ไปเร็วกว่านี้นะคะ
Comment by MAMA"NANA on July 10, 2010 at 9:37pm
ไปครั้งนี้ไม่เสียเปล่าจริง จริง เขียนได้ดีคะเพราะบางคนมุ่งพัฒนา IQ จนลืมคิดถึงว่าEQ ก็สำคัญด้วย ความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่เป็นเกราะป้องกันสำหรับลูกคะ
Comment by แม่น้องกันต์ on July 10, 2010 at 7:30pm
เขียนได้ดีมากเลย เห็นภาพตามเลยค่ะ ขอรับแต่สิ่งที่ดีของเค้ามาพัฒนากับลูกด้วยค่ะ ส่วนเรื่องอื่น ต้องคอยสอนคอยตักเตือนกันไปค่ะ
Comment by อรดา พงศ์สุธนะ on July 10, 2010 at 3:22pm
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ เขียนได้น่าติดตามมากเลยค่ะ
Comment by Mommy bam bam on July 10, 2010 at 3:19pm
วัฒนธรรมมันต่างกัน มุมมองต่างกัน จุดยืนต่างกัน ที่สิงคโปร์เค้าถือเป็นเรื่องธรรมดาและคนในครอบครัวก็จะสอนลูกหลานเกี่ยวกับการป้องกัน เพราะเราห้ามเค้ายากอยู่แล้ว จึงมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ไม่ประสงค์น้อย เรื่องเพศสัมพันธ์กับคู่รักเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเค้ามีการป้องกันที่ดี ส่วนใหญ่เค้าจะไม่แต่งงานเมื่ออายุยังน้อยเพราะสังคม และผู้ปกครองส่วนใหญ่เข้าใจ ที่พูดมาก็ไม่ได้สนับสนุนว่าเป็นสิ่งที่ดีหรอกนะคะ แต่เท่าที่ได้สัมผัสมา มันเป็นอย่างนี้จริง ๆ เอ้อ ลืมบอกไปว่าครอบครัวของสามีอยู่ที่สิงคโปร์ค่ะ ตอนแรก ๆ ที่ได้รู้ได้เห็น ก็ตกใจอยู่เหมือนกัน พอนาน ๆ ไปเริ่มข้าใจ เพราะ หลานชาย(ของสามี) อายุ 19 พาแฟนไปเที่ยวแล้วก็หายไปเลยทั้งคืน กลับมาอีกทีตอนเช้า ไอ้เราก็งง ก็เลยลองถามเค้าดู เค้าบอกว่า ก็ไปนอนค้างที่โรงแรม พอเช้ามาก็พาไปส่งที่บ้านตามปรกติ ไอ้เราก็ งงๆ เฮ้ย ไปส่งบ้านตามปรกติ (ปรกติได้ไง)ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนไปส่งพ่อ- แม่เค้าก็อยู่บ้าน ทักทายตามปรกติ ถ้าเป็นบ้านเราล่ะก็เรื่องใหญ่แหง ๆ บ้านแตก หรือไม่ก็หัวแตก แอบกระซิบบอกสามีว่าไปแถวบ้านเรา ทำแบบนี้ล่ะก็ ระเบิดลงตั้งแต่ยังไม่พ้นคืนด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่ค้างเลย เล่าสู่กันฟังนะคะ
Comment by nuch on July 9, 2010 at 11:01am
อ่านแล้วรู้สึก "หนาวใจ" ค่ะ ไม่รู้วันข้างหน้าลูกเราโตขึ้นพร้อมกับสิ่งแวดล้อม หรือเทคโนโลยี ที่เป็นไปทางด้านใด บวก หรือลบ แล้วเราจะรับมือ ได้หรือเปล่า ฉะนั้น ตั้งใจแล้วค่ะ ว่า ต้นไม้เล็กๆของเราต้นนี้ รากแก้ว ต้องแข็งแรงที่สุด เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
Comment by Benjamin's Daddy on July 8, 2010 at 7:25pm
อ่านแล้วเข้าใจถึงความรู้สึกต่อการจูบกันในที่สาธารณะ แต่ มองอีกมุมหนึ่งของเด็กไทย ไม่มีการจูบกลางแจ้งให้เห็นและรับรู้ไปเลยของสายตาสาธารณะ แต่แอบไปมีเพศสัมพันธ์กันเลยในหอพักและไม่มีการป้องกัน ผลสุดท้ายอาจตั้งครรภ์ อาจคิดสั้นเอาลูกออก อาจติดโรค ผิดทั้งศิลธรรมและผิดต่อครอบครัวพ่อแม่ ยุ่งเหยิงไปหมด เพราะฉะนั้นการจูบกลางแจ้งดูคร่าวๆแล้วอาจจะดีกว่าการทำอะไรไม่เปิดเผย

และการสอนเพศสัมพันธ์สมัยนี้ต้องสอนแบบประยุกต์นั่นก็คือสอนการป้องกัน การติดเชื้อ และ ตั้งครรภ์ หรือพูดง่ายๆ เราห้ามไม่ได้หรอกเรื่องเพศสัมพันธ์ แต่ที่ห้ามได้คือ ทำอย่างไร เพศสัมพันธ์จะปลอดภัย ในประเทศตะวันตกจะเน้นความปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ ใช้ทั้งสื่อทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ และพ่อแม่ครอบครัว ในประเทศไทยก็เริ่มมีสื่อถูกใช้ เคยเห็นในทีวี แต่สื่อหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ ครอบครัว ควรจะให้ความรู้กับลูกซึ่งอยู่ในวัยที่กำลังสนใจเพศตรงข้าม แต่ในสังคมไทย เรื่องเพศสัมพันธ์ยังอาจจะเป็นอะไรที่ยังไม่ใช่เรื่องที่พ่อแม่หรือลูกจะพูดคุยกันได้ เพราะอะไร.....ถามตัวผมเองด้วย
Comment by แม่อ้อยกะน้องอิ๊บ on July 8, 2010 at 4:38pm
แบบนี้เค้าเรียกว่า ต้องรู้ภาษา และเป็นภาษาใช่มั้ยจ๊ะ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service