หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

แตงโม จะเข้าเรียนอนุบาล1 ห้องเรียน2ภาษา แล้วค่ะ

น้องแตงโม4ขวบ6เดือน ผมจะให้น้องเข้าอนุบาล1 ห้อง2ภาษาครับ แต่ผมยอมรับว่าทั้งกังวล+หนักใจ กลัวว่าพอถึงเวลาที่ได้เรียนจริงๆ กลัวว่าน้องจะไม่สนุกไม่ไหว ผมคิดว่าเด็กที่เรียนหลักสูตรภาษาEng..  ต้องเรียนหนักกว่าหลักสูตรธรรมดาเท่าตัว?ตัวผมกับคุณแม่ก็ไม่ค่อยค่อยเก่งEng พูด-อ่าน ได้บ้างแต่ก็ไม่คล่องคุณแม่ก็ได้นิดหน่อย อย่างนี้ครอบครัวผมต้องปรับเปลี่ยนหรือควรเพิ่มสิ่งไหนดีครับพ่อแม่...ท่านไหนมีวิธีช่วยบอกผมด้วยนะครับ

 

Views: 1224

Comment

You need to be a member of หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ to add comments!

Join หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

Comment by แม่เนเน่&ริว on February 13, 2012 at 3:13pm

พออ่านแล้วก็เหมือนกันเลยคะ ตอนนี้ลูกชายคนเล็กอายุ 3 ขวบ กำลังเข้าอนุบาล 1 สองภาษาคะ แต่ไม่กังวลอะไรนะคะ เพราะลูกคนแรกเรียนแบบนี้ตั้งแต่เล็กเหมือนกันคะ ลูกสนุกกับการเรียนสองภาษามากเลยคะ แล้วก็อยากไปโรงเรียนทุกวันคะ ชอบภาษาอังกฤษด้วยคะ แต่จริงๆ แล้วเรื่องสองภาษาไม่ค่อยกังวลอะไร แต่จะกังวลเรื่องโรงเรียนและนโยบายของโรงเรียนนะคะว่าจะสอนให้ลูกเราสนุกไม๊คะ มีความสุขกับการไปโรงเรียนหรือเปล่ามากกว่าคะ  แล้วเราจะต้องเรียนด้วยกันกับลูกไปพร้อมๆ กันเลยคะทำไปด้วยความสนุกสนานคะ เราก็จะได้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมไปด้วยคะ เริ่มตั้งแต่เด็กปลูกฝังให้เค้าไม่กลัวและย้อท้อต่อความลำบากคะ รับรองว่าน้องเรียนได้แน่นอนคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ไม่ต้องกังวลนะคะ เด็กๆ เรียนรู้อะไรได้ง่ายอยู่แล้วคะ 

Comment by Ju (Jui Jui's mommy) on January 28, 2012 at 10:49am
มาส่งกำลังใจค่ะ เด็กเล็กเรียนไม่หนักหรอกค่ะ แต่อย่างที่คุณกาหนาฉ่ายบอกเลยพอเริ่มประถมจะเริ่มยากค่ะ ดูจากหลานชายเรียน ep แต่เรื่องภาษาอังกฤษมุมมองส่วนตัวคิดว่ายังไม่สมบูรณ์นะคะ ตรงนี้แลวแต่เด็กแต่ละคน ที่บ้านส่งเสริมมากน้อยแค่ไหน เด็กมีความไฝ่รู้แค่ไหน เพราะส่วนใหญ่ในห้องเป็นเด็กไทยก็ใช้ภาษาไทยสื่อสารกัน จะมีบางโรงเรียนที่ส่งเสริมให้เด็กใช้ภาษาอังกฤษในโรงเรียนด้วยก็จะช่วยได้มากค่ะ (แนวบังคับนิดหน่อย กฏกติกาห้ามพูดไทย ยกเว้นวิชาภาษาไทย)

คุณพ่อยังไม่ต้องกังวลนะคะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปค่ะ แต่ต้องเริ่มหยิบหนังสือเรียนลูกมาเปิดอ่านก่อนลูกเรียนเพื่อให้ช่วยส่งเสริมลูกที่บ้านได้ด้วยค่ะ
Comment by กาหนาฉ่าย on January 27, 2012 at 4:43am

กลัวว่าพอถึงเวลาที่ได้เรียนจริงๆ กลัวว่าน้องจะไม่สนุกไม่ไหว


เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับศักยภาพในการเรียนรู้ แต่วิธีการสอนเด็กควรหลากหลาย สนุกและน่าสนใจ  ถ้าเด็กได้อยู่ในสภาพการเรียนรู้แบบนี้ รับรองว่าเรียนไม่เลิกค่ะ


ถ้าลองมองย้อนที่ตัวเอง  เราเอง ถ้าได้เรียนกับครูที่สอนสนุก มีเพลง มีเกมส์ ที่เทคนิคที่แพรวพราว เราเองก็สนุกและจดจำทั้งครูและบทเรียนไปตลอดชีวิตเลยใช่ไหมค่ะ  เด็กๆ ก็เหมือนกันค่ะ


จงเชื่อมั่นในศักยภาพการเรียนรู้ของมนุษย์นะคะ  มิเช่นนั้น มนุษย์เผ่าพันธุ์เราสูญพันธุ์ไปนานแล้วค่ะ 


ชีวิตวัยเด็ก ผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ไปแล้ว ไปเลย  เพราะฉะนั้น จงให้ความสำคัญและถนอมเวลาอันล้ำค่านี้ ของลูกให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำที่ดี และมีความสุขนะค่ะ


เรื่องการหาความรู้ในโลกปัจจุบันมีวิธีการหลากหลายและมากมาย  แต่การที่จะบ่มเพาะให้ลูกมีจิตใจใฝ่รู้ ด้วยตนเองนั้น สำคัญที่สุด  เพราะถ้าเค้ามีสิ่งนี้แล้ว  ไม่ว่าจะเรียนวิชาอะไร หรืออยากรู้อะไร  เค้าจะสามารถช่วยตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกั และไม่เป็นภาระกับพ่อแม่ในภายหลังค่ะ

Comment by กาหนาฉ่าย on January 27, 2012 at 4:36am

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
   

Comment by กาหนาฉ่าย on January 27, 2012 at 4:30am

เรื่องเรียนหนักในระดับอนุบาลอาจจะยังไม่เท่าไรนะค่ะ

แต่พอขึ้นระดับประถมอาจจะเรียนหนักขึ้น  พอดีมีลุกเพื่อนเรียนเรียนโปรแกรม 2 ภาษาเหมือนกัน (ที่กรุงเทพ)  กลับจากบ้าน ยังต้องจ้างครูพิเศษมาสอนการบ้านลูกอีกที เพราะพ่อแม่ทำงานทั้งคู่ อากง อาหม้า ก็ไม่รู้ภาษาอังกฤษ

เคยเห็นการบ้านของเด็ก ยังรู้สึกว่า แค่ประถม 1 ทำไมอยากจัง  !!!

ก็เลยสงสัยว่า ถ้าเรียนโปรแกรมแบบนี้ แล้วยังต้องมาเรียนพิเศษ สอนทำการบ้านที่บ้านอีก  เด็กๆ จะได้ประโยชน์จริงๆ หรือไม่   เห็นลูกเพื่อนแล้วเหนื่อยแทนค่ะ  และอีกอย่างชีวิตในกรุงเทพ อาจจะมีการแข่งขันสูง แถมเรื่องการเดินทางอีก  เด็กต้องออกจากบ้านก่อน 7 โมง กลับบ้านเกือบ 6 โมง  และต้องเรียนพิเศษ และนอนภายใน 2 ทุ่มครึ่ง

ชีวิตที่ต่างจังหวัดอาจจะไม่เหนื่อยเท่านี้นะคะ 

ความเห็นส่วนตัว คิดว่า พ่อแม่ต้องคิดให้รอบคอบว่า จุดหมายปลายทางเรื่องการศึกษาของลูกคืออะไร และต้องการชีวิตแบบไหนให้ลูก     ถ้าต้องการให้ลุกได้ภาษาอังกฤษ   คิดว่า การค่อยๆ สอน  วันละนิด วันละหน่อย แต่สม่ำเสมอ  ก็ได้ผล  อาจจะไม่ได้ผลที่เห็นทันทีทันใด  แต่ก็ได้ และเด็กน่าจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตวัยเด็กที่สนุก และมีความทรงจำที่ดีๆๆๆ จากการได้มีเวลาเล่นกับเพื่อนๆ  ได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพ่อแม่ ญาติพี่น้อง

วิธีการเรียนรู้ของเด็กมีวิธีการหลายอย่าง  แต่เชื่อว่าที่ได้ผล และจดจำไปอีกนาน คือ การเรียนแบบไม่เรียน  การเรียนที่ผ่านการเล่น การทำกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ และสนุกสนาน   ดูผิวเผินว่า ไม่ได้เรียน แต่จริงเค้าซึบซับทุกอย่างไปโดยธรรมชาติ 

เด็กควรได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ไม่ใช่การท่องจำเพื่อไปสอบ  เพราะพอสอบเสร็จก็ลืมหมด  และเชื่อว่า  ต่อให้เรียนโรงเรียนที่มีจำนวนเด็กต่อห้องน้อย  ก็ยังไม่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำทุกวิชา   

 

การที่ส่งเข้าโรงเรียน 2 ภาษา พ่อแม่เองก็ต้องเตรียมตัวเยอะ เพราะจะได้ช่วยเตรียมตัว ช่วยแนะนำ เรื่องบทเรียนและการบ้านเหมือนกัน  

และเชื่อว่า  ยังงัยซะ  เรื่องการเลี้ยงดูและให้การศึกษาลูก  พ่อแม่ไม่ควรผลักภาระทั้งหมดให้โรงเรียนนะค่ะ  ถึงแม้จะถือว่า เราจ่ายเงินค่าเทอมให้โรงเรียนแพงกว่าโรงเรียนทั่วไป    พี่เชือว่า  คนที่จะเข้าใจ ให้คำแนะนำ และสอนลูกได้ดีไม่แพ้โรงเรียน คือ พ่อและแม่ค่ะ

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service