หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

หัวใจสำคัญของการเรียนอ่านภาษาอังกฤษแบบสะกดคำ - ต้องจำเสียงโฟนิคส์ให้ได้ทุกตัว

สวัสดีค่ะทุกคน

 

บทความฉบับนี้เป็นบทความเกี่ยวกับการสอนลูกอ่านหนังสือด้วยวิธีโฟนิคส์หรือการผสมเสียงเพื่อสะกดคำที่เขียนไว้ที่ชมรมครูพ่อแม่ แต่นำมาลงที่นี่ด้วยเพราะคิดว่าคงพอจะมีประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกในบ้านหลังนี้ค่ะ 

เพื่อนสมาชิกหลายๆคนที่ได้ช่วยสอนให้ลูกเล็กๆจำเสียงโฟนิคส์นั้นมักมีคำถามว่าจะเริ่มต้นสอนลูกผสมคำได้หรือยัง และจะเริ่มสอนได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ส่วนบางคนก็ยังเริ่มต้นไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะสอนโฟนิคส์ให้ลูกได้อย่างไรบ้าง ก่อนอื่นแม่แอ๋วอยากจะบอกว่า การสอนเสียงโฟนิคส์ให้ลูกนั้น สอนได้ง่ายดายมาก ยืนยันว่าทำได้ง่ายๆด้วยตนเอง ที่กล้ายืนยันเพราะมีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน และคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆที่แม่แอ๋วได้คุยด้วย และได้ทดลองสอนโฟนิคส์ให้ลูก และได้ส่งอีเมลหรือข้อความมาบอกแม่แอ๋วว่าเด็กๆจำเสียงโฟนิคส์ได้เเล้วจริงๆ

 

โฟนิคส์นั้น สำคัญมาก นอกจากจะเป็นหัวใจสำคัญของการสะกดคำและการหัดอ่านหนังสือ ช่วยเรื่องการออกเสียงภาษาอังกฤษอีกด้วย คนที่ออกเสียงโฟนิคส์ได้ครบทุกเสียง จะพูดภาษาอังกฤษได้ชัดเจนค่ะ

เสียงของตัวอักษรแต่ละตัวจำเป็นต่อการสอนสะกดคำมาก จำเป็นมากที่ลูกต้องแม่นเสียงตัวอักษรก่อนที่เราจะเริ่มสอนสะกดคำ หากลูกยังจำได้ไม่ครบ ก็ไม่ต้องไปเร่งเขา ไม่ต้องรีบสอน ให้รอให้พื้นฐานลูกแน่น จำเสียงได้แม่นก่อนค่อยสอนสะกดคำ อาจจะใช้เวลาหน่อย แต่พอลูกจำได้แล้ว ต่อไปก็จะสบายทั้งคนเรียนและคนสอนแล้วค่ะ

เด็กบางคนก็อาจจะมีลืมบ้าง พ่อแม่ก็ไม่ต้องกังวล ถ้ามีคำไหนลืมบ้างก็ทบทวนใหม่ เด็กมีพื้นฐานอยู่แล้ว พอได้รับการทบทวนก็จะจำเสียงตัวอักษรได้แบบสบายๆค่ะ

สื่อที่แนะนำมาแล้วหลายครั้งในการสอนเสียงโฟนิคส์คือดีวีดี LeapFrog The Letter Factory แต่ยังมีสื่ออีกหลายๆอย่าง และวิธีการสอนอีกหลายๆวิธีที่เราสามารถนำมาปรับสอนลูกเราได้ สร้างบรรยากาศการเรียนการสอนให้หลากหลายแบบเข้าไว้ ลูกเราจะได้ไม่เบือ

ขั้นตอนการสอนโฟนิคส์นี้ แม่แอ๋วเรียบเรียงมาจากเว็บ Reading Bear อีกทีนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกค่ะ

ขั้นตอนที่ 1 ฟังเพลงเกี่ยวกับตัวอักษร ABCs

หากลูกของคุณร้องเพลง ABCs ได้จนจบแล้ว ให้ข้ามไปขั้นตอนที่ 5 ได้เลยค่ะ ลองให้ลูกดูวิดีโอเพลง ABCs จากยูทูป ไม่จำเป็นต้องบอกให้ลูกร้องตาม แต่ถ้าลูกอยากร้องก็ตามใจเขาค่ะ

และเมื่อลูกพร้อมที่จะเรียนร้องเพลง ABCs แล้วก็ไปดูขั้นตอนที่สองกันค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 2 หัดร้องเพลง ABCs

นี่คือตัวอย่างเพลง ABCs ที่ร้องช้าๆและชัดเจน ลองให้ลูกดูและฟังซ้ำดูนะคะ ให้ฟังซ้ำๆจนกว่าลูกจะร้องได้

วิดีโอต่อมาเป็นตัวอย่างวิดีโอที่แสดงทั้งตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก เวลาที่ลูกดูวิดีโอ เราก็ควรจะอธิบายความแตกต่างของตัวอักษรให้ลูกฟังด้วย (ประสบการณ์ส่วนตัว ไม่เคยอธิบายให้เจคอบฟังเรื่องความแตกต่างเลยค่ะ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะสอนค่ะ)

 

วิดีโอนี้ร้องเร็วขึ้นเด็กจะร้องตามได้ก็ต้องจำลำดับตัวอักษรได้ดีพอสมควรแล้ว ถ้าเด็กร้องตามได้แล้วก็เริ่มขั้นตอนที่สามได้เลยค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 3 ร้องเพลง ABCs

ให้ลูกร้องเพลง ABCs ให้ฟัง ถ้าร้องผิดก็ช่วยแก้ให้ จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อว่ากล่าวตักเตือนหรือทดสอบ แต่เพื่อให้ร้องได้ถูกต้องชัดเจน

ขั้นตอนที่ 4 หัดจำตัวอักษร

ให้ลูกบอกชื่อตัวอักษรแต่ละตัว ถ้าลูกร้องพลงได้ ก็คงจะเริ่มบอกชื่อและจำชื่อของตัวอักษรแต่ละตัวได้บ้างแล้ว

ขั้นตอนที่ 5 หลังจากลูกจำตัวอักษรได้ครบทุกตัวแล้ว ก็เริ่มสอนเสียงตัวอักษรกันค่ะ หัวใจสำคัญที่คุณควรช่วยให้ลูกเข้าใจคือ เวลาเราอ่านหนังสือ ตัวอักษรแต่ละตัวก็ทีเสียงแตกต่างกันออกไป

วิดีโอข้างล่างนี้ช่วยได้เยอะเลยค่ะ ลองให้ลูกดูและลองพาลูกออกเสียงตามดูนะคะ วิดีโอนี้ยาวประมาณ 9 นาทีได้ หากลูกดูได้จบก็ให้ดูจนจบได้เลย หรือจะเเบ่งครึ่งก็ได้ รอบแรกดูครึ่งแรกและรอบต่อมาดูต่อให้จบ

หลังจากดูวิดีโอนี้ได้สองสามรอบ คุณก็พร้อมที่จะเริ่มขั้นตอนที่หก เวลาดูวิดีโอนี้ ยังไม่จำเป็นว่าลูกต้องจำเสียงได้หมด เพียงแต่จะช่วยให้ลูกได้ทำความคุ้นเคยและเข้าใจว่าตัวอักษรแต่ละตัวมีเสียงแตกต่างกันออกไป

ขั้นตอนที่ 6 ฝึกออกเสียงโฟนิคส์

จากขั้นตอนที่ 5 เราได้สอนให้ลูกได้เข้าใจว่า ตัวอักษรแต่ละตัวออกเสียงต่างกันออกไป และถ้าเด็กได้ดูวิดีโอเพลง Phonics Song 2 เด็กจะได้เรียนรู้เสียงโฟนิคส์ของตัวอักษรทุกตัวในเวลาเดียวกัน วิธีการก็เหมือนกับการให้ดูวิดีโอ ABCs แบบทั่วไป วิธีการที่ดีที่สุดคือให้ลูกดูวิดีโอนี้บ่อยๆเพื่อที่ลูกจะได้คุ้นเคยและจำเสียงตัวอักษรได้

เวลาที่ลูกดูวิดีโอนี้ จำเป็นต้องดูจริงๆนะคะไม่ใช่ให้ฟังเฉยๆ เพราะเด็กต้องเชื่อมโยงเสียงกับตัวหนังสือค่ะ หลังจากที่ลูกได้ดูวิดีโอไปสองสามรอบแล้ว ลองชวนลูกร้องตามจนลูกสามารถร้องตามได้คล่อง

จำเป็นมากๆที่คุณต้องค่อยเป็นค่อยไปเวลาสอน ให้ลูกได้ดู ได้ฝึก และใช้เวลาอย่างเต็มที อย่าเร่งรัด และเด็กแต่ละคนก็ใช้เวลาในการเรียนช้าเร็วต่างกันออกไป เมื่อลูกร้องเพลงได้เเล้ว ลูกก็พร้อมที่จะเริ่มขั้นตอนที่ 7

ขั้นตอนที่ 7 ร้องพลงโฟนิคส์

ให้ลูกร้องเพลง Phonics Song 2 ให้ฟัง ถ้ามีร้องผิดบ้าง ก็ช่วยแก้ไขให้ตรงจุด หัวใจสำคัญของขั้นตอนนี้คือ ลูกต้องแยกเสียงและจำเสียงตัวอักษรได้ คือจำเสียง ไม่ใช่จำชื่อตัวอักษร เช่น ff,ff fish, และ mm, mm monkey เป็นต้น หลังจากนั้นก็เริ่มขั้นตอนที่ 8 โดยทันที

ขั้นตอนที่ 8 ออกเสียงตัวอักษร

หลังจากที่เด็กร้องเพลง Phonics Song 2 ได้แล้ว เด็กก็พร้อมที่จะออกเสียงโฟนิคส์ โดยให้ออกเสียงโฟนิคส์ตามเนื้อเพลงที่ได้ฝึกร้องมาแล้วเช่น

a, a, apple (แอะ แอะ เเอ๊ปเปิ้ล)

b, b, ball (เบะ เบะ บอล)

c, c, cat ( คึ คึ เเคท)

d, d, dog (ดึ ดึ ด๊อก)

และลองให้ท่องไปเรื่อยๆจนถึงตัว Z ถ้ามีผิดพลาดบ้าง ก็ช่วยแก้ไขให้ หรือถ้าลูกจำไม่ได้จริงๆก็ช่วยใบ้ให้ได้ เช่นใบ้ตัวอักษร หรือใบ้คำศัพท์

หากลูกจำเสียงตัวอักษรได้หมด ลูกก็พร้อมสำหรับขั้นตอนที่ 9 ค่ะ

ขั้นตอนที่ 9 ใกล้สำเสร็จแล้วค่ะ สิ่งที่ลูกต้องทำต่อไปคือ ออกเสียงตัวอักษรได้ทันทีที่เห็นตัวหนังสือ โดยฝึกผ่านการเล่นเกมตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ทำบัตรคำตัวอักษรทั้ง 26 ตัว หรือจะใช้บล็อกไม้ ABCs ตัวอักษรแม่เหล็กที่เป็นตัวหนังสือก็ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามมีรูปเป็นอันขาด ต้องแสดงแค่ตัวอักษรเท่านั้น
  2. คละอุปกรณ์หรือบัตรคำ เลือกตัวอักษร เช่นตัว M ให้ลูกออกเสียงตัวเอ็ม เช่น mmm หลังจากนั้นตามด้วยคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียง mmm เช่น "m, m, monkey."
  3. ทำซ้ำกับตัวอักษรอื่นจนครบทุกตัว
  4. ให้นำตัวอักษรที่จำเสียงยังไม่ได้มากองรวมกันไว้ และเริ่มดูวิดีโอจากขั้นตอนที่ 5 อีกครั้ง
  5. ลองเล่นเกมจับตัวอักษรและออกเสียงจนจำเสียงได้ครบทุกตัว

นี่เป็นวิดีโอตัวอย่าง ที่ลองใช้บัตรคำในการเล่นเกมกับลูกนะคะ บัตรคำแสดงรูปตัวอักษรหน้าตาเหมือนกับตัวละครในการ์ตูน LeapFrog คิดว่าช่วยให้เจ้าเจคอบจำเสียงตัวอักษรได้ง่ายขึ้นค่ะ

หลังจากที่ลูกจำเสียงตัวอักษรได้แม่นแล้ว ก็ถึงเวลาของขั้นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ

Step 10: ให้ลูกออกเสียงโฟนิคส์ให้คุณฟัง

ลองให้ลูกออกเสียงโฟนิคส์ให้คุณฟัง ถ้าลูกออกเสียงได้หมดทุกตัวแล้วก็แสดงว่าลูกพร้อมแล้วที่จะเรียนสะกดคำ บทเรียนแรกของการสดกดคำคือ “short a” คุณสามารถให้ลูกดูบทเรียนผ่านเว็บ reading bear ได้เลย หรือหากลูกชอบแบบบัตรคำมากกว่า คุณก็สามารถทำบัตรคำและปริ๊นต์ออกมาสอนลูกได้ค่ะ คุณสามารถดาวน์โหลดบัตรคำได้จากบล็อกของผู้สร้าง Reading Bear นะคะ มีบัตรคำให่โหลดฟรีค่ะ (http://blog.larrysanger.org/2010/12/baby-reading/)

ขั้นตอนทั้งหมดที่ได้แนะนำมาเป็นเพียงข้อเสนอแนะเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่กฎเหล็ก กฎหิน กฎตายตัวหรืออะไร ขอให้คุณพิจารณาเลือกวิธีการสอนที่เหมาะสมกับลูกของคุณ อย่าเร่งรัดลูกเป็นอันขาด อย่าเร่งสอนมากจนเกินไป และห้ามข้ามไปผสมคำเลย เพราะหัวใจสำคัญของการสอนอ่านแบบสะกดคำคือเสียงตัวอักษร ใช้เวลาในจุดนี้ให้นานที่ทุดเท่าที่จำเป็นค่ะ ขอเน้นอีกอย่างคือ วิธีการสอนแบบนี้จะเหมาะกับเด็กที่โตแล้ว พูดได้ ออกเสียงได้ วัยอนุบาล หรือประถมต้นนะคะ และเป็นวิธีที่เน้นสมองซีกซ้ายมากๆ

สำหรับเด็กเล็กๆวัยเตาะแตะ จริงแล้วก็ลองสอนได้ เพราะหลายๆคนก็สอนกัน แม่แอ๋วก็สอนเจ้าเจคอบมาแล้ว แต่เวลาสอนต้องอาศัยความอ่อนโยนมากๆ และอย่าทำให้เหมือนกับการสอน พยายามทำให้มันเป็นเกมสนุกๆ ลูกจำได้ก็ได้ จำไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เก่งหรือไม่ฉลาด ถ้าเราละความคาดหวังได้ เราก็จะเป็นครูที่ดีขึ้นค่ะ

ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการสอนโฟนิคส์ให้ลูกนะคะ และมาอัพเดทให้ฟังบ้างนะคะว่าได้ผลดีหรือไม่อย่างไร ขอบคุณค่ะ

แม่แอ๋ว

 

เรียบเรียงขั้นตอนการสอนโฟนิคส์จาก :

http://www.readingbear.org/LetterSounds.aspx

 

Tags: ABCs, ภาษาอังกฤษ, สองภาษา, สอน, สอนอ่านภาษาอังกฤษ, สอนอ่านหนังสือ, โฟนิคส์

Views: 2406

Replies to This Discussion

Thank for sharing

Thank you.

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณนะคะ จะลองกลับไปสอนน้องนะคะ

มีประโยชน์สำหรับพ่อแม่สองภาษามากๆ เลยค่ะคุณแอ๋ว ^_^

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ ดิฉันก็กำลังสอนอยู่ค่ะ พอได้คำแนะนำจากคุณแอ๋วยิ่งเข้าใจและรู้วิธีการสอนที่ไม่ยุ่งยากเลย ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณมากเลยค่ะ

ยินดีค่ะ แะละดีใจที่บทความมีประโยชน์ค่ะ

ขอบคุณค่ะ มีระบบดีมากค่ะ  จะนำไปใช้เป็นแนวทางนะคะ พยายามมาเกือบ 3 ปีแล้วค่ะ 


ขอบคุณที่แชร์ค่ะ คุณแอ๋ว

ได้ข้อมูลดีๆ จากเวป Reading Bear เพียบเลยค่ะ


ขอบคุณคุณแอ๋ว ค่ะ ที่แนะนำมีประโยชน์มาก ๆ

RSS

© 2014   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service