หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

สวัสดีค่ะ
ขอรบกวนขอความเห็นและประสบการณ์นะคะ

อันนาอายุ 2.4 ปี ที่บ้านเคยตกลงกันว่าแม่พูดอังกฤษ พ่อพูดไทย แต่ในทางปฏิบัติ พ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน แล้วก็ชอบพูดอังกฤษกับลูก บอกว่าสนุกดี อันนาจึงแทบไม่มีโอกาสใช้ภาษาไทยเลยค่ะ อ๋อพยายามอธิบายหลายครั้งว่าต้องพูดไทย ก็ไม่เป็นผลค่ะ สุดท้ายเลยทำใจ หวังพึ่ง รร. ให้ช่วยสอนภาษาไทย

เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา อ๋อพาอันนาไปเข้า รร. สมมติชื่อ รร.เอ นะคะ วันแรกเด็กร้องกันหลายคน ครูดูไม่ไหว
ตอนไปรับเห็นอันนาร้องอยู่ ครูดูไม่ทันหรือยังไงไม่ทราบ ก็เลยว่าจะให้หยุดก่อน ค่อยไปสัปดาห์ต่อไปซึงหวังว่าเด็กคนอื่นจะเลิกร้องกันบ้างแล้ว ให้อันนาตามไปร้องทีหลัง

สัปดาห์ถัดมา อันนาก็ได้ตามเพื่อนๆ ไปร้องที่ รร. เอ ค่ะ ครูบอกร้องเป็นพักๆ พออ๋อไปรับ เห็นแม่ก็ร้อง เข้ามาในรถก็ร่าเริงดี แต่ตาบวมๆ ดังในคลิป (ปากแข็งว่าไม่ได้ร้อง แต่วันถัดมาก็ยอมรับค่ะว่าร้อง)

พอวันที่สองของสัปดาห์เดียวกัน ก็พาอันนาไปอีก ก็ยังร้อง ตอนอ๋อไปแอบดู มี ผปค.ท่านอื่นเข้าไปเชียร์ลูกหลานถึงในห้อง อันนาเห็นเข้าก็ร้องวิ่งเข้าใส่ ผปค กลุ่มนั้น ผปค บางคนขยับตัวหนี อ๋อก็เลยต้องปรากฏตัวให้ลูกเห็น แล้วครูก็มาจับแยกไป

ตอนไปรับ ครูมาคุยด้วยบอกว่า คุณแม่น่าจะลองพาไปหาหมอ เรื่องสมาธิ เหมือนน้องเค้าไม่ค่อยนิ่ง
แล้วก็พูดแต่ภาษาอังกฤษด้วย คุณแม่ต้องพูดไทยกับน้องนะคะ

พอเล่าให้พ่ออันนาฟัง พ่ออันนาไม่พอใจอย่างมาก บอกว่างั้นก็เข้า Inter ไปสิ ส่วนอ๋อก็ไม่ไ้ด้เคืองอะไรคุณครูนะคะ ถ้าครูไม่บอกแล้วใครจะบอกล่ะ อ๋อเครียดมากกว่าว่าจะสอนไทยยังไง ตอนไหนดี อย่างไรก็ตาม เราสรุปว่าจะย้าย รร.

ความจริงเรื่องสมาธิอันนานั้น จัดว่าดี แต่เขาฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องต่างหาก  ครูชาวอังกฤษที่เนอรสอันนาก็ยืนยันค่ะว่าสมาธิอันนาดี แต่คนที่จะอยู่กับอันนาได้ต้องฟังเค้ารู้เรื่อง และต้องใจเย็นด้วย 
 
พ่ออันนาเสนอให้หา รร. ที่มีครูที่ฟังภาษาอังกฤษออกอยู่ด้วย เพื่อให้อันนาปรับตัวไปก่อนสักปี ซึ่งก็คือ รร. บี (นามสมมุติ อิอิ)

แต่อ๋อชอบ รร. ไทยอีกแห่งมากกว่า ชื่อ รร. ซี นะคะ รร. นี้จะเปิดวันที่  15 พค.  ซึ่งถ้าจะทำให้พ่ออันนายอมให้อันนาเข้า รร. ซี ได้ เราจะต้องทำให้ภาษาไทยอันนาจะต้องดีขึ้นอย่างมาก อย่างน้อยก็ก่อนสิ้นเดือน พค.  (เดือน พค. ทั้งเดือนนี้ตั้งใจจะไปอยู่ออสเตรียกันค่ะ)

ที่จริงก็หัวเสียอยู่เหมือนกัน แทนที่จะได้ลุยภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ซึ่งกำลังไปได้ด้วยดี กลับต้องมาสอนภาษาไทย ซึ่งควรจะพูดได้ก่อนภาษาอื่นด้วยซ้ำ แต่ก็พยายามตัดใจค่ะ ทำใจๆๆๆๆ เสียเวลาคิดเปล่า เราย้อนเวลากลับไม่ได้นี่เนอะ
 
อันนาฟังภาษาไทยรู้เรื่องระดับหนึ่ง ถ้าถามด้วยภาษาไทย ถ้าเขารู้ เขาก็ตอบเป็นภาษาไทย สั้นๆ แต่ถ้าไม่ีรู้ บางทีก็ตอบเป็นภาษาอังกฤษ บางทีก็ทำเป็นไม่ได้ยินไปเลย วันก่อนอ๋อลองคุยกับเขา อันนาพูดว่า สีม่วงได้ อ๋อดีใจแทบแย่ เพราะคำนี้เราไม่เคยสอน แต่เขาคงเคยได้ยินแล้วก็เอามาพูดได้ (อยู่เนอรสครูบอกติดแจกับครูชาวอังกฤษคนเดียว ไม่คุยกับใครค่ะ)

จากที่เล่ามาทั้งหมด (จริงๆ ไม่ค่อยจำเป็นต้องอ่านสักเท่าไหร่ อิอิ) สรุปว่า อ๋อควรจะสอนภาษาไทยอันนาเอง พึ่งพาใครไม่ได้แล้ว พ่ออันนาก็จะต้องไป ตปท อีกเร็วๆ นี้ เรามีเวลาในการทำให้ภาษาไทยอันนาแข็งแรงเท่าเด็กทั่วๆ ไป  สองเดือน

คำถามคือ จะใช้วิธีไหนดีคะ

๑. แม่พูดไทยไปเลย ให้พ่อเค้าใช้ภาษาอังกฤษไป พออันนาเข้า รร. สักพัก แม่ก็กลับมาพูดอังกฤษ พ่อพูดไทย ตอนกลับมาพูดใหม่นี่จะเป็นปัญหาอะไรมั้ยคะ ใครมีประสบการณ์บ้างช่วยทีนะคะ

๒. แม่ทำ OTOL ทุกวัน ถ้าอยู่กับลูกทั้งวัน ควรทำกี่ชั่วโมง และตอนไหนจึงจะได้ผลที่สุดค่ะ คิดว่าคงลางานสักพัก เพื่ออยู่กับลูก (ไม่มี รร. จะไป เนอรสเก่าจะปิดกิจการค่ะ)

๓. แม่ทำ OTOLแบบวันเว้นวัน ไม่ทราบว่าจะดีหรือไม่ดี
 
ถ้าต้องการให้อันนาพูดไทย แต่ทำ OTOL แล้วแกล้งไม่เข้าใจภาษาอื่นนี่ ลูกต้องงงแน่ๆ เลยใช่มั้ยคะ เพราะมันไม่เหมือน OPOL ที่เราจะแกล้งไม่เข้าใจภาษาอื่นได้ตลอดไปเลย
 
ขอความเห็นหน่อยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ
 
ที่เล่าละเอียดเพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์กับคนที่อยู่้ในสภาวะคล้ายกัน พูดแต่อังกฤษ แล้วหวังพึ่ง รร. ไทย แต่ต้องดูด้วยว่าเขารับได้มั้ย รร. เอ เป็น รร. รัฐค่ะ เด็กก็เ้ยอะ ครูเอาใจเราไม่ได้เต็มที่ ตรงนั้นก็ไม่ใช่ความผิด รร. อ๋อเลือกผิดเองค่ะ

Views: 259

Replies to This Discussion

อ่านแล้วโกรธครูร.ร. A มาก
ขอไปป้อนข้าวลูกก่อนเดี๋ยวมาต่อ
แอบโกรธด้วย ตุ๊กออกแนวกริ้ววววง่ะ
โห อันนา เข้มแข็งมากเลยอ่ะ ตอบ no ชัดเจน it's ok ซะด้วย

เหมือนอันนาจะพยายามไม่พูดถึงที่โรงเรียนเนอะ

แอบโกรธโรงเรียน A เหมือนกัน
อันนา น่ารักพูดเก่งจัง พี่อ๋อ
ผมว่าอยู่โรงเรียน A ซักระยะน่าจะปรับตัวได้เองนะครับและจะหัดพูดภาษาไทยได้เร็วขึ้น เพราะจะมีคนสอนเยอะ คือน้องอันนาก็จะได้เรียนรู้จากการสื่อสารกับเพื่อน ๆ ด้วย จากคุณครูด้วย ลองฟังท่านอื่นดูครับ
ขอบคุณมากค่ะ พอดีพ่อเค้าไม่ปลื้ม รร. นี้แล้วน่ะค่ะ พูดยากเนอะ
เดี๋ยววันนี้จะไปคุยกับ รร. ซี ว่าลูกเราเป็นอย่างนี้ เขารับได้หรือเปล่า อย่างน้อยถ้าจำนวนเด็กต่อห้องน้อยกว่า เขาก็น่าจะดูแลได้ แต่ถ้าไม่มีอะไรแตกต่างจาก รร. เอ อาจจะพิจารณากันใหม่อย่างที่คุณพ่อแนะนำค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
บอก ยากจัง ความร้สึก อยากบอกว่า การเลือกโรงเรียนต้องเลือกที่ลูกชอบ ไม่ใช่ที่เราชอบ และรู้สึกดีทั้งสามฝ่าย ทางเรา ทาง ลูก ทางโรงเรียน ไม่เครียดทั้งสามฝ่าย อยากให้อาศัยสัตชาติญาณของลูกมากกว่าที่เราตัดสิน ส่วนการใช้ OTOL ผุ้ใหญ่บิ๊กเคยบอกว่า สามารถลดความตึงมาได้ อยู่ที่เราจะลดปรับตรงไหนให้ลูกเข้าใจภาษา ให้สมดุล ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
ขอพี่ออกความเห็น(ที่น้องอ๋อไม่ได้ถามก่อนนะจ๊ะ) พออ่านจบคำถามที่พี่มีก็คือ ทำไมคุณครูถึงด่วนตัดสินใจว่าลูกเราต้องไปพบแพทย์? เค๊ารู้จักลูกเรากี่วัน ถึงได้ลงความเห็นอย่างนี้ได้ ในความเห็นของพี่ สำหรับ รร. A ถ้าไม่มีคำพูดประโยคนั้นของคุณครู(ให้พาลูกไปพบแพทย์ ในขณะที่เค๊าสัมผัสลูกเราในเวลาสั้นมาก) พี่ก็จะแนะนำว่าให้เวลาลูกเราปรับตัวซักระยะกับที่นี่ แต่เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้และสถานการณ์ในบ้านเรา(คุณสาก็ไม่ปลื้ม+เราเองก็เริ่มไม่ปลื้มด้วยใช่มั๊ยจ๊ะ) จากที่พี่ดูในคลิปนู๋น้อยอันนาไม่เห็นจะสมาธิสั้นตรงไหนเลยค่ะ กลับกันเป็นเด็กที่มีสมาธิอย่างมากต่างหาก ดูซิก็แม่ถามว่าในปากกินอะไรอยู่ มีอะไรในปาก ตอบแล้วแม่ยังฟังไม่รู้เรื่อง หนูอันนาก็ย้ำตอบให้แม่อีก เห็นได้ชัดเลยว่าอันนาโฟกัสอยู่กับคำถามของแม่อ๋ออย่างมาก (แล้วสรุปว่าแม่รู้มั๊ยจ๊ะว่าอะไรอยู่ในปากลูกสาว พี่ขอทายว่าแม่ก็ไม่รู้ชิมิ แต่แกล้งเข้าใจ) เป็นลูกพี่นะพูดสองครั้งแม่ยังไม่รู้เรื่องอีก นู๋ไม่ตอบแล้วน๊า พูดเรื่องอื่นไปเลย หรือไม่ก็หนีไปเลย 555

เรื่อง รร.เป็นพี่ พี่ย้ายค่ะไม่อยู่

ส่วนจะเป็น รร.B หรือ C นั้น พี่แนะนำว่า ตัดสินใจให้แน่นอนภายใต้เหตุผลและข้อมูลที่ครบถ้วน เพื่อที่เราจะได้แก้ปัญหาทางเดียวไม่ต้องมีปัญหาร รร.มาแทรกอีกน่ะค่ะ และต้องบอกถึงข้อจำกัดทางภาษา(ไทย)ของลูกเราให้คุณครูได้เข้าใจด้วยนะคะน้องอ๋อ พี่ก็ยังหวังว่าแม้จะเป็น รร.ไทยสอนหลักสูตรสามัญ ก็จะไม่มีปัญหาถ้าคุณครูเข้าใจลูกเราและรู้ถึงข้อจำกัด แนะนำว่าให้สื่อสารให้เข้าใจตรงกันระหว่างบ้านกับ รร.
มาถึงคำถามที่น้องอ๋อถามไว้ แต่พี่ไม่มี ปสก.นะคะ มาตอบแบบเอาใจน้องอ๋อมาใส่ใจพี่น่ะค่ะ ถ้าเป็นพี่ พี่จะเลือกแบบแรกค่ะ คือช่วงนี้เป็นช่วงเร่งด่วนต้องการให้ลูกได้เข้าใจภาษาไทยมากพอเพื่อที่จะให้ลูกเราสนใจเนื้อหาที่คุณครูสอน เพราะปัญหาปัจจุบันนี้น่ะ เป็นเพราะลูกเราไม่ค่อยเข้าใจภาษาไทยเค๊าเลยไม่สนใจฟังคุณครูพูด ส่วนภาษาอังกฤษก็ให้คุณพ่อเค๊าเมนเทนไป แค่ช่วงสั้น ๆ พี่ว่าโอเคนะ การปรับครั้งนี้เป็นการปรับแค่ชั่วคราวนี่คะน้องอ๋อ พอลูกเข้าที่เข้าทางแล้ว ภาษาไทยก็ไม่ต้องห่วงแล้วอยู่ รร.ได้ใช้เยอะมาก เพราะลูกเราเรียนหลักสูตรสามัญ จากนั้นน้องอ๋อก็กลับมาเข้มข้น(OPOL) กับภาษาอังกฤษเหมือนเดิม

ดูคลิปแล้วอิจฉาเชียวจ๊ะ นู๋น้อยอันนาไม่มีภาษาไทยปนเลย พยายามอธิบายก็ย้ำเป็นภาษาอังกฤษ สุดยอด
ฮ่าฮ่า หัวเราะพี่กฤษก่อนค่ะ รักลูกน่าดูเลย ตามความคิดเห็นของหญิงนะคะ โรงเรียน เอไม่น่าจะเหมาะสมกับอันนา ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะเพราะครูเค้าว่าอันนาสมาธิไม่นิ่ง แต่อันนาไม่เหมาะกับโรงเรียนนี้เพราะว่ามีนักเรียนเยอะเกินไป อันนาอยู่กับแม่ตลอดแล้วก็พูดกันแต่อังกฤษกับจีน การที่ให้ไปอยู่รวมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่พูดภาษาไทยจึงเป็นสิ่งที่เค้าไม่คุ้นเคยอยู่แล้ว ยิ่งมีครูจำนวนน้อยการดูแลย่อมไม่ทั่วถึง และหากคุยกันรู้เรื่องก็คงไม่มีปัญหา มันมีปัญหาตรงที่ว่าอันนาไม่คุ้นภาษาไทย คิดว่าครูก็คงไม่คุ้นที่จะคุยอังกฤษกับอันนา เลยทำความเอาใจใส่ที่มีต่ออันนาน้อยกว่าคนอื่นๆ กลายเป็นว่าอันนาไม่ชอบโรงเรียนค่ะ เพราะว่าเค้าไปแล้วไม่มีความสุข คงรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเค้าและคุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง

เลยขอเสนอให้ไปโรงเรียนที่มีเด็กน้อยหน่อยค่ะ ควาเอาใส่ใจต่ออันนากจะได้มากขึ้น อย่างน้อยๆเค้าก็จะได้มีเวลาฟังอันนาพูดมากขึ้น

ขอเสนอเรื่องสอนภษษไทย ไม่จะเป็นต้องเปลี่ยนมาพูดไทยทั้งวันทั้งคืนหรอกค่ะ เอาเป็นว่าแค่คุยหรือเล่นเป็นภาษาไทยกับอันนาบ้างก็พอ แบบว่าเล่นไปตามอารมณ์ อยาดพูดอะไรก็พูด อาจจะกลับมาใช้ภาษาไทยมากหน่อยค่ะ อาจจะพักจีนไว้ชั่วคราว สำหรับหญิงพี่กฤษกับพี่อ๋อไม่ต้องสลับกันพูดภาษาไทยหรอกค่ะ พี่กฤษพูดอังกฤษไปเลยก็ได้ แต่พี่อ๋อที่อยู่กับอันนามากกว่าน่าจะต้องพูดไทยมากขึ้น พออันนาเริ่มไปโรงเรียนคุยภาษาไทยได้สื่อสารรู้เรื่องแล้ว ตอนนี้นพี่อ๋อก็กลับมาอิงกับจีนโลดค่ะ

ปล,กาตาร์ปรับตัวนานนะคะ ตอนไปเนิร์สเกือบเดือนกลัวจะหยุดร้อง ไม่แปลกหรอกที่อันนาตามบวมเวลาไปรับ เพราะว่ากาตาร์เห็นแม่ทีไรบ่อน้ำตาแตกทุกที (เฉพาะตอนไปรับกลับ) และเห็นด้วยกับพี่ตุ๊กว่าอันนาเก่งมาก มีสมาธิดี
กลับมาหลังจากทำใจได้ ตะกี้พิมพ์ไปตั้งยาวดันจะเปลี่ยนคอม ปิดคอมไปซะเฉยๆเลย...

อ่ะว่ากันใหม่

เอาแบบที่อ๋ออยากได้คำตอบก่อน พี่ว่าอ๋อสอนไทยในบางเรื่องที่เป็นพื้นฐานก่อนเช่น บอกฉี่ บอกอึ ขอน้ำ ขอนม สี รูปทรง ฯลฯ ไอ้แบบที่ต้องใช้สื่อสารกะครูพื้นๆแรกๆ พี่น่ะไม่ค่อยสอนไรแบบมีหลักการคิดว่าเรื่องไหนควรพูดไทยได้บ้างก็พูดไทยด้วย ไม่ได้แบ่งเวลาใดเวลานึงเช่นช่วงเช้า ช่วงบ่ายไรอย่างชัดเจน แต่พี่ว่าอ๋อควรยังสอนภาษาอังกฤษด้วยเพราะอ๋อมีศักภาพมากๆควรถ่ายทอดให้ลูก

เล่าเคสพี่นะ..(อยากอ่านมั้ยเนี่ย กร๊ากกกก)
มีช่วงนึงที่รู้สึกได้ว่าเจเจไม่พูดไทยเลย ใครถามก็ตอบไม่ได้ จนคนอื่นๆเค้าก็ว่ากันว่าเหมือนเจเจไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ เพียงเพราะแค่สื่อสารกับคนเหล่านั้นไม่ได้ พี่เลยสอนเฉพาะคำที่จะต้องเจอคนอื่นถามบ่อยๆ เช่น หนูชื่ออะไรค่ะ(จันทร์เจ้า) พ่อชื่อไรค่ะ(พี่ต่อ) แม่ชื่อไรค่ะ(น้าอ๊อบ) แต่ของพี่อาจจะโชคดีที่พี่กล้าบางครั้งก็พูดไทยกับน้อง น้องเลยเลียนแบบได้ง่าย เดี๋ยวนี้เจเจเลยพูดไทยได้มากนะ แต่ยังมีสลับผิดที่ผิดทางเช่น แม่อย่าถือมือเจ้า (mommy....don't hold my hand) สรุป...พี่สอนแค่สิ่งที่คิดว่าจำเป็นแค่ช่วงก่อนนอน..ที่เหลือพูดภาษาอังกฤษเหมือนเดิม

เล่าเคสเพื่อน...
เพื่อนมีลูกกะชาวอังกฤษ อยู่เมืองไทย เด็กพูดแต่ภาษาอังกฤษที่บ้านจนถึงเวลาเข้าร.ร. แรกๆมีปัญหามาก ไปร.ร.วันแรกๆเด็กสนุกอยากไปร.ร.มาก ไม่เคยร้องไห้ไม่อยากไปร.ร.เลย ไม่กี่วันผ่านไป จากเด็กที่เลิกแพมเพิสแล้วกลับมาฉี่ใส่กางเกง จนครูต้องขอให้เอาแพมเพิสมาร.ร.ด้วย เพื่อนพี่ก็ไม่พอใจว่าทำไมต้องเอาไปในเมื่อลูกเค้าเลิกใส่นานแล้ว จากที่เคยอยากไปร.ร.ก็ไม่อยากไป..เพื่อนเลยถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกเล่าว่าเค้าบอกครูว่าปวดฉี่ ครูก็ไม่พาไปห้องน้ำ เค้าบอกอะไรครูก็ไม่เข้าใจ (เพราะพูดภาษาอังกฤษ) เพื่อนพี่เลยไปรายงานผอ. ผอ.ร.ร.นี้ง้อผู้ปกครองมากเพราะอย่างว่า...แพง....ผอ.เรียกครูมาบอกว่าต้องดูแลเด็กเป็นพิเศษเพราะเด็กพูดภาษาอังกฤษ ผอ.กลับคิดว่านี่คือสิ่งที่ดีถ้าร.ร.ทำให้เด็กพูดไทยได้ เด็กก็เป็นเด็กสองภาษา ร.ร.ดูดี...(อันนี้คำพูดพี่นะ อิอิ)
ขอบคุณพี่อี๊ด พี่อ๊อบ พี่ตุ๊ก และน้องหญิงค่ะ
เมื่อกี้พาอันนาไป รร. ซี ซึ่งเป็น รร. ไทย เอกชน แนวบูรณาการ เป็นรอบที่ห้าแล้วค่ะ วันนี้ก็ประทับใจมากขึ้นไปอืกเืมื่อเห็นการเรียนการสอนจริง (แต่ครูสองห้องที่เห็น ก็ถ่ายทอดไ้ด้ไม่เหมือนกัน ต้องคอยเลือกห้องเอาอีกทีค่ะ)
ลองให้อันนาไปเรียนห้องเตรีียมอนุบาล (แม่อยู่ด้วย) เขาก็ร้องบ้าง ช่วงแรก แต่พอเราเบี่ยงเบนความสนใจ ก็หายร้อง แล้วก็ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ได้ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย ชักจะงงแล้วสิ
มีเด็กมาใหม่นั่งร้องอยู่ ครูก็ไม่ได้ทำอะไรมาก แค่แซวๆ คาดว่าจะร้องอีกสักอาทิตย์ อันนาก็คงจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน อยู่ รร. เอ ต่อก็คงไม่ต่างกันมาเรื่องร้อง แต่มันก็ไม่ปลื้มซะแล้วค่ะ เพิ่งเห็นตารางเรียนของ รร. เอ ดูแล้วน่าเบื่อมากค่ะ เช่น บ่ายวาดรูปทุกวันหนึ่งสัปดาห์ อาทิตย์ถัดไปดนตรีทุกวันอีกหนึ่งสัปดาห์

สำหรับที่ รร. ซี บอกครูไปแล้วว่าอันนาอาจจะช้าหน่อย ถ้าเป็นภาษาไทย ครูก็ไม่ได้ว่าอะไรมาก ยิ้มเป็นหลัก บังเอิญครูใหญ่ไม่อยู่ เดี๋ยวบ่ายค่อยโทรไปคุยกับครูใหญ่อีกทีค่ะ

หลังจากนั้นก็แวะไป รร. บี ซึ่งพ่ออันนาชอบ แต่แม่ไม่ค่อยชอบ อย่างไรก็ตาม วันอังคารหน้าโน้นจะเข้าไปชม รร. อีกทีค่ะ ครูบอกว่าเรื่องภาษาไม่ต้องห่วง เรามีครูฟิลิปปินส์ด้วย แต่อ๋อก็กลัวจะเหมือนกรณีที่เนอรส อันนาได้แต่ภาษาอังกฤษมาค่ะ

พี่อิ๊ดคะ ตอนนี้อันนาชอบที่ที่เราไม่เรียกว่า school น่ะค่ะ เขารู้สึกไม่ดีกับคำนี้ไปซะแล้ว วันนี้เผลอเรียน รร. ซี ว่า school อันนาก็ร้องเลย ไม่ยอมลงรถ ก็เลยสตาร์ทรถใหม่ ขยับจอดใหม่ แล้วบอกไป playground กัน ก็ยิ้มแฉ่ง ส่วน รร. บี บอกว่าไปดูสระว่ายน้ำกัน เฮ้อ เด็กหนอเด็ก
พี่ตุ๊กคะ แม่ก็เริ่มไม่ปลื้มแล้วเหมือนกัน รร. เอ น่ะ
น้องหญิง ขอบคุณมากจ้ะ วันนั้นอันนากลับมาเสียงแหบด้วยล่ะ แม่พี่บอกสมัยพวกเธอน่ะ ชั้นต้องรวบหัวรวมหางส่ง รร. เลยนะ ฮ่ะๆๆ
พี่อ๊อบ มาเร็วๆ ดิ ลืมเค้าไปยังอ่ะตัว

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service