หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

มิ้นเริ่มสอนลูกสองภาษา ตอนอายุ 2 ขวบ เริ่มหลังจากที่ลูกเพิ่งจะพูดภาษาไทยคำแรกได้ 2-3 เดือน ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา การสอนภาษาอังกฤษเป็นไปอย่างสนุกมาก อาจจะเพราะว่า "ด้วยภาษาอังกฤษ" เราแม่ลูกจึงสามารถอ่านหนังสือนิทาน และดูการ์ตูนสนุกๆได้มากมาย กว่าการรู้เพียงภาษาเดียว

 

ลูกชาย เจ้ากะทิ และน้ำว้า เป็นเด็กชอบอ่านหนังสือมาก และตัวเราเองก็ "ช่างเลือก" หนังสือมากๆ

หนังสือ นิทานภาพที่ได้รางวัล ที่เด็กๆเค้านิยม หลายเล่มไม่มีโอกาสแปลเป็นภาษาไทย ด้วยปัจจัยทางธุรกิจของสำนักพิมพ์และร้านหนังสือต่างๆ  หากเราแม่ลูกไม่ได้เริ่มต้นหัดพูดภาษาอังกฤษกันเมื่อสองปีก่อน เราคงไม่ได้อ่านหนังสือสนุกๆกันมากมายขนาดนี้

 

จากการมีโอกาส มองลูกชายตัวเอง เทียบกับเด็กๆ ลูกเพื่อนบ้าง ลูกคนรู้จักบ้าง โดยเราทราบ Background การเลี้ยงดูของแต่ละบ้านนิดหน่อย เท่าที่คุยกะแม่ๆของเด็กมาใน 2 ปีนี้ เรามีความเห็นว่า "หนังสือ" เป็นปัจจัยสำคัญอันนึงเลยต่อการเรียนรู้ในอนาคตของเด็ก ถ้าเราให้ลูกอ่านหนังสือที่เปิดโลกกว้างไกลให้เขา เขาก็พร้อมที่จะเรียนรู้ต่อยอดออกไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเราไม่หมั่นเติมหนังสือใหม่ๆ ให้อ่านวนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ เด็กก็ต่อยอดยาก

 

อย่างเช่น เด็กผู้ชายที่สนใจหุ่นยนต์ รถ ยานอวกาศเหมือนกัน ( คือ มีโอกาสได้คลุกคลีกับลูกเพื่อนที่เป็นลูกครึ่งไทย-เมกัน รู้ backgroundว่า เด็กชอบพวกรถ ยานอวกาศเหมือนๆลูกชาย แต่พ่อแม่ซื้อหนังสือน้อยมาก เห็นอ่านอยู่แค่ 3-4 เล่มเป็นปี พอจากกันไปครึ่งปีแล้วพบกันใหม่เลยได้สังเกต ได้คิด แล้วเอามาเล่าต่อ)

 

....ระหว่าง เด็ก 4 ขวบคนหนึ่งที่ได้อ่านหนังสือหลากหลาย รู้จักว่า spacecraft มีหลายแบบ มีทั้งแบบที่มีคนข้างใน แบบที่เป็นยานสำรวจพื้นผิว (Rover / Lander) รู้จักว่า Comet / Shooting star / meteor / asteroid /planet คืออะไร กับเด็ก 4 ขวบที่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ รู้จักแค่ rocket robot และ spaceship ..... เมื่อเด็กสองคนนี้ได้ยินข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับอากาศ เด็กคนไหนจะจับข้อมูลได้มากกว่ากัน ? แน่นอน ต้องเป็นเด็กที่รู้จักศัพท์ต่างๆ รู้จักชื่อเรียกและภาพของสิ่งต่างๆมากกว่า รู้จักความหมาย-การใช้งาน-รายละเอียดของสิ่งต่างๆมากกว่า .......  หนังสือสำหรับเด็กมันมีความสำคัญมากๆ อยากจะให้ทุกคนมองเห็น "พลัง" ของหนังสือ ว่ามันคือ "อนาคต" ของลูกเรา

 

นอกจากนี้ การอ่านหนังสือ ก็เป็นทางลัดสอนศัพท์ใหม่ๆ และประโยคที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องไปเรียนในห้องเรียนอีกด้วย 

 

สำหรับ เรา การที่ลูกรู้สองภาษา เราไม่ได้ภูมิใจแค่เขาพูดภาษาอังกฤษได้ สำเนียงเหมือน แต่เรารู้สึกขอบคุณเส้นทางนี้ ที่ทำให้ลูกได้มีโอกาสรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากกว่าเด็กที่รู้ภาษาไทยเพียง อย่างเดียว

 

หมายเหตุ : 

เราสอนภาษา อังกฤษเองมา 2 ปี  รร.ลูกจะเป็นโรงเรียนไทย แต่เวลาคนอื่นได้ยินลูกเราพูด มักจะเข้าใจว่าเราให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์เสมอ คนมักถามว่าให้เรียนรร.อะไร ทางเลือกรึเปล่า อินเตอร์รึเปล่า พอตอบชื่อโรงเรียนไป มันก็ไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการรู้จริงๆ ... จริงๆแล้วลูกเราก็พูดสำเนียงเพี้ยนนิดๆ นะ แต่ว่าจะรู้ศัพท์ที่ผู้ใหญ่บางคนไม่รู้เท่านั้นเอง เพราะอ่านหนังสือเยอะนี่แหละค่ะ (คนที่สอนลูกสองภาษาเหมือนกันคงเข้าใจ :-))

Views: 459

Replies to This Discussion

ชอบจังค่ะ เพราะใช้วิธีเดียวกันลงทุนซื้อหนังสือดีๆ อ่านสนุกๆ ไม่ต้องยุ่งยาก เห็นภาพเลยค่ะว่าศัพท์ของน้องต้องเยอะแล้ว เพราะมีปสก.คือเจ้าลูกชายตอนนี้หกขวบกว่าไปเล่นกับเพื่อนลูกครึ่งเหมือนกัน เจ้าลูกชายชี้ให้เพื่อนดูรูป Cobra เพื่อนไม่รู้จัก รู้แต่ snake เจ้าตัวเล็กอายุสี่ขวบบอกว่า ไปดู Python กับ Anaconda กันไม๊ ศัพท์แสงต่างกันลิบระหว่างเด็กที่เล่นแต่ของเล่นกับเด็กที่สนุกกับหนังสือ 

ชื่นชมจังค่ะ อยากให้เรามีวัฒนธรรมการอ่านหนังสือที่บ้าน รับรองครอบครัวอบอุ่นและไม่ต้องเสียเงินไปจ้างครูแพงๆมาสอนอะไรเลย :) ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service