เว็บทั้งหมดจะย้ายไปที่ www.2pasa.com แล้วนะครับ ตามไปที่นั่นได้เลย

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ตอนนี้น้องน้ำขิง อายุ 1 ปี 3 เดือน มีโอกาสดูรายการตาสว่าง พอวันรุ่งขึ้นก็รีบไปซื้อหนังสือมาอ่านเลยค่ะ ตอนนี้ก็เรียนไปพร้อมกับน้อง ตอนนี้น้องพยายามที่จะทำตามคำสั่งที่เราบอกพอเขาทำได้คุณแม่แอบปลื้มอยู่ในใจ อยู่ในช่วงวัยกำลังจดจำ แต่มีปัญหาอยู่ที่คุณพ่อของเค้า เค้าอยากส่งลูกเข้า nursery ตอน 1 ปี 10 เดือน เพราะว่าทางโรงเรียนเขามีการสอนภาษาอังกฤษให้สัปดาห์ละ 4 คาบ แต่ต้องไปอยู่บ้านอาม่าที่กรุงเทพ น้องไม่เคยห่างแม่เลยเพราะเลี้ยงเอง เสาร์-อาทิตย์คงรับกลับมาอยู่บ้าน (นครปฐม) อยากรู้ว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนในการส่งลูกเรียน nursery ค่ะ หรือว่าจะเลี้ยงเองต่อแล้วค่อยเข้าอนุบาล 1 ดีไหมคะ ช่วยแชร์ความคิดกันหน่อยค่ะ

Views: 8641

Reply to This

Replies to This Discussion

ยังเล็กอยู่เลยค่ะ อย่าเพิ่งเอาเข้า nursery เลย สงสารเค้า ลุกเรายังให้เข้าอนุบาล 1 เลย ส่วนถ้าอยากให้ได้ภาษาอังกฤษ ก็ใช้ตามหลักคุณพ่อมือใหม่เลยค่ะ ตอนนี้กำลังพูดกับลูกและฝึกฝนตามหนังสือและเข้าเวบนี้บ่อยๆ เพื่อกระตุ้นตัวเองค่ะ
ส่งเข้าเนอสเซอรี่ตอน 1 ขวบ11 เดือนค่ะ ไม่ทราบว่าพูดหรือยังคะ ถ้ายังไม่ยอมพูดก็ส่งเข้าไปจะดีกว่า เพราะลูกชายก็ไม่พูด พอส่งเข้าไปเนอสเซอรี่ประมาณ 3 เดือนก็พูดเลยค่ะ โอเคนะคะ แต่ต้องเลือกที่ดีๆหน่อยนะคะ เนอสเซอรี่ที่ส่งเข้าไปนี่คุณครูเอาใจใส่เด็กมากกก จนต้องทำหนังสือชมเชยให้ ผอ.เลยค่ะ ประทับใจมาก
ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเพิ่งเลยนะคะ เด็ก ๆ อยู่รวมกันหลาย ๆคน บางทีก็ได้โรคภัยกลับมา แต่ดิฉันมีความจำเป็นเลยต้องเอาลูกเข้า 1ปี 6เดือน ยังพูดไม่เก่งเลย (ไม่มีใครเลี้ยง ยายเข้าโรงพยาบาลส่วนดิฉันทำงานประจำ) ต้องเลือกที่ดีๆ หน่อยนะคะ ถ้าคิดจะเอาเข้า เช่นนักเรียนต้องไม่เยอะเกินไป ครู 1 ต่อนักเรียน 5 กำลังดี เพราะเค้ายังเล็ก ข้อดีก็มีเยอะค่ะ เช่นเด็กรู้จักช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น เช่นใส่เสื้อผ้าเอง บอกฉี่บอกอึ กินข้าวเอง เก็บเสื้อผ้าเอง ที่สำคัญคือเพื่อน ๆ พาพูดเค้าก็พูดได้เร็วขึ้น กินข้าวเยอะขึ้น ได้ใช้พลังมากขึ้น(เล่น) ข้อเสียก็มีบ้าง คือเค้ายังเด็กเกินไป ขนาดเราดูแลตัวต่อตัว บางครั้งยังเผลอให้เขาเจ็บตัวบ้างก็มี นับประสาอะไรครูกับเด็กหลายคน จริง ๆ ถ้ายืดเวลาอยู่กับลูกได้ให้นานที่สุดจะดีกว่าค่ะ สอนเค้าในสิ่งที่เราอยากให้เป็นดีกว่าค่ะ ยิ่งถ้าน้องน้ำขิงต้องห่างพ่อแม่ตอนยังเล็ก ๆ น่าสงสารเด็กค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าคุณครูที่เนอสฯสอนยังงัยเด็กบ้าง ถามดิฉันได้นะคะ แล้วคุณแม่ก็ทำตามแบบเค้า ให้เหมือนเลย ดีด้วย เช่น เค้าจะมีตาราง ให้เด็กทำอะไรบ้าง กินอะไรบ้าง เล่นอะไรบ้าง สอนอะไรบ้าง ฯลฯ ลองทำกับลูก 2 คนดู น่าสนุกจะตายไปค่ะ
รบกวนคะ คือตอนนี้ให้ย่าเค้าเลี้ยวงเค้าก็บ่นว่าลูกซน อยากให้เข้าโรงเรียนเเต่ดิฉันไม่อยากให้น้องมะชิเข้าเพราะ เเค่ 1.4 เองสงสารเค้า อยากจะรบกวนถามคะว่าเนอส เค้าสอนยังไงบ้างคะรบกวนขอข้อมูลหน่อยคะ อยากเอาไปสอนน้อง
ตอบมาที่dore-mon@hotmal.com นะคะ

แม่น้องกุ๊ก ช่วยส่งตัวอย่างตารางให้บ้างได้มั๊ยคะ  น้องเอย อายุ 1.4 ปี แม่+พ่อ ทำงานประจำ น้องอยู่บ้านกับตา+ยาย+ป้า ที่บ้านเป็นร้านขายของชำ ก็วุ่นๆ  ไม่ค่อยมีเรืองสอนน้องหรอก จะเน้นเรื่องให้น้องหยิบนั่นนี่ให้ซะมากกว่า ช่วยส่งให้ด้วยน๊า....moo-ant@hotmail.com    ขอบคุณล่วงหน้าจ้า

พายอยู่เนอสตั้งแต่3เดือนครึ่งด้วยความจำเป็นของพ่อแม่ เนื่องจากเคยจ้างพี่เลี้ยงแล้วปัญหาเยอะมาก อยู่เนอสป่วยบ่อยแต่ได้ทางด้านพัฒนาการดีมาก จะให้ลูกอยู่เนอสก็ต้องเลือกเนอสดีๆนะคะ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีของลูก ตอนนี้3.9ขวบยังต้องฝากเนอสช่วงเลิกเรียนและปิดเทอมค่ะ
ของเราส่งลูกตั้งแต่ อายุ 1 ปี 6 เดือน ขอบอกว่าดีมากค่ะ แต่คงจะเป็นเพราะโรงเรียนดีด้วยค่ะ สอนเด็กทุกอย่างให้ทานข้าวเองต้องนั่งกินให้เรียบร้อย ฝึกขับถ่ายนั่งกระโถน ใส่เสื้อผ้าเอง ฝึกนิสัยทุกอย่างเลย เพราะส่วนตัวไม่ค่อยได้สอนลูกเรื่องนิสัย สอนแต่เรื่องเรียนทำให้คุณครูบอกว่าน้องจำเก่งมาก ยอมรับจริงๆ คุณครูอยากให้เน้น EQ MQ และอื่นๆ รู้สึกว่ามี 6 Q คุณครูเอาใจใส่ดีมาก และจะจำเด็กทุกคนได้หมดว่ามีนิสัยยังงัย ให้เน้นให้ฝึกด้านไหนเพิ่ม เพราะที่นี่ เด็กทุกคนที่ออกไปแล้วจะได้ดีทุกคนเลย เค้าจะพร้อมทุกด้าน บางครั้งเราสอนเองยังไม่ได้มาก เพราะสอนทุกวิชา ไทย อังกฤษ สังคม ดนตรี ศิลปะ กิจกรรมต่าง ๆ เช่นร้อยลูกปัด และอื่นๆ เยอะมากค่ะ ส่วนตัวเราว่าดีค่ะ ถ้าให้ดีให้พร้อมก็สัก 2 ขวบก็ได้ค่ะ เพราะเด็กจะเริ่มรู้เรื่องและเข้าใจมากขึ้น ต้องการเล่นกับเพื่อน ต้องการอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น แต่ก็ต้องเลือกสถานที่ดีๆ ด้วยค่ะ ลองพิจารณาดูก่อนค่ะ ขึ้นอยู่กับเด็กด้วยค่ะ พร้อมหรือยัง เพราะน้องจะต้องเตรียมตัวเข้าอนุบาลต่อไป แต่ถ้าคุณแม่มีเวลาสอนน้องก็ไม่จำเป็นค่ะ สอนเองได้เลย ขยันหากิจกรรมให้ทำตลอดนะ เหมือนเราขนาดอยู่โรงเรียนแล้วกลับบ้านก็ยังทำกิจกรรมอีก เพื่อเตรียมความพร้อมค่ะ เพราะคุณครูให้เน้นใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ใหญ่ ค่ะ เอาใจช่วยนะคะ พ่อแม่คือครูที่ดีที่สุดของลูก บ้านคือโรงเรียนที่ดีที่สุดของลูก
ลูกชายดื่มนมแม่อยู่ประมาณ 4 เดือน เพราะแม่ต้องไปทำงานหลังจากนั้นก็ให้ดื่มนมแพะมาตลอดตอนนี้ 3.8 ปี แล้วไม่เคยมีปัญญหาเรื่องท้องผูกเลยค่ะ
เรื่องอึยาก อาจแพ้นมวัว ของลูกเปลี่ยนมาใช้นมถั่ว อึหายแข็งแล้ว
เอาความคิดเห็นส่วนตัว เท่าที่เข้าใจ ถ้าจะฝาก nursery คือที่บ้านไม่มีคนอยู่ดูแล ฝึกสอน และเล่นกับลูก ถ้าเป็นแบบนั้นเอาเข้าเนอสจะดีกว่า

แต่..ถ้าต้องหอบหิ้วกันไปต่างถิ่นเพื่อเอาไปเรียนโดยเฉพาะ อันนี้คิดว่าไม่จำเป็นเลยค่ะ เพราะ...

เท่าที่ทราบ ทั่วๆไปของเด็กอนุบาล 1 เค้ายังไม่ได้เรียนวิชาการกันเลยนะคะ ถ้าต้องไปอยู่ nursery ซะไกลเพื่อเรียนภาษา เราว่ายิ่งไม่จำเป็นเลย สอนเองก็ได้ค่ะ แล้วค่อยเข้าทีเดียวตอนอนุบาล 1

แต่ถ้าแม่มองผลพลอยได้ด้านอื่นๆ เช่นลูกจะได้พัฒนาการ ได้เข้าสังคม ได้ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง นั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง แต่นั่นคือกรณีอยู่เนอสใกล้บ้านนะคะ
ยังไงเราก็ยังมองว่า ผลที่จะได้เทียบกับการที่เด็กต้องอยู่ห่างไกลพ่อแม่ ดูแล้วไม่น่าจะคุ้มสำหรับเด็กวัยนี้ ถ้าเป็นเนอสใกล้บ้านนั่นเราอาจเห็นด้วยค่ะ
ลูกชายเข้าตอน 2 ขวบค่ะ ที่ตัดสินใจให้ไปโรงเรียนเพราะว่า น้องเอาแต่ใจ ที่บ้านตามใจ อยากให้ไปฝึกวินัย (พูดซะเหมือนจะไปเป็นทหาร) สำหรับเด็กเล็กวินัยเป็นสิ่งสำคัญ หากปลูกฝังแต่เด็กก็จะติดตัวไปจนโตค่ะ พอไปโรงเรียนช่วงแรกก็ร้องเยอะค่ะ หลังๆ ก็ร้องน้อยลง คุณแม่ต้องใจแข็งมากๆ เลย เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ โรงเรียนที่เลือกควรเป็นโรงเรียนที่เอาใจใส่เด็กเล็กเป็นพิเศษ เพราะธรรมชาติของเด็กเล็กจะกลัวการพลัดพราก คุณครูต้องใกล้ชิดน้องค่ะ แต่ตามที่เล่ามา น้องจะไม่เจอคุณพ่อคุณแม่ในวันธรรมดา เราว่าไม่เหมาะสมกับเพียงแค่จะแลกกับภาษาอังกฤษ 4 คาบ หากสอนได้เอง จำนวนชั่วโมงย่อมมากกว่าแน่นอนค่ะ ความเห็นเราหากคุณแม่สามารถเลี้ยงน้องเองได้ถึง 3 ขวบก็น่าจะเลี้ยงเอง ทักษะต่างๆ เราสามารถสอนเค้าได้ดีกว่าคนอื่นๆ ค่ะ แต่อาจจะต้องมีไม้แข็งไม้อ่อนบ้าง
ถ้าหากว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเอาลูกเข้าเนอสเซอรี่ เพราะไม่มีคนช่วยเลี้ยงดูก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าหากเป็นไปได้แล้วน่าจะเลี้ยงเองดีกว่านะคะในช่วงเวลานี้ ดิฉันขอยกตัวอย่างคำพูดในหนังสือเรื่อง คุณคือครูคนแรกของลูก มาให้ลองฟังกันดูนะคะ ในหนังสือมีตอนหนึ่งกล่าวว่า " เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มต้นชีวิตดีกว่าหากว่าในระหว่างช่วงเวลาที่เขาตึ่นนอนในสามขวบปีแรกนั้นเขาได้รับการดูแลจากพ่อแม่หรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นที่เป็นญาติพี่น้องไม่ใช่จากตัวแทนรับเลี้ยงเด็กในรูปแบบใดใด ไม่มีใครที่กระตือรือร้นและตื่นเต้นเท่าผู้เป็นพ่อแม่ที่เห็นลูกมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นจนสามารถลุกขึ้นนั่งเองได้หรือเดินได้ในเวลาต่อมา และความรู้สึกเหล่านี้เสริมให้พ่อแม่อุทิศตนต่อลูกต้วยความรักซึ่งมีผลต่อพัฒนาการการรับรู้ภายในของเด็กถึงคุณค่าในตัวเองและความมั่นคง นอกจากนี้การมีพ่อแม่อยู่ใกล้ใกล้คอยชื่นชมกับความอยากรู้อยากเห็นในทุกสิ่งที่ลูกค้นพบนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขณะที่งานศึกษาต่างต่าง ได้แสดงให้เห็นว่าตัวแทนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กที่ยอดเยี่ยมนั้นไม่มีอันตรายที่สามารถตรวจสอบได้เกิดขึ้นกับเด็ก แต่ไม่มีรายงานศึกษาใดที่แสดงว่าตัวแทนหรือสถานเลี้ยงเด็กดีกว่าครอบครัวยกเว้นครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงต่อเด็กอย่างมาก" และมีอีกตอนหนึ่งกล่าวว่า "ถ้าหากว่าคุณมีทางเลือกอยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างน้อยในขวบปีแรกถือว่าเป็นการให้ที่มีคุณค่าอย่างมากมายต่อลูกและเป็นการให้รางวัลแก่ตัวคุณด้วยเช่นกัน เพราะเด็กเด็ก มีช่วงแห่งการเริ่มต้นชีวิตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นและผ่านไปอย่างรวดเร็ว"

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2022   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service