หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

สอบถามความคิดเห็นทุกท่านครับ ว่ามีเป้าหมายอย่างไรกับการสอนให้เด็กพูด 2ภาษา

เกิดความคิดขึ้นมาว่า ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆคือลูกกล้าใช้ภาษาที่สองมากขึ้น มั่นใจมากขึ้น กว่าการที่ไม่ได้ฝึก

แต่ผมมองว่าถ้าเราคาดหวังว่าลูกจะสื่อสารกับต่างชาติแบบธรรมชาติเลยเนี่ย ไม่ง่ายนัก ถ้าไม่ได้มีสังคมกับชาวต่างชาติเลย
เพราะถ้ามองลึกไปอีก ว่าถ้าเข้าไปในสังคมภาษาที่สองจริงๆ ลูกจะใช้ภาษาได้คล่องแคล่วขนาดไหน
เพราะสำเนียงแตกต่าง รวมถึง speedในการพูด ของชาวต่างชาติจริงๆ ย่อมฟังได้ยากกว่า
ด้วยเหตุที่เราสอนลูกจากตัวเราที่เป็นต้นแบบ

แต่ยังไงเด็กสองภาษายังเป็นสิ่งที่ท้าทายผมมาก

Views: 237

Reply to This

Replies to This Discussion

อันนี้ก็มีส่งนครับ ... จริงๆแล้วผมเคยเสนอไอเดียว่าเราน่าจะจัดวันครอบครัว คือวันพบปะสังสรรค์สำหรับครอบครัว 2pasa สักเดือนละครั้ง วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปกครองที่เป็นต้นแบบภาษาอังกฤษลองพูดกับเด็กคนอื่นๆดู สลับกัน ก็น่าจะดีครับ ... คุณพ่อมือใหม่ว่าอย่างไรครับ?
ลองเปรียบเทียบ ครอบครัวภาษาเดียว กับครอบครัวสองภาษานะคะ ว่าเด็กกลุ่มใดที่เจอชาวต่างชาติแล้วจะมีความคล่องแคล่วในการใช้ภาษา หากเราต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยแล้ว อย่างไรเด็กสองภาษาก็มีความชำนาญภาษาที่สองมากกว่า เด็กกลุ่มแรกค่ะ

คุณพ่อไม่ต้องไปเทียบกับฝรั่งหรอกค่ะ เพราะฝรั่งก็พูดไทยไม่ได้เหมือนกันค่ะ พูดไทยยังไม่ชัดเลย
เห็นด้วยค่ะ ต้องสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมในการเจอชาวต่างชาติให้ลูกด้วยจะยิ่งดีมากๆ...แต่ถ้าทำไม่ได้...
เราก็ปูพื้นฐานฝึกเองไปก่อนดีกว่าไม่ได้ฝึกอะไรเลย

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ถ้าติดขัดเรื่องคำศัพท์ในชีวิตประจำวันลองเข้าห้อง English Club นะค่ะ กองหนุนอยู่ที่นั่นค่ะ
ลืมอ่านคำถาม เป้าหมายของอ๊อบคือให้ลูกสามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ดีโดยที่ไม่ต้องไปเรียนพิเศษ และเรียนแบบมีความสุข สนุก ตามแนวธรรมชาติ ไม่กดดัน คิดว่าถ้าทำได้สำเร็จเมื่อลูกโตขึ้นไปแทนที่จะเสียเวลาไปเรียนภาษาอังกฤษ ก็เอาเวลา และเงินไปเรียนอย่างอื่นๆที่ลูกชอบค่ะ
เป้าหมายของดิฉันคือ ให้ลูกอ่านภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วค่ะ หนังสือ (ดี) เป็นประตูสู่ความรู้และจินตนาการ จะรอให้แปลเป็นไทยก่อนแล้วค่อยอ่าน คงไม่ไหว
ส่วนเรื่องจะพูดกับชาวต่างชาตินั้น ไม่ได้คาดหมาย เพราะแต่ละชาติแต่ละเมืองก็สำเนียงต่างกันไป เขาก็ต้องปรับตัวใหม่อยู่ดี แต่ก็น่าจะปรับตัวได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้ถูกฝึกมาก่อน

ส่วนภาษาจีนที่ดิฉันก็วางแผนไว้เหมือนกัน จะมีเป้าหมายที่ต่ำกว่ามาก เพราะดิฉันไม่รู้ภาษาจีน ต้องเรียนไปพร้อมๆ กับลูก ตั้งเป้าไว้แค่ร้องเพลงจีนง่ายๆ ตามได้ รู้จักศัพท์ง่ายๆ ใกล้ตัว ผูกประโยคง่ายๆ ได้ (ไม่มีอนุประโยค) รู้จักตัวอักษรจีนบางตัว ที่เหลือ ถ้าเขาชอบจริงๆ ก็ให้ไปอ่านหนังสือต่อยอดเอาเอง

ดีใจที่มีคนถามค่ะ อยากทราบเป้าหมายของพ่อแม่ท่านอื่นเหมือนกัน
เห็นด้วยกับคุณลดาวัลย์เป็นอย่างยิ่ง


เอารูปมาฝากค่ะ ได้อารมณ์มาก "พูดอะไร หนูไม่รู้เรื่อง....."
แต่วันนั้น เขาก็สื่อสารกันด้วย Baby sign ค่ะ
ปล. 1 ตอนนั้น (ในรูป) ยังไม่ได้สอนตามแบบของคุณบิ๊กค่ะ สอนแค่ baby sign และภาษาอังกฤษเป็นคำๆ เดี๋ยวถ้าเพื่อนคนนี้มาเยี่ยมอีกที คงจะได้ทดสอบผลงานของแม่ซะหน่อย เหอๆๆๆ

ปล. 2 เป้าหมายที่ดิฉันตอบไว้ข้างต้น คือก่อนลูกเข้า ป. 1 นะคะ (เว่อร์ไปมั้ย) หลังจากนั้นขึ้นกับความตั้งใจของเขาเอง

ตอนนี้กำลังคิดว่า เราจะทำไปถึงเมื่อไหร่
อ่านกระทู้จากคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกพูดเก่งๆ กันแล้ว ก็แอบเหนื่อยใจค่ะ นี่เราจะตอบไหวมั้ยเนี่ย ถ้าพูดไทย เขาจะได้ความรู้มากกว่ามั้ย
ก็เลยตั้งใจว่า จะฝึกตัวเองให้มากที่สุดก่อนที่ลูกจะเริ่มพูด (มากๆ) ค่ะ ไม่ไหวค่อยว่ากันอีกที
เป้าหมายขอ งดิฉันคืออยากให้ลูกสามารถอ่านแล่ะเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างเจ้าของภาษาเพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่คนส่วนใหญ่ใช้ติดต่อสื่อสารกัน ถ้าเราเริ่มสอนเขาตั้งแต่ยังเล็กเขาก็จะมีคลังศัพท์มากกว่าเด็กที่ไปเรียนเอาเมื่อโตแล้วและความเคยชินในการใช้ภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กก็จะทำให้เขาไม่เขินที่จะพูด และเนื่องจากได้ฟังมาตั้งแต่เด็กจึงทำให้เขาคุ้นหูกับภาษาอังกฤษ จริงอยู่ที่สำเนียงของเราซึ่งเป็นต้นแบบมันไม่มีทางที่จะเหมือนกับเจ้าของภาษาได้อย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถที่จะสื่อสารได้รู้เรื่องก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ตัวดิฉันเองก็พูดภาษาอังกฤษแบบงูงูปลาปลา ดังนั้นจึงไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนตนเอง อยากให้เขาพูดได้เหมือนเจ้าของภาษา ดังนั้นเราจึงต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับลูกเพื่อให้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด และสมัยนี้ก็มีอุปกรณ์เสริมช่วยมากมายทั้งวิดิโอต่างต่าง การที่ลูกได้เรียนตั้งแต่ยังเด็กจะทำให้เขาไม่รู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ามาเรียนตอนโตแล้วถ้าไม่มีความชอบเป็นพื้นถานแล้วเป็นไปได้ยากที่จะสามารถเรียนภาษาอังกฤษได้ดี ต้องขอขอบคุณคุณพ่อมือใหม่เป็นอย่างยิ่งที่ช่วยแนะนำแนวทางไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ดีใจมากที่มีลูกในช่วงนี้ทำให้ได้รู้วิธีการสอนภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้ามีลูกเร็วกว่านี้ หนังสือยังไม่ออกมาคงเสียดายแย่
ส่วนตัวผมเองก่อนที่เริ่มหัดให้น้อง ตินติน ก็คิดเหมือนกันว่า ไว้ให้น้องโตอีกหน่อยแล้วค่อยส่งเข้าโรงเรียนอินเตอร์ ให้อาจารณ์ที่โรงเรียนเป็นคนสอนให้เค้า ทั้งที่ตัวผมเองก็สามารถที่จะพูดภาษาอังกฤษได้แบบไม่ปัญหาเพราะผมก็โตมาจาก australia ก็เคยคิดเหมือนกันว่าอยากจะสอนภาษาเค้า แต่ด้วยความคิดที่ว่ากลัวภาษาไทยเค้าจะไม่แข็งแรงและกลัวเค้าจะติดอาง จนได้มาเจอหนังสือ "เด็กสองภาษา" ก็เลยตัดสินใจรีบสอนเค้าตั้งแต่วันนี้ ต้องขอบคุณจริงๆครับ ส่วนที่ว่าเด็กสองภาษาเวลาไปคุยกับฝรั่งจริงๆจะคุยไม่รู้เรื่องนั้นผมว่าไม่จริงแน่นอน ถ้าน้องเค้าสามารถดูการ์ตูนฝรั่งรู้เรี่อง พูดคุยกับคุณพ่อเป็นภาษาอังกฤษรู้เรื่อง เค้าก็คุยกับฝรั่งรู้เรื่องแน่ๆ ภาษาอังกฤษมีหลายสำเนียง แต่ยังไงพื้นฐานก็เหมือนกัน เหมือนภาษาจีนกลางเวลาคนจีนที่มาจากเมืองจีนจริงๆเจอกับคนจีนมาเลเซีย (เกิดและโตที่นี้)ทำไมเค้าถึงคุยกันรู้เรื่องละครับ ก็เพราะว่าถึงสำเนียงจะต่างกันแต่พื้นฐานก็เหมือนกัน
ขอบคุณที่ตั้งประเด็นนี้นะครับ ผมก็คิดเรื่องนี้อยู่ตั้งแต่แรกเริ่มเหมือนกันครับ
อยากตอบยาว ๆ แต่ขอนั่งคิดดี ๆ ก่อนนะครับ

เชื่อว่า คุณพ่อ คุณแม่หลายท่านที่ได้ลงมือกันจริงจัง
จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไม่ง่ายขนาดนั้น แต่ก็ไม่ยากขนาดไม่ไหว ถ้าเราพยายาม"

ประเด็นปัญหาที่คุณ Prit's papa พูดถึงนั้น
ส่วนตัวผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่เราจะติด ๆ ขัด ๆ จากข้อจำกัดหลายอย่างที่คุณ Prit's papa พูดถึง
แต่ขอให้หยิบมาเป็นโจทย์นะครับ และนึกต่อว่าเราจะข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นได้ยังไง

ถ้านึกได้ละเอียดจะหาเวลามาแชร์ต่อนะครับ


** ถ้าตอบคำถามเฉพาะประเด็นคำถามเรื่องเป้าหมาย
สำหรับผมตอนนี้ คือ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และปรับแก้ปัญหาที่เจอไปตามสถานการณ์
น้องจะไปได้แค่ไหน ก็ตามนั้นเลยครับ
ผมรู้สึกสนใจ และเพิ่งสมัครเข้ามาวันนี้วันแรกครับ ถือโอกาสรายงานตัวเลยนะครับ :)
คำถามของคุณ Prit's papa โดนใจผมอันแรกเลยครับ เพราะผมพยายามคิดมา 3-4 วันแล้วว่าเป้าหมายคืออะไร ถ้าผมจะเริ่มกับลูกผม
ผมไม่เคยเรียนต่างประเทศ ภาษาอังกฤษไม่คล่อง สำเนียงจึงเป็นสิ่งที่ผมลังเลเหมือนกันครับ
แต่ผมพยายามคิดบวกว่า เดี่ยวอีกหน่อยคนไทยพูดสำเนียงไทยเยอะขึ้น สักวันคนไทยอาจจะมั่นใจ ไม่สนว่าว่าเราเป็น Thailish คล้ายกับที่คนสิงคโปร์เค้ามั่นใจใน Singlish ของเค้านะครับ :)

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service