หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

แม่ๆ พัทยา/ชลบุรี ช่วยชูจุ๊กกุแร้หน่อยค๊า

เรื่องของเรื่องก็คือ ตอนนี้โอ๋ลาออกจากงานประจำที่ กทม แล้วย้ายมาอยู่บ้านสามีที่พัทยาเป็นการถาวร เป็น full time mom เต็มตัว

(ตั้งแต่แต่งงานจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบ 4 ปีได้แล้วมั้งที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เจอกันแค่อาทิตย์ละครั้ง ด้วยความที่งกเงิน 555 ไม่ยอมลาออก แต่... "ลูก" คือ ปัจจัยหลักที่ทำให้ตัดสินใจทิ้งเงินเดือน ทิ้งหน้าที่การงาน ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องใช้เวลาคิดมาก คำว่า "ครอบครัว" ทำให้คนเป็นแม่ยอมเสียสละตัวเองได้)

 

นอกเรื่องไปซะนาน ที่โอ๋มาตั้งกระทู้นี้ คือ อยากขอเสียงแม่ๆ ที่อยู่พัทยา/ ชลบุรี อยากนัดรวมตัวกัน จัด playgroup ให้ลูก เม๊าส์ๆ กันตามประสาแม่ๆ มีอะไรมาแชร์กัน คิดๆ ดูแล้วน่าจะมีประโยชน์มากมาย เช่น 

  • ช่วยให้เด็กๆ ได้หัดเข้าสังคมเด็ก
  • เด็กๆ ได้หัดเรียนรู้ที่จะเล่นกัน แบ่งบันสิ่งของกันเล่น
  • เด็กเล็กถ้าเห็นเด็กโต พี่ๆ ทำอะไร ก็เป็นการง่ายที่จะเรียนรู้และทำตาม ส่วนพี่ๆ ก็จะได้หัดสอนน้อง เป็นตัวอย่างให้แก่น้องๆ
  • จัด playgroup นัดทำกิจกรรมให้เด็กๆ อาจจะเวียนไปตามบ้านเพื่อนๆ หรือหาสถานที่กันอีกทีก็ได้จร้า
  • มีตรงไหนพูดไม่ถูก นึกไม่ออก จะได้คอยช่วยเหลือกันคะ บางคำบางประโยคเราไม่ได้ใช้แต่เห็นเพื่อนๆ บ้านอื่นใช้ เราก็จะได้จดจำมาใช้กับลูกบ้าง
  • ใครมีอะไรดีๆ เช่น หนังสือ เล่มไหนดีๆ หรือ ดีวีดี ไม่ว่าจะเป็นของลูกหรือของแม่ เราก็สามารถเวียนกันอ่าน ผลัดกันชม ได้คะ
  • แม่ๆ ได้แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูก

ถ้าใครมีไอเดียอะไรอย่างอื่น ก็มาแชร์กันตรงนี้ได้เลยนะค่า ไม่รู้ว่าในหมู่บ้านนี้มีกี่ครอบครัวที่อยู่แถวพัทยา/ ชลบุรีบ้างน๊า

 

โอ๋ขอทราบรายละเอียดของแต่ละครอบครัวด้วยนะจร้า เราจะได้รู้ว่ามีใครอยู่ย่านไหน น้องอายุ เท่าไหร่กันบ้างแล้ว

เริ่มจากครอบครัวโอ๋ก่อนเลยละกันนะคร๊า

 

ชื่อแม่: แม่โอ๋

ปีเกิด: 2519 (ไปนับอายุกันเองแล้วกันเน๊อะ อยากให้แจ้งปีเกิดนิ๊ดนึง จะได้เรียกพี่เรียกน้องกันถูกจร้า)

ชื่อลูก: น้องเกรซ

เพศ: หญิง

วดป เกิด: 1 มค 2553

 

ที่อยู่: พัทยา ซ.ตาลหมัน เยื้องๆ แมคโคร

 

ส่วนนี้เป็นส่วนเพิ่มเติมละกันนะคะ

สอน 2 ภาษาให้น้อง: ตอนประมาณ 3 เดือน

คนพูดภาษาอังกฤษกับน้อง: แม่คะ พ่อมีพูดบ้างแล้วแต่อารมณ์

ผลตอบรับของน้อง: มีคลังศัพท์เยอะพอควรเลยทีเดียว เข้าใจคำสั่งต่างๆ ได้ดี

อ่อ...โอ๋สอน baby sign ให้น้องด้วยคะ 

 

ขอบคุณผู้ใหญ่บิ๊กที่สร้างหมู่บ้าน 2 ภาษาขึ้นมา ทำให้เราได้มีพื้นที่ดีๆ ตรงนี้คอยช่วยเหลือกันและกัน อยากจะบอกว่าหมู่บ้านแห่งนี้อบอุ่นมากๆ คะ

 

สรุปรายชื่อครอบครัว 2 ภาษา พัทยา/ชลบุรี ค่า ตอนนี้เรามี 21 ครอบครัวที่มาลงชื่อแล้วจ้า 

ถ้าใครอยากจะทิ้งเบอร์โทรไว้เผื่อเพื่อนๆ โทรหากันก็แจ้งโอ๋มาได้เลยคะ หรือถ้าไม่สะดวกจะหลังไมค์มาก็ได้คะ แล้วโอ๋จะทำสรุปส่งให้ทุกคนอีกทีคะ

(Updated ถึง p.12 จ้า)

 

ดูรายชื่อเพื่อนๆ ได้จากไฟล์แนบเลยนะค๊า

 

==============================

 

เพื่อนๆ จร้า แม่กันต์ได้คุยกับคุณบิ๊กว่าอยากให้เปิดห้องชลบุรี ซึ่งคุณบิ๊กแจ้งว่าการเปิดห้องทำไม่ยาก แต่การที่จะรักษาให้มันคงอยู่จะยากกว่า ถ้าเพื่อนๆ อยากให้มีการเปิดห้องก็อยากจะให้มีการนัดมิตติ้งเจอกันก่อนเหมือนห้องอื่นๆ ที่คุณบิ๊กได้เปิดไว้ให้คะ

 

อยากให้เพื่อนๆ ช่วยกันโหวต ช่วยกันแชร์ไอเดียนิดนึง ว่าใครสามารถมาได้บ้าง และเราจะนัดเจอกันที่ไหนดี เพื่อนๆ มีทั้งที่อยู่พัทยาและเมืองชล โอ๋ขอเสนอให้พบกันครึ่งทางระหว่างพัทยากับเมืองชล อาจจะเป็นแถวๆ ศรีราชา แต่โอ๋ก็เพิ่งมาอยู่พัทยาไม่นาน ไม่รู้เหมือนกันว่ามีสถานที่ไหนเหมาะสมบ้าง เราจะได้พาเด็กๆ มาเจอกันด้วยคะ ส่วนวันก็ขอเสนอเป็นวันอาทิตย์ละกันน่าจะสะดวกกับคนส่วนใหญ่ ใครมีความเห็นอย่างไรช่วยกันแชร์ด้วยนะค๊า ถ้านัดกันสำเร็จต่อไปพวกเราอาจจะได้นัดเจอกันเป็นประจำและทำกิจกรรมต่างๆ กันคะ

Views: 5199

Attachments:

Reply to This

Replies to This Discussion

สุอารีเคยคิดค่ะ แต่ไม่ได้ไป เพราะว่าไปดูร่มไม้ที่แรกแล้วก็ตัดสินใจเลย ... 555+ เด็กเยอะจริงค่ะ ครูเยอะด้วย ต่อห้องประมาณ 20 - 21 คน/ ครู 3 คน รู้สึกว่าเทอมใหม่มี PK Bilingual แต่เห็นว่ามีทดสอบภาษาด้วยค่ะ ก็คงให้น้อง ๆ หนู ๆ คุยกะครูผ่านกิจกรรม (เหมือนที่น้องเจเคยคุยค่ะ) ตอนนั้นคุยแล้วครูว่าภาษาแม่น แต่อยากให้เน้นเรื่องช่วยเหลือตัวเอง เข้าสังคม ฯลฯ อายุขาดแค่ 2 เดือน เลยเจออยู่เตรียมอนุบาลค่ะ แต่ก็โอเค คุ้มที่เรียนเตรียมอนุบาลก่อน เพราะว่าพื้นแน่นดี เป็นห้องที่ปีที่แล้วนำร่อง PK Bilingual มีครูต่างชาติประจำ 1 คนตอนเทอมสองด้วยค่ะ (ปกติน้องเนอร์สเนี่ย จะเป็น Mini English Program แต่ถึงจะ Mini แต่ก็เป็นครูต่างชาติสอนนะ สำเนียงได้แน่ชัวร์ ... --- คนอื่นไม่รู้ แต่น้องเจได้มาค่ะ) ;)

 

คำแนะนำอะไรอย่างอื่นไม่มีมากมายเลยค่ะ เอาที่น้องเจชอบค่ะ ตอน PK ก็ปรับตัวอยู่พอสมควรนะคะ แต่ตอนนี้ครูชมในสมุดสื่อสารมาหลายเรื่อง (แสดงว่าน้องเจเริ่มโตและรู้เรื่องมากขึ้น 555+)

 

จริง ๆ เราไม่ต้องห่วงเรื่องดูแลลูกเราไม่ดีอะค่ะ 2 ปีที่ผ่านมามันการันตีอะไรหลาย ๆ อย่าง และเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องเจ กันค่อนข้างพอใจนะคะ แล้วก็ผลคะแนน O-Net ก็ดีด้วยในวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ได้ที่ 1 ของเขตคะแนนสูงลิ่วเลย ส่วนวิชาอื่นก็ได้ต้น ๆ อันดับ 2,3 ประมาณนี้ (พอดีไม่ได้เก็บเอกสารไว้ แต่ลำดับดีเหมือนกัน) สุอารีคะแนน O-Net ก็สูงค่ะแต่เด่นวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาอะค่ะ ส่วนวิชาอื่นไม่แน่ใจเพราะว่าร่มไม้ไม่ได้รายงานมาค่ะ รู้สึกว่าสองวิชาที่กันบอก ระดับประถมของร่มไม้ยังคะแนนสูงกว่าปรีชานุศาสตร์ที่หลายคนบอกว่าแข็งวิชาการอีกนะคะ (แบบว่ากันก็ไม่รู้ว่าที่ชลบุรี รร.อะไรดังนะ เพราะกันก็คนกรุงเทพฯ มาอยู่ที่นี่อะค่ะ ต้องรอคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นชลบุรีแท้ ๆ มาแชร์จ้า) :)

 

ลองดูคลิปโรงเรียนก่อนแล้วกันจ้า แล้วค่อยพิจารณาก็ได้ แต่ว่าเท่าที่เห็นของจริงตอนแนะแนวการศึกษาต่อระดับประถมเมื่อเทอมที่แล้วที่ไปฟังและดูสถานที่จริงมา ก็เหมือนในคลิปนี่แหละ ผอ. ก็คนนี้แหละ เป็นกันเองมากมาย มันเป็นอะไรที่เราสัมผัสได้ ไม่ใช่แค่ลมปากที่จะโปรโมทโรงเรียนอะค่ะ 

 

ลองดูคลิปนี้จ้ะ ... โรงเรียนร่มไม้ จากบล็อค My Story by MaMa n'JaY

 

ก็ดีนะคุณโอ๋ พอดีเราทำงานประจำ ป๊าเค้าก็งานยุ่งตลอด

ไม่ค่อยมีเวลาสอนเรื่องต่าง ๆ เค้ามาก เนอสฯ ก็ช่วยได้เยอะ

 

ที่ร่มไม้ไม่มีเนอร์สเซอรี่ค่ะ เค้าเรียกเป็นน้องเตรียมหมด ห้องเรียนทุกห้องจะเข้าออกได้ทางเดียว ปลอดภัย ล้านเปอร์เซ็นต์ 555+ ที่ร่มไม้ก็ดูในวงจรปิดได้ค่ะ คุณครูเยอะ ดูแลน้องทั่วถึง แล้วเวลาเด็ก ๆ ดื้อ ไม่ฟัง ครูที่นี่เค้ามีวิธี Time Out แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นค่ะ เด็ก ๆ ยอมทำแต่โดยดี :)

 

ส่วนเรื่องยุง เป็นไข้ ไม่สบาย ยังมีอีกเป็นระลอก และเข้าใจว่าที่ไหนก็เหมือนกันค่ะ ที่ร่มไม้เค้าจะมีแจ้งผู้ปกครองเวลาจะกำจัดยุงหรือกิจกรรมอะไรที่เกี่ยวข้องต้องแจ้ง เค้าจะมีจดหมายแจ้งมาเป็นระยะ ๆ ค่ะ ตอนเตรียมอนุบาล น้องเจก็เป็นบ่อย เคยคุยกะหมอ หมอบอกว่าโตขึ้น ภูมิก็จะเยอะขึ้น ไม่ได้เป็นอะไรหนัก ไม่ต้องห่วงไป แต่ก็ได้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเวลาเป็นหวัดเป็นไข้จากหมอมาเยอะ ตอนนี้ อ.1 หยุดเรียนน้อยมากค่ะ ไม่ค่อยหยุดเลยด้วยซ้ำ มีแต่กลับมาแล้ว มอมแมม เพราะว่าสนุกมากขึ้น เล่นมากขึ้น ;)

 

เรื่องเด็กร้อง ปรับตัว ... ก็มีทุกที่ค่ะ น้องเจก็ร้องดังค่ะ มีชื่อเสียงมากด้วยตอนเตรียมอนุบาล ร้องอยู่คนเดียว จนเคยสงสัยว่าทำไมเพื่อนเค้าไม่ร้องกันนะ ร้องท่าเดียว ไม่ไปโรงเรียน ๆ ๆ ๆ มะม๊าสอนได้ ๆ ๆ จนคุยกะครูประจำชั้นว่าที่บ้านคุณแม่สอนอะไร น้องรู้อะไร แล้วก็แลกเปลี่ยนกะครูว่าที่โรงเรียนครูสอนอะไรแนวไหน ช่วยกันปรับดีมั๊ย ตอนหลังก็โอเค น้องเจดีขึ้น ยกเว้นตอนที่หยุดป่วยไปหลายวัน ก็จะเป็นอีก แต่เพื่อน ๆ น้องเจน่ารักมากเลย ปกติเค้าให้ผู้ปกครองส่งที่รั้วตึก แต่น้องเจไม่ยอม ครูก็อนุโลมให้ไปส่งที่ห้อง ก็ยังร้อง ไม่ไป ๆ ๆ เพื่อน ๆ รีบกวักมือเรียกกันใหญ่เลย "เจเจ มาเล่นกันเร็ว สนุกน๊า .. เดี๋ยวตอนบ่ายคุณแม่ก็มารับแล้ว มาเร็ว ๆ ๆ" ร้องเรียกกันทั้งห้อง คนเป็นแม่อดยิ้มไม่ได้ แล้วน้องเจก็ยอมลงไปเล่น หายดีเป็นปลิดทิ้งเลย แต่ยอมรับมากมายว่าเด็กที่นี่เก่ง น้องเตรียมก็ไม่ค่อยเห็นเด็กร้อง อาจจะเพราะว่ามีแคมป์ให้ปรับตัว 3 วันที่ผู้ปกครองเข้าเรียนด้วย อีก 2 วันปล่อยน้องไว้เลย แล้วมารับเที่ยง พอเปิดเทอมจริง ปล่อยเลยที่หน้ารั้ว มีครูมารับ เด็กส่วนใหญ่ไม่ร้องนะ น้อยมาก .. เท่าที่เห็นก็มีน้องเจคนเดียวเอง 5555+ พอ อ.1 ปุ๊บ ครูมารับที่รถพาขึ้นไปส่งตรงรั้วปั๊บ เด็ก ๆ จะรู้หน้าที่ว่าต้องเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องแล้วถึงออกมาเล่นได้ ได้เห็นภาพนี้ก็รู้สึกดีนะ ที่ลูก (และเพื่อน ๆ ของลูก) ก็ดูแลตัวเองได้ในระดับนึง (ที่เราพอใจเลย เพราะถ้าเทียบกับตัวเราสมัยเด็ก เรายังไม่ได้อย่างงี้อะ)

 

แล้วเด็กที่นี่ก็เอกลักษณ์เหมือนกันคือ "ซน" แล้วก็เค้าจะรู้จักกันเยอะในหมู่อนุบาลด้วยกัน บางทีข้ามห้องข้ามชั้นเค้าก็รู้จักกัน เค้าก็เล่นกัน สังเกตได้จากเวลาไปแอบดูเค้าเล่นตอนไปรับเค้า เค้าเล่นได้กับทุกคน ก็ตอนมีคดีเมื่อต้นเทอม ก็ไปเล่นกะน้องเตรียม รู้อีกว่าน้องเค้ามาจากห้อง Banana แล้วก็ไปรู้จักพี่สาวเพื่อน ไปเรียกเค้า ชิเอะ ๆ ๆ 555+ เล่นกันมันทั้งโรงเรียน ครูก็หัวฟูเลยทีเดียว เพราะเด็ก ๆ พร้อมใจกันซน ;)

 

ส่วนเรื่องการเรียนการสอน กันว่าก็ดี (ดีกว่าสมัยที่เราเรียนเยอะ ขนาดว่าเราเรียน รร. เอกชนที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ใส่ใจเราดีเท่านี้อะ) กันค่อนข้างพอใจ และชอบครูที่นี่มาก ๆ เป็นครูที่รับฟัง แล้วก็ใจเย็นมาก อธิบายอะไรเคลียร์ มีประเมินผลครูทุกเทอม มีประเมินผลกิจกรรมที่จัดทุกกิจกรรม กันชอบ ... เพราะอย่างน้อย บ้าน กะ โรงเรียน ใกล้กันนิดเดียว 555+

 

กันว่าถ้าน้องชอบเรียนที่สุอารี ก็น่าจะให้น้องได้เรียนในสถานที่ที่ชอบ มีครูที่ดี และเพื่อนที่รู้ใจค่ะ .... เหมือนน้องเจที่กันให้เรียนที่นี่ เพราะน้องเจรักครูมาก ตั้งแต่ครูตอนเตรียมอนุบาล จนตอนนี้ อ.1 น้องเจรักครูมากกกกกก รักเพื่อนมากกก (มีคดีบ่อย แต่ก็ยังรัก) 555+ เค้าจะมีแก๊งส์ของเค้าอะค่ะ ... :_

 

แต่เทอมหน้า กันบอกครูนุช ครูประจำชั้นว่ากัน request ครูประจำชั้นสไตล์เดียวกะครูนุชนะคะ เวลาครูสอนอะไรน้องเจจะได้ละลาย ครูทำเรื่องให้แล้วจ้ะ (จริง ๆ ต้องต่อไปสายครูเปิ้ล แต่ครูเปิ้ลใจมาก เอาน้องเจไม่อยู่ 5555+ เอาไว้แวะทักทายกันนอกห้องเรียนแล้วกันนะลูกน๊า 555+ น้องเจก็คุยกะครูได้นะ ครูเปิ้ลมารับที่รถบ่อย) มีเกิร์ลแก๊งส์ของน้องเจไปห้องครูจอย เค้าเลยชวนน้องเจไปด้วยกัน กันเห็นว่าครูจอยคงทำให้น้องเจละลายได้ รีบตอบรับและบอกครูนุชเลย 555+ แต่ถ้ามีขอไปเยอะ เค้าอาจจะยกชั้นไป แต่ถ้าเค้าไม่ยกชั้นไป ก็ไม่เป็นไร ก็ไปกันแค่ 7 คนที่ request ไว้ กันไม่ค่อยห่วงว่าน้องเจจะปรับตัวได้หรือไม่ได้ แต่กันว่าเค้าอยู่ที่ไหน เค้าก็ต้องปรับตัว เพราะฉะนั้นมันไม่แปลกถ้าไม่ได้ยกชั้นไปเรียนห้องเดียวกัน ยังงัยก็มีเพื่อนอยู่ดี ทีนี้ก็มีเพื่อนเยอะขึ้นอีก เวลาไปเรียนประถม หรือ มัธยม ก็จะได้ไม่รู้สึกเขินหรือตะขิดตะขวงใจเวลาเจอเพื่อนใหม่ค่ะ :)

 

คิดว่าพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนที่ให้ลูกเรียนที่ร่มไม้ ... ไม่ผิดหวังอะค่ะ ทัศนคติดีกะโรงเรียน ครู และเพื่อน ๆ ของลูก (ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรจากโรงเรียนนะคะ แต่ว่าจากประสบการณ์ล้วน ๆ เริ่มจาก 0 ที่ต้องพาน้องเจไปดูโรงเรียน ปล่อยมือน้องเจเข้าไปคุยกะครูเต่า เพื่อประเมินพัฒนาการและพื้นฐานความรู้ ไปเรียนแคมป์ ผ่านช่วงวิกฤติป่วยบ่อยตอนเตรียมอนุบาล แก้ปัญหาเวลาน้องเจร้องไม่ไปโรงเรียน คุยกะครูถึงคดีที่เด็ก ๆ มีกัน พัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่ครูประเมินและแจ้งเรา ปัญหาที่น้องเจมีที่ควรเสริม หรือสิ่งดีที่น้องเจมีเด่นขึ้น ฯลฯ อีกมากมาย ตอนนี้ก็ค่อย ๆ นับขึ้น 1 บ้างละ แล้วก็ค่อย ๆ เขยิบเพิ่มขึ้นทีละนิด ๆ ๆ ตามวัย ตามชั้นปี จนถึงเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าจะทำให้ดีที่สุด ให้น้องเจดูแลตัวเองได้ ให้เราปล่อยมือให้น้องเจเดินเองโดยไม่มีเราให้ได้ ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เพราะมะม๊าไม่ได้อยู่ค้ำฟ้านะลูกนะ ;) น้องเจได้ยินคำนี้ทีไรร้องไห้หนักทุกที ... เจ่เจ๊ไม่อยากให้มะม๊าตาย อยากให้มะม๊าอยู่กะเจ่เจ๊นาน ๆ แต่คงเป็นไปไม่ได้อะ เรื่องนี้จะหาเวลาอธิบายอีกที เพราะเคยอธิบายไป 2-3 ครั้ง น้องเจร้องไห้เป็นเผาเต่าเลย งงมากที่เด็ก 4 ขวบกว่ารู้จักคำว่า "ตาย" เข้าใจว่า "ตาย" คือ "การจากพราก" ... เฮ้อ! (เรื่องอื่นอย่างเช่น ของเล่นเสีย ไม่ต้องร้องไห้ มันเป็นธรรมดา เพราะเล่นแล้วไม่รักษาก็ย่อมต้องเสีย อันนี้เข้าใจ หรือ เอารูปเด็กติดเกมให้ดู แล้วสอนว่าหนังสือหนังหาไม่อ่านติดเกม เล่นอยู่นั่น ทำให้สอบตก ไม่ต้องไปโทษใครให้โทษตัวเอง เพราะตัวเองไม่อ่านหนังสือไม่ตั้งใจเรียน อันนี้ก็เข้าใจ แต่พอบอกว่าทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ใคร ๆ ก็เหมือนกัน ร้องไห้เลยยย อธิบายไปตั้งยาว น้องเจเข้าใจนะ แต่ร้องแบบที่เล่าด้านบนอะ (คือพยายามสอนให้น้องเจเข้าใจสัจธรรมตามหนังสือของท่านพุทธาสภิกขุ "สอนเด็กให้ไปนิพพาน สอนลูกหลานให้เป็นคนดี" เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาอีกนิด ...) 555+ 

ตอนนี้ไปติดต่อ ที่เรียนใ้ห้น้องโอมี่แล้ว หลักสูตรมอนเตสซอรี่ นานาชาติ ไม่รู้ดีหรือไม่ดี ใครให้เรียนหลักสูตรนี้อยู่ แนะนำด้วยครับ ลองหาหลักสูตรนี้ใน google ดูก้อน่าจะดี ขอคำแนะนำด้วยครับ

ชื่อ รร อะไรเหรอคะ โอ๋ก็อยากให้เกรซเรียนแนวมอนเตสเหมือนกันคะ ยังหาที่พัทยาไม่ได้เลย search ดูเจอ รร ชื่อ Montessori Child Center แต่โทรไปไม่มีคนรับสายเลยคะ

โรงเรียนเดียวกันครับ เค้าปิดมิดเทอม เปิดวันจันทร์ที่ 28/02/2011 นี้ครับ

http://www.themontessoripattaya.com/

จริง ๆ บอกตรง ๆ เมื่อก่อนไม่ค่อยได้สนใจ ไม่รู้เรื่องหลักสูตรการสอนอะไรพวกนี้เลย

ไปดูโรงเรียน ก็ดูแค่ว่าสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย ดูเด็ก ๆ ที่เค้าเรียนอยู่ก่อน

พอดีไปเจอกระทู้นี้ในPantip เลยจิตตกนิดหน่อย ที่เราไม่เคยสนใจสิ่งพวกนี้เลย

http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N10246137/N10246137.html

ตอนนี้ก็เลยเหมือนเริ่มงง  ๆ นิดหน่อย

โดยส่วนตัวของกันไม่ค่อยได้อ่านกระทู้อะไรมากมาย (แอบคิดเองว่ากันพาน้องเจมาถูกทางแล้ว ถึงแม้ว่าบางทีเพื่อนหลายคนบอกว่ามันเกินไป แต่เรารู้ว่าลูกเราชอบอะไร อยากรู้อะไร) กันส่งน้องเจไปเรียนที่ร่มไม้ รร. เน้นพัฒนาการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกไม่ได้ความรู้นะ เค้าก็ได้ ฟัง พูด อ่าน เขียน ได้ทุกทักษะนั่นแหละ แต่เค้าเน้นไปตามวัย ไม่บังคับ เราก็ให้น้องเจตามในแนวที่โรงเรียนสอน ก็ดูดีมีความสุขดี แต่ตอนที่อยู่บ้าน อย่างที่เคยบอก (หรือเคยอ่านบล็อคของกัน) กันจะสอนวิชาการน้องเจควบคู่ไปกับทางโรงเรียน (อาจจะเข้มกว่าในบางวิชาด้วย) ที่ รร. เองได้แจ้งให้เราทราบเรื่องหน่วยการเรียนแต่ละสัปดาห์อยู่แล้ว เราก็จะรู้ว่าครูจะสอนอะไร แนวไหน บางอย่างเราสอนก่อน บางอย่างเราสอนค้างไว้ให้น้องเจไปหาคำตอบที่โรงเรียน บางอย่างก็ให้ครูสอนเลย (อย่างเรื่องทดลองวิทยาศาสตร์)  อีกส่วนนึงที่กันทำคือ ขอให้ครูแจ้งในสมุดสื่อสารที่ครูเขียนแต่ละอาทิตย์ว่าเรียนอะไร ทดลองอะไร ทดสอบอะไร ขอละเอียดหน่อย เพราะน้องเจเค้าไม่เล่า ครูก็จะเขียนทุกอย่างละเอียดยิบให้เรารู้ เราก็ทบทวนได้ เราพยายามจับทิศทางลูกว่าลูกชอบเรียนแนวไหน ผ่านการเล่น แข่งขัน หรือ ช่วยกันหาข้อมูล ฯลฯ เราก็เอามุขนั้นมาสอดแทรกสอน ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ค่ะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ไทย อังกฤษ จีนกลาง (ฟัง กะ พูด) ศิลปะ วาดรูป เล่านิทาน คิดเลข หรืออะไรก็ตามที่พอจะเป็นพื้นฐานให้น้องเจได้ สลับกันไปทุกวัน ให้เวลาน้องเจวันละ 1 ชั่วโมง ... ขอไม่ลั้ลลาแค่นี้ต่อวัน ฝึกวินัยและความรับผิดชอบในตัวด้วย ส่วนเวลาที่เหลือน้องเจอยากทำอะไร เที่ยวไหน เล่นอะไร กันให้อิสระในกรอบเวลาที่เราตกลงกัน น้องเจชินแล้ว ถ้าวันไหนไม่มีการบ้านของมะม๊า น้องเจจะถามเลยว่าทำไมไม่มีการบ้านของมะม๊า

 

อยากจะบอกอีกอย่างว่าเคยไปเดินร้านหนังสือนะ ดูของ ป.1 - ป.6 กันว่าวิชาการเยอะมากนะคะ แค่ ป.1 กันว่าหลายวิชาก็ยากแล้วล่ะ ตอนนี้กันก็เลยลองไปหาซื้อหนังสือ ป.1 มาดู แล้วก็เอามาแทรกสอนให้น้องเจด้วย บางวิชา เช่น ภาษาอังกฤษเนี่ย กันไม่ระบุ ป. กันเอามารวมกันแล้วดูว่ายากหรือไม่ ยังงัย เอาเท่าที่น้องเจทำได้ เราอธิบายง่าย ๆ ให้ลูกเข้าใจได้ เราก็สอนค่ะ น้องเจทำแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษได้ถึงประมาณ ป.4 นิด ๆ นะคะ ส่วนเลขลองเอาคณิตคิดเร็วของ ป.1 ให้ลองทำ ก็ทำได้ค่ะ จับเวลาและทำได้เร็วกว่าที่ในหนังสือให้เวลา แต่ไม่ได้ซีเรียสตรงนั้นอะค่ะ เรียน ๆ เล่น ๆ กันไปก่อน ทำได้ก็โอเค ทำไม่ได้ก็สอนใหม่ แต่น้องเจจะสนุกเวลาเรียนผ่านการเล่นเกมค่ะ ...

 

จริง ๆ กันไม่เห็นด้วยนะที่อ่านกระทู้แล้วมาจิตตก .. กันว่าอ่านไว้เป็นอุทาหรณ์หรือเป็นประสบการณ์ไว้ปรับใช้กับชีวิตดีกว่า เพราะแต่ละคนเลี้ยงลูกมา พื้นฐานก็ไม่เหมือนกัน เป้าหมายก็ต่างกันค่ะ ดูที่ความเหมาะสม ดูที่ลูกดีกว่า ยัดมากก็ไม่ดีค่ะ หรือปล่อยมากก็จะเสียโอกาส ... กันคิดอย่างงี้นะคะ

 

ส่วนเรื่องชื่อทฤษฎีการสอนต่าง ๆ รวมถึง Homeschool ด้วย ยังไม่ได้อยู่ในหัวกันเท่าที่ควรค่ะ เพราะว่ากันไม่มีเวลาว่างศึกษาข้อมูลมากมายนัก (งานรุมมากกกกก 5555+) สรุปก็คือว่า ดูตัวเอง ดูลูก อะไรเหมาะไม่เหมาะ เรารู้ดี เพราะเราเป็นแม่ ลูกเป็นลูก เรากะลูกเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเหมาะไม่เหมาะ และการันตีอย่างนึงว่า การสอนลูก เล่นกะลูก ใช้ชีวิตกะลูก ทุกอย่างนั้นปรับเปลี่ยนทุกวันตามสถานการณ์ ไม่มีอะไรที่ตายตัวแน่นอน 555+ :)

 

เขียนจากความคิดอะจ้ะ ... -_-"

ขอบคุณค่ะคุณกัน

จริง ๆ ที่บอกว่าจิตตก คืองง ๆ ที่ผ่านมาทำไมเราไม่เคยรู้ว่าวิวัฒนาการการศึกษามันก้าวไปมาก

เราไม่เคยศึกษามาก่อนเลย ก่อนที่จะหาโรงเรียนให้ลูก ก็เลยงง ๆ มานั่ง ๆ คิด ๆ ว่าตกลง

ปัจจุบันที่ลูกเรียนอยู่นี่เป็นแบบไหน หรือว่าที่ได้รับการแนะนำมาในตัวเมืองชลที่ชื่อเสียงดี

แข่งขันกันก็มีแค่ สุอารีกับร่มไม้ ก็เพิ่งมานั่งค้นว่าสุอารีสอนแนวไหน แนววิชาการเน้นด้านไหน

หรือว่าที่ไปฟังร่มไม้ออกแนวบูรณาการ แนวการสอนไปทางไหนอ่ะค่ะ คือไม่เคยศึกษาลึก ๆ ลงไป

เท่านั้นเอง ก็เลยคิดว่าต้องเริ่มใหม่และต้องปรับปรุงตามให้ทัน  555

กันก็ไม่เคยศึกษาลึก ๆ นะคะ กันว่าปฏิบัติเลยดีกว่าค่ะ อ่านไว้เป็นแนวแล้วดูที่ความพร้อมของลูกเราเป็นหลัก กันก็เห็นเพื่อนกันบางคนตามซะเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ วัน ๆ ไม่ทำอะไร หาเวิร์คช็อป หาอะไรมาประดิษฐ์นู่นนี่นั่นให้ลูกเล่น (ก็ดีที่เป็นความคิดสร้างสรร แต่กันว่าบางอย่างก็ไม่ต้องถึงกับประดิษฐ์ก็ได้ รอบตัวเราก็มีพอหาให้เล่นได้เรียนรู้ได้โดยที่ไม่ต้องซื้อ) บางคนก็หาแต่ playgroup พาลูกเข้าเล่น playgroup บางคนก็วิชาการร้อยเลย เห็นลกคนอื่นทำได้ ทำได้ดี ดีมาก ก็คิดว่าอยากให้ลูกทำบ้าง ก็อัดซะ กันว่าบางทีก็ต้องคิดกลับนะว่าคนเรามีทั้งเก่งและไม่เก่ง พัฒนาการช้าบ้างเร็วบ้าง ต้องให้ความใส่ใจตรงนั้นอะ บางคนพาลูกเข้า playgroup เด็กรังแกกันนิดนึงเอาเป็นเรื่องใหญ่เลย -_-"  กันว่าเดินสายกลาง เข้าใจลูก เข้าใจตัวเอง และเข้าใจคนรอบข้างก็ดีสำหรับบางครอบครัวที่แม่ว่างก็ดีค่ะ ทำอะไรได้หลายอย่าง Homeschool ก็ยังทำได้ (แต่คงยังไม่ใช่กัน ณ ตอนนี้ เพราะเห็นลูกมีเพื่อนมีความสุขที่ได้ไปโรงเรียน ก็ดีใจมากแล้ว 555+)  แต่โดยส่วนตัวกันไม่ได้ยึดติดกับทฤษฎีอะไรเท่าไหร่ เห็นว่าดีก็ประยุกต์เอา ไม่ได้คร่ำเคร่งมาก นี่ก็เลี้ยงน้องเจมาเกือบ 5 ปีแล้ว อาม่าน้องเจ (แม่ของกัน) ทำให้รู้ว่าการสอนแบบรุ่นพ่อแม่สอนเรา ยังคงใช้ได้ดีกับรุ่นหลาน ก็หยิบยืมมาบ้างอะค่ะ แต่กันไม่ได้แอนตี้คนที่ทำตามทฤษฎีอะไรก็ตามนะ ต่างคนต่างความคิดต่างเส้นทางที่เดินอะค่ะ กันคิดและสอนน้องเจตลอดว่า มะม๊าไม่ได้เป็นทุกอย่างของน้องเจ มะม๊าทำอะไรไม่ได้ทุกอย่างให้น้องเจ น้องเจต้องหัดไว้ด้วย อะไรที่ทำเองได้ มะม๊าอยากให้ทำเอง ไม่ต้องพึงใคร ช่วยใครได้ก็ช่วยตามกำลังที่เราไหว วันนีงถ้ามะม๊าไม่อยู่แล้ว น้องเจต้องอยู่ให้ได้ เดินต่อไปให้ได้แค่นั้นเอง ไม่ได้สอนให้น้องเจเก่ง เลิศ เกินกว่าใคร แต่สอนให้น้องเจต้องชนะตัวเองให้ได้โดยเฉพาะใจตัวเอง สำคัญที่สุด (ตอนนี้ให้น้องเจฝึกชนะเวลา ทำอะไรให้เป็นเวลา เล่นเกมได้ เล่นไอโฟนได้ หมดเวลาปุ๊บก็ต้องเก็บเลย แล้วเล่นหรือทำอะไรอย่างอื่นไป .. 5555+)

กันขยันมากๆ อะ เห็นใน fb ทำโน่นนี่นั่น เยอะมากกกก เอาแรงเอาเวลาที่ไหนเนี่ย โอ๋เลี้ยงเกรซอย่างเดียวยังโดนแฟนแซวเลยว่าชอบบ่น ว่า เหนื่อย 555

 

เห็นกันเล่าถึง รร ร่มไม้ แล้วเสียดายจัง ไม่มีที่พัทยา อ่อ บ้านกันอยู่แถวไหนนะ เดือนหน้าโอ๋ต้องไปรายงานตัวที่ประกันสังคม เมืองชล ไปยื่นเรื่องขอเบิกเงินคนตกงานไว้หนะ อิอิ เผื่อไม่ไกลกันจะได้แวะไปทักทาย กันขายอาหารด้วยใช่ป่าวจ๊ะ

 

เห็นในทู้เรื่อง dvd phonics กันที่ตอบไว้ โอ๋จะขอยืม leap frog น้องเจ ที่กันบอกว่าให้ดูก่อนเตรียมอนุบาลมา write ได้ป่าวเอ่ย

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service