หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

ถ้ารอให้น้องพูดไทยได้ก่อน จะมีผลให้เค้าเรียนรู้ช้ากว่าไหม

น้องอายุ 11 เดือน และแม่ก็อยากเห็นเค้าพูดไทยได้ไวๆน่ะค่ะ คำถามคือ

 

หากเรารอให้น้องพูดไทยคล่องก่อน ซักอายุ 2 ขวบ แล้วจึงหักดิบเป็นอังกฤษ

 

เค้าจะเรียนรู้ภาษาที่สองต่างจากฝึกตั้งแต่ตอนยังพูดไม่เป็นไหม

 

 

 

Views: 228

Reply to This

Replies to This Discussion

จะยากกว่าค่ะ เพราะเวลาที่เค้าหัดพูดเค้าจะอยากรู้ว่าภาษาอังกฤษคำนั้นแปลว่าอะไร แล้วบางทีเค้าก็จะไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษไปเฉยๆ เพราะว่าไม่เข้าใจในภาษา และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องพูดภาษาอะไรที่เค้าไม่เข้าใจ ทำไมไม่ใช้ภาษาที่เค้าเข้าใจ

ถ้าเค้าเรียนรู้ทั้ง 2 ภาษาตั่งแต่ยังเล็ก (ยังพูดไม่ได้) สมองของน้องเค้าจะซึมซับเข้าไปเองทั้ง 2 ภาษา จะไม่ค่อยมีการต่อต้าน
แต่จากประสบการณ์ของคุณแม่หลายๆท่านที่มาเริ่มฝึกลูกตอนโตแล้ว ภาษาไทยแข็งแล้ว จะเห็นได้ว่าเด็กมีการต่อต้านมาก บางคนก็ไม่ยอมพูดกับแม่ไปเลยพักนึง หรือถ้าแม่พูดเป็นภาษาอังกฤษมา เค้าก็จะไม่ยอมตอบกลับ คุณแม่นั้นแหละค่ะ ที่จะเป็นคนเหนื่อยหนักในการที่จะเปลี่ยนให้เค้าใช้ภาษาอังกฤษแทนภาษาไทยที่เค้าได้แล้ว
เห็นด้วยกับคุณแพทค่ะ การสอนตั้งแต่ลูกยังเล็ก ลูกจะซึมซับไปเองทั้งสอง หรือ สาม หรือสี่ ภาษา โดยที่ตัวเค้าเองก็ไม่ทราบด้วยซ้ำว่านี่คือภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ แต่เค้าจะใช้ความคุ้นเคยจากเสียงหรือภาษาที่เราพูดกับเค้า ทำให้เค้าพูดได้แบบเป็นธรรมชาติค่ะ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ตามค่ะ เช่น ทุกครั้งที่เห็นแมว เสียงที่ได้ยินจากแม่คือ "cat" เค้าก็จะเก็บไว้ใน memory โดยที่เค้าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คำว่า cat ที่ได้ยิน คือ คำในภาษาอังกฤษ พอเจอเหตุการณ์นี้บ่อยๆ คำพูดของเค้าที่ออกมาเมื่อเห็นแมว ก็คือ "cat" ค่ะ และ ถ้าเค้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ คุณพ่อ หรือคุณแม่พูดภาษาไทย ทุกครั้งที่เห็นแมว ก็จะได้ยินเสียงเรียกว่า "แมว"จากคุณพ่อหรือคุณแม่ โดยที่ตัวเด็กก็ไม่รู้อีกเช่นกันว่า คำว่า "แมว" คือภาษาไทย แต่เค้าก็จะประมวลไว้ใน memory อีกเช่นกันว่า เมื่อเห็นแมว ก็จะได้ยินคำว่า "แมว" ดังนั้น เมื่อเราถามลูกว่า "What is it?" คำตอบที่จะได้ยินจากลูก ก็คือ cat แต่ถ้าถามลูกว่า "นี่เรียกว่าตัวอะไรคะ" คำตอบก็จะคือ "แมว" ค่ะ โดยเค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เค้าตอบ คือภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ
หลักของพัฒนาการด้านภาษาของเด็กโดยทั่วไป ก็คือ เห็น ได้ยิน เก็บไว้ในสมอง ต่อมา เห็นอีก ได้ยินอีก ประมวลผลในสมอง แล้วจึง เริ่มกระบวนการ "พูด" ค่ะ

ดังนั้น ในบางสถานการณ์ ถ้าเด็กได้ยินภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย เด็กก็จะพูดภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาแม่เสียอีกนะคะ
เริ่มไปพร้อมกันเลยครับ.................น้องรับได้สบายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จริงๆก็น่าจะโอนะคะ เพราะเห็นเพื่อนบ้านยุ เค้ามาหัดตอนสองขวบกว่าแล้ว ก็พูดได้ในระดับหนึ่ง มันอยู่ที่ความคาดหวังของคุณแม่นะคะ
แต่ถ้าฝึกตอนยังพูดไม่ได้ มันง่ายคนฝึก
ช่ายค่ะ เถียงไม่ได้ 555
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นเลยนะคะ ถามต่ออีกหน่อยหากลูกได้ฝึกทั้งสองภาษาโดยแม่คนเดียว จะทำให้เค้าเริ่มพูดได้คำแรกช้ากว่าเด็กที่รู้จักภาษาเดียวไหมคะ รบกวนผู้มีประสบการณ์ทุกท่านนะคะ กลัวลูกจะสับสนจนพูดช้า (ได้ยินจากเพื่อนบ้านว่าเค้าเคยเห็นเด็กที่พ่อแม่พูดอังกฤษอย่างเดียว ในประเทศไทยนี่แหละ อายุ 1 ขวบครึ่งแล้วยังไม่ยอมพูด พอไปหาหมอ หมอบอกว่าเค้าสับสน ควรจะเริ่มตอน 3 ขวบ)
ในใจขอให้ไม่จริงตามที่หมอบอก หากไม่เป็นอย่างนั้น เราจะได้สบายใจพูดกับลูกตั้งแต่ตอนนี้ (เพราะรู้สึกว่าเค้าจะเริ่มอยากพูดแล้วค่ะ)
อ๊อบเล่าเคสบ้านอ๊อบเป็นตัวอย่าง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์นะค่ะ

จันทร์เจ้า ฝึกตอน 1.6 ขวบ (แม่ฝึกเองทั้งสองภาษา โดยใช้ภาษาอังกฤษถี่กว่า) อ๊อบคิดว่าการรับรู้ได้ในช่วงแรก ทั้งสองภาษาเด็กรับรู้ เข้าใจได้พอๆกัน จนเมื่อมาถึงวัยที่ลูกพูดได้คล่องช่วงสองขวบต้นๆ รู้สึกได้เลยว่าภาษาอังกฤษแซงหน้า เพราะบ้านเราเป็นครอบครัวเล็กๆ ไม่มีญาติพี่น้อง ปู่ย่าตายาย หรือคนงานอยู่ด้วย จันทร์เจ้าเลยเจอภาษาอังกฤษทั้งจากพ่อ แม่ และพี่ จนภาษาไทยเริ่มตามหลัง.....จนเมื่อเมษาที่ผ่านมาอ๊อบเลยทำการปรับวิธีการโดยใช้ภาษาไทยให้ถี่กว่า....แรกๆภาษาไทยเรียงสลับ (แบบภาษาอังกฤษ) ไม่มีหางเสียง ฯลฯ http://go2pasa.ning.com/profiles/blogs/there-is-a-solution-for-every

มาถึงตอนนี้จันทร์เจ้าพูดไทยได้ดี มีไม่ชัดบ้างอันนี้ไม่ซีเรียสเชื่อว่าเข้าร.ร.ก็หาย.
ส่วนภาษาอังกฤษอยู่ในระดับที่พอใจมาก....สามารถคุยกับฝรั่งได้ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
และสามารถสลับโหมดไทย อังกฤษได้ทันทีแม้คนพูดด้วยจะเป็นคนเดียวกัน

ต้นกล้าฝึกตอน 4.10 ขวบ ภาษาไทยแข็งแรงมากมาย...เข้าร.ร.แล้วด้วย...ปัญหาตอนแรกคือการต่อต้าน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะแม่สร้างแรงบันดาลใจได้ตรงจุด เรียกได้ว่าชักแม่น้ำทั้งห้า สร้างแรงจูงใจ สร้างแรงบันดาลใจ ยกตัวอย่างบุคคลเก่งๆ ฯลฯ แต่กว่าจะบิ้วท์ได้ก็ฝ่าปัญหาหลายด่านค่ะ

ถึงตอนนี้
ภาษาไทย..ฟัง พูด ไม่มีปัญหา (นอกจากบ้างครั้งฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง ฮึ่มมมม) อ่าน (กำลังสอนอ่านไทย) เขียน (เขียนได้ตามที่สะกดให้ได้ค่ะ)..
ภาษาอังกฤษ...ฟัง(คนไทยและฝรั่งได้) พูด(คนทั่วไปก็ชมว่าพูดได้ดี) อ่าน(อ่านคำที่ไม่ซับซ้อนเกินไปได้) เขียน(คำที่เราผสม -Blend- ให้ก็จะเขียนได้ หรือคำที่คุ้นตา)

ขอพูดเรื่องสับสนนิดนึง อ๊อบไม่เห็นด้วยเลยค่ะ(เอาตัวเองเป็นเกณฑ์) ถ้้าแม่มีปฏิสัมพันธ์กะเด็กมากพอ สื่อสารกันได้มากในทั้งสองภาษา เรียกว่าชัดเจนในทั้งสองทาง ไม่เห็นว่าเด็กจะสับสนเลยค่ะ คุณหมอเด็กประจำบ้านนี้ประจำอยู่ที่สมิติเวช ศรีนครินทร์ก็ให้การสนับสนุนความคิดนี้เป็นอย่างดี ตอนที่เริ่มทำก็ปรึกษาคุณหมอเหมือนกัน (ปรึกษาเพื่ออยากฟังทัศนคติจากหมอ) คุณหมอบอกว่าให้เริ่มเลย...แล้วยังย้ำว่าต้องฝึกต้นกล้าให้ได้ก่อน 7 ขวบ เพราะถ้าหลังจากวัยนั้นสมองเด็กด้านภาษาจะดีเลย์ คือต้องแปลก่อน....

ท้ายสุดอ๊อบว่าคุณแม่ลองชั่งน้ำหนักดูว่าทำแบบไหนคุณแม่จะมีความสุข ไม่อึดอัด ก็ทำไปตามทางนั้น...

^___^
แอบมาป่วนกระทู้
คุณอ๊อบคะ ฝากเจ้าตัวเล็กไปเลี้ยงสักวันได้ป่าวคะ อยากให้พูดภาษาอังกฤษเก่งแบบน้องจันทร์เจ้าอ่ะค่ะ อิอิ แบบว่าขอหลักสูตรเร่งรัด super- intensive course เลยนะคะ ฝากไปเลี้ยงนานไม่ได้ แม่คิดถึงอ่ะค่ะ อิอิ
อ้าว คุณอ๊อบขา ถ้าตอบรับนู๋ณภัทร ขอฝากน้องเอินเอินด้วยคนนะคะ ขอ super-super-intensive course เหมือนกัน นะคร้า อิอิ
ขอขอบคุณมากนะคะที่แชร์ประสบการณ์ให้ฟัง ทำให้ดิฉันรู้สึกมั่นใจ และสบายใจที่จะใช้ทั้งสองภาษากับลูก รู้สึกว่าเหมือนมีเพื่อนๆอยู่เคียงข้างเราตลอดเวลาเลย ขอให้เราปรับเปลี่ยนการฝึกฝนตามความเหมาะสมของลูก และตัวเราเองต้องไม่เร่งรัดตัวเองด้วย ที่สำคัญเราต้องสนุก เข้าใจแล้วคำว่าสนุกของคุณแม่ทั้งหลาย คือต้องรู้จักตัวเอง และพร้อมที่จะยืดหยุ่นให้ทั้งตัวเองและลูกด้วย
^__^

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service