หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

เมื่อครูสอบตก นักเรียน จะสอบผ่านได้หรือ

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/suthicha...

กาแฟดำ

------------------

ไม่ต้องให้ผู้ เชี่ยวชาญที่ไหนมาบอก ไทยเราก็ควรจะรู้ว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศเราคือ "การศึกษา" และผมเชื่อว่าสาเหตุ สำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้ประเทศชาติตกอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างที่เป็นอยู่ ก็เพราะความล้มเหลวของระบบการศึกษาของไทยเรานี่แหละ


เพราะเมื่อระบบการศึกษาไม่สามารถสร้างคนมีคุณภาพ คิดวิเคราะห์ปัญหาบ้านเมืองอย่างมีเหตุมีผล และหาทางออกของบ้านเมืองร่วมกันอย่างชาญฉลาดประเทศชาติก็วิ่งเข้าหาทางตันอย่างที่เห็นกัน


 ธนาคารโลกออกรายงานฉบับพิเศษเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แนะนำให้ประเทศไทยปรับปรุงการศึกษาให้มี “ความเท่าเทียมกันมากขึ้น” เพื่อประโยชน์ในการสร้างทักษะ และส่งเสริมรายได้ประชากรอันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


ผู้เชี่ยวชาญที่มองในแง่การลงทุนทางการศึกษา เพื่อให้ประชาชนมีทักษะและความสามารถ ก็วิเคราะห์ได้เป็นฉากๆ ว่าเราเริ่มจะไม่สามารถแข่งขัน กับประเทศเพื่อนบ้านด้านการสร้างบุคลากรเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปทางด้านเศรษฐกิจสากล


 แต่ที่ผมคิดว่าเราควรจะห่วงยิ่งกว่านั้นคือ “ระบบการศึกษา” ของไทยไม่สามารถผลิต “คนดีกับคนเก่ง” ให้ออกมาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างชาติสร้างบ้านเมืองได้เพียงพอ


 ยิ่งข่าวเมื่อเร็วๆ นี้บอกว่า การสอบวัดความรู้ของครูไทยนั้น "สอบตกทั่วประเทศ" ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เห็นว่าการศึกษาของไทยเราตกอยู่ในภาวะวิ กกฤติอย่างแท้จริง


 เมื่อครูสอบตก นักเรียนจะสอบผ่านได้อย่างไร?


 รัฐมนตรีศึกษา ชินวรณ์ บุณยเกียรติ บอกว่า ผลการสอบวัดความรู้ความสามารถ ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายทั่วประเทศ “สอบตกทุกวิชา”

 ขณะที่ครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ระดับมัธยมต้น เกินครึ่งหนึ่งมีคะแนนการสอบเกาะกลุ่ม อยู่ในระดับสูงและปานกลาง

 รองลงมาคือวิชาชีววิทยาที่ผลการสอบปรากฏว่ามีครูสอบตก 86% จากผู้เข้าสอบ 2,846 คน และครูทำคะแนนได้ระดับสูงเพียง 0.07%

 วิชาคณิตศาสตร์มีครูสอบตก 84% จากผู้เข้าสอบ 5,498 คน มีครูทำคะแนนได้ระดับสูงเพียง 0.06%

 วิชาฟิสิกส์มัธยมปลายมีครูสอบตก 71% จากผู้เข้าสอบ 3,487 คน มีครูทำคะแนนได้ระดับสูง 2.19%

 และยังมีข้อมูลสำหรับครูสอนวิชาอื่นๆ อีกที่ล้วนแล้วแต่ยืนยันว่า “คุณครู” ของเด็กไทยนั้น มีมาตรฐานต่ำกว่าที่เราคาดหวังอย่างร้ายแรงเอามากๆ ทีเดียว

 ถามว่าทำไมเราเพิ่งรู้หรือว่าครูของเรามีปัญหาน่าเป็นห่วงขนาดนี้?

 ที่เพิ่งรู้ก็เพราะเพิ่งจะทำการ “สอบวัดผล” เป็นครั้งแรกที่วัดความรู้ครูครั้งใหญ่ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายว่าจะพัฒนาครูให้ครบวงจรทั้งระบบ

 รัฐมนตรีศึกษาบอกว่า การประเมินครั้งนี้ทำให้เห็นชัดว่าครูวิทย์ คณิตศาสตร์ในระดับ ม.ปลาย นั้น จำเป็นต้องถูกยกระดับอย่างเร่งด่วน

 เพราะถ้าระดับครูแย่อย่างนี้ นักเรียนไทยจะเก่งกว่าครูก็คงจะยากลำบากเต็มที

 ที่น่าเป็นห่วงอีกด้านหนึ่งจากการสำรวจครั้งนี้คือ การสอบวัดความรู้ผู้บริหารสถานศึกษาระดับผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ โรงเรียนทั่วประเทศราว 4 หมื่นคนที่พบว่า

 สอบตกในทักษะด้านภาษาอังกฤษ และไอซีที ถึง 95% ของผู้บริหารที่เข้าสอบทั้งหมด

 ภาพรวมของระบบการศึกษาของเราจึงอยู่ในสถานภาพที่ย่ำแย่พอสมควร เพราะระดับมัธยมต้น และมัธยมปลายคือหัวใจของการสร้างคน หากอ่อนตั้งแต่ระดับนี้ พอไปถึงระดับวิชาชีพ
และมหาวิทยาวิทยาลัยก็ช้าเกินกว่าจะแก้ไขได้

 คุณชินวรณ์ บอกว่า กระทรวงศึกษาฯ ได้เตรียมงบพัฒนาครูทั้งระบบ ไว้ในโครงการไทยเข้มแข็งแล้ว 1,440 ล้านบาท และผลวัดความรู้ครูที่ออกมา ทำให้ต้องให้ความสำคัญในการสร้างครูผู้สอนวิชาหลักระดับประถม
และมัธยมต้นให้มีคุณสมบัติ สามารถสอนแบบบูรณาการได้หลายวิชาในครูคนเดียว

 ประสบการณ์บอกเราว่าเพียงแค่มีงบประมาณไม่ได้แก้ปัญหา เพราะกระทรวงศึกษาฯ นั้นถือได้ว่าเป็นกระทรวงที่ได้งบประมาณระดับต้นๆ ทุกปี แต่ส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนและค่าใช้จ่ายประจำ เช่น
ค่าก่อสร้างมากกว่าจะลงไปลงทุนใน “คน” อย่างแท้จริง

 นี่กระมังคือหัวใจของปัญหา นี่กระมังที่ยังไม่มีนักการเมืองไทยคนไหนพิสูจน์วิสัยทัศน์ และฝีมือสร้าง “คน” ด้วยการศึกษาอย่างจริงจัง

----------------------------------


ข่าวโพสทูเดย์

สพฐ. เผยผลสอบวัดความสามารถครูคณิต-วิทย์มัธยมทั่วประเทศ พบสอบตกทุกวิชา  โดยวิชาเคมีมีครูสอบตกสูงสุดถึง 64% ขณะที่ดาราศาสตร์สอบตก 63% 

ผล การสอบวัดความรู้ความสามารถครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายทั่วประเทศ
โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งปรากฏว่า
ครูทั้งสอง
วิชาในระดับมัธยมปลาย สอบตกในทุกวิชา
ขณะที่ครูระดับมัธยมต้นเกินครึ่งหนึ่งมีคะแนนการสอบเกาะกลุ่มอยู่ในระดับสูง
และปานกลาง


ภาพรวมของวิชาอื่นๆ ของครูทั้งสองระดับ ก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน เช่น วิชาเคมีมีครูสอบตก 64%
จากผู้เข้าสอบ 3,088 คน มีครูทำคะแนนได้ระดับสูง 23%
ขณะที่วิชาโลกและดาราศาสตร์มีครูสอบตก 63% จากครูผู้เข้าสอบทั้งหมด 529 คน
มีครูทำคะแนนได้ระดับสูงเพียง 0.56% ฯลฯ


ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ออกมาเปรยถึงผลที่ออกมาว่า
"นี่เป็นครั้งแรกที่กระทรวงสอบวัดความรู้ครูครั้งใหญ่ทั่วประเทศเพื่อจะได้
พัฒนาครูให้ครบวงจรทั้งระบบ การประเมินครั้งนี้ทำให้เห็นชัดว่าครูวิทย์
คณิต ม.ปลาย จำเป็นจะต้องถูกยกระดับอย่างเร่งด่วน
เพราะหากผลออกมาเช่นนี้ไม่ทราบจะยกระดับคุณภาพนักเรียนได้อย่างไร"

นาย วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ในฐานะกรรมการที่ปรึกษา โครงการผลิต ครูพันธุ์ใหม่ระบุว่า การวัดความรู้ครู
เป็นหนึ่งในมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพผู้สอน ที่หากเจาะลึกลงๆไปใน
รายละเอียด ก็จะพบว่า กลุ่มครูที่ทำคะแนนได้ดี หรือผ่านเกณฑ์
ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นครูที่มาจากโรงเรียน ในเขตเมือง
ขณะที่เมื่อนำคะแนนของครูทั่วประเทศมารวมกัน แล้วเรียงให้เห็นภาพทั้งหมด
หรือกระทั่งคิดเป็นค่าเฉลี่ยก็จะได้ตัวเลขที่น่ากังวลสำหรับทุกฝ่าย

“สิ่งที่เกิด ขึ้น เป็นเรื่องของการขาดแคลนครูในวงกว้าง
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าครูที่มีความรู้เฉพาะทาง โดยเฉพาะ
วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ หรือแม้แต่ที่เรียนจบคณะครุศาสตร์
ในวิชาเอกดังที่ได้กล่าวไปแล้ว มีจำนวนน้อย เพราะเรียนยาก
ทั้งนี้เป็นผู้ที่เรียนจบด้านนี้
แต่ละปีนอกจากเลือกทำงานอื่นที่ไม่ใช่ครูอยู่แล้ว
ก็ยังมีเรื่องของการกระจุกตัวการเลือกทำงาน เลือกใช้ชีวิตเฉพาะในเขตเมือง
เข้ามามีส่วนอีกด้วย


อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องอัตราของครู เกษียณ ที่รัฐไม่ได้คืนตำแหน่งให้มีการบรรจุใหม่
แม้จะมีการคืนมาภายหลังก็ยังไม่เพียงพอ
ปัญหาความขาดแคลนอัตราโดยรวมที่มีอยู่แล้ว
เมื่อมีเรื่องของการขาดแคลนตามสาขาเข้ามาร่วมด้วย ส่งผลให้ปัญหาวิกฤติครู
เข้ามาจากทั้งสองด้าน คือทั้งเรื่องของ
ครูที่มีอยู่แล้วขาดความตื่นตัวในการพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะมีภาระมากมาย
และเรื่องของการได้บุคลากรที่ไม่ตรงกับสาขา”

นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์
ประธานกรรมการคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตและนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูพันธุ์
ใหม่ระบุว่า วิชาชีพครู เป็นวิชาชีพ เปิดที่ใครจะมาเรียนก็ได้
ไม่ได้ควบคุมคุณภาพ แตกต่างกับเมื่อ 50 ปีก่อน ที่คนที่เรียนดี
เรียนเก่งอันดับต้นๆ เลือกที่จะเรียนครู เพื่อประกอบอาชีพแม่พิมพ์ของชาติ

“หลักสูตรของคณะ ครุศาสตร์ เน้นเนื้อหาที่เป็นวิชาครู มากว่าวิชาการ
ขณะที่กลไกในการผลิตเนื้อหาเพื่อป้อนความรู้ให้กับ หลักสูตรการเรียนครู
เพื่อช่วยในการยกระดับความรู้ให้ตัวเอง เท่าที่เป็นอยู่
พบว่ายังเป็นการแยกส่วนกันทำงาน" 
นายสมหวังกล่าว

นอกจากนี้ งานประจำหลายส่วน นอกเหนือไปจากภาระการสอน
ที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นงานเอกสารจำวนมาก
ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คอยจำกัดเวลาไม่เหลือให้ครูมีเวลามากพอที่จะใช้
เวลาเหล่านั้นเพื่อศักยภาพให้ตัวเอง
เมื่อมีการวัดผลเรื่องเนื้อหาจึงปรากฏผลดังที่ได้ทราบไปแล้ว
และนั่นเป็นภาพสะท้อนของการจัดการศึกษาครู
ที่หากปล่อยไว้ก็จะเกิดปัญหาอย่างแน่นอน

นายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า เรื่องของการประเมิน
ครูในแต่ละครั้ง จำเป็นจะต้องพิจารณาในหลายด้าน ทุกครั้ง
ต้องมองว่าเป็นโอกาส ซึ่งจะทำให้เห็นว่า ครูยังขาดในเรื่องใดบ้าง
ต้องพัฒนาในด้านไหน
เป็นการส่งสัญญาณให้มีการเข้ามาจัดการในการพัฒนาครูในระยะยาว
ซึ่งเป็นงานที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องลงมืออย่างจริงจัง


Views: 607

Reply to This

Replies to This Discussion

Totally Agree
ยิ่งเจอครูที่สอนนักเรียนแบบผิดๆแล้วไม่ยอมแก้ไขเพราะกลัวหน้าแตกนี่ยิ่งแล้วใหญ่ (เจอเองกับตัวค่ะตอนที่เรียนม.4 วิชาคณิตที่เมืองไทย ขนาดเอาหนังสือติววิชามาบอกครู ครูยังบอกว่าหนังสือผิด เราก็อ้าวผิดได้ไง เช็คกับเพื่อนทั้งห้อง กับหนังสือต่างสำนักพิมพ์ทุกเล่มที่มีในห้อง ครูยังยืนยันว่าครูสอนถูกแล้ว) ต่างกับตอนที่มาเรียนที่นี่มาก ครูสอนผิด เราก็ทักท้วงตามความเข้าใจของเรา คุณครูกลับชมเชย เราที่เรามีความกล้าที่จะบอก มีความตั่งใจในการเรียนที่สามารถสังเกตุเห็นข้อผิดพลาด ไม่ใช่สักแต่ว่าจำ ครูเขียนอะไรบอกอะไรก็จำไปอย่างนั้น โดยไม่ได้สนใจเลยว่าเนื้อหานั้นถูกหรือผิดอย่างไร

ครูก็เป็นคนเหมือนกัน ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นๆ และนำไปพัฒนาสอนลูกศิษย์ จรรยาบรรณของครูคือผู้ให้ ให้ทั้งความรู้ ความเข้าใจ และสิ่งดีงาม (เข้าใจผิดไปรึเปล่าก็ไม่ทราบแต่คิดว่าครูที่ดีน่าจะเป็นแบบนี้) ครูยิ่งสมควรต้องทำการบ้านหนักกว่าลูกศิษย์ เพื่อที่จะค้นคว้าหาความรู้มาสอนศิษย์ โลกเรามีความรู้อีกมากมาย และการพัฒนาก็ไม่เคยหยุดนิ่ง ถ้าครูไม่คิดหาความรู้เพิ่มเติม ครูก็จะหยุดนิ่งอยู่กับที่ แม้กระทั้งวิชาประวัติศาสตร์อดีตที่ผ่านไปแล้ว แต่การค้นคว้าก็ไม่ได้หยุดไปด้วย ข้อมูลใหม่ๆก็ยังมีการค้นพบมีการเพิ่มเสริมขึ้นมา ครูจึงควรเป็นผู้ที่จะให้ความรู้ที่ถูกต้อง และเหมาะสมแก่ลูกศิษย์ เพื่อที่ลูกศิษย์จะได้นำความรู้นั้นไปใช้ให้ถูกทาง
โอ้ย น่ากลัวจัง
อนาคตของชาติจะพึ่งใครดี
ตนเองเป็นที่พึ่งตนเองค่ะ คุณครูและโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น (อย่าคาดหวังมาก) นุชทำงานเกี่ยวกับการสอนเด็กระดับมหาวิทยาลัย เห็นปัญหามาเยอะ หลายรูปแบบ (ยิ่งโตยิ่งปัญหามาก) บางครั้งเด็กและผู้ปกครองก็ไม่ให้ความร่วมมือ (ไม่ได้ทั้งหมดนะค่ะ) คนที่เป็นครูจริงไม่ใช่แต่ว่าสอนไปวัน ๆ สิ้นเดือนรับเงินเดือน นุชเป็นตัวแทนของครู (อาจไม่ใช่ทั้งหมด) บอกเลยว่าครูอยากให้ศิษย์ทุกคนเป็นคนดีและคนเก่ง ครูสามารถสอนผิดได้ แต่เมื่อรู้ว่าผิดแล้วต้องรีบแก้ไขและยอมรับ ต้องติดตามเทคโนโลยีว่าขณะนี้โลกไปถึงไหนแล้ว ไม่อยู่นิ่งเหมือนก้อนหิน คิดว่าครูไทยหรือครูต่างประเทศ ก็มีปะปนกัน ทั้งที่ยอมรับความผิดตนเองได้ และยอมรับไม่ได้ ฉันถูกฝ่ายเดียว แต่ที่ผ่านมา นุชโชคดีค่ะ เจอบรรดาครูไทยดี เป็นต้นแบบของการเป็นครูของนุช

และอีกฐานะหนึ่งก็เป็นแม่ของลูกน้อย 1 คน ก็เลยได้สัจธรรมว่า ตัวเด็กและครอบครัวมีส่วนอย่างมาก และดีใจที่มีบรรดาพ่อแม่ที่อยากจะพัฒนาศักยะภาพของลูกน้อยอย่างน้อยก็เป็นพ่อแม่ที่อยู่ในเว็บนี้ สู้ สู้ ค่ะ
ถึง คุณบิ๊ก
ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมครูถึงสอบตก เพราะมีการคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วตั้งแต่ จากผลสอบเอ็นสะท้านโน้นไงคะ พระท่านกล่าวไว้ว่าทุกอย่างย่อมเกิดจากเหตุ คนเก่งเลือกอะไร ก็หมอ วิดวะไง คนที่ได้คะแนนสูงๆ ก็เลือกคณะเลิศๆไปหมด เพราะอะไร ก็เพราะคาดหวังและมั่นใจในรายได้ที่จะได้จากการประกอบสัมมาอาชีพนัั้นมันช่างแตกต่างจากอาชีพครูเสียจริง ครูงานก็หนักเงินก็น้อย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าครูมีปัญหาเรื่องหนี้สินเยอะ และยังสอนนักเรียนปากเปื่อยปากแฉะ ขนาดเรามีลูกกัน1-2คน พูดทั้งวันเรายังเหนื่อยแทบจะเป็นลม แล้วครูละคะ ไหนจะเหนื่อยหารายได้พิเศษจากการสอนพิเศษ ไหนจะเหนื่อยจากการตรวจการบ้าน ก็คงไม่มีกะใจหรือเอาเวลาจะไปศึกษาเพิ่มเติมเท่าไหร่

ดังนั้นคณะสุดท้ายที่คนจะเลือกก็คือคณะศึกษาศาสตร์ เลือกไว้ให้ได้ชื่อว่าสอบมหาลัยติดไม่อายเค้า บางคนเรียนไปงั้นๆ ไม่ได้มีความสุขเลย (ส่วนคนที่ตั้งใจเลือกก็มืออันนี้ไม่รวมในcommentนี้นะคะ) กลายเป็นว่าแม่พิมพ์ที่ไม่มีคุณภาพ ก็กำลังจะพิมพ์อนาคตของชาติ อยู่นี้ไงคะ
วิธีแก้ปัญหาคือ เราต้องปรับเปลี่ยนใหม่ สร้างค่านิยมใหม่ คนเก่งๆจะต้องเรียนคณะศึกษาศาสตร์ มีแรงจูงใจจากรายได้ ที่สูงเทียบเท่าหรือมากกว่า หมอ มีpromotionให้ไปศึกษาดูงานโรงเรียนในต่างประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว
และกำหนดไปเลยว่าห้องหนึ่งสอนไม่เกิน 30 คน อะไรประมาณเนี้ย เพื่อที่ครูจะได้มีเวลาเหลือไปทำงานวิจัย ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ รับรองคนแย่งกันเป็นครูเยอะแยะไปหมด พลเมืองก็จะมีคุณภาพประเทศชาติก็จะเจริญก้าวหน้าสถาพรอย่างแน่นอนค่ะ
ยิ่งครูคนไหนมีประวัติเคยได้เหรียญทองหรือสารพัดเหรียญโอลิมปิควิชาการ ก็จะได้รับเกรียรติให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระทรวงศึกษาธิการ
ให้ช่วยวางแนวทางการสอนที่มีประสิทธิภาพในวิชานั้นๆ ด้วย อะไรประมาณนี้แหละคะ

ฝากส่งความคิดเห็นนี้ไปถึงท่านนายกด้วยได้ไหมคะคุณบิ๊ก :)


การศึกษาได้เวลาเปลี่ยนมานานแล้ว
ไปๆมาๆแพทกลายเป็นแฟนคลับตามอ่านกะทู้คุณอู่ไปแล้วนะค่ะเนียะ

ขอเสริมว่าให้เน้นสอนจริยธรรมและจรรยาบรรณด้วยค่ะ จริงๆแล้วก็ไม่ใช้เฉพาะครูหรอก เพราะเดี๋ยวนี้ในโรงเรียนเด็กเองก็เน้นแต่วิชาการให้เด็กสมองโต โดยแทบจะลืมสอนจริยธรรมกันไปแล้วค่ะ
อุ๊ยตาย!เรามีแฟนคลับกะเค้าด้วยเหรอเนี่ย คงมีคุณแพทคนเดียวหรือเปล่าน๊า555 :)
เห็นด้วยกับคุณแพทคะ ที่ให้เน้นสอนจริยธรรมและจรรยาบรรณ เหมือนstyle โรงเรียนบ้านรุ่งอรุณแถวพระราม2นะคะ อู่เคยไปobserveมาทีนึงคะ อู่ละช๊อบชอบโรงเรียนนี้จัง สอนออมเงินและจดบันทึกด้วย สอนทำนาด้วย กิ๊บเก๋ยูเรก้าจริงๆ สอนทำกับข้าวด้วย ให้นักเรียนที่ชั้นโตๆไปจ่ายตลาด ให้คำนวณเองว่าจะต้องซื้ออะไรเท่าไหร่เพื่อ ทำกับข้าวเลี้ยงคนทั้งโรงเรียน สอนทำสมาธิ สวดมนต์ หล่อพระเองบูชาเองด้วยนะคะ ไปทัศนศีกษาก็บ่อย แล้วให้เด็กจดบันทึกว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง สอนแบบบูรณาการอะไรประมาณนี้แหละคะ

เคยลงชื่อไว้แล้ว แต่possibityน้อย เพราะเค้ารับน้อย สมัครล่วงหน้ากันเป็นปี ลูกคนเล็กนั้นได้เรียนแน่ แต่ลูกคนโตต้องเป็นwaiting list เพราะเข้ากลางคันคือรอคนเก่าลาออก แล้วถึงจะได้เข้าเรียน แต่ทีนี้อู่ก็อยากจะให้ลูกเรียนที่เดียวกันไงคะ ก็เลยต้องตัดใจระหกระเหินไปเรียนที่อื่นคะ (แงๆ) เลยเอาลูกมาเรียนใกล้ๆที่ทำงาน จะได้ไปรับส่งง่ายๆ หรือมีปัญหาอะไรก็จะได้ไปทันเวลา เหมือนคราวแล้วลูกตกบันไดที่โรงเรียน ครูโทรมาตามอู่ให้ไปรับด่วน อู่ก็รีบพาไปหาหมอทันเวลาคะ

อยากให้มีโรงเรียนแบบโรงเรียนรุ่งอรุณนี้เยอะๆจัง และสอนเป็นภาษาอังกฤษสัก50%ก็จะเลิศมากคะ :)

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service