หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

อย่างนี้ถือว่าตามใจลูกหรือปล่อยให้เขาได้มีพัฒนาการคะ

คือเราเคยอ่าหนังสือว่า เวลาลูกร้องหรือต้องการอะไร เราควรตอบสนองทันที(ช่วงที่ลูกยังแบเบาะ) ตอนนี้ลูกขวบสี่เดือนยังพูดไม่ได้ เค้าชอบโวยวาย คือส่งเสียงดังใส่แม่เวลาต้องการอะไรสักอย่าง หรือชี้ให้ดูทีวี ชี้ให้ดูคน ร้องเรียกให้แมตามเข้าไปในห้อง ถ้าไม่ได้ก็น้ำหูน้ำตา ซึ่งย่าที่ช่วยเลี้ยงตอนเวลาเราไปทำงานชอบพูดว่า เวลาอยูกะแกไม่โวยวายเลย ดีมากสงบเสงี่ยม ไม่ร้องออกนอกบ้าน สารพัดจะดีกว่าเวลาอยู่กับแม่( ทำให้เรารู้สึกแย่กับคำพูดแกนะ เหมือนเราเลี้ยงลูกไม่ดี)  ถ้าย้อนไปคือตั้งแต่แรกเกิดจน ขวบสองเดือนเราเลี้ยงลูกเอง ปล่อยให้เล่นทุกอย่างที่เค้าอยากเลน โดยเราดูอยู่ใกล้ๆ เช่นลูกเริ่มเกาะได้ก็อาจหาญปีนเตียง เราก็ปล่อยให้ทำ คอยรองก้น ลูกชอบดยเยเวลาเราอยู่ในครัวก็หาเก้าอี้เล็กมาต่อให้ยืนข้างอ่างล้างจานให้เขาเล่นขวดนมจุกนมที่เราล้างแล้วตากไว้ ซึ่งลูกก็เล่นได้นาน หรือถ้าเบื่อก็ให้ตะหลิวกะกะละมังไปเล่น คือลูกจะชอบเล่นของจริง ของเล่นที่ซื้อให้ไม่ค่อยชอบค่ะ ปากกา ดินสอ เราให้ลูกจับ หรือถือเล่น แต่จะจับตาตลอดเวลาที่ลูกถือของนั้น หรือเวลาเค้ากินก็จะปล่อยให้เลอะแล้วค่อยเก็บ (โดนอีกล่ะค่ะ ที่ปล่อยให้ลูกทำเลอะเทอะ..) ถ้าเป็นของเล่นเด็กรื้อมาถ้าแม่มันไม่เก็บขวางทางก็เตะเลยค่ะ ..ตกลงมีปัญหาเรื่องลูกหรือมีปัญหากะย่าเนี่ย.. มั่นใจกับการเลี้ยงลูกของตัวเอง แต่ถูกบั่นทอนจากคำพูดบ่อยๆมันก็หวั่นไหวค่ะ

Views: 353

Replies to This Discussion

ในความคิดของหยกนะคะ การที่ปล่อยให้เค้าได้ทำอะไรตามที่เค้าอยากรู้อยากเห็นเป็นสิ่งที่ดีค่ะ เราไม่ไปทำลายจินตนาการของเค้าเป็นดีที่สุดค่ะ แต่ ถ้าการปล่อยให้ลูกของเราได้มีจินตนาการอย่างไร้ขอบเขต ในบางครั้ง อาจจะไปทำให้ใครเดือดเนื้อร้อนใจ หรือรู้สึกขัดหูขัดตาล่ะก็ หยกจะเริ่มตีกรอบในสิ่งนั้นๆค่ะ ลูกเราจะดีจะฉลาดได้เราไม่ควรขัดขวาง แต่ถ้าลูกเราเกิดไปทำอะไรให้ใครต้องรู้สึกหงุดหงิด(โดยเฉพาะเรา) โดยไม่รู้ตัว หยกคิดว่าควรจะห้ามปราบบ้างค่ะ บางอย่างที่คิดว่าถ้าโตกว่านี้จะแก้ยาก หรือเป็นสิ่งที่ไม่ควรในเวลาต่อๆไปอนาคต หยกว่าควรกำหนดขอบเขต แต่ไม่ควรมากจนเกินไป เอาแค่ไม่เดือดร้อนใครเป็นพอ เพราะเมื่อเด็กอายุได้ 2 ขวบกว่าๆแล้ว จะเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ถ้าถึงวันนั้นเราต้องการจะแก้อะไร หรือนิสัยบางอย่างในตัวเค้าก้ยากแล้วอ่ะค่ะ เด็กบางคนถึงกับต่อต้าน ถ้ามองในมุมของจิตนาการก็ดีนะคะ แต่ถ้ามองอีกมุมนึงในด้านของนิสัยที่คุณแม่คิดว่าควรจะเป็น คุณแม่ควรจะวางแผนแต่เนิ่นๆแล้วล่ะค่ะ ควรจะฝึกซะตั้งแต่ตอนที่เค้ายังไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง เพราะถ้าเราเกิดมาเข้มงวดเอาตอนที่เค้าเป็นตัวของเค้าเองแล้วล่ะก็ คงต้องเตรียมทะเลาะกับแม่ทุกวันเป็นแน่ ที่หยกให้ความเห็นมาไม่ได้หมายความว่าให้คุณแม่ตีกรอบทุกอย่างให้เป็นระเบียบนะคะ แค่ควรเริ่มตีกรอบเป็นบางอย่างที่จำเป็นเท่านั้นค่ะ

ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยต่างอะไรกับคุณโอ๋ค่ะ ที่บ้านเป็นคนจีนเหมือนกัน ถูกบั่นทอนสารพัด ที่บ้านก้ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเลี้ยงลูกของเราเท่าไหร่ แต่ของหยกแล้ว ที่บ้านจะค่อนข้างตามใจในจิตนาการของเด็ก(รวมถึงการสนับสนุนให้ลูกต่อว่าแม่(อันนี้น่าเจ็บใจ ลูกอาจไม่เคารพเราได้ซักวัน เพราะรู้สึกว่าแม่มีอำนาจไม่มากเท่าคนอื่นๆในบ้าน)) โดยไม่ขีดกรอบอะไรกับเด็กทั้งนั้น แต่ตัวหยกเองแล้วจะค่อนข้างตีกรอบเป็นบางอย่างเพราะกลัวว่าเมื่อเค้ามีความเป็นตัวของตัวเองขึ้นมาเมื่อไหร่ จะแก้นิสัยบางอย่างได้ยาก และอาจต่อต้านเราได้ในอนาคตค่ะ ^^"
ขอบคุณหยกค่ะ ดีใจที่มีคนคิดเหมือนกัน โอ๋เองจะเข้มงวดกับลูกเวลาอยู่นอกบ้านเช่นร้านอาหารหรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จะไม่ปล่อยให้ลูกเล่นได้ตามใจเพราะเราคิดว่าเป็นที่สาธารณะ ลูกน่ารักสำหรับเราแต่อาจน่ารำคาญสำหรับคนอื่น(สามีกลัวมาก ..จำข่าวที่มีคนขี้โมดหสาดน้ำร้อนใส่เด็กในร้านMKได้ไหมคะ)สามีจะคอยเตือนตลอดค่ะ
เค้ายังเล็กมากนะคะ ขวบสี่เดือนเองค่ะ (ลูกอายุเท่ากันเลย) เป็นช่วงที่อยากลอง อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอ่ะค่ะ ถ้าไม่ได้เป็นสิ่งที่จะทำใ้ห้เกิดอันตรายเช่น ปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ ของมีคม ก็น่าจะปล่อยให้เค้าสนุกกับการเรียนรู้ไปนะคะ ^^ ส่วนการเรียกร้องความสนใจจากแม่ ก็เป็นเรื่องปกติของเด็กวัยนี้ เราค่อยๆฝึกเค้าไปเรื่อยๆก็ได้นี่คะ และจากที่อ่านมาคิดว่าเป็นปัญหากับย่ามากกว่าค่ะ อดทนไว้นะคะ
ส่วนตัวก็เห็นด้วยกับคุณหยกคะ ถ้าการกระทำอันไหนที่ไม่เดือดร้อนต่อตนเองและผู้อื่นก็น่าจะปล่อยให้เข้าได้มีอิสระคะ ตัวเองก็ชอบให้ลูกได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์จริง เพราะวันหนึ่งหนึ่งมีอะไรมากมายหลายอย่างที่เราต้องห้ามเขาอยู่แล้วที่มันไม่ดีแล้วก็เป็นอันตราย เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่หนักหนาสาหัสก็ปล่อยให้เขาเล่นไปเถอะคะ เคยอ่านหนังสือเขาบอกว่า ห้องของศิลปินเนี่ยมันจะรกรก เพราะจะทำให้เขาเกิดจินตนาการ เมือก่อนก็หงุดหงิดเวลาเห็นบ้านรก แต่เพราะอ่านเจอเรื่องนี้ก็เลยปล่อยให้เขาเล่าเเล้วก็เก็บทีเดียว แต่ก็ไม่ใช่ไม่บอกไม่ให้เขาหัดเก็บของเล่นเลยนะคะ ก็ต้องมีบอกบ้าง แต่จะเอาอะไรกับเด็กสองสามขวบ จะให้เก็บเองทุกครั้งก็คงไม่ใช่เด็กแล้วละคะ สิ่งรอบตัวลูกทุกอย่างคือการเรียนรู้ ถ้าหากไม่อยากให้เกิดอันตรายหรือไม่อยากให้ลูกเล่นก็ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก เมือสองสามวันก่อน อ้อมเอากรรไกรวางไว้ที่โตะลูกเห็นเลยหยิบมาโยน เพื่อนเห็นเพื่อนบอกว่าทำไม่เล่นอย่างนั้นละ อ้อมเลยบอกว่านั่นไม่ใช่ความผิดของเด็ก มันเป็นความผิดของเราต่างหากที่เอาไปวางไว้ เด็กจะไปรู้อะไรว่ามันอันตรายแค่ไหน ถึงแม้เราจะเคยบอก บางครั้งเขาก็จำได้ แค่บางครั้งด้วยความอยากเล่นเขาก็ลืม หรื่อเอาแก้วน้ำวางไว้บนโต๊ะ แล้วเด็กปัดหก นี่ก็เป็นความผิดของเราอึกที่เราไม่ละวัง ถ้ามองดูดีดีแล้วมันเป็นความสะเพร่าของผู้ใหญ่ทั้งสิ้นแต่กลับไปโทษเด็ก เวลาอ้อมพาลูกออกไปข้างนอก เวลาจะซิ้อตั๋วที่ตู้หรือหยอดเหรียญก็จะหัดให้ไทคิทำ แต่จะต้องเป็นเวลาที่ไม่มีคนมาต่อแถวอยู่ข้างหลังนะคะ เพือจะได้ไม่รบกวนคนอื่น พอขึ้นรถไฟไทคิเห้นที่โหนบนรถไฟก็ถามว่านั่นอะไร เราก็บอกว่าทีโหนจับไว้เพื่อไม่ให้ล้ม เขาก็อยากจับเราก็บอกว่าไทคิต้องกินข้าวเยอะเยอะจะได้ตัวใหญ่ แล้วจะได้โหนได้เหมือนคนอื่น แล้วเราก็จับเขาโหน เพื่อนเพื่อนเห้น เขาก็หาว่าเราตามใจลูก แต่เราก็ไม่สนหรอก เพราะเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เด็กในวัยนี้เขามีความคิดเป็นของตนเองเราก็ควรจะประค้บประคองเขาค่อยค่อยบอกเขา แต่ผู้ใหญ๋อย่างเราเรา ก็คิดว่าเขาต่อต้าน
..เห็นด้วยค่ะว่าต้องโทษตัวเองที่ปล่อยของอันตรายให้เด็กหยิบถึง(แต่บางทีการโดนคนอื่นตำหนิซ้ำกับที่เรารู้สึกผิดอยู่แล้วมันทำให้รู้สึกแย่เป็น2เท่าเลยนะคะ) พยายามเก็บของอันตรายเสมอเช่นกรรไกร พ่อสามีจะชอบลืมทิ้งไว้ เราจะใช้วิธีขอจากลูกซึ่งเขาก็จะเดินเอามาให้โดยดี แต่ถ้าเป็นแม่สามีเห็นหลานเล่นปากกาแล้วเรานั่งมองเฉยๆ เค้าจะเข้าไปกระชากจากมือหลานเลย(ทำประชดแม่หลาน)...เรื่องนี้เข้าไปคุยต่อห้องjust mom ดีกว่ามั้ง อิอิ
ปล่อยให้เค้ามีอิสระที่จะทำอะไรที่เค้าอยากรู้ดีที่สุดค่ะ ไม่รบกวนใครเป็นพอ ใครจะพูดอะไรก็ช่าง เค้าคือลูกเรา สำคัญคืออดทนค่ะ เพราะคนที่บ่นที่ว่า ก็อคือคนที่มีพระคุณกับเรานะคะ ความคิดแต่ละคนก้อต่าง ยิ่งเค้าอยู่มาในยุคก่อน ย่อมมีความคิดที่ต่างกับเรามาก ไม่สนใจอย่างเดียวค่ะ เก็บมาคิดก็อจิตตกค่ะ เราทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

นี่ก็เพิ่งพาลูกไปเดินโฮมโปรมา หยกว่าเป็นที่ที่ค่อนข้างโอเคที่หนึ่งเลยนะคะ มีอะไรหลายๆอย่างที่บางอย่างเรายังไม่เคยเห็นเลย น่าจะเเปลกตาสำหรับเด็กมาก เค้าจะได้มีจิตนาการที่กว้างไกลมากขึ้นค่ะ หยกก็ปล่อยให้เค้าเล่นนะคะ ก็ยังเสียวๆอยู่กลัวไปทำชักโครก อ่างอาบน้ำเค้าแตกเหมือนกัน (ไม่แพงเท่าไหร่ค่ะ แค่ 4-5แสนเท่านั้นเอง) เหงื่อตกค่ะ เวลาลูกปิดแรงเกินไปเป็นบางครั้ง แหะๆ ^^
ทำงานนอกบ้านเหมือนกันจ้า เป็นเหมือนกันค่ะ จ้างป้าเลี้ยง จ-ศ พอวันหยุดทีไร เกาะแม่เป็นปลิงเลย แถมซนเป็นลิง(ลูกสาวนะเนี่ย) โวยวายสุดสุด อยากออกไปนอกบ้าน นั่นไม่ถูกใจ นี่ไม่เอาจะเอานั่น ป้าก็บ่น เวลาอยู่กับ1ป้านะ ไม่เป็นแบบนี้เลย เวลาอยู่กับแม่นะ บลา..... บลา.......... (เคยพูดย้อนป้า งั้นวันนี้อยู่กับป้านะ จะได้ไม่งอแง แม่จะได้ไปเที่ยวกับพ่อ อิอิ ป้าอายุมากกว่า 2 ปี เลยกล้า)
แหม แต่พอเป็นวันที่ป้าเลี้ยง ก็จะบ่นว่า"วันนี้นะน้องแอน บลา บลา.................. ให้กินข้าว บลา..บลา.......... กินนมก็ บลา บลา....จะพานอนก็ บลา บลา..... แหมพอเห็นพ่อแม่กลับมา รีบวิ่งเข้าใส่เลยนะ ไม่สนใจป้าใช่ไหม ไม่ต้องมารักเลย บลา.....บลา....... " เฮ้อ เหนื่อย

ส่วนคำว่า พัฒนาการ เป็นคำสมัยใหม่อ่ะคนสมัยเก่าอาจจะไม่เข้าใจ ก็เลยเป็น ตามใจ อูย แรงส์
หากมีพฤติกรรมไหนที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นแล้วเราไม่อยากให้ลูกเราทำตาม (เลียนแบบ) เราก็พูดกับลูกว่า Don't do that.

แล้ว บลา......บลา....... เนี่ยแปลว่าอะไร หว่า !
ลูกชายอายุ 1ขวบ1เดือน ซนมากเหมือนกันพ่อกับแม่เลี้ยงเองบ้างครั้งที่ต้องทำงานพร้อมกันก็ฝากพี่เลี้ยง(นานๆครั้ง) ลูกชอบเล่นของทุกอย่างในบ้านก็จะปล่อยให้ลูกเล่น อันไหนที่อันตรายก็จะเปลี่ยนให้เล่นอย่างอื่นจะไม่ค่อยห้าม จนเพื่นๆที่ทำงานบอกว่าเลี้ยงลูกตามใจระวังจะเสียคน เราก็ได้แต่ยิ้ม นึกในใจเราก็ไม่ได้ให้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องนิ ตอนนี้จะมีอาการร้องดิ้นแบบในโฆษณาเลย ฮาฮาฮา บางครั้งก็แอบตีเล็กๆเหมือนกัน
เคยได้ยินพี่ที่ทำงานเค้าพูดทำนองนี้เหมือนกันค่ะ แต่คงเป็นเพราะเค้าจะอ้อนแม่และเรียกร้องความสนใจจากแม่ เท่าที่อ่านคุณย่าอาจจะดุหรือเปล่าค่ะ เข้าใจดีเรื่องย่าของหลานแต่ก็ต้องทำใจค่ะ ก็เลี้ยงลูกเองเหมือนกันค่ะตอนนี้น้อง 1 ขวบ 1 เดือน รบกวนถามคุณแม่ทำวิธีไหนให้น้องเลิกจากดูดจากเต้าได้ค่ะ น้องติดแม่มากค่ะไม่เอาใครเลยเพราะอยู่กับแม่สองคนเป็นส่วนใหญ่ นอนหลับก็ต้องดูด ถ้าปล่อยก็หลับได้ไม่นานพอให้กินนมต่อก็หลับต่อได้ แล้วตอนกลางคืนก็ตื่นกินนมบ่อยมาก (กลัวว่าสมองจะพัฒนาไม่เต็มที่) ตื่นมาไม่เห็นร้องบ้านแตกเลยค่ะ
เค้าน่าจะอยากอ้อนแม่มากกว่าคนอื่นนะ เพราะซันเดย์ก็เป็นเหมือนกัน เวลาไม่เห็นแม่ก็อยู่กับคนอื่นได้ เล่นได้ หัวเราะได้ แต่พอเห็นหน้าแม่ก็น้องไห้แง แล้วยื่นมือมาหาจะไห้อุ้ม พออุ้มแล้วก็จะซบหน้ากับไหล่เหมือนรักแม่ซะเต็มประดาจนอาม่า(ย่า)มั่นไส้

อ้อ....แล้ว ลูกก็ตื่นกินนมบ่อยเหมือนคุณดลพรค่ะ แต่เค้าไม่ติดนมแม่และเดือนนี้(เดือนที่7) ดูจะชอบนมขวดมากกว่าด้วย มีคนเคยแนะนำว่าพอลูกอายุครบ 6 เดือนก็ให้กินน้ำในมื้อดึกแทนนม วันแรกๆเค้าอาจจะร้อง แต่เราต้องใจแข็ง ผ่านไป 1 สัปดาห์เค้าจะหลับยาวไม่ตื่นมาขอกินอีก ก็พยายามทำอยู่เหมือนกันค่ะแต่ไม่ค่อยได้ผลเพราะใจไม่แข็งพอ เห็นลูกร้องแล้วสงสาร แต่ช่วงหลังรู้สึกว่าแม้เค้าจะตื่นบ่อยแต่ก็กินนมน้อยลง แต่จิบๆแล้วก็หลับต่อ(ให้นมนิดหน่อยประมาณ 1ออน แล้วตามด้วยน้ำ) ลองให้นำแทรกนมเค้าในมื้อดึกสิคะเผื่อเค้าจะตื่นน้องลง ถ้าได้ผลยังไงก็บอกกันบ้างนะคะ
สวัสดีคะ อ่านเรื่องของคุณโอ๋แล้ว นึกถึงตัวเองตอนเลี้ยงลูกเอง เหมือนกันนะคะ ตอนนี้น้องเพิร์ธอายุ 3.5 ขวบ แล้ว แต่ยังเป็นเด็กน้อยอ้อน
พ่อแม่อยู่เลย แต่ในความเป็นจริงตอนนี้ลูกของคุณเค้าแสดงความรัก ความฉลาด ความคิดอิสระ แล้วแต่ตามใจเค้านะคะดีแล้ว บางครั้งอาจ
จะเป็นเพราะว่าน้องเค้ารู้ว่า ทำอะไร คุณแม่ตามใจ เพราะรักเค้าอยู่แล้ว ประเด็นนี้สำคัญที่สุด แสดงว่าน้องรู้ และน้อง อบอุ่นและสบายใจ
แต่ถ้าคุณแม่รู้สึกว่า มากเกินไป ขอแนะวิธี ครั้งไหนคุณแม่จะไม่ให้น้องทำ คุณแม่ควรอธิบายน้องก่อน พูดดีๆ ถ้าน้องไม่ทำตามไม่เข้าใจ
คุณแม่ควรใช้ โทนเสียงจริงจังมาก และต้องใจแข็งจริงๆ น้องจะเข้าใจเองคะ จะเป็นการอบรม น้องเพิร์ธ ถูกเลี้ยงมาแบบใหม่ ไม่มีผสมแบบเก่า เลยคะ ตั้งแต่เรื่อง การทานนมแม่ ตอนนี้ น้องยังทานอยู่เลย และเลี้ยงลูกเองถึง 1.5 ขวบคะ ถึงมีพี่เลี้ยง อาหารก็ขอสารภาพเลยว่าบังคับให้ทานผักและไม่ปรุงรสชาติทำเองคะ เพราะถือว่าน้องยังไม่เคยทานรสอะไร แต่จะมีประโยชน์ คือน้องไม่เคยท้องเสียไม่เคยท้องผูก และไม่ต้องคิดเมนูใหม่ ขอดีคือเวลาน้องเจออะไรนอกบ้านน้องอยากลองทาน ไม่เกี่ยง ไม่เลือก แต่จะถามมาม๊าว่า น้องทานได้ไหม ทำให้สบายใจ แต่ที่สำคัญ มากๆ ถ้าตามใจตลอดแล้วเปลี่ยนเป็นไม่ตามใจ คุณแม่ต้องทำใจกับคำถามว่า ไม่รักหนูแล้วรึถึงไม่ตามใจ
เพราะเค้าอาจจะเคยตัว น้องอาจมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง คุณแม่ต้องลองสังเกตุด้วยคะ ส่วนเรื่องปัญหากับคุณย่า เราก็เป็นบ้านคนจีนเหมือนกัน ตอนน้องคลอด แม่ก็จะแนะวิธีที่ท่านเคยทำมา เช่นต้องป้อนน้ำให้ลูกตัวได้ไม่เหลือง แต่เราเลี้ยงแบบใหม่ ให้ทานนมแม่อย่างเดียวไม่ทานน้ำตลอด 6 เดือน ถ้ากลัวตัวเหลืองให้เปิดไฟนอนตอน 7 วันแรก และอาบแดดตอนเช้าเอา แต่คนรอบข้างไม่เข้าใจ โดนรุมว่า
เป็นแม่ใจร้าย เลี้ยงลูกยังไงน้ำก็ไม่ให้กิน กล้วยก็ไม่ให้ นมผงก็ไม่ให้ ไม่.........สารพัด แรกๆ เครียดจนน้ำนมไม่ออก จนตอนหลังทำใจ
ได้ ลูกของเรา ใครว่าเราก็อธิบาย ไม่เข้าใจก็แล้วแต่เค้า ส่วนคุณแม่สามี ก็ค่อย ๆ พูดกับท่าน แล้วท่านก็ค่อยๆ ศึกษาไปกับเรา
ท่านพูดว่า "สมัยเค้าเลี้ยงลูกไม่เห็นต้องยุ่งยากอย่างนี้เลย ก็โตมาได้ " จนตอนหลังเค้าเห็นพัฒนาการของหลาน เค้าแนะนำคนอื่นให้เลี้ยง
เหมือนเรา บางครั้งลูกเริ่มโต เราถึงทำเป็นเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง เวลาท่านแอบป้อน อะไรหลาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากให้คุณโอ๋เข้าใจว่าท่าน
รักลูกเราท่านถึง มีความเห็น มีโน่น มีนี่ ถ้าท่านไม่รักลูกของเราท่านคงไม่สนใจอะไร เพราะตอนนี้ อาม่าน้องเพิร์ธท่านเสียไป 2 ปีแล้ว เสีย
ตอนที่หลานได้ 1.5 ขวบ ก่อนท่านจะเสียท่านบอกว่า ท่านยังไม่อยากตาย ท่านอยากอยู่กับหลาน ว้า คุยไปคุยมาเป็นเรื่องเศร้า แต่นี่แหละ
คะชีวิต อย่าคิดมากนะคะ ดูพัฒนาการของสุดที่รักดีกว่า เพราะเราก็เลี้ยงลูกแบบสุดเหวี่ยงตามใจเค้าเหมือนกัน แล้วเค้ามีความสุขเราก็สุข
แต่ไม่เดือดร้อนคนอื่นนะคะ สู้สู้คะ
กระทู้นี้ตั้งไว้นานพอสมควร ก็ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจและคำแนะนำ
อย่างที่คุณ..(ชื่ออะไรเอ่ย)บอกค่ะ พอลูกเราพัฒนาการดีกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน คำบ่นทั้งหลายก็เริ่มหายไป
ลูกเราโตขึ้นแกใช้เวลากับหลานมากขึ้น เลยบ่นเราน้อยลง บางอย่างที่แกแนะนำถ้าดูไม่อันตรายก็จะให้ทำไปก่อน
เช่นตอนลูกชาย มีผื่นที่หัวเข่า แกก็รักษาตามวิธีแกคือเอาปูนที่กินกับหมากผสมขมิ้นทา เราก็กัดฟัน บอกสามีว่า ชั้นให้เวลา3วันถ้าไม่ดีขึ้นต้องพาลูกหาหมอนะ(สามีก็เข้าใจ..ทั้งแม่และเมีย อิอิ) ตกลงไม่หาย ไปหาหมอ ได้ยามาทา3วันหาย อีกเรื่องเร็วๆนี้เองคือลูกตาแดง แกบอกให้เอาน้ำนมแม่ลูกอ่อนที่มีลูกเป็นผู้หญิงมาใส่ตา อันนี้เรากะสามีไม่ยอมค่ะ พาหาหมอเลย ตกลงตาอักเสบหยอดยาเกือบหายแล้วค่ะ
รุ่นต่อไป เราจะขัดแย้งกับสะใภ้ไหมน๊อ...คิดไกลไปไหมเนี่ย

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2020   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service