หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

แม่ๆมีวิธีดูแลชีวิตคู่อย่างไรคะ

เมื่อกี้ส่งผิดคะ  ไปดันกดส่งข้อความถึงห้อง  เอ ไม่รู้มันไม่โผล่ตรงไหน

คือ อยากจะรบกวนขอความรู้และประสบการณ์จากแม่ๆทุกท่านคะว่า เวลามีลูกแล้ว แต่ละท่านมีวิธีการดูแลชีวิตคู่อย่างไร คือตัวเองมีลูกสาวคนแรก ตอนนี้อายุขวบเศษคะ  ตั้งแต่มีลูก  เราทุ่มเวลากับลูกมาก  (เลี้ยงเองผสมกับให้ย่าและยายช่วยเลี้ยงบางวันที่เราไปทำงาน)  พอกลับถึงบ้าน เอาลูกนอน ก็ต้องทำงานบ้าน (ไม่มีแม่บ้าน) กว่าจะเสร็จก็เหนื่อยแล้ว  ทุกๆวันเป็นอย่างนี้คะ  สองคนสามีภรรยา  ทำหน้าที่พ่อแม่งกๆๆ  หลังจากที่เจ้าหญิงเสด็จบรรทม  เวลาจะได้พักไม่ค่อยมี  จะไปเที่ยวสองคน ตัวเองก็เป็นห่วงลูก  ไม่อยากไปไหนไกล  ตั้งแต่ลูกเกิดดูหนังกับสามีจบเรื่องแค่เรื่องเดียว   ตั้งแต่ลูกเกิดรู้สึกจะทะเลาะกันบ่อยขึ้น  โดยเฉพาะเวลาที่ทั้งสองคนเครียดเรื่องงานทั้งคู่  หลังๆสามีบอกว่าเขารู้สึกเหมือนกับเพื่อนร่วมงานของเรามากกว่า คือ ร่วมงานกันเลี้ยงลูก  ร่วมงานกันทำงานบ้าน คือ มีแต่การทำหน้าที่ๆๆ ทุกๆวัน  ไม่เหมือนกับเป็นคนรักกัน เราฟังก็เริ่มเครียดนิดหน่อย เลยอยากขอความรู้จากท่านอื่นคะว่ามีวิธีดูแลชีวิตคู่อย่างไรบ้างคะ

Views: 1111

Replies to This Discussion

เห็นด้วยค่ะ จะเหนื่อยยังไง จะเครียดแค่ไหนอย่าหยุดสวย อย่าปล่อยตัวค่ะ รักตัวเองให้มากๆค่ะ

แชร์ประบการณ์หลังจากมีลูกแล้วค่ะ มีลูกคนแรกเป็นครอบครัวสำราญค่ะเสาร์อาทิตย์ออกเที่ยวพักผ่อนเกือบทุกอาทิตย์ส่วนใหญ่จะไปชายทะเลค่ะพอมาคนที่สอง(ปัจจุบัน) ไม่ค่อยมีเวลาเลยค่ะเลี้ยงลูกเอง+งานบ้าน+ทำงานจัทร์-ศุกร์ ตื่นเช้าคุณสามีหุงหาอาหารเตรียมกับข้าวให้ลูกทานก่อนไปโรงเรียน 2 คน ส่วนแม่จัดการเรื่องอาบน้ำแต่งตัว เสร็จพ่อและแม่รอส่งลูกขึ้นรถโรงเรียนเรียบร้อยก็ออกเดินทางไปทำงาน 5 โมงแม่กลับบ้านหุงหาอาหารให้ลูกตอนเย็นต่ออาบน้ำ อ่านหนังสือ ดูทีวีและพาเข้านอนลูกหลับแม่ทำความสะอาดบ้านต่อ พ่อซักผ้าและแม่มีหน้าที่รีดผ้าวันเสาร์พาลูกไปเรียนพิเศษวันอาทิตย์พักผ่อนตามอัธยาศัยความสวีทหวานของพ่อแม่ลดลงไปแต่ความรักและความอบอุ่นจากลูกเข้ามาแทนที่เหนื่อยๆๆๆ ค่ะแต่มีความสุข

 

ขอบคุณคะ  เห็นภาพเลยคะ  การแบ่งงานกันทำระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่  แค่อ่านยังเหนื่อยเลยคะ  แต่ยกนิ้วให้เลยนะคะ  ส่วนเรื่องไปเที่ยวเสาร์อาทิตย์และการเป็นครอบครัวสำราญนี่น่าสนใจดีนะคะ  ท่าทางคุณแม่คุณพ่อจะเลี้ยงลูกแบบสบายๆไม่เครียดหรือเปล่าคะ  เพราะถ้าเป็นตัวเอง จะไปต่างจังหวัดทีจะห่วงลูกคะ ต้องเตรียมอะไรหลายอย่างสำหรับเดินทางด้วย

ตอนนี้ลูกคนโตแล้วค่ะไม่ค่อยยุ่งยากมากในการเตียมของ คนโตอายุ 13 ปี คนเล็ก 4 ปี ของก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเสื้อผ้าและบ้านอยู่ชลบุรีใกล้ทะเลที่เที่ยวส่วนใหญ่ก็ไม่ไกลมาก เช่น ระยอง,เกาะช้าง,หัวหิน,พัทยา,วังน้ำเขียว,น้ำตกเอราวัณ ประมาณนี้ค่ะแต่ถ้าไปไกล ๆ อย่างเชียงใหม่แบบนี้ก็จะซื้อทัวร์ไปค่ะเพราะสงสารคุณสามีขับรถคนเดียวค่ะแต่ยังไม่เคยพาลูกไปนอนเต้นท์นะคะเพราะเป็นห่วงเรื่องห้องน้ำค่ะมันไม่สะดวกจะพักที่โรงแรมหรือไม่ก็รีสอร์ทมันสะดวกสบายดีอะค่ะ

ยุ เองก็ต้องออกจากงานตั้งแต่ท้องได้ 5 เดือนเนื่องจากปัญหาขณะตั้งครรภ์ ตอนท้องสามีทำให้ทุกอย่างเพราะคุณหมอห้ามคะจะกินข้าวก็นั่งรอกิน กินเสร็จก็นั่งเฉยเหมือนนอน รพ.คะ หลังจากคลอดช่วงเดือนแรก- 3 เดือนนี่เหนื่อยหน่อยคะ

ตอนนี้ 1.4  ขวบ เราอยู่กัน 3 คนคะพ่อไปทำงานตั้งแต่ ตี4 กลับถึงบ้านก็ 2-3 ทุ่มคะงานบ้านทุกอย่างเราทำเองกับข้าวลูกด้วย

ซักผ้าเองคะไม่มีเครื่องซักผ้า กลางวันรอลูกหลับถึงได้ทำงานบ้าน กินข้าวอาบน้ำ กลางคืนจะเอาเข้านอน 2 ทุ่มคะกว่าจะหลับก็ 3 ทุ่ม

ก็ค่อยลงมาล้างจานกวาดบ้าน ถูบ้านคะแล้วก็เก็บของเล่นล้างผึ่งไว้ เช้ามาบ้านจะสะอาดคะลูกรื้อของออกมาเล่น หลับก็เก็บถูบ้านอีกรอบเพราะว่ากินข้าวแล้วก็เลอะบ้าน กลางวันไม่ใส่เเพมเพิดคะบางทีก็ฉี่เลอะบ้าน แต่ส่วนใหญ่จะพาเข้าห้องน้ำทัน ทีวีไม่ต้องพูดถึงคะมีไว้ประดับบ้านคะ อย่างมากก็ดูข่าวภาคค่ำ ช่อง3 ไม่ก็ช่อง 9

  สามีทำงานนอกบ้านเรารู้คะว่าเหนื่อยเราต้องอดทนคะงานบ้านยังคงเป็นของเราเสมอคะเราก็พยายามทำหน้าที่ ทั้งแม่ ทั้งเมีย ทั้งแม่บ้านให้ดีที่สุดค่ะ และนี่คือเหตุผลที่เขาเลือกเราเป็นแม่ของลูกคะ

  ลูกยังเล็กก็ยังคงนอนกับเราอยู่ เรื่องส่วนตัวก็ต้องรอลูกหลับก่อนหน้าที่นี่ก็ต้องทำคะจะได้ไม่รู้สึกห่างเหินคะ และก็ที่ยุทำทุกวันหรือทุกครั้งก็คือเราจะไปรับเขาทันทีที่จอดรถแล้วก็จะกอดคะเขาก็จะบอกว่าเหนียวตัว เราก้บอกไปว่าไม่เป็นไรเราเองก็พึ่งทำงานบ้านเสร็จเหนียวตัวเหมือนกัน หรือบางทีเขากลับมาก็จะกอดลูกเราก็แล้งงอนว่ากอดลูกคนเดียวเหรอรักไม่เท่ากันนิ เขาก็จะมากอดเราด้วย

ก่อนไปทำงานเราก็จะกอดก่อน หอมแก้มก่อนคะ ก็ทำกันมานานแล้วก็เลยรู้สึกปกติคะ แต่ถ้าวันไหนไม่ทำก็จะรู้สึกขาดอะไรไปอย่างหนึ่งนะ

  แฟนยุไม่ค่อยหวานนะ และก็ไม่เคยพูดว่ารักเราเลย เวลาเราถามพี่รักหนูมั้ยเขาหันมามองหน้าคะแล้วก็บอกว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร เพื่อใคร   ถ้าวันไหนเห็นหน้าเราชักไม่ค่อยดีก็จะบอกว่า ไม่รักยุแล้วจะรักใครหละ

   โอ้หันมาอีกทียาวเหยียดเลย  งั้นพอก่อนนะคะ

หวานน่าชื่นชมค่ะ รักบางทีไม่ต้องบอก รักอยู่ที่ใจ อยู่ที่เราเข้าใจกัน 

คู่คุณยุน่ารักนะค่ะ พอเพียงและเพียงพอ ทุกคนอดทน เข้าใจและทำเพื่อกันและกัน น่าชื่นชมมากจริงๆค่ะ

สุดยอดเลยคะคุณยุ

"ทักษะโค้ชปัญหา" (ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.howareyou.co.th) เพื่อแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างเจาะจงด้วยใจรักมี 5 ขั้นตอนย่อว่า ABCDE โดย A (Appreciate) พูดในส่วนดี B (Behavior) ระบุพฤติกรรมที่เป็นห่วง C (Consequences) บอกผลกระทบ D (Distress: Feeling) พูดความรู้สึก (ห่วงกังวล) ที่เกิดขึ้น และ E (Exit) เสนอทางออกบวกคำถาม
       
       ยกตัวอย่างเช่น 
       
       (A) คุณค่ะ ฉันชอบที่คุณขยันทำงานหาเลี้ยงครอบครัว
       
       (B) แต่ระยะหลังมานี้ คุณกลับบ้านดึกบ่อยขึ้น
       
       (C) ทำให้คุณดูเพลีย ๆ และดูไม่สดชื่นเลย
       
       (D) ฉันรู้สึกเป็นห่วงค่ะ
       
       (E) มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้ ขอให้บอกนะคะ คุณจะได้กลับบ้านเร็วขึ้น และพักผ่อนเต็มที่

 

http://manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9540000069009

ขอบคุณคะเหมือนเคยอ่านในหนังนิตยสารเกี่ยวกับแม่และเด็กแต่นานมากจนลืมไปแล้ว อันนี้ใช้กับลูกได้ด้วยคะ
อ่านเจอเลยเอามาฝากนะค่ะ ^_^

ชีวิตคู่ของมิ้นค่อนข้างวิกฤติ คือ ไม่ไหวจะสานต่อแล้ว ไม่ได้เลิกกัน แต่ก็หมดความพยายามที่จะทำให้มันดีแล้ว

สามีเป็นคนที่ถ้าเราบ่นมากๆ จะเงียบสู้ วิธีนี้ทำให้เรารู้สึกแย่กว่าสิ่งไหนๆเลย เพราะเหมือนกับว่าความรักมันน้อยลงๆ (ในใจเขา)

คิดว่าตั้งแต่มีลูกนี่ เข้าใจปัญหาครอบครัวมากขึ้นเยอะเลย 

ผู้หญิงต้องการความรักนะ ถ้าได้รับความรักพอเพียง ก็จะทำหน้าที่ตนเองได้ดี แต่ถ้าเราเองยังยิ้มไม่ได้ คงทำหน้าที่ให้ความสุขแก่ลูกๆไม่ได้ดีด้วย

 

แต่ล่าสุดนี่ มิ้นเริ่มคิดว่ามันมีบางอย่างมาทดแทนความรักชายหญิงได้นะ คือ การมีเวลาส่วนตัวทำสิ่งที่เราชอบบ้าง ล่าสุดตอนพาลูกไปเล่นเสก็ต ไปกันทั้งครอบครัวนี่แหละ แต่มิ้นปล่อยให้แฟนดูลูก แล้วตัวเองไปเล่นเสก็ตจนเหงื่อชุ่มเลย ฮะ ฮ่า มันสนุกจนความเครียดหายเลย แล้วเมื่อคืนหลังจากนั่งน้อยใจสามี ร้องไห้นิดหน่อย มิ้นก็ลองเขียนบันทึกดู แบบพยายามเขียนนิยาย จริงๆมันก็ไม่ได้ออกมาดีอะไรมาก แต่ก็ได้ปลดปล่อยพลังงานด้านร้ายๆออกไป ออกมาเป็นผลงานให้ชื่นชม มันก็ไม่เลวนะ 

 

สรุปว่า มองอีกด้าน ถ้าสามีได้มีเวลาส่วนตัวเป็นชิ้นเป็นอัน อาจจะหายเหนื่อยและรู้สึกดีกะชีวิตคู่ได้นะคะ

ขอบคุณทุกการแบ่งปันนะคะ

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service