หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

เพ็ญมีลูกสาว 2 คนค่ะ เพ็ญให้นมลูกคนโต 5 ปีกว่า ตอนนี้อายุย่าง 14 ปีแล้วค่ะ ส่วนคนเล็กเพ็ญให้มา 3 ปีกว่า ตอนนี้คนเล็กอายุย่าง 12 ปีค่ะ เพ็ญก็ไม่เคยคิดว่าจะให้นาน แต่พอเห็นลูกสาวมีความสุขที่ได้ความอบอุ่นจากอกแม่ ได้อ่านหนังสือและเล่านิทานด้วยกันแม่ลูก 3 คน ให้นมพร้อมๆกัน คุยกันตอนดื่มนมแม่ เป็นชีวิตที่สุขที่สุดของเราแม่ลูก

ตอนที่ให้นมลูกคนโตช่วง 2 เดือนถึง 10 เดือน เพ็ญเคยปั้มนมวันนึง 10 ขวดเล็กขึ้นไป เคยแช่ไว้ตั้ง 20 กว่าขวดใหญ่ แต่นมขวดก็ยังสู้นมแม่จากอกแม่ไม่ได้ ความรักและความอบอุ่นไม่เหมือนกัน ก็เหมือนกับการให้นมผงใส่ขวด เพ็ญก็เลยตัดสินใจไม่ปั้มนมอีกเลย ทุกวันนี้ลูกสาวคนโตยังคงจำนมแม่ได้อยู่ ลูกบอกกับเพ็ญว่า "นมแม่หวานอุ่นอร่อย หนูชอบอ่านหนังสือแล้วดื่มนมจากอกแม่ค่ะ แม่ตัวอุ่น"

ช่วงที่ตั้งครรภ์ลูกคนโต เพ็ญได้ทานอาหารที่มีโปรตีนสูงมากเลยค่ะ ไข่ นมเปรี้ยว ตอนหลังเปลี่ยนมาเป็นนมถั่วเหลืองที่ใส่น้ำตาลน้อย เพ็ญไม่ดื่มน้ำอย่างอื่นเลยค่ะ นอกจากนมถั่วเหลือง น้ำกลั่นที่สะอาด และน้ำส้มคั้น เนยแข็งที่สำหรับทำอาหารแม็กซิกันกับอิตาลีถั่วเขียว ถั่วแดงใหญ่ อาหารทะเลน้อย แต่จะทานปลาไซมอน แบบว่าชอบทานอาหารปลาซูชิทุกชนิดของญี่ปุ่นค่ะ

ผักเขียวๆ แบบสลัดก็จะทานแทบทุกวันค่ะ เพราะจะช่วยให้มีกำลังและถ่ายท้องได้ง่ายค่ะ ยาไวตามินบำรุง Prenatal จะมีแร่ธาตุมาก ทำให้ท้องผูก ก็เลยต้องทานผักเขียวทุกวันค่ะ เลยไม่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย วันนึงก็จะดื่มน้ำกลั่นอย่างน้อยวันละ 20 แก้วได้ค่ะ น้ำส้มคั้นก็ดื่มวันละ 1 แก้วใหญ่และดื่มพร้อมกับทานยาไวตามินนะคะ

ยาไวตามินเพ็ญก็จะทานแคลเซียม น้ำมันปลาและไวตามินซีเพิ่ม ที่ทานเพิ่มก็เพราะลูกจะดึงสารต่างๆในร่างกายของเพ็ญไปเกือบหมด เพ็ญกลัวกระดูกร่างกายและฟันจะเสียง่ายค่ะ ก็จะทานจนถึงทุกวันนี้ค่ะ ช่วงให้นมลูก ลูกก็ได้ดึงสารของเพ็ญไปจากการดื่มนมแม่เช่นกัน น้ำส้มคั้นก็จะซื้อแบบชนิดที่ผสมสารแคลเซี่ยมเพิ่มอีกด้วยค่ะ

เพ็ญไม่เคยทานยารักษาโรคอะไรทั้งนั้น เพราะการได้ทานยาไวตามินซีนั้น จะช่วยป้องกันโรคหวัดได้ดีทีเดียว เพ็ญก็จะทานยาผลไม้ธรรมชาติเพื่อช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคในตัวเพ็ญ หลังๆท่อปัสสาวะจะมีปัญหาหน่อย ก็เลยต้องทานยาบำรุงสะกัดจากผลไม้ที่มีรสชาดคล้ายน้ำกระเจี๊ยบชื่อ แครนเบอรี่ cranberry ถ้าจะซื้อแบบคั้นก็ต้องไม่มีน้ำตาลใส่เพิ่ม ซึ่งมีรสเปรี้ยวมากค่ะ ก็เลยต้องทานไวตามินแครนเบอรี่ เพราะเม็ดเดียวอัดแน่นก็เท่ากับดื่มแก้วใหญ่แก้วนึงค่ะ ทานไวตามินตอนกลางคืนก่อนนอนค่ะ เพราะยาจะเหม็น ถ้าทานช่วงเช้าหรือกลางวันก็จะรู้สึกเหม็นคราวปาก ทำให้ไม่อยากทานอะไร

การให้นมแม่แก่ลูกของคุณเพ็ญ

ช่วงตั้งครรภ์
ไวตามินที่ทานก็มี:
2 เม็ดไวตามินบำรุงครรภ์ Prenatal
2 เม็ดไวตามินซี ป้องกันโรค
2 เม็ดไวตามินแคลเซี่ยม สำหรับกระดูกทุกส่วน
2 เม็ดไวตามินน้ำมันปลา สำหรับสมอง
2 เม็ดแครนเบอรี่ ท่อปัสสาวะอักเสบ
2 เม็ดยาไวตามินธรรมชาติป้องกันโรค

- ดื่มน้ำประมาณวันละ 20 แก้ว
- น้ำส้มคั้นมีสารแคลเซี่ยมเพิ่ม 1 แก้วใหญ่
- นมถั่วเหลืองที่เพิ่มสารแคลเซี่ยม 2 แก้วใหญ่
- ไม่ดื่มน้ำอย่างอื่นเลยค่ะ

สำหรับอาหาร:
- ทานผักเขียวสดหรือนึ่งหรือผัดน้ำมันน้อยๆ เพื่อช่วยระบบขับถ่าย เพราะยาบำรุงครรภ์มีสารแร่ธาตุสูง ทำให้ท้องผูก ก็มีปัญหาตอนตั้งครรภ์เดือนแรกเท่านั้นเอง
- เนยแข็งผสมอาหารถั่วแดง มีในอาหารแม็กซิกันหรืออิตาลี
- ไข่วันละ 1-2 ฟอง
- ปลาไซมอนและอื่นๆ ปลาน้ำจืดจะดีที่สุด ทะเลน้อยหน่อย
- เนื้อไก่

ปัญหาช่วงตั้งครรภ์กับหลังคลอด:
- ช่วงแรกครรภ์แพ้ท้องวันเดียวเองค่ะ
- น้ำหนักขึ้น 36 กิโลได้ค่ะ ใช้เวลา 10 เดือนถึงลดได้หมด
- ไม่มีปัญหาจุกหน้าอก ท้องอืดลมขึ้นอะไรทั้งนั้น
- ไม่มีปัญหาในเรื่องมดลูกบีบรัดตัวค่ะ
- เพ็ญไม่เคยป่วยเป็นอะไรเลยค่ะ ไข้หวัดรึอะไรก็ไม่มี มาเป็นไข้ตอนลูกคนโตอายุได้ 4 ขวบกว่า ไม่มีอาการหวัดน้ำมูกอะไรเลยค่ะ
- ช่วงตั้งครรภ์หลังๆ ท่อปัสสาวะจะมีปัญหาหน่อย ก็เลยต้องทานยาบำรุงสะกัดจากผลไม้ที่มีรสชาดคล้ายน้ำกระเจี๊ยบชื่อ แครนเบอรี่ cranberry ถ้าจะซื้อแบบคั้นก็ต้องไม่มีน้ำตาลใส่เพิ่ม ซึ่งมีรสเปรี้ยวมากค่ะ ก็เลยต้องทานไวตามินแครนเบอรี่ เพราะเม็ดเดียวอัดแน่นก็เท่ากับดื่มแก้วใหญ่แก้วนึงค่ะ

ช่วงให้นมลูกหลังคลอด
2 เดือนแรก
- ลูกคนโตมีน้ำหนัก 4 กิโลค่ะ ไม่มีการฉีดยาแก้ปวดตอนวันคลอด ทนเจ็บเอาเองค่ะ แบบว่ายืนเต้นเหมือนเต้นดิสโก้น่ะ ช่วยบรรเทาปวดได้มากเลยค่ะ
- กระดูกปลายก้นถูกลูกสาวผลักเตะตอนตัวลูกกำลังออกจากท้อง นั่งไม่ค่อยได้มา 2 ปีเต็ม ก็มีปัญหาการนั่งให้นม หน้าท้องก็ใหญ่ค่ะ เลยเปลี่ยนมาเป็นการให้ลูกนอนดื่มนม
- พอลูกคลอดก็ท้อแท้ใจช่วง 2 เดือนแรก ตอนที่ถูกลูกกัดครั้ง 2 ครั้งจนเต้านมเจ็บค่ะ ลูกดื่มนมจุมากค่ะ
- 2 อาทิตย์แรกลูกไม่ยอมนอน ตอนนั้นจะให้ลูกนอนเองที่เตียงห้องของลูก ถูกแฟนทับตอนนอนด้วยตรงกลางช่วงเปลี่ยนข้างดื่มนม นอนริมก็กลัวลูกตกอีก
- การให้นมท่าที่เหมาะสำหรับเพ็ญก็คือ ท่าให้ลูกเอาหัวนอนบนกล้ามแขนบน เหมือนกับการอุ้มลูกนั่ง แทนที่จะนั่งให้นอนค่ะ เพราะเพ็ญก็ได้นอนไปด้วย ลูกจะอ้าปากปล่อยนมเอง

เพ็ญไม่ได้อุ้มจนแน่นให้จมูกของลูกติดกับแขน แขนและมือของเพ็ญจะกุมลูกอยู่ตลอดเวลา เหมือนล็อคแขนอุ้มลูกตามธรรมชาติค่ะ การให้นมแบบที่ว่านี้ ลูกจะได้ความอบอุ่นมากกว่าการนั่ง เพราะได้ทั้งอุ่นตัว อุ่นหน้าอกแม่ อุ่นหลังลูกที่มีแขนและมือของเพ็ญไปประคองกอดลูก แถมป้องกันไม่ให้คุณพ่อทับลูกได้ด้วย เมื่อมีแขนเพ็ญคอยกั้นไว้ค่ะ

และไม่เมื่อยคอกับหลังกับตัวเพ็ญเอง อย่างเช่นนอนพับแขนแล้วให้นมลูกน่ะ เพราะท่านั้นหากเผลอหลับก็จะโดนหัวลูกได้ค่ะ ก็ต้องแล้วแต่ความสะดวกของเพ็ญและคุณแม่คนอื่นนะคะ แต่ก็จะแหวะนมลูกเสมอค่ะ แล้วให้ลูกนอนต่อน่ะ ตัวเพ็ญก็จะหลับตามเพื่อให้มีพักผ่อนแรงกาย จะได้สร้างนมมากขึ้น

- เพ็ญจะดื่มน้ำก่อนนอนให้ลูกดื่มนมทุกครั้ง
- ผ้าที่สอดในเสื้อชั้นในเพื่อป้องกันนมไหลออกมา เพ็ญจะเอามารองไว้ข้างใต้ระหว่างปากของลูกและเต้านมของเพ็ญ จะได้ไม่เปื้อนเตียงตอนลูกดื่มนม
- เวลาให้นมก็จะร้องเพลง คุยกับลูก
- ก็เริ่มมีปั้มนมแช่แข็ง ครั้งละ 2 ขวดเล็ก กลางคืนดึกๆก็ 3 ขวดเล็กได้ค่ะ ดื่มน้ำมาก ให้ลูกดื่มมากๆ แม่ได้พักผ่อนมากๆ นมยิ่งมากตาม

ช่วงเดือน 3-6
- เพ็ญก็เริ่มนั่งให้นมลูกและจะอ่านหนังสือไปให้นมไป ร้องเพลงไปด้วย และบอกลูกเสมอว่า “This is the best time of Mama’s life” บอกทุกครั้งที่ให้นมและทุกวันนี้ที่อ่านหน้งสือก็จะบอกทุกครั้ง ซึ่งลูกก็จะพูดตามเช่นกันค่ะ
- ลูกแพ้อาหาร คุณหมอบอกให้นมไปก่อน
- ให้ลูกได้ดื่มนมที่ปั้มวันละ 2 ครั้ง คุณพ่อป้อนให้นะคะ
- ช่วงนี้จะเริ่มชินกับการให้นมมากขึ้น สะดวกมาก ลูกจะนอนด้วยทุกคืน ก็ซื้ออีกเตียงนึงมาวางติดกับเตียงของพ่อแม่ด้านนึงและกำแพงอีกด้านนึง
- เริ่มออกนอกบ้านบ่อยขึ้น ก็ให้นมลูกที่ห้องน้ำสาธารณะ และปั้มนมด้วย

ช่วง 7-12 เดือน
- ให้ลูกได้ดื่มนมผงดู ได้มาฟรีค่ะ ก็ยังปั้มนมแม่อยู่ มีเยอะมากแช่แข็งในตู้เย็นประมาณ 20 กว่าขวดใหญ่นะคะ
- ลูกยังดื่มนมจุอยู่เหมือนเดิม
- การดื่มนมแม่สะดวกขึ้น และอบอุ่นใจที่ได้เห็นลูกหยิบหนังสือมาให้อ่านทุกเช้าที่ตื่นนอน และทุกครั้งที่ดื่มนมแม่

ช่วง 13-22 เดือน
- เพ็ญตั้งครรภ์ลูกคนเล็ก แต่ก็ยังให้นมลูกคนโตอยู่ค่ะ
- ลูกก็ยังเอาหนังสือมาให้อ่านทุกเช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน
- ปลายๆช่วงนี้ก็จะบอกลูกทุกวันประมาณเดือนนึงว่า "ตอนกลางดึกแม่จะไม่ให้นมลูกจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นนะจ้ะ" ร้องไห้อยู่อาทิตย์เดียวเองก็อดนมตอนดึก
- หลังจากอดนมลูกตอนกลางดึกได้เดือนเพ็ญก็คลอดลูกคนที่สอง อายุของลูกห่างกันพอดี 2 ปีเต็ม

ก็เพราะลูกคนโตยังดื่มนมของเพ็ญอยู่ และเพ็ญก็ดื่มน้ำกับพักผ่อนได้มาก นมก็ยิ่งมากขึ้นด้วย น้ำนมจะถูกผลิตออกมาสม่ำเสมอค่ะ จะหยุดก็ต่อเมื่ออดนมแม่น่ะ

แต่ในวันที่คลอดลูกคนเล็กสิคะ นมสีขาวหายหมดไป มีแต่น้ำนมใสออกมาแค่ 2 วันแรกค่ะ

ช่วงลูกคนเล็ก 0-24 เดือน
- สบายมากเลยค่ะ เพราะชินกับการให้นมลูกคนโตมาตลอดจนคลอดคนเล็ก เลยไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการให้นมลูกคนเล็ก
- ลูกคนโตไม่เคยเป็นไข้หวัดจนกระทั่งอายุ 15 เดือน หลังจากนั้นก็จะเป็นไข้หวัดปีละ 2 ครั้ง เป็นแค่ 3 วันก็หายค่ะ เชื่อได้ว่า การให้นมแม่สามารถช่วยให้ลูกได้สร้างภูมิต้านทานโรคได้เป็นอย่างมาก
- การที่ตัดสินใจให้นมกับลูกคนโตพร้อมๆกับคนเล็ก แบบว่าดื่มกันคนละข้างพร้อมๆกันนะคะ เวลานั่งหรืออยู่บนเตียง ซึ่งช่วงนั้นเพ็ญก็อ่านหนังสือที่ลูกสาวคนโตเลือก เล่านิทาน คุยกับลูกและสอนเรื่องต่างๆให้ลูกฟัง ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่เพ็ญและลูกมีความสุขที่สุดในโลก

ลูกสาวคนโตก็จะมีความรักน้องและสนิทสนมกับน้องมาก เพราะได้อยู่ใกล้ชิดด้วยกันกับเพ็ญพร้อมๆกัน ได้มองหน้าน้องจับมือน้องดื่มนมเพ็ญและดูหนังสือที่เพ็ญอ่าน ทำหลายๆอย่างร่วมกัน คนโตไม่เคยตีน้องหรือแสดงอาการเคืองโกรธน้องเลยค่ะ อาจเป็นเพราะว่า ได้ความรักความอบอุ่นจากเพ็ญช่วงให้ดื่มนมด้วยกันกับน้อง

Views: 723

Replies to This Discussion

ขอบคุณค่ะ เพ็ญเองก็ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้วค่ะ

ชื่นชมครูเพ็ญมากคะ ยอดเยี่ยม เก๋ก็เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เหมือนกัน ปัจจุบันน้องอิ่มบุญ ลูกชาย 10 เดือน แล้ว ยังให้นมแม่อยู่เหมือนกัน แต่เสริมนมผสม และอาหารเสิรม พวก ข้าวบด ปลา ไข่แดง ตับ ผักใบเขียว แล้วด้วย (แม่ทำงานนอกบ้าน) อยากขอเคล็ดลับลดความอ้วนหน่อยคะ ตอนท้องน้ำหนักขึ้นไป 23 กก.ตอนนี้ยังค้างอยู่อีก 11 กก. ตอนนี้โดนสามีและคนรอบข้างรุมถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะผอมซักที เครียดจังเลย ที่จัดการกับความอ้วนของตัวเองไม่ได้ แนะนำหน่อยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้า และอยากถามว่าถ้าไม่ได้กินยาบำรุงหรือวิตามินเหมือนครูเพ็ญ ในระยะยาวจะมีปัญหาสุขภาพหรือไม่คะ

 

ขอบคุณค่ะคุณวราภรณ์ กาญจนะ บางครั้งให้นมลูกแค่ 10 เดือนยังลดน้ำหนักไม่ได้หมดนะคะ แต่ก็ต้องรับประทานอาหารที่ให้คุณประโยชน์แก่น้ำนมด้วยค่ะ น้ำหนักเพ็ญขึ้นประมาณ 35-38 กิโลได้ค่ะ ที่ลดได้ก็มี

1. ให้นมต่อไปก็จะช่วยลดหน้าท้องกับน้ำหนักบ้าง

2. ทานอาหารพอเพียง

3. มื้อเย็นทานก่อน 6 โมงเย็น รอบดึกหน่อยก็จะทานแต่ผลไม้นิดหน่อยค่ะ

4. ลดอาหารที่มีไขมันและของทอดออกไปก็จะดีค่ะ

5. ทานปลาอบหรือนึ่ง, เต้าหู้, ไก่ที่มีไขมันน้อยกับผักเยอะๆ สลัดผักยิ่งดีค่ะ

6. ถ้าจะให้ย่อยอาหารและถ่ายท้องง่ายหน่อยก็ต้องทานผักก่อนค่ะ ข้าวทานนิดเดียวก็พอค่ะ

7. ดื่มน้ำปล่าวและน้ำส้มที่ใส่น้ำตาลน้อย ดื่มนมหรือน้ำเต้าหู้แบบไม่มีน้ำตาลก็จะดีค่ะ (เพ็ญไปเมืองไทยทีไรก็จะดื่มน้ำเต้าหู้กับขนมปังชิ้นเดียวทุกเช้าพร้อมวิตามินเสริมข้างต้นทั้งหมด จะได้กลืนลงไปได้ง่ายหน่อยค่ะ)

 

ถ้าไม่ทานยาวิตามินเสริม ลูกก็จะเอาสารอาหารและส่วนประกอบต่างๆที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่ไปเกือบหมด โดยเฉพาะกระดูกตามตัวกับฟัน เราต้องเผื่อตัวเราเองด้วยและต้องทานวิตามินซีเพื่อรักษาโรคหวัด

เพ็ญจะทานวิตามิน Elderberries กับ Echinacea เพื่อป้องกันโรคไข้หวัด

พร้อมกับ Cranberry รสคล้ายน้ำกระเจี๊ยบเพื่อป้องกันท่อปัสสะวะอักเสบค่ะ

วิตามินน้ำมันปลากับแคลเซียมจะช่วยระบบย่อยอาหาร, กระตุ้นเส้นใยสมองสำหรับความจำและกระดูก

 

ก็บอกสามีกับคนอื่นๆว่า ให้เพราๆเรื่องน้ำหนักหน่อย แบบว่าอย่าพึ่งมายุ่งตอนนี้ เพราะว่าถ้ามีใครมากวนใจมากๆ คุณแม่อาจจะยิ่งเครียดและทานมากขึ้นเป็นกิจวัตรประจำวัน เหมือนติดยาอาหารและจะเลิกยากด้วย ตอนนี้ก็ดูแลลูกและตัวเองให้มาก

ตอนนี้พึ่งจะคลอดลูกสาวได้ เกือบ 2 เดือนแล้วค่ะ ลูกชายคนโตก็อายุได้ 1 ปี 9เดือนก็ทานดูดนมแม่อยู่ค่ะ กำลังลังเลใจอยู่ค่ะว่าจะหยุดนมแม่ลูกชายคนโตดีใหม พอมาอ่านทีครูเพ็ญเขียนแล้วก็อยากจะให้ลูกชายดูนมแม่ต่อค่ะ เห็นลูกตอนดูดนมแล้วรู้สึกว่าแกมีความสุข และต้องการจะดูดนมแม่มากๆ แต่ว่าลูกชายแกไม่ยอมทานนมอื่นเสริมเลยค่ะ และทานข้าวก็ไม่เก่ง ตอนนี้เหนื่อยมากๆ เลยค่ะ จะทำอย่างไรดีค่ะให้ลูกทานข้าวได้มากขึ้น และทานนมอื่นเสริมบ้าง เพราะเหมือแกจะห่วงแต่จะต้องดูดนมแม่บางครั้งก็แสดงท่าทางหวงแม่ไม่ยอมให้น้องดูดนมค่ะ ครูเพ็ญมีเทคนิคอย่างไรบ้างค่ะ ขอรบกวนขอคำแนะนำด้วยนะค่ะ (ต้องทำงานด้วยเลี้ยงลูกด้วยเหนื่อยมากๆ ค่ะ)

- คุณแม่ต้องคอยบอกลูกล่วงหน้าก่อนเข้านอนทุกคืนและเตือนทุกเช้าอีกครั้งว่า "เวลาลูกตื่นแต่เช้า แม่จะให้นมลูกหลังอาหารกับดื่มนม (ดื่มน้ำหรือน้ำส้มตามมื้อ) 1 ถ้วย ก่อนนะคะ" เตือนแบบนี้ทุกวันประมาณ 1-4 อาทิตย์ได้ค่ะ นี่เรียกว่า "การเปลี่ยนกิจกรรมตามเวลากำหนดจากกิจกรรมหนึ่งไปยังกิจกรรมหนึ่งหรือเปลี่ยนวิถีชีวิตตามวัย"

- ตอนเช้าก็ให้ดื่มนมแม่ตอนลูกตื่นนิดหน่อยหลังอาหารเช้าที่มีนมให้ลูก 1 ถ้วย ถ้าเด็กยังใช้ถ้วยธรรมดาไม่เป็นก็ให้ใช้ถ้วยที่มีฝาปิดและที่ดูดหรือแบบหลอด ก็ยังไม่ต้องให้นมแม่ แต่บอกให้เลือกเอาว่า "ทานอาหารและดื่มนม 1 ถ้วยก่อน แม่ถึงจะให้นมลูกและนั่งอ่านหนังสือด้วยกันนะคะ"

- หากเด็กร้องไห้ก็ต้องถอนลมหายใจเยอะๆนะคะ แล้วให้เด็กดื่มไปพร้อมกับนับ 1-10 ช่วงเวลาเด็กยกถ้วยขึ้นมาดื่มน่ะ พอระยะยาวหน่อยก็นับตัวเลขสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เช่น "พร้อมยัง Ready, hold your cup up and go 1 2 3 4...."

- ให้เด็กล้างมือทุกเช้าก่อนทานอาหารและให้เด็กทานอาหารที่หยิบหรือหัดจับเองได้ เวลาเด็กทำเลอะเทอะก็เช็ดออกทีหลังหรือเอากระดาษให้เด็กเช็ดเอง จุดมุ่งหมายของเราก็คือให้เด็กทานข้าว ไม่มีใครอยากถูกบังคับให้ทานในสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะถูกปากหรือไม่หนอ

 

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2019   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service