เว็บทั้งหมดจะย้ายไปที่ www.2pasa.com แล้วนะครับ ตามไปที่นั่นได้เลย

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้

หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ - สองภาษาดอทคอม

1. ซองทำบุญ เรียกว่า merit envelope ได้ไหม (ซองจดหมายสีขาวที่ใช้ใส่เงินทำบุญ)
2. I want my own merit envelope.
หนูอยากได้ซองทำบุญของตัวเอง (เป็นซองที่มีชื่อของเขาคนเดียวและเขาจะใส่เงินของตัวเอง)
3. The stationary cost is my treat, you don't need to use your money pocket for buying them.
ค่าอุปกรณ์การเรียนเป็นค่าใช้จ่ายที่แม่ต้องรับผิดชอบ หนูไม่ต้องใช้เงินส่วนตัวซื้อเองหรอก
4. How many equipments for math class that your teacher want you and your friend to take them to school?
อุปกรณ์อะไรบ้างสำหรับวิชาเลขที่คุณครูต้องการให้หนูกับเพื่อนนำไปโรงเรียน
5. Three , I will take only one but my friend will take the remaining two.
มี 3 อย่าง หนูจะเอาไป 1 อย่าง และเพื่อนจะเอาอีก 2 อย่างที่เหลือไป
6. There are quite a few available clothes hangers at the clothesline.
มีไม้แขวนเสื้อว่างๆ อยู่หลายอันที่ราวตากผ้า
7. I am starting to count.
แม่จะเริ่มนับแล้วนะ ( ถ้าเขาไม่ยอมทำสิ่งที่เราบอกให้ทำ เราจะมีการนับ 1 -5 บ้าง 1-10 บ้าง หลายแต่สถานการณ์ แล้วเขาต้องเริ่มทำก่อนที่เราจะนับถึง 5 หรือ 10)
8. What number will you count to?
แม่จะนับถึงเท่าไร
9. sneaking out & sneaking around ความหมายเหมือนกันไหมค่ะ (คือ แอบออกไปข้างนอก แอบไปเที่ยว)

Views: 1064

Replies to This Discussion

9.แอบออกไปข้างนอก แอบไปเที่ยว

"How to stop children from sneaking out at night…"

credit : http://www.onlineparentingcoach.com/2010/06/how-to-stop-children-fr...

 

ส่วนsneaking around คือหลบซ่อนตัว ไม่ให้ใครเห็น เหมือน โจรมุมตึก

7. I am going to count to ten.

8. What number will you count up to?

สวัสดีคุณริวโค สบายดีไม๊ครับ?

1. ซองทำบุญ เรียกว่า merit envelope ได้ไหม (ซองจดหมายสีขาวที่ใช้ใส่เงินทำบุญ)

-> อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันครับ


2. I want my own merit envelope.
หนูอยากได้ซองทำบุญของตัวเอง (เป็นซองที่มีชื่อของเขาคนเดียวและเขาจะใส่เงินของตัวเอง)

-> I want my own envelope.  หรือ I want an envelope of my own.  ก็ได้ครับ


3. The stationary cost is my treat, you don't need to use your money pocket for buying them.
ค่าอุปกรณ์การเรียนเป็นค่าใช้จ่ายที่แม่ต้องรับผิดชอบ หนูไม่ต้องใช้เงินส่วนตัวซื้อเองหรอก

-> I'm responsible for the cost of your stationery.  You don't need to pay for it yourself.

(stationary จะหมายความถึง อยู่กับที่  เช่น stationary bicycle  ส่วนเครื่องเขียนเป็น "stationery"  ครับ)


4. How many equipments for math class that your teacher want you and your friend to take them to school?
อุปกรณ์อะไรบ้างสำหรับวิชาเลขที่คุณครูต้องการให้หนูกับเพื่อนนำไปโรงเรียน

->  What math tools does your teacher want you and your friends to take to school tomorrow?

หากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนวิชาเลข เช่น วงเวียน ใช้เป็น tool ก็ได้ครับ  ส่วน "equipment"  จะหมายถึงอุปกรณ์/เครื่องมือ ที่ใช้ในการทำงาน หรือทำงานกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง  และจะใช้เป็นนามนับไม่ได้ คืออยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ ไม่เติม "s" ครับ (เหมือน stationery ก็ไม่มี "s" เหมือนกันครับ)


5. Three , I will take only one but my friend will take the remaining two.
มี 3 อย่าง หนูจะเอาไป 1 อย่าง และเพื่อนจะเอาอีก 2 อย่างที่เหลือไป

->  Three things.  I will bring 1 and my friend will bring the remaining two (to class).

หาก "คนพูด" พูดถึงการเอาของ "ไปกับเราด้วย" ในที่ ๆคนพูดจะไป หรือที่ๆคนพูดอยู่ จะใช้ "bring" (อย่างในกรณีลูกจะเอาของติดตัวไปโรงเรียน)  แต่หากของอันเดียวกัน แต่แม่พูดให้ลูกเอาของไปด้วย (คือของ ไปจากตัวแม่) แม่จะใช้ "take"  ครับ


6. There are quite a few available clothes hangers at the clothesline.
มีไม้แขวนเสื้อว่างๆ อยู่หลายอันที่ราวตากผ้า

-> "at" เปลี่ยนเป็น "on" นอกนั้นก็ใช้เหมือนกันครับ


7. I am starting to count.
แม่ จะเริ่มนับแล้วนะ ( ถ้าเขาไม่ยอมทำสิ่งที่เราบอกให้ทำ เราจะมีการนับ 1 -5 บ้าง 1-10 บ้าง หลายแต่สถานการณ์ แล้วเขาต้องเริ่มทำก่อนที่เราจะนับถึง 5 หรือ 10)

-> ใช้เหมือนกันครับ


8. What number will you count to?
แม่จะนับถึงเท่าไร

->  What number are you going to count up to?



แชร์เผื่อเป็นทางเลือกนะคะ

1. ซองทำบุญ เรียกว่า merit envelope ได้ไหม (ซองจดหมายสีขาวที่ใช้ใส่เงินทำบุญ)
--> น่่าจะใช้เป็น offering envelopes ได้นะคะ
หรือถ้าเป็นซองที่เราใช้บริจาคเงินก็ใช้เป็น donation envelopes ค่ะ


2. I want my own merit envelope.
หนูอยากได้ซองทำบุญของตัวเอง (เป็นซองที่มีชื่อของเขาคนเดียวและเขาจะใส่เงินของตัวเอง)
--> I would like to have my own offering envelope.


3. The stationary cost is my treat, you don't need to use your money pocket for buying them.
ค่าอุปกรณ์การเรียนเป็นค่าใช้จ่ายที่แม่ต้องรับผิดชอบ หนูไม่ต้องใช้เงินส่วนตัวซื้อเองหรอก
--> The stationery cost is my responsibility so you don't need to spend your own money for it.

4. How many equipments for math class that your teacher want you and your friend to take them to school?
อุปกรณ์อะไรบ้างสำหรับวิชาเลขที่คุณครูต้องการให้หนูกับเพื่อนนำไปโรงเรียน
--> What tools does a teacher instruct you and your friends to take to the math class, tomorrow?


ส่วนข้อที่เหลือใช้เหมือนคุณเอกนะคะ

ขออนุญาตคุณรัชนีถามเพิ่มนะคะ

คำว่า device ต่างจากหรือเหมือนกับ equipment คะ ชักไม่ค่อยแน่ใจคะ

ขอบคุณคุณริวโค คุณเอก คุณเล็ก คุณรุจาภาค่ะ

  พูดผิดกระจายเลยค่ะ  ต้องตามไปแก้ใหม่  เพราะพูดไปแล้วทั้งนั้นเลย ^ _ ^

  3. สรุปว่าเข้าใจความหมายของคำว่า treat  ผิด 

      - To provide with food, entertainment, or gifts at one's own expense: treated her sister to the theater.

      - To give (someone or oneself) something pleasurable: treated herself to a day in the country.
       เลี้ยงอาหาร ให้ความบันเทิง ให้ของขวัญ  ด้วยความยินดีและความพอใจ ด้วยเงินของตัวเราเอง  ประมาณนี้ไหมค่ะ
 
 4. ดูการ์ตูน Handy Many  เขามีกล่องเครื่องมือพวกไขควง ประแจ เครื่องมือช่างต่างๆ  เห็นเขาเรียก tool
     แล้วต่างจาก equipment  อย่างไรค่ะ
 
 5. เพิ่งรู้ความแตกต่างของการใช้ bring & take   ขอบคุณค่ะ
 
 9.  sneaking around  ความหมายจะแย่กว่า  sneaking outing

คุณรัชนี => เมื่อรู้ว่าตนเองพูดผิดนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใด แต่เป็นความสำเร็จต่างหากละค่ะ เพราะเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งที่ได้ก้าวข้ามในสิ่งที่ไม่รู้ แสดงความยินดีด้วยนะค่ะ

ส่วนตัวเองก็มีเรื่องที่น่ายินดีแบบนี้อยู่ทุกครั้งที่เข้ามาหาความรู้ในห้องนี้เหมือนกันค่ะ

credit : ข้อคิดจากหนังสือ อาจารย์ในร้านคุกกี้ ของคุณนิ้วกลม

ขอบคุณคุณริวโคมากค่ะ

   ได้ข้อคิดดีๆและข้อมูลที่มีประโยชน์จากคุณริวโคเสมอค่ะ 

        ผิดเป็นครู   ไม่รู้ก็ต้องถาม   มีคุณแม่คุณพ่อใจดีในห้องนี้มาตอบให้เสมอค่ะ   ขอบคุณทุกท่านค่ะ  

เห็นด้วยกับคุณริวโคที่ว่าพูดผิด หรือการไม่รู้ ไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใด  ไม่มีใครรู้หมด ผมเองก็มีทั้งถูกและผิด แต่สิ่งที่ทำได้ดีสุดคือเปิดใจรับรู้สิ่งที่เราไม่เคยรู้  เหมือนกับสำนวนของที่ฝรั่งว่า "we live and learn"  ครับ

ขออีกสำนวนซิค่ะคุณเอก ประมาณ น้ำไม่เต็มแก้ว พร้อมจะรับสิ่งใหม่เสมอ

จะเอาไว้บอกลูกค่ะ เพราะคุณลูกชอบบอกว่า " รู้แล้ว รู้แล้ว " ชอบเป็นหนุ่มเอ็มร้อยค่ะ  :)

 

มารอเป็นเพื่อนค่ะ

  ถ้าบอกว่า  Nobody know everything, we live and learn ได้ไหมค่ะ (จะเอาไว้บอกลูกค่ะ )

 มารอคำตอบของตัวเองกับของคุณริวโคด้วยค่ะ 

RSS

--oO--

สแกนโค้ด แอดไลน์ @2pasa แล้วลุ้นของรางวัลรวมคลิปเวิร์กช็อปทั้งหมด

Events

หนังสือในชุดเด็กสองภาษา



© 2024   Created by ผู้ใหญ่บิ๊ก.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service